ฟุตบอลโลก (fifaworldcup)

ฟุตบอลโลก (fifaworldcup)

ฟุตบอลโลก (fifaworldcup)
ฟุตบอลโลก (fifaworldcup)

ฟุตบอลโลก (fifaworldcup) เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศโดยมีชุดทีมชาติชายร่วมเข้าแข่งในกลุ่มสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ(ฟีฟ่า) การแข่งขันจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี เริ่มครั้งแรกในปี ค.ศ.1930 ใน ฟุตบอลโลก 1930 ยกเว้นในปี ค.ศ. 1942 และ 1946 ที่งดเว้นไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทีมชนะเลิศการแข่งขันครั้งล่าสุดคือทีมชาติฝรั่งเศษที่ชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

รูปแบบการแข่งขันในปัจจุบัน การแข่งขันประกอบด้วย 32 ทีม เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในสถานที่จัดงานของประเทศเจ้าภาพ ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณ 1 เดือน การแข่งขัน 32 ทีมสุดท้ายนี้เรียกว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ส่วนในรอบคัดเลือกที่แข่งขันก่อนหน้านั้น ในปัจจุบันจะต้องใช้เวลาร่วม 3 ปี เพื่อตัดสินว่าทีมใดที่จะร่วมเข้าแข่งกับทีมประเทศเจ้าภาพ

ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 21 ครั้ง มีชาติที่ชนะในการแข่งขัน 8 ชาติ ได้แก่ ทีมชาติบราซิล ชนะ 5 ครั้ง และเป็นทีมเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขันในทุกครั้ง ส่วนทีมชาติอื่นที่ชนะการแข่งขันคือ ทีมชาติอิตาลี และทีมชาติเยอรมนี ชนะ 4 ครั้ง, ทีมชาติอาร์เจนตินา ทีมชาติอุรุกวัย และทีมชาติฝรั่งเศส ชนะ 2 ครั้ง และทีมชาติอังกฤษและทีมชาติสเปน ชนะ 1 ครั้ง

การแข่งขันฟุตบอลโลกถือเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก มีผู้ชมราว 715.1 ล้านคนในการแข่งขันนัดตัดสินการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ที่จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี

รูปแบบการแข่งขันรอบคัดเลือก

รูปแบบการแข่งขันรอบคัดเลือกตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ 1934 ก็เริ่มมีการจัดการแข่งขันคัดเลือกเพื่อจำกัดทีมในรอบสุดท้ายให้น้อยลง  จัดในเขตการแข่งขันทั้ง 6 เขตของฟีฟ่า (แอฟริกา, เอเชีย, อเมริกาเหนือและกลางและแคริบเบียน, อเมริกาใต้, โอเชียเนีย, และยุโรป) ตรวจสอบโดยสมาพันธ์ที่เกี่ยวข้อง ในการแข่งขันในแต่ละครั้ง ฟีฟ่าจะกำหนดล่วงหน้าเรื่องจำนวน ว่าจะมีกี่ทีมในแต่ละเขตที่จะได้เข้าสู่รอบสุดท้าย โดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของทีมของสมาพันธ์

กระบวนการคัดเลือก จะเริ่มในเกือบ 3 ปีก่อนที่จะแข่งรอบสุดท้ายและจะสิ้นสุดในช่วง 2 ปีก่อนการแข่งขัน รูปของการแข่งขันรอบคัดเลือกจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสมาพันธ์ โดยปกติแล้ว ที่ 1 หรือ 2 อันดับแรกที่ชนะเพลย์ออฟระหว่างทวีป ตัวอย่างเช่น ผู้ชนะของเขตโอเชียเนีย และที่ 5 ของทีมในโซนเอเชีย

จะแข่งรอบเพลย์ออฟในฟุตบอลโลก 2010 และจากฟุตบอลโลก 1938 เป็นต้นมา ประเทศเจ้าภาพจะเข้าสู่รอบสุดท้ายโดยทันที และทีมแชมป์จะเข้ารอบสุดท้ายเพื่อป้องกันตำแหน่งในระหว่างปี 1938 และ 2002 แต่ในปี 2006 ได้งดไป ทีมบราซิลที่ชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 เป็นทีมแรกที่แข่งขันรอบคัดเลือกเพื่อป้องกันตำแหน่ง

รูปการแข่งขันรอบสุดท้ายปัจจุบัน

รูปการแข่งขันรอบสุดท้ายปัจจุบันมีทีมเข้าแข่งขัน 32 ชาติ ที่จะแข่งขันนานร่วม 1 เดือน ในประเทศเจ้าภาพการแข่งขัน โดยแบ่งเป็น 2 รอบคือ รอบแรก (แบ่งกลุ่ม) และรอบแพ้คัดออกในรอบแบ่งกลุ่ม จะแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมี 4 ทีม โดยมี 8 ทีม

(รวมถึงประเทศเจ้าภาพด้วย) ที่จะถูกเลือกออกมาจากอันดับโลกฟีฟ่า และ/หรือ ผลการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา ทั้ง 8 ทีมจะถูกแยกออกไปในแต่ละกลุ่ม ส่วนทีมที่เหลือจะใส่ลงโถ โดยมากเป็นแบ่งจากเขตทางภูมิศาสตร์ แต่ละทีมในโถจะจับสลากกลุ่มที่อยู่ และตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1998 มีข้อบังคับว่าในแต่ละกลุ่มจะไม่มีทีมจากยุโรปมากกว่า 2 ทีม และมากกว่า 1 ทีม จากสมาพันธ์ฟุตบอลของแต่ละทวีปอื่น

