ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน

ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน

ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน

ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน

ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน จากที่ทราบกันมาว่านักเตะชาวอังกฤษ เคน แฮร์รี่ กำลังจะถูกทาบทามไปยังสโมสรต่าง ๆ แถมค่าตัวของเขาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆคล้ายกับการประมูลก็ไม่ปาน หลายคนพูดถึงเคนในทิศทางการเล่นฟุตบอลในแต่ละครั้งของเขา ซึ่งเป็นที่น่าติดตามอย่างมากเลยทีเดียว

 

ข่าวคราวขอย้ายทีมของ แฮร์รี เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษ สั่นสะเทือนไปทั่ววงการลูกหนังโลก หลัง สกาย สปอร์ต ตีข่าวว่าเจ้าตัวพร้อมโบกมือลา ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ เมื่อจบซีซั่นนี้ เพื่อไปแสวงหาความสำเร็จกับทีมอื่นที่ทีมเก่าไม่สามารถให้ได้

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับแข้งวัย 27 ปี เพราะก่อนหน้านี้เคยเปรยแล้วว่าต้องการออกไปหาความท้าทายใหม่ รวมถึงถ้วยแชมป์ประดับอาชีพหลังจาก สเปอร์ส ไม่สามารถให้สิ่งนี้ได้ และรอมานานเกินไปแล้ว

 

ผลงานของ เคน ฤดูกาลนี้ลงสนามไป 33 นัด ยิง 22 ประตู จ่ายให้เพื่อนยิงอีก 13 ตุง แสดงให้เห็นว่าพิษสงยังเหลือร้าย และถึงจะมีข่าวพัวพันกับทีมยักษ์มากมายในอังกฤษ แต่ก็มีโอกาสที่เจ้าตัวจะตีปีกไปค้าแข้งลีกอื่นได้เช่นกัน ดังตัวเลือกที่สื่อวิเคราะห์กันไว้ดังนี้

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
มีข่าวด้วยกันมาอย่างเนิ่นนาน และถึงแม้ “ผีแดง” จะต่อสัญญาใหม่กับ เอดินสัน คาวานี ไปแล้ว แต่พิจารณาจากกองหน้าที่มีซึ่งฟอร์มยังไม่แน่นอนทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวูด คุณภาพของ เคน ก็เหนือกว่าอย่างชัดเจน ขอเพียง แมนฯยู มีเงินประเคนให้ สเปอร์ส ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,450 ล้านบาท) เท่านั้น

แมนเชสเตอร์ ซิตี
แชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซีซั่นล่าสุด ไม่มีปัญหาทางการเงินอยู่แล้วเพราะยินดีจ่ายเต็มที่ให้กับกองหน้าหมายเลข 1 แห่งอังกฤษ ซึ่งเวลานี้พวกเขาก็กำลังมองหาตัวแทนของ เซร์คิโอ อกูเอโร่ ที่หมดสัญญาแยกทางกับทีมหลังจบซีซั่นด้วย และถึงแม้จะเล็ง แจ๊ค เกรียลิช แนวรุกของ แอสตัน วิลล่า เอาไว้ แต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็พร้อมเบนเป้าหมายไปที่ เคน แบบเต็มตัวเพราะสำคัญกว่า

เชลซี
คู่อริร่วมกรุงลอนดอน ถ้าย้ายไปจริงเตรียมตัวรับความโกรธแค้นจากสาวก สเปอร์ส ได้เลย แต่ข้อดีอีกอย่างคือไม่ต้องเดินทางย้ายไปไหนเพราะอยู่ในเมืองกรุง แถมยังมีทีมผู้เล่นชั้นดีอย่าง ฮาคิม ซีเย็ค, ไค ฮาแวร์ตซ, เอ็นโกโล กองเต้ คอยสนับสนุนส่งเสริมด้วย การันตีกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมอย่างแน่นอน

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
ถึงจะสุ่มเสี่ยงต่อการโดนลงโทษเพราะละเมิดกฏ ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ แต่ “เปแอสเช” เจ้าบุญทุ่มแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส ก็พร้อมจ่ายเงินสำหรับกองหน้าฝีเท้าคุณภาพ และสำคัญกว่านั้นคือจะได้ร่วมงานกับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ลูกพี่เก่าผู้รู้ทางกันดีอีกครั้ง รวมถึงการได้ประสานพลังกับ เนย์มาร์ และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่จะช่วยยกระดับฝีเท้าให้ เคน แกร่งกล้าไปกว่าเดิมอีก

 

จากหลายสโมสรข้างต้นที่ได้ยื่นข้อเสนอพร้อมกับค่าตัวแสนแพงลิบลับให้กับ เคน แฮร์รี่นั้นก็ก็มหาศาลมากเลยทีเดียว ต้องรอติดตามว่าเจ้าตัวจะไปอยู่กับสโมสรใด และลูกเล่นของเขาในแต่ละเกมนั้นจะเป็นอย่างไร เพื่อเป็นผลประกอบการพิจารณาของสโมสรนั้นๆด้วย

ก่อนที่ศึกยูโรฟุตบอล 2020 จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่า เคน แฮร์รี่ ถูกยกให้เป็นตัวสร้างความหวังเบอร์หนึ่งของทีมชาติอังกฤษเลยก็ว่าได้ หลังจากที่เขาสามารถทำประตูและแอสซิสต์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

ทางท็อตแนมป์ ฮอตสเปอร์ เป็นต้นสังกัดของตัวเองในรอบล่าสุด แถมยังพกดีกรีดาวซัลโวสูงสุดจากทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลกอีกด้วย

จนถึงตอนนี้ต้องบอกเลยว่าดาวเตะวัย 27 ปีทำผลงานได้น่าผิดหวัง ภายหลังกัปตันทีมชาติอังกฤษยังไม่สามารถทำประตูให้กับทีมในรายการนี้ได้เลย โดยใน 2 เกมแรกของ ยูโร 2020 มันก็ไม่มีนัดไหนที่เขาได้อยู่ในสนามจนครบ 90 นาที

การผ่านบอล
ใน 2 เกมที่ผ่านมามีหลายครั้งที่ เคน พยายามจะถอยลงมาต่ำเพื่อรับบอลไปช่วยเกมรุก แน่นอนว่ามันส่งผลให้เขาไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะมีลุ้นทำประตูได้ง่ายๆ หากเทียบกับการปักหลักอยู่ในแดนหน้า แต่ถ้าเขาช่วยผ่านบอลให้ทีมได้ดีมันก็ยังถือว่าการถอยลงมาต่ำมันไม่เสียหายมากนัก…น่าเศร้าที่การผ่านบอลของเขามันไม่ได้สวยหรูมากนัก

หลังจากนั้น จนถึงตอนนี้ เคน เพิ่งผ่านบอลฅโดยรวมเข้าเป้าเพียงแค่ 68 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หลังจากผ่านบอลไปทั้งหมด 27 ครั้ง แต่เข้าเป้า 18 หน โดยแบ่งเป็นการผ่านบอลระยะไกล 3 ครั้ง, ระยะกลาง 8 หน และระยะสั้น 7 รอบ แถมมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่การผ่านบอลของเขามันเป็นจังหวะสำคัญต่อเกม

การเลี้ยงบอลและครองบอล
1 ครั้ง คือจำนวนการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งของ เคน กับการลงเล่น ยูโร 2020 จนถึงตอนนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังเมื่อเทียบกับว่าเขาเคยทำได้ถึงเฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัดกับการลงเล่นให้ สเปอร์ส ในเกมลีกซีซั่นล่าสุด

แม้ว่าเขาจะเรียกฟาวล์ให้กับ อังกฤษ ได้แล้ว 4 หนจาก 2 เกมที่ผ่านมา แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็จับบอลพลาดไปเองจนทำให้เสียการครองบอลไปง่ายๆ 3 ครั้งเช่นกัน และเขาก็โดนคู่แข่งฉกบอลไปจากเท้าง่ายๆ 2 หนด้วย

จังหวะลุ้นประตู

แน่นอนว่าการทำประตูให้ได้คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของคนเป็นกองหน้า อย่างไรก็ตาม เชื่อหรือไม่ว่าจนถึงตอนนี้ดาวซัลโวสูงสุดของศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่นล่าสุด กลับมีจังหวะพยายามทำประตูเพียงแค่ 3 หนเท่านั้น แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะเพื่อนร่วมทีมผ่านบอลมาไม่ถึงเขา แต่อีกจุดหนึ่งมันก็เป็นเพราะ เคน หาพื้นที่ว่างให้ตัวเองไดไม่ดีเท่าที่ควรด้วย

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวของ เคน ถือว่าต่างกับ แพทริค ชิค หัวหอกตัวเก่งของ เช็ก, ชิโร่ อิมโมบิเล่ กองหน้าทีมชาติอิตาลี และ บรีล เอ็มโบโล่ ศูนย์หน้าทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ในตอนนี้ราวฟ้ากับเหว หลังจากทั้ง 3 คนดังกล่าวมีจังหวะลุ้นทำประตูถึง 10 ครั้ง

ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 1 ร่วมกัน โดยกรณีของ ชิค กับ อิมโมบิเล่ เพิ่งได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ไปเพียง 2 นัดเท่ากับ เคน ด้วย ขณะที่ เอ็มโบโล่ ได้ลงเล่นครบทั้ง 3 เกม   นอกจากนี้ จังหวะลุ้นทำประตู 3 ครั้งของ เคน มันยังไม่มีจังหวะไหนที่เป็นการยิงตรงกรอบจนทำให้ผู้รักษาประตูต้องออกแรงเซฟเลยอีกต่างหาก โดยมี 2 หนที่เขายิงออกนอกกรอบไปเอง ส่วนอีก 1 ครั้งเป็นการติดบล็อกของคู่ต่อสู้นั่นเอง

มีข่าวออกมาเพิ่มเติมว่า แมนเชสเตอร์ ซฺิตี้ ทาบทามการซื้อตัว เคน แฮร์รี่ ยอดดาวยิงของท็อตแนม สเปอร์ ด้วยวงเงินมหาศาลถึง 4,400 ล้านบาท แถมยินดีส่งนักเตะดาวดังคนนี้ให้แบบฟรีๆไปเลย

หลังจากที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรแชมป์พีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ยื่นข้อเสนอเงินจำนวนร้อยล้านปอนด์ ประมาณ สี่พันสี่ร้อนล้านบาท ให้ทางท็อตแนมป์ สเปอร์ สโมสรคู่แข่งร่วมลีก  พิจารณาเรียบร้อย

โดยคาดหวังว่าจะคว้าตัว แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของทีมชาติอังกฤษ เข้ามาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ ที่เป็นนักข่าวชื่อดังแห่งวงการลูกหนังเจ้าเก่าเจ้าเดิม

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เรือใบสีฟ้า ต้องการกองหน้าชั้นยอดคนใหม่เพื่อมาทดแทน เซร์คิโอ อเกวโร่ ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ ที่หมดสัญญา และย้ายไป บาร์เซโลน่า เรียบร้อย โดยมอง เคน เป็นเป้าหมายหลัก

 

จากการรายงานของ โรมาโน่ ได้อัพเดตสถานการณ์เรื่องดังกล่าวผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวโดยมีรายละเอียดหลักๆ คือ

  • แมนฯ ซิตี้ ได้ยื่นข้อเสนอเงินการันตีจำนวน 100 ล้านปอนด์
  • นอกจากนี้ แมนฯ ซิตี้ ยินดีใช้นักเตะบางรายเป็นส่วนหนึ่งในดีลเช่นกัน
  • ราฮีม สเตอร์ลิง, เอมเมอริค ลาปอร์กต์ และ กาเบรียล เชซุส ต่างอยู่ในกลุ่มนักเตะที่ “เรือใบสีฟ้า” อาจจะใช้เป็นส่วนหนึ่งในดีล
  •  อย่างไรก็ตาม “ไก่เดือยทอง” ไม่มีความคิดที่จะตอบรับข้อเสนอจาก แมนฯ ซิตี้ เนื่องจาก แดเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร ต้องการเก็บ ดาวยิงวัย 27 ปี ไว้กับทีมต่อไป
  • จะไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน ยูโร 2021

ทั้งนี้ เคน ยังทำประตูไม่ได้ และถือว่ามีฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวังในศึก ยูโร 2020 ทั้งสองนัดที่ อังกฤษ เบียดชนะ โครเอเชีย 1-0 และ เสมอ สกอตแลนด์ 0-0

 

 

 

 

 

 

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่

 

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่ หลังจากที่มีข่าวออกมาเกี่ยวกับนักเตะบาร์เซโลน่า เรื่องการต่อสัญญาหรือไม่อย่างไร ลองมาดูบทสัมภาษณ์ของเจ้าตัวกันหน่อยดีกว่า พอมีข่าวลือออกมาก็เป็นที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก ข่าวหลายสำนักต่างให้ความสนใจอย่างล้นหลามเกี่ยวกับสัญญาย้ายทีมของเขานั้น

ลิโอเนล เมสซี เปิดใจครั้งล่าสุด โดยส่งสัญญาณบางอย่างถึงเรื่องอนาคตกับ บาร์เซโลนา หลังสัญญากำลังจะสิ้นสุดลง ท่ามกลางข่าวลือเรื่องย้ายทีม โอเล (Olé) หนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังของอาร์เจนตินา เผยแพร่บทสัมภาษณ์ล่าสุดของ ลิโอเนล เมสซี หลังจากที่ได้ยอดดาวเตะแห่งสโมสรบาร์เซโลนามาเป็นแขกพิเศษเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปีของหนังสือพิมพ์

บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟดังกล่าว มีการสอบถามถึงเรื่องอนาคตของ เมสซี ในวัย 33 ปี ที่กำลังจะหมดสัญญากับ “เจ้าบุญทุ่ม” ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็เอ่ยถึงความสำเร็จในซีซั่นนี้ที่สามารถคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ มาครองได้สำเร็จ ทำให้สโมสรกลับมาคว้าแชมป์แรกในรอบ 2 ฤดูกาลหลังสุด
ทั้งนี้ เมสซี ได้กล่าวไว้ในส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ว่า “เมื่อใดก็ตามที่ผมลงสนามแข่งขัน ผมจะทำเต็มที่เพื่อคว้าชัยชนะและบรรลุทุกเป้าหมายอยู่เสมอ เช่นเดียวกับการคว้าแชมป์รายการต่างๆ ซึ่งแชมป์โกปา เดล เรย์ ครั้งล่าสุดนับว่าพิเศษอย่างแท้จริง เมื่อดูจากช่วงเวลาที่เราผ่านพ้นมา
สัมภาษณ์ต่ออีกว่า ทางสโมสรกลับมาจากช่วงเวลาที่ยากลำบากตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้คว้าแชมป์อะไรเลย แต่ตอนนี้เรามีทีมพลังหนุ่มและคนใหม่ๆ เข้ามา ดังนั้นแชมป์โกปา เดล เรย์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากๆ นอกเหนือจากนั้น โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบที่จะชนะและคว้าแชมป์มาครอง ยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งดี
สำหรับ เมสซี ยังไม่ประกาศว่าจะต่อสัญญากับ บาร์ซา หรือว่ามองหาต้นสังกัดใหม่ แต่มีข่าวลือว่าเจ้าตัวตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว รอเวลาเฉลยอย่างเป็นทางการเท่านั้น โดยมีกระแสข่าวพัวพันกับบรรดาทีมเงินหนาอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, ยูเวนตุส รวมถึง นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ สโมสรแรกในชีวิตที่บ้านเกิดที่อาจเป็นจุดหมายปลายทางต่อไป
ถัดมาอีกสำนักงานที่พูดถึงการต่อสัญญาของ เมสซี่นั้น บอกว่าเจ้าตัวสามารถเปิดการเจรจาเพื่อย้ายออกจากบาร์เซโลนาแบบไม่มีค่าตัวเมื่อหมดสัญญาได้แล้ว หลังจากที่ยังไม่มีการต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไป
ลิโอเนล เมสซี กองหน้าบาร์เซโลนา มีอิสระที่จะเจรจากับสโมสรอื่น เพื่อย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อจบฤดูกาลได้แล้ว หลังจากที่เหลือสัญญาฉบับปัจจุบันในถิ่นคัมป์นูอีกเพียง 6 เดือน ดาวเตะวัย 33 ปี เคยแสดงความต้องการที่จะย้ายออกจากคัมป์นู มาตั้งแต่เมื่อช่วงปิดฤดูกาลที่แล้ว ทว่าทางบาร์ซาเข้าขัดขวาง โดยให้เหตุผลว่าเมสซีแจ้งความจำนงภายหลังจากที่มีการต่อสัญญาโดยอัตโนมัติไปแล้ว ทำให้เมสซีต้องอยู่กับทีมอาซูลกรานาออกไปอีกอย่างน้อย 1 ฤดูกาล
จากบทสัมภาษณ์ที่เขาเคยเปิดใจผ่าน Goal ตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน ระบุว่าเขาต้องการออกจากบาร์ซา เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย พร้อมเน้นย้ำว่า โจเซฟ มาเรีย บาร์โตเมว ผิดคำพูดกับเขาที่ไม่ยอมปล่อยให้ย้ายทีมเมื่อจบฤดูกาล
ต่อมายังมีแหล่งข่าวอีกมากมายเกี่ยวกับเรื่องต่อสัญญาของเมสซี่ พูดถึงว่า โจน ลาปอร์ตา ประธานสโมสร บาร์เซโลนา ยืนยันกำลังคุยเรื่องการขยายสัญญาฉบับ ลิโอเนล เมสซี แนวรุกคนดัง รวมถึงเผยเตรียมตัดสินอนาคตของ โรนัลด์ คูมัน ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
สำหรับ เมสซี กำลังจะหมดสัญญากับ บาร์เซโลนา ในเดือน มิ.ย. นี้ ทว่ายังไม่มีการขยายออกไปแต่อย่างใดทำให้ตอนแรกมีแนวโน้มสูงว่าแข้งวัย 33 ปีส่อย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู อย่างไรก็ตามหลังจาก โจน ลาปอร์ตา เข้ามาเป็นประธานสโมสรคนใหม่ ดูเหมือนว่า เมสซี มีท่าทีจะอยู่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” ต่อไปเนื่องจากเจ้าตัวมีความสัมพันธ์อันดีกับ บาร์เซโลนา
ลาปอร์ตา พูดเรื่องการต่อสัญญากับ เมสซี ในงานแถลงข่าวของสโมสรว่ามีการเจรจาแล้ว ทว่ายังไม่เสร็จสิ้น “เรากำลังดำเนินการเจรจาเพื่อขยายสัญญา ลีโอ เมสซี แต่ยังไม่เสร็จสิ้น หรือยังไม่ได้เซ็นสัญญา ทว่า เมสซี ต้องการ บาร์เซโลนาเขารักสโมสร
นอกจากนั้นบิ๊กบอสบาร์ซ่า ยังกล่าวถึงเรื่องอนาคตของ โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมท่ามกลางกระแสเรื่องการปลดจากตำแหน่งว่า “เราจะพบกับ โรนัลด์ คูมัน อีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่อตัดสินใจอนาคตของเขา
หลังจากนั้นมามีแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมออกมาอีกว่าเจ้าตัวเหมือนถูกครอบครัวกดดันให้ย้ายทีม เหมือนกับว่าให่เขาตัดสินใจย้ายไปทีม PSG เพราะข้อเสนอการทำแผนดีกว่าเป็นไหนๆ
จากราายงานของ อาส สื่อใหญ่ของสเปน และ เลอ ปารีเซียง สื่อดังฝรั่งเศส เป็นไปในทิศทางเดียวกับว่า เมสซี่ ซีเนียร์ คุณพ่อที่ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์ส่วนตัว รวมถึงภรรยา กำลังพยายามโน้มน้าวให้ ลิโอเนล เมสซี่ ตัดสินใจลา บาร์เซโลน่า
ช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อย้ายไปอยู่กับ เปแอสเช โดยเหตุผลหลักคือค่าเหนื่อยที่ทีมจากปารีสยอมจ่ายมากกว่า กับแผนการทำทีมของ เปแอสเช ภายใต้การนำของ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ มีแนวโน้มประสบความสำเร็จในถ้วยยุโรปมากกว่า
อย่างไรก็ตาม อาส ระบุว่า เมสซี่ ตัดสินใจจะอยู่ บาร์ซ่า ต่อแล้วแม้จะ[MOS]ต้องรับค่าเหนื่อยน้อยลง เนื่องจากสโมสรกำลังประสบปัญหาการเงิน เพราะผูกพันและยังหวังจะร่วมงานกับ กุน อเกวโร่ แต่อาจเป็นการต่อสัญญาระยะสั้นเพราะถ้าปีหน้ายังพลาดแชมป์ โอกาสที่ เมสซี่ จะลาคัมป์นูก็มีสูง
เบเตเบ (Beteve) สื่อกาตาลัน เผยว่า กุน จะมาร่วมทัพ บาร์ซ่า ด้วยสัญญา 2 ปี รับค่าเหนื่อย 5 ล้านยูโรต่อปี น้อยกว่าที่เคยได้จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 10 ล้านยูโร แต่ก็มีเงื่อนไขโบนัสหากช่วยพาทีมคว้าแชมป์ ซึ่งนอกจาก บาร์ซ่า
จะหวังให้ กุน มาช่วยแก้ความฝืดแดนหน้า ยังต้องการให้รั้ง เมสซี่ อยู่ต่อด้วย   ซึ่งกระแสข่าวนี้ ก็ยืนยันด้วยทวีตของฟาบริซิโอ โรมาโน่ กูรูซื้อขายนักเตะ ว่ากุนตอบตกลงข้อเสนอบาร์ซ่าแล้ว และเตรียมเซ็นสัญญาหลังจบนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกสิ้นเดือนนี้
อีกแหล่งข่าวของเดอะไทม์ส เป็นสื่อของอังกฤษได้ตีข่าวเมสซี่ มีโอกาสสูงที่จะขยายสัญญากับบาร์เซโลน่ โดยตัวสัญญาจะใช้เวลา 10 ปี จะนับรวมทั้งในด้านการเป็นนักเตะและทูตของสโมสร
หลังจากที่เขาได้ทำการแชวนสตั๊ดไปแล้ว โดยที่เมสซี่ อยากได้แชมป์ แชมป์เปี้ยนลีกส์ ทำให้กองหน้าคนดังของสโมสรบาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีลาลีกา สเปน มีความคืบหน้าที่ดีในการเจรจาเรื่องต่อสัญญากับต้นสังกัด โดยว่ากันว่าตัวสัญญาฉบับนี้จะมีผลถึง 10 ปี ซึ่ง เมสซี่ จะรับงานในตำแหน่งอื่นภายในช่วงระยะเวลาของสัญญาที่ว่าด้วย ตามรายงานของ เดอะ ไทม์ส สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ
เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน เมสซี่ จุดประเด็นร้อนด้วยการยื่นเรื่องขอย้ายทีม และถึงแม้ตอนนั้นจะยังไม่สมหวังแต่อนาคตของเจ้าตัวก็ยังถูกพูดถึงอยู่เรื่อยๆ เพราะเขาจะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลนี้แล้ว โดยที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือ 2 ทีมที่มีข่าวตามล่าตัวดาวเตะวัย 33 ปีมากที่สุด
พอแขวนสตั๊ดในแดนลุงแซมแล้วนั้น เมสซี่ ก็จะได้ทำงานเป็นทูตให้กับ บาร์เซโลน่า ทันที โดยสื่อเข้าเดิมบอกด้วยว่า เมสซี่ อยากได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกสัก 1 สมัย และพร้อมที่จะลดค่าเหนื่อยเพื่อที่ บาร์เซโลน่า จะได้มีเงินไปดึงนักเตะระดับสตาร์ดังมาร่วมทีมได้ด้วย

สโมสรฟุตบอลเชลซี

สโมสรฟุตบอลเชลซี

สโมสรฟุตบอลเชลซี

สโมสรฟุตบอลเชลซี

สโมสรฟุตบอลเชลซี (อังกฤษ: Chelsea Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเขตฟูลัม, ลอนดอน ซึ่งเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ สโมสรฟุตบอลเชลซีก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1905 สโมสรได้เล่นอยู่บนลีกสูงสุดของประเทศเป็นส่วนใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร สนามเหย้าของสโมสรคือสแตมฟอร์ดบริดจ์ มีความจุ 41,837 ที่นั่ง เชลซีเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของอังกฤษโดยคว้าแชมป์จากการแข่งขันมากกว่าสามสิบรายการรวมถึงแชมป์ลีก 6 สมัย และ แชมป์ยุโรป 6 รายการ[3]

เชลซีคว้าแชมป์ลีกสูงสุด

สมัยแรกอย่างเป็นทางการในปี 1955 ต่อมาสโมสรคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ เป็นสมัยแรกในปี 1970 และถ้วยรายการยุโรปครั้งแรกของพวกเขาคือการเป็นแชมป์วินเนอร์สคัพในปี 1971 ต่อมาสโมสรเข้าสู่ช่วงเวลาตกต่ำในช่วงปลายทศวรรษ 1970 จนถึงปี 1980 สโมสรสามารถฟื้นฟูและกลับมาทำผลงานโดดเด่นได้อีกครั้งในช่วงปี 1990 และ ประสบความสำเร็จมากขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา (ค.ศ. 2000-2020) นับเป็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จสูงสุดหรือเป็นยุคทองในประวัติศาสตร์ของสโมสร: พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และ แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรวมทั้งยูฟ่ายูโรปาลีกได้ในช่วงเวลานี้

เชลซีเป็นหนึ่งในห้าสโมสรที่ชนะการแข่งขันถ้วยใหญ่ของยูฟ่าครบทั้งสามรายการ[4] (ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก, ยูโรปาลีก และ ยูฟ่าซูเปอร์คัพ) รวมทั้งเป็นสโมสรในลอนดอนเพียงทีมเดียวที่คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ได้[5]สีชุดเหย้าของเชลซีคือเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินและกางเกงขาสั้นพร้อมถุงเท้าสีขาว ตราสโมสรคือรูปสิงโตอาละวาดถือไม้เท้า สโมสรมีคู่อริโดยตรงได้แก่ อาร์เซนอล ทอตนัมฮอตสเปอร์ และ ลีดส์ ยูไนเต็ด จากตัวเลขการสำรวจที่ผ่านมา เชลซีเป็น

สโมสรที่มีฐานแฟนคลับที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ในอังกฤษ

โดยในแง่ของมูลค่าทีมเชลซีเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลกโดยมีมูลค่า 2.13 พันล้านปอนด์ (2.576 พันล้านดอลลาร์) และเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีรายได้สูงที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลกโดยมีรายได้มากกว่า 428 ล้านยูโรในฤดูกาล 2017-2018 นับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา สโมสรอยู่ภายใต้การบริหารของ โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีมซึ่งเป็นมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย-อิสราเอล[6]ประวัติ
ก่อตั้ง (1905 – 1951)

สโมสรฟุตบอลเชลซี ก่อตั้งในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ.1905 โดย กุส เมียร์ส และได้เปลี่ยนสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์จากสนามกรีฑาเป็นสนามฟุตบอล โดยในตอนแรกจะใช้ชื่อว่า ฟูแลมเอฟซี แต่ไปซ้ำกันกับสโมสรฟุตบอลฟูแลม เลยต้องเปลี่ยนชื่อ โดยตอนแรกใช้ชื่อว่า เคนชิงตันเอฟซี,สแตมฟอร์ดบริดจ์เอฟซี แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น ลอนดอน เอฟซี และเปลี่ยนเป็นเชลซีเอฟซี และได้ก่อตั้ง ณ ผับไรซิ่งซัน (ณ ปัจจุบันชื่อ เดอะบุชเชอร์สฮุก)

สโมสรเชลซี

ได้เลื่อนชั้นมาเล่นดิวิชั่น1ครั้งแรกในซีซั่นที่2หลังการก่อตั้งสโมสร (ฤดูกาล 1906-07) แต่พวกเขาก็ลงไปขึ้นมาระหว่างดิวิชั่น1และดิวิชั่น2เรื่อยๆ พวกเขาเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ในปี 1915 แต่ก็แพ้สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์เวนส์เดย์ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดไป 0 ประตูต่อ 3 และจบอันดับที่3ในดิวิชั่น1ฤดูกาล 1919-20 และพวกเขาก็เริ่มซื้อสตาร์ดังเข้าทีมมากขึ้นอดีตกองหน้าอาร์เซนอลและทีมชาติอังกฤษอย่าง เท็ด เดร็ก ได้เข้ามาคุมเชลซีใน ค.ศ.1952 และปรับสโมสรให้ทันสมัยด้วยการโละกลุ่มทหารหลวงวัยเกษียณ และได้ปรับทีมเยาวชนและการซ้อมให้เข้มข้นมากขึ้น และซื้อสตาร์จากลีกสมัครเล่นมากมาย จนกระทั่งพวกเขาได้ถ้วยแรกใน

ประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 1954-55

เมื่อพวกเขาได้แชมป์ดิวิชั่น 1 และอันที่จริงเชลซีจะเป็นทีมแรกจากอังกฤษที่ได้ไปฟุตบอลระดับสโมสรยุโรปด้วยซ้ำ แต่ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษห้ามไว้ไม่ให้ไปแข่งขัน เดรกถูกปลดจากตำแหน่งในปี 1961 และแทนที่ด้วยทอมมี่ โดเชอร์ตี้ที่เข้ามาในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีมโดเชอร์ตี้ได้ทำการปรับปรุงระบบทีมใหม่ค่อนข้างเยอะ เขาได้โละแข้งเก่าหลายคนออกจากทีม และได้ซื้อนักเตะใหม่มากมายเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือปีเตอร์ ออสกู๊ด ตำนานสโมสร และพวกเขาก็คว้าแชมป์ลีกคัพได้ในฤดูกาล 1964-65 ในการเอาชนะเลสเตอร์ซิตีที่มีกอร์ดอนแบงส์

นายทวารจอมหนึบด้วยสกอร์ 3-2 (ในสมัยนั้นนัดชิงลีกคัพแข่งกันสองนัด) และในสามซีซั่นหลังพวกเขาก็สามารถเข้าชิงทุกถ้วยที่ลงเล่นได้ แต่เป็นรองแชมป์ทั้งหมด และเดฟ เซ็กตันเข้ามาแทนที่โดเชอร์ตี้ เชลซีคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้ในปี 1970 โดยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลลีดส์ยูไนเต็ดไป 2-1 ในนัดรีเพลย์ และในปีต่อมาพวกเขาก็สามารถคว้าโทรฟี่ระดับทวีปยุโรปด้วยการเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพกับสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดได้ 2-1 ในนัดรีเพลย์ที่เอเธนส์ตกต่ำ (1970 – 1992)

เชลซีถึงยุคตกต่ำในยุคปลาย 1970 ถึงต้น 1990 เมื่อพวกเขาขายสตาร์ดังไปมากมาย และตกชั้นจนแถมยังไม่สามารถขึ้นมาลีกสูงสุดได้ แต่แล้วในปี 1982 เคน เบตส์ ได้เข้ามาซื้อสโมสรด้วยราคา 1 ล้านปอนด์ และเขาก็ปรับปรุงสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ให้ดีขึ้น แต่มันไม่ได้ช่วยอะไร แถมพวกเขาเกือบจะตกชั้นไปดิวิชั่น 3 ในปีเดียวกัน แต่ในปี 1984 จอห์น นีล ได้ดึงทีมขึ้นชั้นมาจากดิวิชั่น 2 ด้วยการคว้าแชมป์ในปี 1983-84 และตกชั้นอีกครั้งในปี 1987-88 ก่อนที่จะเลื่อนชั้นอีกครั้งในปี 1988-89 ด้วยแต้มที่ห่างกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตีไปถึง 17 คะแนนกลับมารุ่งเรืองและฉายา “สิงห์บอลถ้วย” (1992 – 2004)

ในปี 1992 ก็เริ่มมีการซื้อสตาร์ดังมากมาย และเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพ ฤดูกาล 1993-94 โดยฝีมือของ เกล็นน์ ฮ็อดเดิ้ล แต่พวกเขาก็แพ้สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปอย่างราบคาบ 0-4 จนกระทั่งรุด กุลลิต เข้ามาทำทีมในฐานะ ผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ในปี 1996 และพาทีมเข้าชิงชนะเลิศในปี 1997 และเอาชนะสโมสรฟุตบอลมิดเดิลส์เบรอไปได้ 2-0 จากการยิงของโรแบร์โต ดี มัตเตโอในช่วงเวลาเพียงแค่ 42 วินาทีเท่านั้น และเอ็ดดี นิวตันในนาทีที่ 83 กุลลิทถูกแทนที่โดยจิอันลูก้า วิอัลลี่ โดยพาทีมเข้าชิงลีกคัพปี 1998 และชนะมิดเดิลสเบรอ

ด้วยสกอร์เดิม

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

และเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพปี 1998 และได้แชมป์สมัยที่สองด้วยการเอาชนะเฟาเอฟเบชตุทท์การ์ทไป 1-0 จากประตูของจันฟรังโก โซลาซึ่งยังลงมาเล่นไม่ถึงครึ่งนาทีด้วยซ้ำ และชนะเลิศยูฟ่าซูเปอร์คัพในปีเดียวกันด้วยการเอาชนะเรอัลมาดริดไป 1-0 และชนะเลิศเอฟเอคัพในปี 2000 โดยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลแอสตันวิลลาไป 1-0 จากประตูของโรแบร์โต ดี มัตเตโอคนเดิม

รวมถึงได้สัมผัสยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกแต่ก็ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาด้วยสกอร์รวม 6-4 วิอัลลี่ถูกปลดจากตำแหน่งและถูกแทนที่ด้วยเกลาดีโอ รานีเอรีและเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพปี2001-02 แต่สุดท้ายก็พ่ายสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลไป 0-2 สำหรับในประเทศไทยเชลซียุคนี้ถือว่าเป็น “สิงห์บอลถ้วย” เลยทีเดียวเคนเบตส์ได้ขายสโมสรราคา 140 ล้านปอนด์ ให้กับนักการเมืองมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย โรมัน อับราโมวิช และได้ทุ่มซื้อสตาร์ดังมามากมาย และได้ทำเรื่องงงงวยให้กับแฟนบอลด้วยการปลดรานีเอรี่ออกจากตำแหน่ง และแทนที่ด้วยโชเซ มูรีนโย

ซึ่งก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดเพราะมูรินโยได้เข้ามาเป็นตำนานกุนซือที่นำพาความสำเร็จมาให้สโมสรมากมายทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2004-05 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วยคะแนนประวัติศาสตร์ถึง 95 คะแนน และยังเอาชนะสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในนัดชิงฟุตบอลลีกคัพได้ 3 ประตูต่อ 2 คว้าแชมป์ไปแบบยิ่งใหญ่ แต่ก็ถูกคู่ปรับรายเดียวกันถีบตกรอบยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกจาก “ประตูผี” ของหลุยส

 

ฟุตบอลทีมแมนยู

ฟุตบอลทีมแมนยู

ทีมฟุตบอลแมนยู

ฟุตบอลทีมแมนยู

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (อังกฤษ: Manchester United Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลตั้งอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในเกรเทอร์แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันแข่งขันในพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ สโมสรมีฉายา “ปีศาจแดง”

ก่อตั้งในชื่อสโมสรฟุตบอลนิวตันฮีตแอลวายอาร์ใน ค.ศ. 1878 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดใน ค.ศ. 1902 และย้ายไปเล่นที่สนามเหย้าปัจจุบันอย่างโอลด์แทรฟฟอร์ดใน ค.ศ. 1910

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดชนะเลิศถ้วยรางวัลมากกว่าสโมสรอื่นในฟุตบอลอังกฤษ[5][6] โดยชนะเลิศลีก 20 สมัย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด, เอฟเอคัพ 12 สมัย, ลีกคัพ 5 สมัย และเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 21 สมัย ซึ่งก็เป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน ยูไนเต็ดยังชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 3 สมัย, ยูฟ่ายูโรปาลีก 1 สมัย, ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 1 สมัย, อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ 1 สมัย และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 1 สมัย โดยในฤดูกาล 1998–99 สโมสรกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษที่คว้าทริปเปิลแชมป์ระดับทวีปยุโรป[7] และในฤดูกาล 2016–17 หลังจากที่ชนะเลิศยูฟ่ายูโรปาลีก พวกเขากลายเป็นหนึ่งในห้าสโมสรที่ชนะเลิศการแข่งขันของยูฟ่าครบทั้งสามรายการภัยพิบัติทางอากาศมิวนิกเมื่อ ค.ศ. 1958 คร่าชีวิตผู้เล่นแปดคน ต่อมาใน ค.ศ. 1968 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกลายเป็นสโมสรฟุตบอลแรกของอังกฤษที่ชนะเลิศยูโรเปียนคัพภายใต้การคุมทีมของแมตต์ บัสบี ต่อมาอเล็กซ์ เฟอร์กูสันพาทีมชนะเลิศถ้วยรางวัล 38 ใบในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งรวมพรีเมียร์ลีก 13 สมัย, เอฟเอคัพ 5 สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2 สมัยในระหว่าง ค.ศ. 1986 ถึง 2013[8][9][10] ซึ่งเป็นปีที่เขาประกาศเกษียณตัวเอง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก[11][12] และมีสโมสรคู่ปรับคือ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ซิตี, อาร์เซนอล และลต็ดเป็นสโมสรในฤดูกาล 2016–17 ด้วยรายได้ต่อปีเป็นจำนวน 676.3 ล้านยูโร[13] และเป็นสโมสรที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่สามของโลกใน ค.ศ. 2019 เป็นมูลค่า 3.15 พันล้านปอนด์ (3.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)[14] ณ ค.ศ. 2015 สโมสรเป็นเครื่องหมายการค้าฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก คาดว่ามีมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[15][16] หลังจากที่ได้มีการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนเมื่อ ค.ศ. 1991 สโมสรได้กลับมาเป็นบริษัทเอกชนจากการที่มัลคอม เกลเซอร์ซื้อกิจการเมื่อ ค.ศ. 2005 ด้วยมูลค่าเกือบ 800 ล้านปอนด์ ซึ่งเงินที่ถูกกู้กว่า 500 ล้านปอนด์นี้กลายเป็นหนี้ของสโมสร[17] และตั้งแต่ ค.ศ. 2012 หุ้นบางส่วนของสโมสรถูกเสนอขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก แม้ว่าตระกูลเกลเซอร์จะยังคงมีบทบาทเป็นเจ้าของและควบคุมสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1878 ในชื่อนิว  (อังกฤษ: Newton Heath LYR Football Club) โดยพนักงานแผนกตู้โดยสารและตู้สินค้าของโรงซ่อมบำรุงรถไฟแลงคาเชียร์และยอร์กเชียร์ที่นิวตันฮีต[18] ในช่วงแรก ทีมแข่งขันกับแผนกและบริษัทรถไฟอื่น ๆ แต่เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1880 พวกเขาแข่งขันในนัดแรกที่มีการบันทึกไว้ โดยสวมเสื้อสีประจำบริษัทอย่างสีเขียวและสีทอง นัดนั้น พวกเขาพ่ายแพ้ต่อ

ของโบลตันวอนเดอเรอส์ด้วยผลประตู 6–0[19] ต่อมาใน ค.ศ. 1888 สโมสรกลายเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของเดอะคอมบิเนชัน ลีกฟุตบอลระดับภูมิภาค แต่หลังจากยุบลีกในช่วงเวลาผ่านไปเพียงฤดูกาลเดียว นิวตันฮีทเข้าร่วมฟุตบอลอัลไลแอนซ์ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ โดยแข่งขันสามฤดูกาลก่อนที่ลีกจะถูกรวมเข้ากับฟุตบอลลีก ส่งผลให้สโมสรเริ่มต้นฤดูกาล 1892–93 ในเฟิสต์ดิวิชัน ณ เวลานั้น พวกเขาแยกตัวออกจากบริษัทรถไฟและนำคำว่า “แอลวายอาร์” ออกจากชื่อ[18] สองฤดูกาลถัดมา สโมสรตกชั้นสู่เซคันด์ดิวิชัน[18]ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1902 สโมสรติดหนี้เป็นจำนวน 2,670 ปอนด์ หรือเท่ากับ 290,000 ปอนด์ใน ค.ศ. 2020[nb 1] จนมีคำสั่งให้เลิกกิจการ[20] กัปตันทีม แฮร์รี สแตฟเฟิร์ด ได้ไปพบกับนักธุรกิจท้องถิ่นสี่คน ซึ่งรวมถึงจอห์น เฮนรี เดวีส์ (ผู้ซึ่งต่อมากลายเป็นประธานสโมสร) ทุกคนยินดีที่จะลงทุนเงิน 500 ปอนด์เพื่อแลกกับผลประโยชน์โดยตรงในการบริหารสโมสร พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อสโมสรในภายหลัง[21] ทำให้ในวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1920 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ[22][nb 2] เออร์เนสต์ มังแนล ผู้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมใน ค.ศ. 1903 พาทีมจบรองชนะเลิศในเซคันด์ดิวิชันใน ค.ศ. 1906 จนได้เลื่อนชั้นสู่เฟิสต์ดิวิชัน ซึ่งพวกเขาชนะเลิศใน ค.ศ. 1908 นับเป็นแชมป์ลีกสมัยแรกของสโมสร พวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลถัดมาด้วยการชนะเลิศแชริตีชีลด์เป็นสมัยแรกเป็นสโมสร[23] ก่อนที่จะจบฤดูกาลด้วยการชนะเลิศเอฟเอคัพเป็นสมัยแรกของสโมสรเช่นเดียวกัน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดชนะเลิศเฟิสต์ดิวิชันเป็นสมัยที่สองใน ค.ศ. 1911 แต่หลังจบฤดูกาลถัดมา มังแนลออกจากสโมสรและเข้าร่วมแมนเชสเตอร์ซิตีใน ค.ศ. 1922 ซึ่งมี