แต่ละทีมในกลุ่มจะแข่งแบบพบกันหมด กล่าวคือแต่ละทีมจะแข่ง 3 นัด กับทีมอื่นในกลุ่มจนครบ ส่วนนัดสุดท้ายของการแข่งขันแบ่งกลุ่มจะแข่งเวลาเดียวกัน เพื่อให้ความยุติธรรมกับทั้ง 4 ทีม ทีมที่มีคะแนนสูงสุด 2 อันดับแรกในกลุ่มจะเข้าสู่รอบแพ้คัดออก โดยคะแนนมาจากการทำคะแนนในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 กำหนดให้ทีมผู้ชนะได้ 3 คะแนน ทีมที่เสมอได้ 1 คะแนน และทีมที่แพ้ไม่ได้คะแนน (ก่อนหน้านี้ ทีมที่ชนะได้ 2 คะแนน)

อันดับของแต่ละทีมในกลุ่ม พิจารณาจาก

1.จำนวนคะแนนในกลุ่ม

2.จำนวนความแตกต่างในการทำประตูในกลุ่ม

3.จำนวนการทำประตูในกลุ่ม

4.ถ้าหากยังอยู่ในระดับเท่ากัน จะพิจารณาเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

4.1จำนวนคะแนนในนัดที่ทีมเหล่านั้นเจอกัน

4.2จำนวนความแตกต่างในนัดที่ทีมเหล่านั้นเจอกัน

4.3จำนวนประตูในนัดที่ทีมเหล่านั้นเจอกัน

5.หากทีมยังอยู่ในระดับเท่ากันอีก หลังจากพิจารณาเกณฑ์ด้านบน จะใช้อันดับโลกฟีฟ่าในการพิจารณา

รอบแพ้คัดออก แต่ละรอบจะแข่งกันเพียงครั้งเดียว โดยจะหลังต่อเวลาพิเศษและยิงลูกโทษหากไม่สามารถทำประตูได้ โดยเริ่มที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย (หรือรอบที่ 2) ผู้ชนะจะเข้าแข่งต่อในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และนำไปสู่รอบรองชนะเลิศ นัดชิงอันดับที่สาม (แข่งจากผู้แพ้ในรอบรองชนะเลิศ) และนัดชิงชนะเลิศ

ถ้วยรางวัล

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 ถึง 1970 ถ้วยรางวัลชูลส์รีเมต์เป็นถ้วยที่มอบให้แก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลโลก เดิมทีเรียกง่ายๆ ว่า เวิลด์คัพ หรือ คูปดูมอนด์ แต่ในปี ค.ศ. 1946 ได้เปลี่ยนชื่อตามประธานฟีฟ่า ที่ชื่อ ชูลส์ รีเมต์ ที่ได้ริเริ่มการแข่งขันครั้งแรก และเมื่อในปี ค.ศ. 1970 เมื่อทีมบราซิลชนะการแข่งขันเป็นครั้งที่ 3 ได้ครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์จากการที่ได้แชมป์ 3 สมัย แต่ในปี ค.ศ. 1983 ถ้วยถูกขโมยไปและไม่มีใครได้เห็นอีกเลย

หลังจากปี ค.ศ. 1970 ก็มีถ้วยรางวัลใหม่ ที่รู้จักในชื่อ ถ้วยรางวัลฟีฟ่าเวิลด์คัพ โดยผู้เชี่ยวชาญของฟีฟ่าที่มาจาก 7 ประเทศ ประเมินจากแบบ 53 แบบ จนสรุปที่ผลงานการออกแบบของนักออกแบบชาวอิตาลีที่ชื่อซิลวีโอ กัซซานีกา (Silvio Gazzaniga) ถ้วยรางวัลใหม่นี้มีความสูง 36 ซม. (14.2 นิ้ว) ทำจากทองคำ 18 กะรัต (75%) น้ำหนัก 6.175 กก. (13.6 ปอนด์) ฐานของถ้วยมีเส้น 2 ชั้น

ทำจากมรกต ในส่วนใต้ฐานของถ้วยรางวัลสลักปีและชื่อของทีมผู้ชนะเลิศฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1974 ผู้ออกแบบอธิบายถ้วยรางวัลนี้ว่า “เส้นที่โดดเด่นจากฐาน ที่หมุนรอบนั้นได้ขยายเพื่อรองรับโลก จากแรงดึงที่เคลื่อนที่ที่โดดเด่นของในส่วนตัวของถ้วยของประติมากรรมนี้ ได้ช่วยให้รูปร่างนักกีฬาดูเคลื่อนไหวไปกับห้วงเวลาแห่งชัยชนะ”

ชาติผู้ชนะไม่ได้กรรมสิทธิ์การครอบครองถ้วยถาวร แต่ผู้ชนะฟุตบอลโลกจะเก็บถ้วยไว้จนกว่าจะถึงการแข่งขันครั้งต่อไป และจะได้ถ้วยจำลองจากทองผสมไปแทน

ในปัจจุบัน สมาชิกทุกคน (ทั้งผู้เล่นและโค้ช) ของทีมใน 3 อันดับแรกจะได้รับเหรียญตรารูปถ้วยฟุตบอลโลก ผู้ชนะได้เหรียญทอง รองชนะเลิศได้เหรียญเงิน และที่ 3 ได้เหรียญทองแดง นอกจากนั้นในปี ค.ศ. 2002 มีการมอบเหรียญที่ 4 ให้ประเทศเจ้าภาพคือเกาหลีใต้ ก่อนหน้าการแข่งขันปี ค.ศ. 1978 จะมอบเหรียญให้กับ ผู้เล่นเพียง 11 คน ในนัดสุดท้ายของการแข่งขันรวมถึงนัดการแข่งขันชิงที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2007 ฟีฟ่าประกาศว่าสมาชิกทุกคนของทีมผู้ชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างปี ค.ศ. 1930 และ 1974 จะได้รับรางวัลย้อนหลังเป็นเหรียญตรา

แรชฟอร์ดอดลงสนาม

แรชฟอร์ดอดลงสนาม

แรชฟอร์ดอดลงสนาม

แรชฟอร์ดอดลงสนาม

แรชฟอร์ดอดลงสนาม ปิศาจแดงยืนยันว่า “มาร์คัส แรชฟอร์ด” จะหมดสิทธิ์ช่วยทีมในช่วงต้นซีซั่น 2021-22 เนื่องจากต้องหยุดพักรักษาอาการบาดเจ็บ กองหน้าดีกรีทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บมาตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว แต่กลับต้องกัดฟันลงเล่นต่อเนื่อง เพื่อช่วยต้นสังกัดในศึกพรีเมียร์ลีก รวมถึงช่วยทีมชาติอังกฤษสู้ศึกยูโร 2020 ที่ผ่านมา

 

ล่าสุด “เดลี เมล์” รายงานว่า แรชฟอร์ด เข้ารับการสแกนหัวไหล่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนทีมแพทย์ลงความเห็นว่า จะต้องผ่าตัดหัวไหล่ในทันที เพื่อยุติอาการบาดเจ็บเรื้อรัง โดยมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้

ซึ่งจากอาการบาดเจ็บดังกล่าว ทำให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะหมดสิทธิ์ลงสนามให้กับ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงปรีซีซั่น 2021-22 และต้องพักยาว 12 สัปดาห์ หรือจนถึงปลายเดือนตุลาคมนี้เป็นอย่างน้อย สำหรับ แรชฟอร์ด ยิงไป 11 ประตูจากการลงสนามให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะที่ในศึกยูโร 2020 ลงสนามไปทั้งสิ้น 5 นัด

 

มีสำนักข่าวออกมาพูดถึงเจ้าตัวเรื่องการผ่าตัดเป็นอย่างมาก และพูดถึงว่าเขาอาจจะไม่ได้ลงเล่น เพราะต้องพักฟื้นก่อนแถมยังบอกว่าเขาอาจจะต้องพักประมาณ 3 เดือนเป็นอย่างมาก ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่มาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาล 2020/21 แต่เจ้าตัวอาศัยการฉีดยา และฝืนลงสนามมาโดยตลอด เนื่องจากต้องการติดทัพ “สิงโตคำราม” ไปลุยฟุตบอลยูโร 2020 ก่อนที่จะต้องผิดหวัง พ่ายแพ้ อิตาลี ในการดวลจุดโทษของรอบชิงชนะเลิศ

มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอกตัวเก่งของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมขึ้นเขียงผ่าตัดหัวไหล่ และจะต้องพักอย่างน้อยราว 3 เดือน จากการรายงานของ บีบีซี สื่อชั้นนำในอังกฤษ ตามการรายงานระบุว่าศูนย์หน้าวัย 23 ปีรายนี้ จะต้องพักยาวถึง 3 เดือน

และจะกลับมาช่วย “ปีศาจแดง” ได้อีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเจ้าตัวจะพลาดการลงเล่นในเกมลีกอย่างน้อยใน 10 เกมแรก รวมไปถึงรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อีกด้วย

 

มาร์คัส แรชฟอร์ด ถูกแฟนบอลบางกลุ่มด่าทอ บูลลี และเหยียดผิว อย่างหนัก หลังจากที่เขาเป็นหนึ่งในคนที่สังหารจุดโทษพลาดในรอบชิงฯ ยูโร 2020 ที่ อังกฤษ พ่ายแพ้อิตาลี อย่างไรก็ตาม มีการออกมาสนับสนุนเจ้าตัวให้ผ่านพ้นเรื่องดังกล่าวไปให้ได้ จากแฟนบอลของทีม “ผีแดง” รวมไปถึงคนใกล้ชิด

นิค สกอตต์ ชายชาวอังกฤษวัย 50 ปี ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมข้อหาโพสต์ข้อความในโลกโซเชียลเหยียดผิว มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ หลังจบเกมนัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ออกมายอมรับว่าเขาจำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไป เนื่องจากตอนนั้นอยู่ในอาการมึนเมา พร้อมยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นพวกชอบเหยียดผิว และขอร้องให้กองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้อภัยในการกระทำของเขาด้วย

 

จากรายงานระบุว่า สกอตต์ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมข้อหาโพสต์ข้อความเหยียดนักเตะ “สิงโตคำราม” หลังจบเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น โพสต์ข้อความเหยียด แรชฟอร์ด ทันทีที่ดาวยิง “ผีแดง” ยิงจุดโทษไม่เข้า โดยหลังถูกจับกุม เจ้าตัวยังคงปฏิเสธ ก่อนจะรับสารภาพในเวลาต่อมา โดยระบุว่าเขาส่งข้อความดังกล่าวไปโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมา สกอตต์ เผยผ่าน “เดอะ ซัน” สื่อดังในแดนผู้ดีว่า “ตอนนั้นผมเมามาก และจำไม่ได้เลยว่าทำอะไรลงไปบ้าง แต่ถ้าผมทำแบบนั้นจริง ผมก็อยากให้ มาร์คัส รู้ส่าผมเสียใจและอยากขอโทษเขาจากใจจริง เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก จากสิ่งที่เขาทำให้กับลูก ๆ ของผม และเด็กคนอื่น ๆในประเทศนี้ ด้วยการต่อสู็เพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับประทานอาหารกลางวันฟรีที่โรงเรียน เขาช่วยครอบครัวผม และผมไม่รู้จะขอบคุณเขาอย่างไรเลย ผมไม่ใช่พวกเหยียดเชื้อชาติ เพราะผมเองก็มีเชื้อสายบางส่วนเป็นชาวแอฟริกาใต้ผิวสี แถมผมก็เคยแต่งงานกับผู้หญิงเยอรมัน

 

ต่อมาเป็นเรื่องราวของมาร์คัสมาร์คัส แรชฟอร์ด สตาร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นเป้าโจมตีของแฟนบอลทั่ว อังกฤษ หลังจากที่ยิงจุดโทษพลาดในเกมรอบชิงชนะเลิศ ยูโร 2020 กับ อิตาลี แม้ผลงานในสนามของเขาอาจจะไม่สม่ำเสมอนักในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะการต้องฝืนลงเล่นพร้อมอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ แต่ผลงานนอกสนามของเขา การมอบสิ่งดีๆคืนแก่สังคมนั้นไม่เคยขาดหายไปเลย