การแข่งขันฟุตบอล

ใหม่มาแล้วสามปีหลังจากที่หยุดไปเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สโมสรตกชั้นสู่เซคันด์ดิวิชัน และได้เลื่อนชั้นอีกครั้งใน ค.ศ. 1925 พวกเขาตกชั้นอีกครั้งใน ค.ศ. 1931 ทำให้สโมสรจึงกลายเป็นโยโย่คลับ สโมสรจบอันดับที่ 20 ในเซคันด์ดิวิชันเมื่อ ค.ศ. ค.ศ. 1934 นับเป็นอันดับต่ำที่สุดตลอดกาล ต่อมาเมื่อจอห์น เฮนรี เดวีส์ ผู้อุปการคุณหลัก เสียชีวิตในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1927 สถานะการเงินของสโมสรย่ำแย่จนอาจล้มละลายหากไม่ได้เจมส์ ดับเบิลยู. กิบสัน ผู้ซึ่งลงทุนเงิน 2,000 ปอนด์และเข้าควบคุมกิจการสโมสรในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1931[25] ต่อมาในฤดูกาล 1938–39 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่มีการแข่งขันฟุตบอลก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง สโมสรจบอันดับที่ 14 ในเฟิสต์ดิวิชัน[25]ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1945 อีกครั้งทำให้มีการแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่ คือ แมตต์ บัสบี ผู้เรียกร้องอำนาจการคุมทีมสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งการเลือกผู้เล่น การซื้อขายผู้เล่น และการฝึกซ้อม[26] บัสบีพาทีมจบอันดับที่สองในลีกใน ค.ศ. 1947, 1948 และ 1949 และชนะเลิศเอฟเอคัพใน ค.ศ. 1948 ต่อมาใน ค.ศ. 1952 สโมสรชนะเลิศเฟิสต์ดิวิชันเป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปี[27] พวกเขายังชนะเลิศลีกสองสมัยติดต่อกันใน ค.ศ. 1956 และ 1957 โดยผู้เล่นชุดนั้นมีอายุเฉลี่ยเพียง 22 ปี สื่อมวลชนได้ขนานนามทีมว่า “เดอะบัสบีเบปส์” เพื่อเป็นเกียรติแก่บัสบีที่ให้โอกาสผู้เล่นเยาวชนของเขา[28] ต่อมาใน ค.ศ. 1957 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกลายเป็นสโมสรแรกของอังกฤษที่เข้าร่วมแข่งขันยูโรเปียนคัพ แม้ว่าจะมีการคัดค้านจากฟุตบอลลีกซึ่งปฏิเสธการเข้าร่วมของเชลซีในฤดูกาลก่อนหน้า[29] ยูโรเปียนคัพครั้งนั้น ยูไนเต็ดตกรอบรองชนะเลิศหลังจากที่แพ้เรอัลมาดริด โดยก่อนหน้านี้ พวกเขาเอาชนะอันเดอร์เลคต์ ทีมชนะเลิศลีกเบลเยียม ด้วยผลประตู 10–0 นับเป็นผลชนะสูงสุดตลอดกาลของสโมสร[30]

 

เทเบิลเทนนิส

เทเบิลเทนนิส

เทเบิลเทนนิส

เทเบิลเทนนิส

หรือ ปิงปอง เป็นกีฬาโดยมีผู้เล่นสองหรือสี่คน ซึ่งยืนเล่นกันคนละด้านของโต๊ะปิงปอง โดยตีลูกโต้กันให้ข้ามตาข่ายเน็ตกั้นกลางโต๊ะปิงปองไปมา ผู้เล่นมีสิทธิ์ให้ลูกบอลเด้งกระดอนตกพื้นโต๊ะฝั่งตนเองได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น แล้วจึงตีโต้ข้ามฟากให้เด้งกระดอนไปกระทบกับพื้นโต๊ะฝ่ายตรงข้าม ถ้าลูกไม่กระทบกับพื้นโต๊ะของฝ่ายตรงข้ามก็ถือว่าเสีย แต่ถ้าเป็นลูกดีฝ่ายตรงข้ามก็จะตีโต้กลับมาฝั่งเรา เทเบิลเทนนิสเป็นเกมที่โต้รับกับอย่างรวดเร็ว ผู้เล่นที่มีฝีมือสามารถตีลูกสปินได้ ทำให้ปิงปองนั้นหมุนเร็ว ซึ่งจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับได้ยากยิ่งขึ้น

เทเบิลเทนนิสทเเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออก และเมื่อเทียบกันกับกีฬาชนิดอื่นแล้วปิงปองถือว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ในฐานะที่เป็นกีฬาชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

乒乓球 (Pīng Pāng Qiú) : ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของกีฬาเทเบิลเทนนิสในประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเก๊า

  • 卓球 (Takkyu) : ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของกีฬาเทเบิลเทนนิสในประเทศญี่ปุ่น
  • 탁구 (Tak-gu) : เป็นชื่อของกีฬาเทเบิลเทนนิสในประเทศเกาหลีเทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาโอลิมปิก โดยมีผู้เล่นสองหรือสี่คนตีลูกบอลกระทบหน้าไม้หรือหลังไม้ให้ข้ามไปยังอีกฝากหนึ่งของโต๊ะ ซึ่งคล้ายกับกีฬาเทนนิส กฎกติกามีความแตกต่างกันบ้าง แต่มองภาพรวมแล้วเทเบิลเทนนิสกับเทนนิสมีลักษณะคล้ายกัน ในเกมเดียว ไม่จำเป็นต้องตีลูกบอลให้ข้ามไขว้จากฝั่งขวามือของผู้ส่งไปยังฝั่งขวามือของผู้รับ(หรือซ้ายมือผู้ส่ง ไปยังซ้ายมือของผู้รับ)เหมือนกับเทนนิส อย่างไรก็ดี การเสิร์ฟไขว้ในลักษณะนั้นจำเป็นต้องมีในเกมเล่นคู่ ลูกสปิน ลูกเร็ว ลูกหยอด ซึ่งกลยุทธ์และเทคนิคการเล่นก็มีความสำคัญสำหรับเกมแข่งขันที่มีการชิงชัยชนะความเร็วของลูกบอลนั้นเริ่มจากการพุ่งด้วยความเร็วต่ำๆ ไปจนถึงการพุ่งด้วยความเร็วสูง ๆ โดยเฉพาะในลูกสปิน ซึ่งสามารถทำความเร็วได้ที่ 112.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 69.9 ไมล์ต่อชั่วโมง[1]นิกีฬาเทเบิลเทน
  • สมักใช้เนื้อที่ในการเล่นทางยาวประมาณ2. เมตร ทางกว้างประมาณ 1.525 เมตร และสูงจากพื้นราวเอวประมาณ 0.76 เมตร แต่ทางสมาพันธ์กีฬาเทเบิลเทนนิสสากล กำหนดไว้ว่าต้องมีเนื้อที่เล่นทางยาวไม่น้อยกว่า 14 เมตร ทางกว้าง 7 เมตร และสูงจากพื้นประมาณ 5 เมตร สำหรับเกมการแข่งขัน ไม้ตีปกติแล้วมีแผ่นยางบางติดอยู่หน้าไม้ ยางมีปุ่มเล็กๆอยู่ด้านหนึ่ง เป็นชั้นบาง ๆอยู่ระหว่างตัวไม้ตีกับผิวหน้าฟองน้ำรองหน้าไม้อีกชั้นหนึ่ง ตั้งแต่การเล่นสปินได้เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในกีฬาเทเบิลเทนนิสของปัจจุบัน ได้มีการปรับคุณภาพของตัวยาง ฟองน้ำ และวิธีการประกอบยางเข้ากับตัวฟองน้ำ เพื่อเพิ่มความเร็วและอัตราการหมุนของลูกจากปกติ ส่วนเทคนิคการปรับเพิ่มคุณภาพอย่างอื่นได้แก่ การใช้คาร์บอนหรือวัสดุสังเคราะห์อื่นเข้ามาประกอบกัน เพื่อทำให้เพิ่มความแม่นยำในการตีลูกให้มากขึ้นลูกบอลที่ใช้ในกีฬาเทเบิลเทนนิสมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 มม. มักทำมาจากเซลลูลอยด์และมีด้านในกลวง ๆ ตราสามดาวที่ติดอยู่บนลูกบอล หมายถึง คุณภาพที่ดีเยี่ยมของลูกนั้นเองเมื่อเปรียบเทียบกับลูกอื่น ๆ ผู้ชนะ คือ คนที่ทำแต้มได้ 11 คะแนนก่อน และมีการเปลี่ยนเสิร์ฟลูกในทุกๆ 2 แต้ม หากมีผลการแข่งกันเป็น 10-10 ผู้เล่นจะสลับกันเสิร์ฟ(และผู้เล่นชนะ คือคนที่ทำคะแนนได้ 2 แต้มติดต่อกัน) เกม 11 คะแนน เป็นเกมการแข่งขันที่ได้มีขึ้นจากสมาพันธ์กีฬา
  • (ITTF) การเปลี่ยนแปลงนี้ได้มีขึ้นในปี ค.ศ. 2001 ทุกเกมที่เล่นกันในระดับชาติหรือระดับทัวร์นาเม้นต์สากลมักเป็นเกม 11 คะแนน ส่วนระดับชิงแชมป์เป็นเกม 7 คะแนน และในระดับที่ย่อมลงมาเป็นเกม 5 คะแนนอเทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาโอลิมปิก โดยมีผู้เล่นสองหรือสี่คนตีลูกบอลกระทบหน้าไม้หรือหลังไม้ให้ข้ามไปยังอีกฝากหนึ่งของโต๊ะ ซึ่งคล้ายกับกีฬาเทนนิส กฎกติกามีความแตกต่างกันบ้าง แต่มองภาพรวมแล้วเทเบิลเทนนิสกับเทนนิสมีลักษณะคล้ายกัน ในเกมเดียว ไม่จำเป็นต้องตีลูกบอลให้ข้ามไขว้จากฝั่งขวามือของผู้ส่งไปยังฝั่งขวามือของผู้รับ(หรือซ้ายมือผู้ส่ง ไปยังซ้…
  • ประวัติเทเบิลเทนนิส
  • หรือรู้จักกันในอีกชื่อว่ากีฬาปิงปองนั้น มีประวัติความเป็นมาอย่างไร เรามาเรียนรู้ประวัติกีฬาประเภทนี้ไปพร้อม ๆ กันเลยกีฬาเทเบิลเทนนิสหรือที่เรียกกันจนเป็นที่ติดปากคุ้นเคยว่า ปิงปอง นั้น เป็นกีฬาที่รู้จักกันดีมาเป็นระยะเวลานานมาก และยังแพร่หลายได้รับความนิยมเล่นกันอยู่ทั่วโลก กีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาที่สามารถนำมาเล่นเพื่อสร้างความสนุกสนาน สร้างสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีเพราะลักษณะการเล่นง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้พื้นที่ไม่มาก อุปกรณ์ราคาไม่แพง ไม่สร้างความยุ่งยาก เก็บรักษาได้ง่าย กติกาการเล่นและแข่งขันสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากไม่มีความซับซ้อน สามารถเล่นร่วมกันได้ทั้งวัยเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีทั้งการเล่นแบบเดี่ยว แบบคู่ และเล่นเป็นทีม โดยวิธีเล่นโดยทั่วไป แค่รู้จักวิธีการส่งลูก (การเสิร์ฟ – Serving) การรับลูก (รีเทิร์น – Return)ตีลูกให้ลงบนโต๊ะฝ่ายตรงข้าม ตีโต้กันไปมา หากฝ่ายใดทำลูกออก หรือ ไม่สามารถตีลูกลงบนโต๊ะของอีกฝ่ายได้ หรือ ตีติดตาข่าย ก็จะเสียแต้ม ผลัดกันส่งลูกฝ่ายละ 2 คะแนนจนจบการแข่งขัน ใน 1 เกมมี 11 คะแนน หากคะแนนเสมอกันที่ 10 คะแนนจะต้องทำการแข่งขันต่อไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีคะแนนนำอีกฝ่าย 2 คะแนนก็ถือว่าชนะในเกมนั้น ซึ่งในการแข่งแต้มที่ 10 เป็นต้นไป จะผลัดกันส่งลูกฝ่ายละ 1 คะแนนสลับกันไปจนกว่าจะได้ผู้ชนะในเกมนั้น ในการแข่งขัน
  • นิยมเล่น 1 แมทช์ด้วยเกมการแข่งขันแบบ 2 ใน 3 เกม หรือ 3 ใน 5 เกม หรือ 4 ใน 7 เกม
    ประวัติเทเบิลเทนนิส

    หรือรู้จักกันในอีกชื่อว่ากีฬาปิงปองนั้น มีประวัติความเป็นมาอย่างไร เรามาเรียนรู้ประวัติกีฬาประเภทนี้ไปพร้อม ๆ กันเลยหรือที่เรียกกันจนเป็นที่ติดปากคุ้นเคยว่า ปิงปอง นั้น เป็นกีฬาที่รู้จักกันดีมาเป็นระยะเวลานานมาก และยังแพร่หลายได้รับความนิยมเล่นกันอยู่ทั่วโลก กีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาที่สามารถนำมาเล่นเพื่อสร้างความสนุกสนาน สร้างสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีเพราะลักษณะการเล่นง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้พื้นที่ไม่มาก อุปกรณ์ราคาไม่แพง ไม่สร้างความยุ่งยาก เก็บรักษาได้ง่าย กติกาการเล่นและแข่งขันสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากไม่มีความซับซ้อน สามารถเล่นร่วมกันได้ทั้งวัยเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีทั้งการเล่นแบบเดี่ยว แบบคู่ และเล่นเป็นทีม โดยวิธีเล่นโดยทั่วไป แค่รู้จักวิธีการส่งลูก (การเสิร์ฟ – Serving) การรับลูก (รีเทิร์น – Return)ตีลูกให้ลงบนโต๊ะฝ่ายตรงข้าม ตีโต้กันไปมา หากฝ่ายใดทำลูกออก หรือ ไม่สามารถตีลูกลงบนโต๊ะของอีกฝ่ายได้ หรือ ตีติดตาข่าย ก็จะเสียแต้ม ผลัดกันส่งลูกฝ่ายละ 2 คะแนนจนจบการแข่งขัน ใน 1 เกมมี 11 คะแนน หากคะแนนเสมอกันที่ 10 คะแนนจะต้องทำการแข่งขันต่อไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีคะแนนนำอีกฝ่าย 2 คะแนนก็ถือว่าชนะในเกมนั้น ซึ่งในการแข่งแต้มที่ 10 เป็นต้นไป จะผลัดกันส่งลูกฝ่ายละ 1 คะแนนสลับกันไปจนกว่าจะได้ผู้ชนะในเกมนั้น ในการแข่งขันเทเบิลเทนนิส นิยมเล่น 1 แมทช์ด้วยเกมการแข่งขันแบบ 2 ใน 3 เกม หรือ 3 ใน 5 เกม หรือ 4 ใน 7 เกมประวัติเทเบิลเทนนิสความเป็นมาของกีฬาเทเบิลเทนนิส จากการศึกษาค้นคว้าไม่มีหลักฐานปรากฎแน่ชัดว่าเทเบิลเทนนิสมีถิ่นกำเนิดหรือที่มาจากที่ใดทั้งในสมัยโรมันหรือสมัยกรีกเหมือนเช่นกีฬาประเภทอื่น ซึ่งรัสเซียเองก็เคยอ้างว่าเป็นผู้คิดค้นการเล่นมาก่อนใคร ซึ่งอังกฤษก็อ้างว่าตนเป็นต้นกำเนิดเช่นกัน แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถแสดงหลักฐานอ้างอิงได้อย่างชัดเจนหรือสามารถคัดค้านแต่ประการใดได้

    อย่างไรก็ตามจากหนังสือประวัติศาสตร์กีฬาของแฟรงค์ มอนเก (Frank Monke) ได้สันนิษฐานเกี่ยวกับประวัติเทเบิลเทนนิสไว้ 2 ประการ คือ

    อาจเป็นกีฬาในร่มของลอนเทนนิส ซึ่งเริ่มเล่นครั้งแรกในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ราวศตวรรษที่ 19 (ค.ศ. 1890)
    สันนิษฐานว่าเริ่มเล่นในอินเดียโดยนายทหารชาวอังกฤษซึ่งไปประจำการอยู่ที่อินเดียได้เคยเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นกีฬากลางแจ้งมาก่อน ด้วยการเล่นบนโต๊ะ และใช้สมุดกั้นแทนตาข่าย (บางฉบับระบุว่าใช้ไม้กระดานแทนตาข่าย) และยังมีอีกความเห็นหนึ่งว่า เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้ หรือบางความเห็นว่าเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีน

ป๊อกบาจะเอายังไง?