 

ความผิดพลาดครั้งเดียวของเขาทำให้หลายๆคนอาจจะเผลอลืมแล้วก็ได้ว่า พ่อหนุ่มคนนี้เป็นนักฟุตบอลที่มีจิตใจดีขนาดไหน เขาเป็นเสมือนแบบอย่างของนักกีฬารุ่นใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าต่อให้เราจะอยู่ในจุดไหนก็ไม่ควรลืมกำพืดตัวเองและควรช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าเราเสมอ

 

7 โมเม้นท์สุดประทับใจของ แรชฟอร์ด

ในเดือน ธันวาคม 2019 แรชฟอร์ด ผุดไอเดียที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้คนสนับสนุนชุมชนไร้บ้านของ แมนเชสเตอร์ ในช่วงเทศกาลวันหยุด

เขาขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้า เซลฟริดจ์ เพื่อเปิดตัวแคมเปญ ‘In-The-Box’ ซึ่งจะช่วยศูนย์พักพิงคนไร้บ้านที่ใหญ่ที่สุดในเมืองใน ประชาชนทั่วไปนำสิ่งต่างๆที่จำเป็นมาเติมไว้ให้เต็มกล่องก่อนที่มันจะถูกนำไปแจกจ่ายตามศูนย์พักพิงทั่วเมือง

“ผมรักเมืองนี้และซาบซึ้งกับการสนับสนุนทั้งหมดที่เมืองนี้มอบให้ผมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นนี่คือโอกาสของผมที่จะช่วยเหลือผู้ที่อาจไม่มีคริสต์มาส”

“ผมหวังว่าขะได้เห็นผู้คนจำนวนมากมีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้เราสามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างอย่างแม้จริง” มีการบริจาคกล่องมากกว่า 1200 กล่องตลอดเดือนแห่งกรเฉลิมฉลอง โดยที่ แรชฟอร์ด เองได้ไปส่งมอบกล่องด้วยตัวเองถึงมือผู้ยากไร้หลายร้อยกล่องเลย

 

กุมภาพันธ์ 2020 แรชฟอร์ด ได้รับจดหมายจากแฟนรุ่นเยาว์คนหนึ่ง ซึ่งเชิญเขามาเป็นกรรมการในการแข่งขันอ่านบทกลอนที่โรงเรียน เด็กหูหนวกใน แมนเชสเตอร์ จะเขียนบทกวี จะกรุณาอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นผู้ตัดสินสินการแข่งขันและให้มอบรางวัลให้พวกเรา

หลังจากตกลงที่จะไปเป็นผู้ตัดสินการแข่งขัน แรชฟอร์ด ก็เริ่มเรียนภาษามือเพื่อเตรียมพบกับเด็กๆ แข้ง ปีศาจแดง ยังให้คำมั่นว่าจะมอบรางวัลให้ด้วยตนเองหลังจากมาตรการล็อคดาวน์ได้รับการผ่อนผัน

ต่อมาแรชฟอร์ด เขียนจดหมายถึงรัฐบาลเพื่อขอให้ทบทวนโครงการอาหารหลางวันฟรีแก่นักเรียน หลังจากที่โรงเรียนจะต้องปิดตัวลงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 เมื่อปีก่อน นอกจากที่คำร้องของเขาจะทำให้นายกเปลี่ยนใจได้แล้ว เจ้าตัวยังร่วมระดมทุนจัดหาอาหารกลางวันให้แก่เยาวชนที่ยากไร้อีกกว่า 3 ล้านชุดใน อังกฤษ อีกด้วย

 

ต่อมาเป็นตั๋วให้แฟนคนพิเศษ จอห์น เบิร์ค แฟนบอลตัวยงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วางแผนเดินทางไป อังกฤษ เพื่อเฉลิมฉลองหลังจากเอาชนะโรคมะเร็งมาได้หมาดๆ และหวังที่จะมาร่วมชมเกมใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้ได้สักครั้งในชีวิต แรชฟอร์ด ทราบถึงเรื่องราวของชายคนนี้และมอบตั๋วชมเกมกับ ไบร์ทตัน ให้เขาเมื่อช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา แต่นักเตะวัย 23 ปีไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขายังขอออกค่าเดินทางและค่าที่พักพร้อมมอบเสื้อที่มีลายเซ็นต์เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ เบิร์ค อีกด้วย

 

ถักมาเป็นช่วง ยูโร2020 แม้ว่าแรชฟอร์ดจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนอกสนามในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่เขาเป็นหนึ่งในสามผู้เล่นที่ถูกเหยียดผิวอย่างรุนแรง หลังความผิดพลาดรอบชิงทัวร์นาเม้นต์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ภาพเสมือนจริงบนฝาผนังของเขาใน แมนเชสเตอร์ ถูกพ่นทับด้วยข้อความด่าทอก่อนที่ชาวเมืองจะมาร่วมกันเขียนข้อความดีๆแปะทับมันในเวลาต่อมา แม้จะไม่ใช่เรื่องจำเป็นแต่ แรชฟอร์ด ได้ออกมาขอโทษที่พลาดจุดโทษและบอกว่าเขารู้สึกเหมือนทำให้ทุกคนผิดหวังพร้อมขอบคุณทุกแรงใจที่คอยสนับสนุนเขาอยู่เสมอ

 

จากนั้นเป็นช่วงฮาโลวีน ในวันเกิดของเขาเมื่อปี 2018 แรชฟอร์ด จอดรถใกล้กับกลุ่มเด็กๆที่กำลังออกเล่น ‘ทริค ออร์ ทรีต’ ในวันฮัลโลวีน แล้วขอให้พวกเขาร้องเพลง แฮปปี้ เบิร์ดเดย์ ให้ฟัง  ซึ่งเมื่อเด็กๆร้องเพลงตามคำขอ แรชฟอร์ด ก็ตอบแทนด้วยการมอบธนบัตรใบละ 20 ปอนด์ แก่พวกเขาทุกคน

 

หลังจากการก่อการร้ายที่ แมนเชสเตอร์ อารีน่า ในปี 2017 แรชฟอร์ด และเพื่อนร่วมทีม เจสซี ลินการ์ด เดินทางไปที่โรงพยาบาลเด็กแมนเชสเตอร์เพื่อใช้เวลากับเด็กๆที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งคู่นำเสื้อของทีมมามอบให้กับผู้ป่วยทั่วโรงพยาบาลและสร้างช่วงเวลาแห่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ยากจะลืมสำหรับพวกเขาเหล่านั้น

cr.90min

 

 

 

 

 

มาดูนักเตะอายุน้อยมีใครบ้าง

มาดูนักเตะอายุน้อยมีใครบ้าง

มาดูนักเตะอายุน้อยมีใครบ้าง

มาดูนักเตะอายุน้อยมีใครบ้าง

มาดูนักเตะอายุน้อยมีใครบ้าง นักเตะอายุน้อยที่ก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป แถมยังสามารถโชว์ผลงานในระดับสุดยอดชนิดที่รุ่นพี่ ๆ ยังต้องยอมซูฮก พวกเขาคือ 7 แข้งอายุน้อยที่เก่งและเนื้อหอมที่สุดในเวลานี้ การเบียดแทรกเป็น 11 ตัวจริงนั้นยากแล้ว การก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะแกนหลักของทีมตั้งแต่อายุยังน้อยนั้นยิ่งยากเป็นพิเศษขึ้นไปอีก ดังนั้นหากนักเตะคนไหนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมใหญ่ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วล่ะก็ นั่นบ่งบอกถึงความสามารถที่เหนือชั้นกว่านักเตะทั่วไป พวกเขาจะถูกจับตามองในฐานะอนาคตของวงการฟุตบอล 

 

เพราะพวกเขาจะต้องเจอกับด่านหินคือบรรดานักเตะรุ่นพี่ที่นอกจากจะมีฝีเท้าดีแล้วยังมีประสบการณ์มากกว่า แข้งพรสวรรค์สูงที่อายุยังน้อยหลายรายถึงกับต้องถูกส่งไปเล่นในแบบยืมตัวกับทีมที่เล็กกว่าเพื่อให้ได้โอกาสลงสนามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการแข่งขันจริง และการที่ขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในวงการฟุตบอลอาชีพนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนสาหัสมากโดยเฉพาะเมื่อคุณเป็นนักเตะของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ และงานนี้จะยากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัวสำหรับบรรดาแข้งที่ยังอายุน้อย เรามาประเดิมด้วยนักเตะท่านแรกเลย

 

ไค ฮาเวิร์ตซ์ แข้งหนุ่มอายุ 20 ปีชาวเยอรมันได้ลงเล่นให้ทีมเลเวอคูเซ่นมาตั้งแต่อายุเพียงสิบเจ็ดปี และตอนนี้เขาก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมเรียบร้อยแล้ว หรือถ้าจะพูดให้ชัดเจน เขาคือนักเตะตัวความหวังสูงสุดของทีมในเวลานี้เลย  ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่แต่มีความคล่องตัวสูง บวกกับทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยมทั้งการครองบอล การสร้างสรรเกม และการยิงประตู ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะถูกจับจ้องจากบรรดายักษ์ใหญ่ของยุโรป  และเชื่อว่าคงมีการย้ายทีมเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้  ฮาเวิร์ตซ์นั้นเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ซีซั่นก่อนเขายิงให้ทีมไปถึง 20 ประตูจาก 42 นัด และปีนี้ก็ยิงไปแล้วถึง 15 ประตู เป็นกองกลางที่ยิงได้เยอะมากจริง ๆ  ดูจากสไตล์การเล่นแล้ว เขาสามารถขยับไปเล่นเป็นกองหน้าสมัยใหม่ได้สบาย ๆ

 

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เขาคนนี้คือเด็กหนุ่มจากท้องถิ่นของเมืองลิเวอร์พูลที่ได้เดินตามความฝันคือได้ลงเล่นฟุตบอลให้ทีมรัก จากนักเตะฝึกหัดที่เข้าสู่อคาเดมี่ของสโมสรตั้งแต่ 6 ขวบ วันนี้ในวัย 21 ปี เขากลายเป็นแบ๊คขวาระดับโลกไปแล้ว สองปีก่อนนั้น เทรนท์ได้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องด้วยวัยเพียงสิบแปดปีเพราะแบ๊คขวาตัวจริงของทีมบาดเจ็บ เขาค่อย ๆ เรียนรู้ ปรับตัว

และพัฒนาการเล่นจนกลายเป็นหนึ่งในแบ๊คขวาที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้ โดยมีจุดเด่นที่การเติมเกมรุก และการเปิดบอลที่แม่นยำมาก เขากลายเป็นเจ้าของสถิติการแอสซิสต์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกปี 2019 ทั้ง ๆ ที่เล่นในตำแหน่งกองหลัง และยังเดินหน้าทำสถิติการแอสซิสต์อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันนี้เทรนท์อายุ 21 ปี แม้ว่าจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในวัยเพียงเท่านี้ แต่เทรนท์นั้นยังใช้ชีวิตแบบติดดิน เรียบง่าย และขยันฝึกซ้อม ไม่ได้มีท่าทีว่าจะหลงระเริงกับความสำเร็จและเงินทอง ด้วยความเป็นนักเตะท้องถิ่น แถมมีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นเขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมของลิเวอร์พูลในอนาคตอย่างแน่นอน

 