ป๊อกบาจะเอายังไง?

ป๊อกบาจะเอายังไง?

ป๊อกบาจะเอายังไง?

ป๊อกบาจะเอายังไง? มีสำนักข่าว หรือเว็บข่าวมากมายออกมาพูดถึง พอล ป๊อกบา เรื่องการต่อสัญญากับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายคนคิดว่าเขาจะต่อสัญญาหรือไม่?

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งศึก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แสดงท่าทีเป็นกังวลต่อสถานการณ์ของ ปอล ป็อกบา ที่อาจสูญเสียเขาไปแบบไร้ค่าตัวใน ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์ 2022 เมื่อสัญญาฉบับปัจจุบันของเจ้าตัวกับต้นสังกัดกำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงเวลาดังกล่าว

เดลีมิร์เรอร์ ระบุว่าบอร์ดบริหารของ ปีศาจแดง ต้องการอย่างยิ่งยวดที่จะจับสตาร์ทีมชาติ ฝรั่งเศส จรดปากกาต่อสัญญากับทีมหลังจากที่พวกเขาเพิ่งใช้ออปชันขยายสัญญาเป็นเวลา 12 เดือนในครั้งที่ผ่านมา ทว่าคืบหน้าล่าสุดกลายเป็นว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยังไม่ความคืบหน้าแต่อย่างใด

อีกทางด้านจอมทัพวัย 28 ปีให้สัมภาษณ์กับ อาร์เอ็มซี สปอร์ต ในช่วงก่อนหน้านี้ระบุว่า “ผมมีสัญญาเหลือกับทีมอยู่อีก 1 ปี ทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้ดี แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อเสนอใดๆ ให้พิจารณาอย่างเป็นทางการ พวกเราจบฤดูกาลด้วยการเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปาลีก และจากนั้นจะเป็นช่วงเวลาพักผ่อน”

“เรายังไม่ได้หารือร่วมกันแต่อย่างใด ผมยังคงอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด สิ่งเดียวในอนาคตที่อยู่ในหัวของผมตอนนี้คือ ยูโร ผมมีประสบการณ์มากขึ้นจากในอดีตและอยากที่จะมีสมาธิกับปัจจุบัน และปัจจุบันในตอนนี้คือ ยูโร”

“ทุกอย่างเกี่ยวกับสโมสรระหว่างทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติแบบนี้ผมจะหลีกเลี่ยงในการตอบคำถาม นั่นเป็นเหตุผลที่ผมมีเอเยนต์ เขาจะดูแลทุกอย่างให้กับผมเอง”

แมนยูได้ทำการรั้งตัว พอล ป๊อกบาเอาไว้ทุกวิถีทางด้วยค่าตัวที่แพงมหาศาล หลังจากที่เห็นเขาในทีมฝรังเศสกับการเล่นฟุตบอลยูโร 2020 นี้แล้ว แฟนบอลแมนยูต่างพูดกันหลายคนว่าทำไม ตัวป๊อกบาถึงไม่เล่นให้ทางสโมสรแบบนี้บ้าง

เป็นที่ทราบกันดีว่า ป็อกบา เหลือสัญญากับ แมนยู อีกแค่ 12 เดือนเท่านั้น และการเจรจาเรื่องการขยายสัญญาฉบับใหม่ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเลย ทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าว เตรียมที่จะย้ายไปค้าแข้งกับทีมอื่นๆ มาตลอด ไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส หรือแม้กระทั่ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

สำหรับ ป็อกบา กำลังช่วยทีมชาติฝรั่งเศส ในศึกยูโร 2020 อยู่ในเวลานี้ ซึ่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนยู จะรอให้ดาวเตะทัพ “ตราไก่” เสร็จสิ้นภารกิจในศึกยูโรก่อน แล้วจะเจรจากับนักเตะถึงเรื่องสัญญาฉบับใหม่ ต่อไป

 

เนื่องจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังพิจารณาผลักดัน พอล ป็อกบา มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส เป็นนักเตะค่าจ้างแพงสุดของ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เพื่อรั้งไว้ใช้งานระยะยาว

ป็อกบา เข้าสู่สัญญาปีสุดท้าย มูลค่า 3 แสนปอนด์ (ประมาณ 13.1 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ทำให้ ยูไนเต็ด มิอาจปล่อยให้การเจรจา ยืดเยื้อกระทั่งเปิดฤดูกาล 2021-22 โดยอนาคตยังไม่แน่นอน 

ด้วยเหตุนี้ แชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย จึงเตรียมข้อเสนอ 5 ปี มูลค่า 4 แสนปอนด์ (ราว 17.4 ล้านบาท) มัดใจ อดีตนักเตะ ยูเวนตุส ปักหลักอยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ต่อไป สัญญาฉบับนี้ น่าจะเซ็นกันทันทีที่ ป็อกบา วัย 28 ปี เสร็จสิ้นภารกิจศึกยูโร 2020 หลังยืนยันสัปดาห์ที่แล้วว่า กำลังโฟกัสกับการรับใช้ “เลอ เบลอส์”

ขุนพล “ตราไก่” ชุดแชมป์โลก 2018 เป็นนักเตะตัวหลักของ “เรด เดวิลส์” ยุค โอเล กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ ลงเล่น 42 เกม รวมทุกรายการ ซีซันที่แล้ว 

ต่อมาแหล่งข่าวของป๊อกบา สื่อดังได้พูดถึงการจ่ายค่าตัวของเขาที่แสนแพงมากขึ้น พอล ป็อกบา จะรับค่าเหนื่อยมากที่สุดในบรรดานักเตะพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หากตกลงต่อสัญญากับ แมนยูฯ ที่เตรียมยื่นข้อเสนอใหม่

สำนักข่าว เดอะ ซัน สื่อจอมซอกแซกของอังกฤษรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด เตรียมยื่นสัญญาฉบับใหม่จำนวน 5 ปี พร้อมค่าเหนื่อยมหาศาลสัปดาห์ละ 400,000 ปอนด์ (17.6 ล้านบาท) สำหรับการเจรจาต่อสัญญากับ พอล ป็อกบา

ต่อมาอีกหลายข่าวต่างให้ความสนใจเพิ่มเติมอีกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมมอบสัญญา 5 ปีพร้อมค่าเหนื่อยมหาศาลให้กับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ตัวเก่ง หลังจบศึกยูโร 2020 โดยหากทุกอย่างเรียบร้อยจะทำให้ดาวเตะเลือดเฟร้นช์เป็นแข้งที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดในลีก แซงหน้า ดาบิด เด เคอา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแผนที่จะรั้งตัว ปอล ป็อกบา กองกลางชาวฝรั่งเศส ให้อยู่กับทีมต่อไปด้วยการมอบค่าเหนื่อยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มูลค่ากว่า 104 ล้านปอนด์ (ราว 4,160 ล้านบาท) ด้วยสัญญา 5 ปี

สตาร์เลือดเฟร้นช์ วัย 28 ปี เหลือสัญญาในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกแค่ 12 เดือนเท่านั้น และการเจรจาเรื่องการขยายสัญญาฉบับใหม่ยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้ตอนนี้มีหลายสโมสรชั้นนำจับตาสถานการณ์ของเจ้าตัวอย่างใกล้ชิด

หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง นั่นหมายความว่า ป็อบบา จะมีรายได้ต่อสัปดาห์มากที่สุดในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี แซงหน้า ดาบิด เด เคอา ผู้รักประตูเพื่อนร่วมสังกัดที่ได้รับค่าเหนื่อยจาก “ผีแดง” 375,000 ปอนด์ (ราว 15 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลขา จะรอจนกระทั่ง ฝรั่งเศส เสร็จสิ้นภารกิจในศึกยูโร 2020 ก่อนที่จะจัดการเคลียร์ขั้นตอนสุดท้ายเรื่องเงื่อนไขในสัญญาฉบับใหม่ของ ป็อกบา ให้เสร็จเรียบร้อย

 

อีกสื่อที่กำลังพูดถึงป๊อกบา เกี่ยวกับ ไรโอลา บินเงียบคุยเจ้าของ เปแอชเช เรื่องอนาคต ป็อกบา มีรายงานว่า มิโน ไรโอลา ซูเปอร์เอเยนต์ของวงการลูกหนังได้มีการนัดพบกับ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี ประธานสโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีการพูดถึงนักเตะในสังกัดของตน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของ ปอล ป็อกบา กองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมรองแชมป์ พรีเมียร์ลีกอยู่

RMC Sport ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตของ มอยเซ คีน กองหน้าดาวรุ่งที่ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน ไปค้าแข้งในถิ่น ปาร์ก เดอ แปรงซ์ เมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยสัญญายืมตัว โดยทางยักษ์ใหญ่ ลีกเอิง รู้สึกประทับใจฟอร์มการเล่นของนักเตะรายนี้และพร้อมที่จะต่อสัญญาไปอีกหนึ่งฤดูกาล

ดาวรุ่งวัย 21 ปีโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการยิงไป 17 ประตูจากการลงเล่น 41 นัด แต่ก็มีข่าวว่า ยูเวนตุส ทีมเก่าก็ต้องการดึงกลับไปร่วมทีมอีกครั้งภายใต้การทำงานของ แม็กซ์ อัลเลกรี ที่เคยให้โอกาส คีน ได้แจ้งเกิดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวระบุว่า นอกจากเรื่องของดาวรุ่งชาวอิตาเลียนแล้ว ทั้ง ไรโอลา และ เคไลฟี ยังได้มีการคุยกันเรื่องของ ปอล ป็อกบา ที่เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกเพียง 12 เดือนเท่านั้น

ป็อกบา ลงเล่นให้กับ แมนน ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ไปทั้งหมด 42 นัดทำได้ 6 ประตูกับ 9 แอสซิสต์ และพาทีมจบอันดับสองของ พรีเมียร์ลีก รวมทั้งเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟา ยูโรป้าลีก ได้อีกด้วย

โธมัส มุลเลอร์นักเตะเมืองเบียร์

โธมัส มุลเลอร์นักเตะเมืองเบียร์

โธมัส มุลเลอร์นักเตะเมืองเบียร์

โธมัส มุลเลอร์นักเตะเมืองเบียร์

โธมัส มุลเลอร์นักเตะเมืองเบียร์ หลังจากการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 นัดเมื่อคืนที่ผ่านมา โปรตุเกส กับ เยอรมัน ฝ่ายถิ่นเมืองเบียร์ชนะไปที่แต้ม 4 ต่อ 2 ถือว่าเกมพลิกในพลิกไปหน่อยก็ว่าได้

จากเกมการแข่งขันจึงมีความสนใจที่จะอยากรู้จักนักเตะไฟแรงคนดูกันหน่อย ว่าเขาเป็นใคร มาจากที่ไหน เหตุถึงได้เป็นนักเตะของเยอะมันและเป็นที่พูดถึงในขณะนี้

Thomas Muller ( โธมัส มุลเลอร์ ) เกิดวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 1989 อายุ 28 ปี นักฟุตบอลชาวเยอรมัน ส่วนสูง 1.86 เมตร หรือ 6 ฟุต 1.2 นิ้ว ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก กองหน้า ปัจจุบันเล่นกับทีม บาเยิร์นมิวนิก สโมสรชั้นนำในศึกบุนเดสลีกาเยอรมัน สวมเสื้อหมายเลข 25

เขา เริ่มต้นเล่นฟุตบอลครั้งแรกในระดับสโมสรเยาวชนเมื่อปี 1993-2000 สโมสร TSV Pähl ซึ่งเป็นสโมสรเยาวชนในเยอรมัน โดยที่เขาได้ร่วมเล่นเป็นระยะเวลา 7 ปี จากนั้นได้ย้ายเข้ามาร่วมเล่นกับสโมสรเยาวชน บาเยิร์นมิวนิก

ทีมชื่อดังในเยอรมัน ในปี 2000-2007 อยู่ร่วมเล่นเป็นเวลานานถึง 7 ปี ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาร่วมค้าแข้งกับสโมสรอาชีพกับ บาเยิร์นมิวนิก ในปี 2007-2009 โดยลงเล่นมากกว่า 323 ครั้ง