เจา เฟลิกซ์  คือนักเตะหนุ่มชาวโปรตุกีสที่มีอายุเพียง 20 ปี แต่มีค่าตัวในการย้ายจากเบนฟิก้าไปยังแอตเลนติโก มาดริดถึงถึง 126 ล้านยูโร ก่อนการย้ายทีมนั้นเฟลิกซ์เพิ่งจะลงเล่นในลีกสูงสุดของโปรตุเกสแค่ปีเดียว แต่ยิงไปถึง 15 ประตูจากการลงสนาม 26 นัด แถมยังทำแฮตทริกในรายการยูโรป้าลีกได้ด้วย ทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองของเหล่าทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป ก่อนจะเป็นทีมตราหมีที่ทุ่มคว้าตัวเขาไปร่วมทีมเพื่อเป็นตัวแทนของอองตวน กรีซมันน์ที่ย้ายออกไป

แอตเลติโก มาดริดนั้นขึ้นชื่อมากในเรื่องแมวมอง โดยเฉพาะตำแหน่งกองหน้านั้น ทีมตราหมีสามารถนำกองหน้าชั้นยอดเข้าสู่ทีมได้เสมอ การที่ทีมยอมทุ่มเงินขนาดนี้เพื่อเจา เฟลิกซ์ เป็นเครื่องบ่งชี้เบื้องต้นได้ว่านักเตะคนนี้มีดีขนาดไหน เฟลิกซ์ถูกวางตัวให้เป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมใหม่ในทันทีและโชว์ผลงานช่วงเปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็เริ่มเจอปัญหาเรื่องการปรับตัวและอาการบาดเจ็บในช่วงกลางฤดูกาล กระนั้นก็ตาม เขาก็ลงสนามให้ทีมตราหมีไปแล้วถึง 28 นัด ทำไป 6 ประตู ไม่เลวนักสำหรับการย้ายเข้าลีกใหม่ในปีแรก

 

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ในวัยเพียง 19 ปี ฮาแลนด์กลายเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดของโลกไปเรียบร้อยแล้ว นักเตะชาวนอร์เวย์คนนี้ทำสถิติยิงประตูมากกว่าจำนวนนัดที่ลงสนามให้กับดอร์ทมุนด์หลังจากที่เขาเพิ่งย้ายมาจากเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์กเมื่อช่วงเดือนมกราคม ฮาแลนด์นั้นเริ่มต้นการค้าแข้งในลีกนอร์เวย์ ก่อนที่เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ยักษ์ใหญ่จากลีกออสเตรียจะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม เพียงแค่ปีกว่าในลีกออสเตรียเขาก็สร้างชื่อโด่งดังทั่วยุโรปจนตกเป็นเป้าหมายหลักของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายปิศาจแดงก็ต้องอกหักเมื่อเจ้าตัวเลือกที่จะย้ายไปเล่นให้ดอร์ทมุนด์ด้วยเงื่อนไขในสัญญาที่เจ้าตัวพร้อมตีจากทีมได้เมื่อถึงเวลา

ฮาแลนด์ใช้เวลาไม่กี่นาทีในการทำแฮททริกได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามให้ดอร์ทมุนด์ในฐานะตัวสำรอง พลิกสถานการณ์ให้ทีมกลับมาเก็บชัยชนะได้ คงไม่มีการเปิดตัวกับทีมใหม่แบบไหนที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว จนถึงตอนนี้ฮาแลนด์ยิงไปแล้ว 11 ปรตูในบุนเดสลีกาทั้งที่ลงเล่นให้ทีมดอร์ทมุนไปเพียง 10 นัด จับตาดูเด็กหนุ่มคนนี้กันให้ดี ว่าเขาจะสร้างปรากฏการณ์อะไรให้เกิดขึ้นบ้างในวงการฟุตบอลนับจากนี้ไป

 

เจดอน ซานโช่ อดีตเด็กปั้นของเรือใบสีฟ้าคนนี้ น่าจะเป็นดาวรุ่งที่พรสววรค์สูงที่สุดของอังกฤษในเวลานี้ เขาตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้  และทำในสิ่งที่นักเตะอังกฤษส่วนมากไม่ค่อยทำกัน คือย้ายออกมาเล่นในต่างแดนตั้งแต่อายุน้อย และดอร์ทมุนคือทีมที่คว้าเพชรเม็ดงามนี้เข้าสู่ทีมเมื่อปี 2017 ซานโช่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นผู้เล่นแนวรุกชั้นยอด ทั้งความเร็ว เทคนิคการครองบอล การพาผ่านคู่แข่ง การเคลื่อนที่ที่ดี ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่น และการยิงประตู ที่สำคัญคือเขาเล่นได้ดีทั้งสองเท้าด้วย ตอนนี้ในวัยเพียง 20 ปี เขากลายเป็นนักเตะที่ทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปล้วนอยากคว้าตัวไปเล่นให้ แต่ติดตรงที่ดอร์ทมุนเองก็ตั้งค่าตัวเขาเอาไว้สูงตามฝีเท้าด้วยเช่นกัน

ซานโช่ใช้เวลาเพียงปีเศษในการยึดตำแหน่งตัวจริงของดอร์ทมุน แถมเขาแจ้งเกิดเป็นดาวดังของบุนเดสลีก้าได้สำเร็จในวัยเพียงสิบแปดปี โดยฤดูกาล 2018-2019 นั้นซานโช่ได้ลงเล่นในลีกไปถึง 34 นัด และทำไป 12 ประตูใน และในฤดูกาลปัจจุบันเขาก็ทำประตูในลีกไปแล้วถึง1 7 ประตู

 

คีเลียน เอ็มบั๊บเป้ เขาคนนี้คือราชาของบรรดาแข้งอายุน้อยเลยทีเดียว เอ็มบั๊บเป้เป็นนักเตะที่โด่งดังจากการเล่นให้โมนาโคชุดคว้าแชมป์ลีกเอิงในฤดูกาล 2016-2017 ก่อนที่พ่อบุญทุ่มแห่งวงการอย่าง PSG จะดึงตัวเข้าสู่ทีมด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลก วัยปัจจุบันเพียง 21 ปี เขายังเก่งขึ้นได้อีกแถมยังมีเวลาเก็บเกี่ยวความสำเร็จในวงการฟุตบอลได้อีกหลายปี หากพ้นจากยุคสมัยของเมสซี่กับโรนัลโด้เมื่อไหร่ คาดว่าเอ็มบั๊บเป้คงจะมีชื่อกลายเป็นตัวเต็งของการคว้าบัลลงดอร์ในทุก ๆ ปีไปอีกนาน เพราะเขาคือแข้งอายุต่ำกว่ายี่สิบสามปีที่เก่งที่สุดของโลกในเวลานี้

เอ็มบั๊บเป้คือนักเตะที่เก่งระดับหาตัวจับยาก ในตอนที่อายุเพียง 19 ปีนั้นเขาคือผู้เล่นตัวหลักของทีมฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 มาแล้ว จุดเด่นของเขาคือความเร็วที่หาตัวจับยาก เมื่อบวกกับทักษะที่ยอดเยี่ยมในการไปกับลูกฟุตบอล และความยอดเยี่ยมในการจบสกอร์ที่แม่นยำ เฉียบขาด และเยือกเย็น ก็ทำให้ยากนักที่กองหลังทีมไหนจะหยุดเขาได้

 

มาร์คัส แรชฟอร์ด ด้วยผลงานที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ของต้นสังกัดอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะทำให้หลายคนมองข้ามความยอดเยี่ยมของแรชฟอร์ดไปบ้าง แต่เชื่อผมเถอะว่านี่คือนักเตะอายุน้อยที่ฝีเท้าดีมากที่สุดคนหนึ่งของยุโรปในเวลานี้  สถิติที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของเขาคือ จนถึงตอนนี้แรชฟอร์ดยิงประตูใส่บรรดาทีมในกลุ่มบิ๊ก 6 ของพรีเมียร์ลีกครบทุกทีมแล้ว ซึ่งเมื่อนับรวม ๆ กัน แรชฟอร์ดในวัย 22 ปี

ยิงใส่ทีมในกลุ่มบิ๊ก 6 ด้วยกันไปแล้วถึง 16 ประตูทีเดียว  แข้งวัย 22 ปีรายนี้ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตั้งแต่ตอนที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปี และร่วมทีมชาติอังกฤษชุดที่เข้าถึงรอบสี่ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกมาแล้ว เขาเป็นกองหน้ากึ่งปีกที่มีความเร็วสูงมาก เมื่อบวกกับความสามารถเฉพาะตัวและความสามารถในการยิงประตู ทำให้เขาเป็นผู้เล่นเกมรุกที่ดีที่สุดของทีมปิศาจแดงในเวลานี้เลย สถิติล่าสุดในฤดูกาลนี้ของแรชฟอร์ดคือลงเล่นให้ทีมปิศาจแดงไป  31 นัด ยิงไปถึง 19 ประตู

 

อันซู ฟาติ ทีม บาร์เซโลนา คนนี้แจ้งเกิดในทีมฟุตบอลบาร์เซโลนา ด้วยเพียงแค่อายุ 16 ปี โดยถึงแม้ว่าจะได้นั่งเป็นตำแหน่งตัวสำรองของสนามการแข่งขัน แต่ทุกครั้งที่เขาได้กระโดดเข้าไปร่วมเตะ ก็จะสามารถทำประตูให้กับทีมอย่างแน่นอน จึงไม่น่าแปลกใจที่เขานั้น ได้รับความชื่นชอบจากบรรดาแฟนคลับมากมาย ที่ได้เล่นคู่กับนักบอลชื่อดังอย่าง ลีโอเนล เมสซี ซึ่งผลของการฝึกฝนนั้น จัดได้ว่าเป็นเด็กคนหนึ่งที่มีความน่ากลัวสูงอย่างมาก จนทำให้ทีมคู่ต่อสู้จะต้องระวังให้มาก เข้าร่วมการแข่งขันสโมสรเยาวชน 2009 – 2010 เล่นให้กับเอร์เรรา 2010 – 2012 เล่นให้กับเซบิยา 2012 – 2019 เล่นให้กับบาร์เซโลนา ลงเล่นแข่งขันทั้งหมด 3 ครั้ง สามารถทำประตูไปได้มากถึง 2 ครั้ง

 

โรดรีโก้ ทีม เรอัล มาดริด

รู้จักกันดีอยู่แล้วว่า เรอัล มาดริด นั้นเป็นสโมสรที่รวบรวมเหล่าดาวจรัสแสง ของวงการลูกหนังฟุตบอลเอาไว้ ซึ่งโรดรีโก้ ก็เป็น 1 ในดวงดาวที่เปล่งแสดงออกมาได้สว่าง และมีความน่าสนใจมากที่สุดคนหนึ่ง เริ่มต้นชีวิตการเป็นนักบอลอาชีพด้วยอายุ 19 ปี ซึ่งย้ายมาจากกาซานโต้ส

เข้าร่วมทีมการแข่งขันเบอร์นาบิว ด้วยค่าตัวที่สูงมากมหาศาลถึง 45 ล้านยูโร ทั้งที่ตัวของเขายังไม่มีผลงานอะไรในการแข่งขันเลยด้วยซ้ำ แต่นอนนะว่าเมื่อค่าตัวสูงขนาดนี้แล้ว แน่นอนว่าย่อมมีของดีอยู่กับตัวแน่นอน 2002 สโมสรที่เข้าร่วมในลีกเยาวชนเล่นให้กับฟลาเม็งกู 2003 – 2005 เ

ล่นให้กับอูเรกา 2005 – 2009 เล่นให้กับเซลตาบิโก 2009 เล่นให้กับเรอัลมาดริด สโมสรที่เข้าร่วมในลีกอาชีพ 2009 เล่นให้กับเรอัลมาดริด เซ 2009 – 2010 เล่นให้กับเรอัลมาดริด เบ 2010 – 2015