โดยสามารถทำประตูได้มากกว่า 122 ประตู เป็นนักเตะที่มีความสามารถในการทำเกมรุกและยิงประตูให้กับ บาเยิร์นมิวนิก ได้เกือบทุกครั้งที่เขาได้ลงสนาม จึงเป็นยอดนักเตะของทีมเสือใต้ที่ได้รับโอกาสให้ลงสนามแข่งมาโดยตลอดและเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของทีม

ต่อมาเข้าได้เข้าร่วม ล่นฟุตบอลทีมชาติเยอรมันครั้งแรกในปี 2004-2005 ในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี ปี 2007 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ปี 2008 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ปี 2009-2010 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี 

หลังจากนั้น ได้รับโอกาสให้ก้าวขึ้นมาเล่นฟุตบอลทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ในปี 2010 โดยลงเล่นมากกว่า 95 ครั้ง สามารถทำประตูได้มากกว่า 38 ประตู  เป็นนักเตะสำคัญของทีมชาติเยอรมันที่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบ่อยครั้งมากขึ้น

ประวัติของเขายังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เนื่องจากเขาเริ่มต้นการเป็นนักเตะเยาวชนเมื่ออายุได้ 10 ขวบ ให้กับทีมฟาล ก่อนจะไปเตะตาแมวมองของบาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากบุนเดสลีก้า ทำให้มุลเลอร์ ย้ายไปร่วมทัพ “เสือใต้” เมื่อปี 2000 (11 ขวบ)

ทั้งนี้ดาวเตะร่างบาง สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำ, มิดฟิลด์ตัวรุกหรือแม้กระทั่งปีก โดยแม้จะมีอายุเพียง 20 ปี แต่เจ้าหนูรายนี้ก็ได้รับการยกย่องในวงกว้าง ทั้งในเรื่องของความเร็ว, เทคนิค, การครองบอล, ความเฉียบขาดในการพังประตู และการจ่ายบอลอัญชาญฉลาดอีกด้วย

ในระดับเยาวชน มุลเลอร์ พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมกับสามารถพาทีมคว้ารองแชมป์บุนเดสลีก้า ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี เมื่อปี 2007 จากนั้น ในเดือนมีนาคม 2008 “ไอ้หนูมหัศจรรย์” ก็ได้เลื่อนขึ้นมาเล่นในทีมสำรองของทีม “เสือใต้” อย่างรวดเร็ว โดยเกมแรกเป็นการพบกับ อุนเตอร์ฮัคกิ้ง ซึ่งเจ้าตัวสามารถทำประตูได้ด้วย
ฤดูกาลถัดมา บาเยิร์น ลงเล่นในลีก้า 3 ซึ่งเพิ่งก่อตั้งใหม่ และ มุลเลอร์ ก็กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญด้วยการลงเล่น 32 จาก 38 เกม และทำไป 15 ประตูก่อนจะจบซีซั่นด้วยการเป็นดาวซัลโวอันดับที่ 5 ด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจทำให้ มุลเลอร์ ถูกเรียกตัวไปเล่นในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในช่วงปรีซีซั่น 2008-09 ก่อนจะได้ประเดิมสนามในศึกบุนเดสลีก้ากับ ฮัมบูร์ก เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2008
ฤดูกาลนั้น “ไอ้นกกระยาง” ลงเล่นในเกมลีกเพิ่มอีก 3 นัด และได้ลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2009 หลังจากที่ถูกเปลี่ยนตัวลงไปในนาทีที่ 72 แทน บาสเตียน ชไวน์สไตน์เกอร์ ในเกมที่ถล่ม สปอร์ติง ลิสบอน 7-1 และเขายังทำประตูสุดท้ายให้บาเยิร์น ถล่มคู่แข่งจากโปรตุเกสรวม 2 นัด 12-1

 

ตอนเดือน ก.พ. 2009 มุลเลอร์ ก็ได้เซ็นสัญญาฉบับแรกกับทีมชุดใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่ฤดูกาล 2009-10 เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมสำรองที่เติบโตมาด้วยกันอย่าง โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ และนับตั้งแต่ หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามาคุมทัพ “เสือใต้” ทั้ง มุลเลอร์ และ บาดสตูเบอร์ ก็ได้ลงเล่นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง และมุลเลอร์ ได้รับคำชื่นชมอย่างมากจาก แกร์ด มุลเลอร์ อดีตตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมนี

กุมภาพันธ์ 2010 มุลเลอร์ ตัดสินใจต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่นในถิ่นอลิอันซ์ อารีน่า ไปจนถึงปี 2013 โดยช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ดาวเตะจอมถล่มประตูมักจะเล่นในตำแหน่งหน้าต่ำ โดยประสานงานร่วมกับฟรองค์ ริเบรี่ และ อาร์เยน ร็อบเบน

โดยในเกมนัดก่อนรองสุดท้ายของซีซั่น มุลเลอร์ ทำแฮตทริกแรกให้กับ “เสือใต้” ในเกมที่ชนะ โบคุ่ม 3-1 และช่วยให้ยักษ์ใหญ่แห่งบาวาเรียคว้าแชมป์บุนเดสลีก้ามารองได้สำเร็จ โดยเจ้าหนูวัย 20 ปีลงเล่นในเกมลีกครบทั้ง 34 นัด โดยเป็นตัวจริงถึง 29 ครั้ง และทำไป 13 ประตูบวกกับช่วยผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูอีก 11 ครั้ง

และต่อมา โธมัส มุลเลอร์ ก็ทำอีก 1 ประตูและแอสซิสต์อีก 2 ครั้งให้ บาเยิร์น ถล่มแวร์เดอร์ เบรเมน 4-0 ในรอบชิงชนะเลิศเดเอฟเบ โพคาล ซึ่งทำให้ทีมของ ฟาน กัล คว้าดับเบิลแชมป์ได้สำเร็จ และนั่นทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่ทำประตูสูงสุดให้กับทีมในฤดูกาล 2009-10

มุลเลอร์ พลาดโอกาสที่จะคว้าทริปเปิลแชมป์กับตั้นสังกัดอย่างน่าเสียดาย เมื่อพวกเขาพ่ายให้กับ อินเตอร์ มิลาน ยุค มูรินโญ่ ในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงมาดริด ซึ่งเกมดังกล่าว เสือใต้ พ่ายแท็คติกของจ่ามู ไปอย่างราบคาบ 0-2

ปรากฎว่าทั้งซีซั่นดาวโรจน์รายนี้ ลงเล่นไป 52 เกมและทำได้ 19 ประตูในทุกถ้วย และได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ “คิกเกอร์” แม็กกาซีนลูกหนังเล่มดังของเมืองเบียร์ จากการโหวตของเพื่อนร่วมอาชีพ

แม้ว่าจะลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก แต่ มุลเลอร์ ก็แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว เริ่มจากทำประตูแรกในทีมชาติชุดใหญ่ในเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่ง “อินทรีเหล็ก” ถล่ม ออสเตรเลีย 4-0 จากนั้น มุลเลอร์ ก็ทำ 2 ประตูในนัดที่ชนะอังกฤษอย่างขาดลอย 4-1
ตามด้วยการทำอีกประตูในนัดที่ต้อน “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนติน่า ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนที่จะโชคร้ายหมดสิทธิ์ลงเล่นในรอบตัดเชือก เพราะติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบโควต้า และทีมของ เลิฟ ก็ต้องพ่ายให้กับ สเปน หวุดหวิด 0-1
 มุลเลอร์ กลับมาลงเล่นได้อีกครั้งในนัดชิงที่ 3 ซึ่งเขาก็ทำประตูที่ 5 ได้สำเร็จ ในเกมที่เยอรมนี เฉือนชนะ อุรุกวัย 3-2 และนั่นทำให้ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการฟุตบอลเยอรมันเป็นดาวซัลโวเท่ากับดาวิด บีย่า, เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์
และ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน แต่ มุลเลอร์ คว้ารางวัลรองเท้าทองคำมาครองเพราะทำแอสซิสต์มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นทั้ง 4 คน ไม่เพียงเท่านั้น เขายังคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลกไปอีกหนึ่งตำแหน่ง

 

ปัจจุบันซุป’ตาร์ยูโร  : โธมัส มุลเลอร์ แข้งตัวกลั่นเมืองเบียร์โธมัส มุลเลอร์ หวนติดทัพ “อินทรีเหล็ก” ทีมชาติเยอรมนี อีกครั้งในรอบกว่า 2 ปี หลังจากที่กุนซือ โยอาคิม เลิฟ กลืนน้ำลายตัวเองเรียกตัวเขากลับมาช่วยทีมทำศึกฟุตบอลยูโร 2020

นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2018 เลิฟ ประกาศที่จะไม่เรียกตัว มุลเลอร์ ติดทัพอินทรีเหล็กอีกแล้ว แต่สุดท้ายต้องกลับลำมาหวังอาศัยประสบการของดาวเตะจอมเก๋าวัย 31 ปีในการไล่ล่าแชมป์ยุโรป

มุลเลอร์ รับใช้ทีมชาติเยอรมันไปแล้วมากกว่า 100 นัด และทันทีที่เขาได้กลับมาติดธงอีกครั้งก็สวมวิญญาณเพชฌฆาตสังหารตาข่ายได้ทันทีในเกมลับแข้งถล่ม ลัตเวีย 7-1 พร้อมกับแอสซิสต์ด้วย

นับเป็นประตูแรกของมุลเลอร์กับทีมชาติเยอรมนีนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 และยังนับเป็นแอสซิสต์แรกของเขากับทัทอินทรีเหล็กนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2017

มุลเลอร์ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นตัวขับเคลื่อนให้ทัพเยอรมนีมีความไหลลื่นในมิติเกมรุกจากสไตล์การเล่นที่คอยเชื่อมเกมกลางสนามไปจนถึงแดนหน้า อีกทั้งยังหาพื้นที่ในการจบสกอร์ได้ถูกที่ถูกเวลา

นั่นคงเป็นเหตุผลที่ โยอาคิม เลิฟ ตัดสินใจฉีกหน้าตัวเองในการเรียกตัว โธมัส มุลเลอร์ กลับมาติดทีมชาติเยอรมนีอีกครั้ง เพื่อความหวังในการคว้าแชมป์ยุโรปให้ได้ในรอบ 25 ปีนั่นเอง

 

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ เฮดโค้ชญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติไทย เมื่อเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไป กระแสการเลือกใช้เฮดโค้ชจากทวีปเดียวกัน เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น จากความเข้าใจในธรรมชาตินักเตะที่มากกว่า ขณะที่ความรู้ทางรูปแบบการเล่น ไม่ได้เป็นรองชาติจากประเทศชั้นนำอีกต่อไป

ขอพาคุณไปรู้จักกับ อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นคนแรกของทีมชาติไทย ผู้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่แก่วงการฟุตบอลแดนสยาม จุดเริ่มต้นบทบาทเฮดโค้ชฟุตบอลของ อากิระ นิชิโนะ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาถูกผลักดันเข้ารับบทบาทโค้ชขัดตาทัพ ของทีมชาติญี่ปุ่นรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี หลังโค้ชคนก่อน โยชิคาซุ นากาอิ (Yoshikazu Nagai) ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปคุมสโมสรในระดับเจลีก

นอกจากจะถูกแต่งตั้งแบบปุบปับ นิชิโนะยังต้องเผชิญหน้ากับงานใหญ่ที่รอเขาอยู่ หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายน ปี 1992 ก่อนการแข่งขันรอบคัดเลือกเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ (AFC Youth Championship) เพียงหนึ่งเดือน

แม้ภาระที่แบกรับของกุนซือหน้าใหม่ จะเป็นงานที่แสนยาก แต่นิชิโนะแสดงถึงความมุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ด้วยการพานักเตะในทีมไปเก็บตัวที่ประเทศเกาหลีใต้ อันเป็นสถานที่จัดการแข่งขันรอบคัดเลือก ก่อนเวลาถึงหนึ่งเดือน เพื่อชดเชยเวลาการเตรียมตัวที่น้อยกว่าปกติ

โชคร้ายที่การเตรียมพร้อมดังกล่าว กลับเปิดโอกาสให้โค้ชทีมชาติเกาหลีใต้ แอบไปถ่ายวิดีโอ เพื่อเก็บข้อมูลการฝึกซ้อมของทีมชาติญี่ปุ่นมา ในฐานะที่ผมเคยเล่นฟุตบอลกับนักศีกษาชาวเกาหลีใต้ ซึ่งผมคิดว่ามีฝีมือมากกว่าพวกเขาในตอนนี้ นิชิโนะในวัย 37 ปี ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน

ในฐานะที่ผมเคยเล่นฟุตบอลกับนักศีกษาชาวเกาหลีใต้ ซึ่งผมคิดว่ามีฝีมือมากกว่าพวกเขาในตอนนี้” นิชิโนะในวัย 37 ปี ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน ไม่ว่าผลดีที่นิชิโนะหมายถึงคืออะไร เขาสามารถพาทีมชาติญี่ปุ่นบุกเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ 1-0 นับเป็นชัยชนะครั้งแรกของทัพซามูไรบลู ที่มีต่อทีมโสมขาว ในการแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี

ความพ่ายแพ้นัดดังกล่าว ทำให้ทีมชาติญี่ปุ่นพลาดโอกาสลงแข่งขัน ฟีฟ่า เวิลด์ ยูธ แชมเปียนชิพ (FIFA World Youth Championship) นิชิโนะออกโรงสับนักเตะของตัวเองแบบไม่เกรงใจใคร

ผลงานจากการแข่งขันนัดดังกล่าว ช่วยให้ทีมชาติญี่ปุ่นตีตั๋วเข้าแข่งรายการเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ ปี 1992 ได้สำเร็จ เขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในรอบแรก จนผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับคู่ปรับเก่าอย่าง ทีมชาติเกาหลีใต้ แต่ครั้งนี้ ทีมชาติญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้ไปด้วยผลการแข่งขัน 2-1

นักเตะเสียสติไปในการแข่งขัน และพวกเขาเอาความรู้สึกกลับมาไม่ได้ ผมคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว หลังจากเกมกับเกาหลีใต้ และผมไม่รู้สึกสิ่งใดนอกจากความอ่อนแอของพวกเรา แม้พลาดหวังจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่นิชิโนะใช้คำพูดของเขา ปลุกนักเตะที่เสียสติไปในการแข่งขันนัดก่อน ให้กลับมาสู้สุดใจอีกครั้งในการแข่งขันนัดชิงที่สาม กับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เพื่อคว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านให้ได้

เราพลาดหวังจากฟุตบอลโลก แต่สี่ปีข้างหน้ามีโอลิมปิกที่แอตแลนต้ารออยู่ และผมคิดว่าการคว้าอันดับสามในการแข่งขันครั้งนี้ คือก้าวแรกสู่โอลิมปิกของเรา เราเคยเล่นกับพวกเขามาแล้วในรอบแบ่งกลุ่ม และเราจะคว้าเหรียญทองแดงกลับประเทศญี่ปุ่น นิชิโนะพูดปลุกใจนักเตะก่อนการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ทีมชาติญี่ปุ่นลงไปเล่นได้อย่างจืดชืดในครึ่งแรก และกลับสู่ห้องแต่งตัวด้วยผลการแข่งขัน 0-0 นิชิโนะเลือกใช้ไม้แข็งสั่งสอนนักเตะของเขาอีกครั้ง เพื่อเตือนสติให้ผู้เล่นเหล่านี้ รู้ถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง พวกคุณควรจะทำได้มากกว่านี้ แสดงความมุ่งมั่นในการแข่งขันออกมาซะ

จากความสำเร็จที่เกินคาดของโค้ชขัดตาทัพ นิชิโนะสามารถครองตำแหน่งเดิมต่อได้อย่างสบาย แต่เขาเลือกลงจากตำแหน่ง และไปทำงานเป็นทีมโค้ชให้กับทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ เพื่อเก็บประสบการณ์ และรอเวลาในการกลับมาสานต่อสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ให้สำเร็จ

มื่อนักเตะตอบรับแรงกระตุ้นของนิชิโนะ ทีมชาติญี่ปุ่นรัวสามประตูในครึ่งหลัง และเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะเหนือทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 3-0 คว้าตำแหน่งอันดับสาม ในการแข่งขันดังกล่าวมาครอง

ปี 1994 นิชิโนะกลับมาสานต่องานที่ค้างไว้อีกครั้ง เขาเข้ามารับงานคุมทีมชาติทีมชาติญี่ปุ่นรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งมีชุดผู้เล่นเป็นกลุ่มเดียวกับที่เขาเคยร่วมงาน ในศึกเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ ปี 1992 โดยมีเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือพาทีมเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก ประจำปี 1996

หลังวางแผนพัฒนาทีมนานหลายปี ความพยายามของนิชิโนะสัมฤทธิ์ผล เขาพาทีมชาติญี่ปุ่นผ่านสู่การแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ

แต่บททดสอบใหม่รอนิชิโนะอยู่ทันทีในการแข่งขัน เมื่อทีมชาติญี่ปุ่นถูกจับให้อยู่กลุ่มเดียวกับ ทีมชาติบราซิล หมายเลขหนึ่งวงการลูกหนังโลกในเวลานั้น และทั้งสองทีมต้องเจอกันในนัดเปิดสนาม

มันเป็นเรื่องยากที่จะคว้าชัยชนะ แต่พวกเรามีแรงปรารถนาเหมือนกับเกมอื่นๆทั่วไป ว่าคุณสามารถทำได้ดีแค่ไหน ในการรับมือกับทีมระดับโลก  นิชิโนะกล่าวก่อนเจอทีมชาติบราซิล

เมื่อการแข่งขันจริงมาถึง แฟนบอลในสนามกว่าสี่หมื่นราย ต่างตื่นตาตื่นใจไปกับระบบเพรสซิ่งที่ไม่มีหยุดของทีมชาติญี่ปุ่น นักเตะทุกคนต้องลงมาเล่นเกมรับ และพร้อมที่จะวิ่งไปสู่แดนฝั่งตรงข้าม หากได้จังหวะสวนกลับ ทุกคนต้องพร้อมที่จะเข้าปะทะ และช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม

ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยไม่ทำงานหนัก นิชิโนะเชื่อมั่นแบบนั้น เขาสั่งให้นักเตะของตัวเองฝึกซ้อมอย่างหนัก โดยไม่หยุดพัก เพื่อมั่นใจว่าจะฟิตมากพอสำหรับการแข่งขันจริง

สุดท้าย ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะบราซิล ไม่สามารถเอาชนะทีมเวิร์คของพวกเขาได้ ทีมชาติญี่ปุ่นคว้าชัยชนะด้วยผลการแข่งขัน 1-0 เหตุการณ์ครั้งนั้นถูกเรียกขานว่า “ปาฏิหาริย์แห่งไมอามี่” และจารึกชื่อของนิชิโนะ สู่หน้าประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลญี่ปุ่นทันที

อย่างไรก็ตาม นิชิโนะไม่สามารถทำฝันของเขาให้เป็นจริงได้ หลังเปิดตัวอย่างร้อนแรงด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เจลีก คัพ ในปี 1999 เขาถูกไล่ออกจากตำแหน่งในปี 2001 หลังหมดลุ้นแชมป์ในการแข่งขันทุกรายการ

ความล้มเหลวไม่ได้ทำให้นิชิโนะย่อท้อ เขาเดินหน้าต่อด้วยการย้ายไปคุมทีมกัมบะ โอซาก้า (Gamba Osaka) ในปี 2002 ช่วงเวลานั้นเอง ที่เขาได้เรียนรู้ระบบการเล่นรูปแบบใหม่ ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ผมได้รับอิทธิพลอย่างมากจากแผนของ กุส ฮิดดิงก์ ในศึกฟุตบอลโลก ปี 2002 เขาให้ความสำคัญกับระบบการเล่น มากกว่าผู้เล่นในทีม

เมื่อนิชิโนะได้เห็นรูปแบบการเล่น 3-4-3 ที่ฮิดดิงก์ใช้ระหว่างการแข่งขันดังกล่าว เขารู้ทันทีว่านี่คือระบบการเล่นฟุตบอลที่ใช่ สำหรับนักเตะชาวเอเชีย สิ่งที่นิชิโนะทำหลังจากนั้น คือการผสานศาสตร์ของโลกตะวันตก และตะวันออกเข้าด้วยกัน เขานำรูปแบบการเล่นที่มีประสิทธิภาพจากยุโรป ผสานเข้ากับความมุ่งมั่น และการทำงานหนักอย่างเหลือเชื่อในสนามซ้อมของชาวเอเชีย

ระบบดังกล่าวส่งผลให้นิชิโนะประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลกับกัมบะ โอซาก้า ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เจลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อปี 2005 ก่อนในอีก 3 ปีถัดมา เขาพาต้นสังกัดคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก (AFC Champions League) ทำผลงานเป็นเฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นรายแรก

จุดเริ่มต้นของโค้ชที่ทำงานของตัวเองอย่างตั้งใจ นิชิโนะคงไม่คาดคิดว่าวันหนึ่ง เขาจะก้าวเป็นตำนานของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น  จากความสำเร็จที่กล่าวมา นิชิโนะจึงไม่ใช่เพียงโค้ชที่เปลี่ยนระบบการเล่นฟุตบอลในญี่ปุ่น แต่งานของเขายังส่งอิทธิพลไปถึงวงการฟุตบอลทั่วทั้งทวีป ในฐานะผู้ฝึกสอนฟุตบอลที่เข้าใจจุดเด่นของชาวเอเชียอย่างแท้จริง

อากิระ นิชิโนะเขาถูกมองว่าเป็นโค้ชตกยุค และว่างเว้นจากการคุมทีมไปถึง 3 ปี โอกาสในการพิสูจน์ตัวเองของเขา กลับมาอีกครั้งในปี 2018 เมื่อ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช  ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก เพียงสองเดือน

บังเอิญอย่างน่าประหลาด สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกับปี 1992 เมื่อนิชิโนะถูกเลือกเข้ามารับบทโค้ชขัดตาทัพ โดยมีสภาพเวลาให้เตรียมทีมไม่นาน

คยสร้าผลงานน่าประทับใจมากมาย แต่เวลาผ่านไป 26 ปี นับตั้งแต่ที่เขาคว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านในศึกเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับฟุตบอลยุคใหม่ของเขายังเป็นเครื่องหมายคำถาม ผู้คนไม่มั่นใจนักกับการนำทัพซามูไรบลูของเขา ในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

อย่างไรก็ดี นิชิโนะแสดงความเก๋าในการรับมือกับสถานการณ์ที่กดดัน แม้จะนำมาสู่การตัดสินใจที่สร้างความอื้อฉาว เมื่อทีมชาติญี่ปุ่น จงใจเล่นต่อบอลกันไปมาในแดนหลัง ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย

ระหว่างการแข่งขันกับทีมชาติโปแลนด์ ที่พวกเขาแพ้ 1-0 เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้มีการทำประตูเกิดขึ้นอีก และอาศัยกฎแฟร์เพลย์ที่พวกเขาเป็นต่อทีมชาติเซเนกัล เพื่อผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบต่อไป

หนึ่งปีผ่านไป อากิระ นิชิโนะ ตัดสินใจเซ็นสัญญากับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ และ ทีมชาติไทย U23 ด้วยเป้าหมายพาทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จในการแข่งขันรายการสำคัญหลังจากนี้

การร่วมงานระหว่างทีมชาติไทยกับนิชิโนะ คือก้าวใหม่ที่สร้างความน่าตื่นเต้นให้แก่แฟนบอลชาวไทยทุกคน เพราะทัพช้างศึกไม่เคยใช้งานโค้ชชาวญี่ปุ่นมาก่อน จึงน่าสนใจเป็นอย่างมากว่า ผลงานที่ออกมาหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

แต่อีกด้านหนึ่ง การรับงานครั้งนี้ถือว่าสร้างความท้าทายให้แก่นิชิโนะได้ไม่น้อย เพราะตลอดเวลา 27 ปีที่ผ่านมา ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่เขาตกลงทำงานในต่างประเทศ นี่คือการเริ่มต้นใหม่นี่น่าสนใจสำหรับนิชิโนะเช่นกัน

ดังนั้น เรื่องราวที่รออยู่ด้านหน้าจึงน่าสนใจเป็นอย่างมากว่า นิชิโนะจะนำความสามารถ, ความตั้งใจ และ ประสบการณ์ที่เขาได้รับตลอดระยะเส้นทางการคุมทีมที่ผ่านมา ช่วยเหลือทีมชาติไทยได้มากแค่ไหน

 

cr.mainstand

 

เจอร์เก้น นอร์แบร์ท คล็อพ

เจอร์เก้น นอร์แบร์ท คล็อพ

เยือร์เกิน นอร์แบร์ท คล็อพ

เจอร์เก้น นอร์แบร์ท คล็อพ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล (แปลว่าฮีโร่, แสงสว่างแห่งทิศเหนือ, แสงสว่างแห่งท้องทะเล) เกิดวันที่ 16 มิถุนายน ปี 1967 ที่เมืองสตุ๊ตการ์ต ในประเทศเยอรมันตะวันตก ส่วนสูง 193 เซนติเมตร

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันก้าวเข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยสถิติที่ยอดเยี่ยมจากการประสบความสำเร็จที่ บุนเดสลีกา และ เป็นที่จดจำในฐานะโค้ชสมัยใหม่ที่มีแนวคิดหัวก้าวหน้า

ประวัติการคุมทีมของเขาน่าสนใจไม่น้อยจากการพา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เถลิงแชมป์ลีก บุนเดสลีกา 2 สมัย, เยอรมัน คัพ 1 สมัย และ เข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาคุมทัพเสือเหลืองตลอด 7 ปี

ในแง่ประวัติของการเป็นนักเตะนั้น คล็อปป์ เคยเล่นให้ ไมนซ์ 05 เพียงทีมเดียวเท่านั้นในการค้าแข้งอาชีพ ตั้งแต่ปี 1990-2001 ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี พร้อมสถิติการถล่มประตูในลีกถึง 52 ลูก

แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อะไรมากมาย แต่เขาก็ค้นพบว่าตัวเขาเองมีความสามารถในความเข้าใจเกมเป็นอย่างดี ซึ่งตัวเขาเคยกล่าวไว้ว่า ผมไม่เคยประสบความสำเร็จในการนำสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในหัวลงไปสนาม ผมมีพรสวรรค์ฝีเท้าแค่ระดับดิวิชั่น 5 แต่มีมันสมองระดับบุนเดสลีกา ผลที่ตามมาผมก็เลยได้เล่นบนลีกดิวิชั่นสอง

ที่กล่าวมาข้างต้นจึงเป็นพื้นฐานการเตรียมตัวที่ดีสู่อาชีพการเป็นโค้ช โดย คล็อปป์ เริ่มคุมทีม ไมนซ์ ในปี 2001 หลังการเลิกเล่นมาอย่างยาวนานร่วม 11 ปี ความสามารถนี้จึงทำให้เขาใช้ประสบการณ์ที่มี ได้เปลี่ยนตำแหน่งจากการเล่นกองหน้าไปสู่ตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ซึ่งทำให้เขาก้าวหน้ามากกว่าเดิมในการค้าแข้ง และส่งผลให้เขาได้ลงเล่นในระดับอาชีพมากกว่า 300 นัด

ในที่สุดการรอคอย 41 ปีของสโมสร ไมนซ์ ก็สิ้นสุดลง เมื่อเขาพา ไมนซ์ เลื่อนชั้นได้สำเร็จเพียงแค่ฤดูกาลที่ 3 ในการคุมทีม โดยเลื่อนชั้นจากการทำให้ ไมนซ์ จบในอันดับสองของ ลีกา 2 เยอรมัน

ในเดือน พฤษภาคม 2008 คล็อปป์ ได้จรดปากกากลายเป็นกุนซือคนใหม่ของสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสัญญา 2 ปี ซึ่งฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม ก็สามารถพา “เสือเหลือง” เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในศึก เดเอฟเบ ซูเปอร์คัพ ได้สำเร็จ และทำทีมจบอันดับ 6 ในตาราง และอันดับที่ 5 ในซีซั่นต่อมา ก่อนที่จะประสบความสำเร็จด้วยการความแชมป์ บุนเดสลีก้า ฤดูกาล 2010-2011 และ 2011-2012

ด้วยผลงานดังกล่าว ทำให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตัดสินใจเลือกเขามารับงานในซัมเมอร์ปี 2008 เพื่อหวังแก้วิกฤตความตกต่ำของทีมที่จบในอันดับ 13 ของซีซั่น

ระหว่างฤดูกาล 2011-2012 คล็อปป์ ทำทีมเก็บ 81 แต้ม สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสร นอกจากนี้ยังทำสถิติคว้า 47 แต้มจากครึ่งฤดูกาลหลังอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอในวันที่ 12 พฤษภาคม 2012 เขาสามารถพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ ทั้งในลีกและบอลถ้วยรายการ เดเอฟเบ โพคาล ประจำฤดูกาล 2011-2012

ฤดูกาล 2012-2013 ดอร์ทมุนด์ ต้องพบกับความยากลำบากในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อพวกเขาถูกจับเข้าไปอยู่ในกลุ่มโหด “กรุ๊ปอ็อฟเดธ” ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด และ อาแจ็กซ์ อย่างไรก็ดี คล็อปป์ สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการไม่แพ้ใครเลยและเข้ารอบต่อไปด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ก่อนที่จะพาทีมทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศพบกับคู่ปรับ บาเยิร์น มิวนิค และพ่ายไปด้วยสกอร์ 1-2 จากประตูชัยของ อาร์เยน ร็อบเบน ในนาทีที่ 89 นั้น

ซีซั่น 2013-2014 คล็อปป์ ได้รับการต่อสัญญาระยะยาวและไปสิ้นสุดเมื่อเดือน มิถุนายน 2018 โดยฤดูกาลนั้นเข้าพาทีมจบอันดับ 2 เป็นรอง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ถึง 19 แต้ม จนกระทั่งในฤดูกาล 2014-2015 เขาประสบปัญหาผู้เล่นเจ็บและฟอร์มตก เป็นเหตุให้ทีมพ่ายยับและร่วงไปอยู่ท้ายตารางนานกว่าหลายเดือน ก่อนที่จะค่อย ๆ ทะยานขึ้นมาสู่อันดับครึ่งบนของตารางได้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2015 คล็อปป์ ได้ประกาศแยกทางกับทีมหลังจบฤดูกาลนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับผลงานที่ย่ำแย่ แต่จะยังคุมทีมจนจบฤดูกาล ก็ดีนอกเหนือไปจากความสำเร็จที่ผ่านมานั้น คือสไตล์การทำทีมของ คล็อปป์ ที่เน้นการเพรสซิ่งอย่างเข้มข้นและฟุตตบอลที่ดึงดูดเร้าใจ ที่ทำให้ทีมที่เขาคุมประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งเขาได้อธิบายไว้

สิ่งที่ผมรักนั้นไม่ใช่ฟุตบอลแบบราบเรียบ แต่เป็นฟุตบอลแบบนักสู้ที่ผมชื่นชอบ สิ่งที่เรามักพูดถึงฟุตบอลอังกฤษที่เยอรมันก็คือ ฝนตกหนัก, สนามที่แข็งกระด้าง, ทุกคนเล่นบอลกันหน้าตาสกปรกมอมแมม พอเตะเสร็จก็กลับบ้าน และก็เล่นฟุตบอลไม่ได้อีกเลยใน 4 สัปดาห์ต่อมา

วันที่ 8 ตุลาคม 2015

คล็อปป์ ได้บรรลุข้อตกลง 3 ปีในการคุม ลิเวอร์พูล แทนที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมไอร์แลนด์เหนือคนเก่า การประเดิมงานครั้งแรกของเขาจบลงด้วยผลการบุกไปเสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ศ 0-0 เมื่อ 17 ตุลาคม 2015 จากนั้นวันที่ 28 ตุลาคม 2015 คล็อปป์ ก็พาทีมชนะเป็นครั้งแรกในเกมเชือด บอร์นมัธ 1-0 ในถ้วย ลีก คัพ ส่งผลให้ทีมเข้ารอบควอเตอร์ไฟน่อลต่อไป

นอกจากนั้น คล็อปป์ ยังเป็นแบรนด์แอมบาสเซเดอร์ให้กับแคมเปญที่ชื่อว่า Respekt! Kein Platz für Rassismus” ที่รณรงค์การเหยียดสีผิวอีกด้วย

ที่ 3 แต้มแรก บนเกม พรีเมียร์ ลีก เกิดขึ้นในเกมที่บุกไปถล่ม เชลซี 3-1 ถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์ และผลงานที่สุดลือลั่นสำหรับพลพรรคเดอะค็อปคงหนีไม่พ้น แมตช์ที่ออกไปสอนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 4-1 ซึ่งกลายเป็นผลการแข่งขันที่ย่อยยับที่สุดในบ้านของทีมเรือใบสีฟ้าในรอบ 12 ปี

คล็อปป์ มีชื่อเสียงในแวดวงโฆษณาในสินค้่าหลายๆ แบรนด์ อาทิ เช่น พูม่า, โอเปิล, และธนาคาร โฟล์คแบงเค่น-ราฟไฟเซ่นแบงเค่น นอกจากนั้น คล็อปป์ ยังมีบทบาทเป็นแบรนด์แอมบาสเซเดอร์ให้กับรถยนต์โอเปิล และประสบความสำเร็จอย่างสูงในการช่วยเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น

 

วอลเลย์บอลหญิง

วอลเลย์บอลหญิง

วอลเลย์บอลหญิง

วอลเลย์บอลหญิง

วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เป็นทีมวอลเลย์บอลหญิงของประเทศไทย เป็นทีมที่มีการพัฒนาการเล่นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในปี ค.ศ. 1998 หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 2002 จึงได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์กรังด์ปรีซ์ในส่วนโควต้าทวีปเอเชียเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ยกเว้นปี ค.ศ. 2007 (ถอนทีมไปแข่งกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ) โดยสร้างผลงานได้ดีที่สุดในปี ค.ศ. 2012 ที่สามารถคว้าอันดับ 4 ของการแข่งขันมาครองได้สำเร็จ

ทีมวอลเลย์บอลหญิงของไทยได้พัฒนาการเล่นมาโดยตลอดจนก้าวขึ้นเป็นทีมระดับแนวหน้าของทวีปเอเชีย โดยคว้าอันดับ 3 การแข่งขัน-วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียได้ 2 ครั้ง ในปี ค.ศ. 2001 และ ค.ศ. 2007 ก่อนสร้างประวัติศาสตร์เมื่อสามารถเอาชนะทีมชาติจีน 3-1 เซต เป็นแชมป์ทวีปเอเชียเป็นครั้งแรกในการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียในปี ค.ศ. 2009 ที่สนามเกวิ่นเงือ ประเทศเวียดนาม ทำให้ได้เป็นตัวแทนทวีปเอเชียไปแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์แกรนด์แชมเปียนคัพในปี ค.ศ. 2009 จากนั้นในปี ค.ศ. 2012 สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้อีกครั้ง เมื่อสามารถคว้าแชมป์วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียนคัพมาครองเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะทีมชาติจีนได้อีกครั้ง 3-1 เซต ที่ประเทศคาซัคสถาน ต่อมาในปี ค.ศ. 2013 สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ในการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศไทย เมื่อสามารถคว้าแชมป์แรกอีกด้วย จากการคว้าแชมป์ทำให้ได้สิทธิ์ไปแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์แกรนด์แชมป์เปี้ยนคัพที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ในฐานะแชมป์ของทวีปเอเชีย โดยสร้างผลงานคว้าอันดับ 5 มาครอง​ ต่อมาในปี 2014 วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง​ โดยการเอาชนะทีมชาติญี่ปุ่นได้​ 3-0เซต​ ในรอบชิงอันดับที่สาม​ ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์2014​ ที่อินช็อน ประเทศเกาหลีใต้​ ซึ่งเป็นเหรียญทองแดงประวัติศาสตร์ของทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยอีกด้วย และในปี 2018 ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย ก็สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งในการผ่านเข้าชิงเหรียญทอง​ ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ ประเทศอินโดนีเซีย แม้สุดท้ายจะพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติจีนแต่ก็เป็นเหรียญเงินครั้งแรกสำหรับกีฬาเอเชี่ยนเกมส์1

รายชื่อผู้เล่น

1.1 รายชื่อผู้เล่นชุดปัจจุบัน
2 หัวหน้าผู้ฝึกสอน
3 ผลการแข่งขัน ปี2564
4 ประวัติการแข่งขัน
4.1 โอลิมปิกเกมส์
4.2 วอลเลย์บอลชิงแชมป์โลก
4.3 เวิลด์คัพ
4.4 เวิลด์กรังด์ปรีซ์
4.5 เนชันส์ลีก
4.6 วอลเลย์บอลเวิลด์แกรนด์แชมป์เปี้ยนคัพ
4.7 วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย
4.8 เอเชียนคัพ
4.9 เอเชียนเกมส์
4.10 วอลเลย์บอลซีเกมส์
4.11 มงเทรอวอลลีย์แมสเตอส์
4.12 เกาหลี–ไทย โปรวอลเลย์บอลออลสตาร์ซูเปอร์แมตช์
4.13 วอลเลย์บอลอาเซียนกรังด์ปรีซ์
4.14 อันดับโลก
5 รายชื่อนักกีฬาในอดีต
6 ดูเพิ่ม
7 อ้างอิง
8 แหล่งข้อมูลอื่น

ประวัติวอลเลย์บอล กีฬาวอลเลย์บอลถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1895 โดยนายวิลเลียม จี. มอร์แกน และนายเจมส์ ไนท์สมิธ ผู้อำนวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. เมืองฮอลโยค รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศอเมริกา ซึ่งได้เกิดขึ้นเพียง 1 ปี ก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ ครั้งที่ 1 ณ กรุงเอเธนส์ โดยเขามีความคิดที่ต้องการให้มีกีฬาสำหรับเล่นในช่วงฤดูหนาวแทนกีฬากลางแจ้งเพื่อออกกำลังกายพักผ่อนหย่อนใจยามหิมะตก

เขาได้เกิดแนวความคิดที่จะนำลักษณะและวิธีการ เล่นของกีฬาเทนนิสมาดัดแปลงใช้เล่น จึงใช้ตาข่ายเทนนิสซึ่งระหว่างเสาโรงยิมเนเซียม สูงจากพื้นประมาณ 6 ฟุต 6 นิ้ว และใช้ยางในของลูกบาสเกตบอลสูบลมให้แน่น แล้วใช้มือและแขนตีโต้ข้ามตาข่ายกันไปมา แต่เนื่องจากยางในของลูกบาสเกตบอลเบาเกินไป ทำให้ลูกบอลเคลื่อนที่ช้าและทิศทางที่เคลื่อนไปไม่แน่นอน จึงเปลี่ยนมาใช้ลูกบาสเกตบอล แต่ลูกบาสเกตบอลก็ใหญ่ หนักและแข็งเกินไป ทำให้มือของผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ

จนในที่สุดเขาจึงให้บริษัท Ant G. Spalding and Brother Company ผลิตลูกบอลที่หุ้มด้วยหนังและบุด้วยยาง มีเส้นรอบวง 25-27 นิ้ว มีน้ำหนัก 8-12 ออนซ์ หลังจากทดลองเล่นแล้ว เขาจึงชื่อเกมการเล่นนี้ว่า “มินโทเนตต์” (Mintonette)

ค.ศ.1896 ได้มีการประชุมสัมมนาผู้นำทางพลศึกษาที่วิทยาลัยสปริงฟิลด์ (Spring-field College) นายวิลเลียม จี มอร์แกน ได้สาธิตวิธีการเล่นต่อหน้าที่ประชุมหลังจากที่ประชุมได้ชมการสาธิต ศาสตราจารย์ อัลเฟรด ที เฮลสเตด (Alfred T. Helstead) ได้เสนอแนะให้มอร์แกนเปลี่ยนจากมินโทเนตต์ (Mintonette) เป็น “วอลเลย์บอล” (Volleyball) โดยให้ความเห็นว่าเป็นวิธีการเล่นโต้ลูกบอลให้ลอยข้ามตาข่ายไปมาในอากาศ โดยผู้เล่นพยายามไม่ให้ลูกบอลตกพื้น

ค.ศ. 1928 ดร.จอร์จ เจ ฟิเชอร์ (Dr. George J. Fisher) ได้ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกติกาการเล่นวอลเลย์บอล เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลในระดับชาติ และได้เผยแพร่กีฬาวอลเลย์บอลจนได้รับสมญานามว่า บิดาแห่งกีฬาวอลเลย์บอล

ปี ค.ศ. 1895
นายวิลเลียม จี มอร์แกน (William G.Morgan) ได้คิดค้นเกมการเล่นวอลเลย์บอลขึ้น ที่สมาคม Y.M.C.A. ในเมืองโฮลโยค รัฐแมสซาชูเซตส์ (Holyoke, Massachusetts) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้ชื่อ มินโตเนต (Mintonette)

ปี ค.ศ. 1896
ศาสตราจารย์อัลเฟรด ที ฮอลสเตด (Prof.Alfred T.Halstead) ได้เสนอให้เปลี่ยนชื่อจาก “มินโตเนต (Mintonette)” เป็น “วอลเลย์บอล (Volleyball)”

ปี ค.ศ. 1898
ประเทศแคนาดาได้พัฒนากีฬาวอลเลย์บอลเพื่อเป็นกิจกรรมนันทนาการ (Recreation Activity)

ปี ค.ศ. 1905
ศาสตราจารย์เจ ฮาวาร์ด โครเกอร์ (Prof J. Haward Crocher) ได้นำกีฬาวอลเลย์บอลเข้าไปเผยแพร่ในประเทศจีน (China)

ปี ค.ศ. 1908
นายแฟรงกิน เอช บราวน์ (Franklin H.Brown) ได้นำกีฬาวอลเลย์บอลเข้าไปเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น (Japan)

ประวัติวอลเลย์บอล ปี ค.ศ. 1910
นายเอลวู๊ด เอส บราวน์ Elwood S.Brown ช่วยจัดตั้งสมาคมวอลเลย์บอลในประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines)

ปี ค.ศ. 1913
ได้มีการบรรจุกีฬาวอลเลย์บอลเข้าในการแข่งขันกีฬาภาคพื้นตะวันออกไกล (Far Eastern Games) ครั้งที่ 1 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ (Manila, Philippines)

ปี ค.ศ. 1918
ได้กำหนดให้ใช้ผู้เล่นข้างละ 6 คน