เล่นให้กับไบฟีกา 2010 – 2011 เล่นให้กับโบลตันวอนเดอเรอส์ (ยืมตัว) 2014 – 2015 เล่นให้กับบาเลนเซีย (ยืมตัว) 2015 – 2020 เล่นให้กับบาเลนเซีย 2020 – 2021 เล่นให้กับลีดส์ยูไนเต็ด

 

โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021

โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021

โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021

โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021

โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021 นายฮอร์สต ซีโฮเฟอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี แถลงว่า ดูเหมือนสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) จะพิจารณาเหตุผลในทางธุรกิจเป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรสำคัญกว่าสุขภาพประชาชน การอนุญาตให้การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ มีผู้ชมได้มากถึง 60,000 คน ย่อมทำให้โควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตากระจายไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นัดที่อังกฤษเตะกับสกอตแลนด์เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ชาวสกอตเข้ามาลอนดอนหลายพันคน ในจำนวนนี้เกือบ 2,000 คนที่เข้าชมการแข่งขันเสี่ยงติดโควิดสูง ส่วนชาวฟินแลนด์ที่เชียร์ทีมตนเองแข่งยูโร 2020 ก็ติดโควิดอย่างน้อย 300 คน ขณะนี้อัตราการติดเชื้อรายวันในฟินแลนด์เพิ่มจากราววันละ 50 คน เป็นวันละกว่า 200 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา และตัวเลขน่าจะเพิ่มขึ้นเร็ว

สำหรับนัดอังกฤษ-สกอตแลนด์นั้น ยูฟ่าประกาศผ่านเว็บไซต์ว่าผู้ชมควรปิดปากและจมูกตลอดเวลาที่อยู่ในสนามเวมบลีย์ ยกเว้นมีเหตุผลทางการแพทย์ จะถอดออกได้ก็ต่อเมื่อรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเท่านั้น

สัปดาห์ก่อน ทางการรัสเซียกล่าวโทษว่าสายพันธุ์เดลตาทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตพุ่งขึ้นอีกครั้งในเมืองใหญ่ของประเทศ รวมทั้งเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่มีกำหนดเป็นเจ้าภาพรอบ 8 ทีมสุดท้ายในวันนี้ (2 ก.ค.)

ส่วนระเบียบการชมโดยรวมของยูฟ่า ได้แก่ บังคับสวมหน้ากากทั้งในและรอบสนาม เว้นระยะห่าง 1.5 เมตร นั่งตามหมายเลขที่นั่งที่กำหนดไว้บนบัตรเข้าชม ล้างมือและทำความสะอาดมือด้วยเจลที่จัดไว้ในสนาม หลีกเลี่ยงการจับมือ ไฮไฟว์ กอด และสัมผัสใกล้ชิด ช่วงพักครึ่งควรนั่งอยู่กับที่ ออกจากที่นั่งให้น้อยที่สุด คนที่ไม่สบายหรือมีอาการโควิดไม่ควรมาสนาม ทั้งนี้ สนามแข่งทั้ง 11 แห่งอาจมีข้อกำหนดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไป

ข้อห้ามอื่นๆ ในสนามเช่น ต้องนั่งห่างกัน 1 เมตร มาถึงภายใน 30 นาที หลีกเลี่ยงการกอด แตะมือไฮไฟว์ หรือสัมผัสใกล้ชิดกับคนอื่นๆ ม่เพียงเท่านั้นการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดันก็เล่นเอาผู้ชมทีวีโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่เห็นภาพการแข่งขันวันแรก (จันทร์ 28 มิ.ย.) ผู้ชมนั่งกันเต็มสนามโดยไม่สวมหน้ากาก ที่ชวนย้อนแย้งมากคือเมื่อผู้ชมพากันปรบมือให้กับเดมซาราห์ กิลเบิร์ต นักวิทยาศาสตร์ผู้อยู่เบื้้องหลังวัคซีนโควิดของออกซ์ฟอร์ด ทั้งๆ ที่ผู้ชมการแข่งขันนั่งติดกันโดยไม่สวมหน้ากาก

ต่อมามีข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด โควิด 19 ช่วงฟุตบอลยูโรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากประเทศต่าง ๆที่แฟนบอลพากันไปรับชมที่สนามอย่างสนุกสนาน การแข่งขันฟุตบอลยูโร ซึ่งทีมชาติสกอตแลนด์ ลงเตะรอบแรก พบกับ อังกฤษ ที่สนามเวมบลีย์ ลอนดอน แม้ในสนามจะไม่ได้เปิดให้ผู้ชมเข้าเต็มความจุ แต่พฤติกรรมของกองเชียร์แทบไม่มีการเว้นระยะห่าง การใส่หน้ากากอนามัย และใช้ชีวิตเหมือนปกติในการร้องรำทำเพลงเชียร์ฟุตบอลสุดเหวี่ยง ล่าสุดรายงานข่าวระบุว่า สาธารณสุขสก๊อตแลนด์พบ ผู้ป่วยโควิดรายใหม่สองในสามจาก 1,991 ราย ได้บอกว่าพวกเขาเดินทางลงมาลอนดอนเพื่อชมเกม

ยูโร 2020 – สกายสปอร์ตรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข สกอตแลนด์ เปิดเผยรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศสกอตแลนด์ กว่า 2 ใน 3 จากจำนวน 2,000 เคส มีส่วนเชื่อมโยงการติดเชื้อจากการเข้าไปรับชมการแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2020 ที่ประเทศอังกฤษ

ทั้งนี้หลายๆฝ่าย แสดงความกังวลถึงการจัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร รอบรอง และ รอบชิงฯ ที่เวมบลีย์ จะกลายเป็นคลัสเตอร์แพร่เชื้อครั้งใหญ่ในอังกฤษ และในยุโรปต่อไป โดยเฉพาะปัญหาโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดหนักในเวลานี้

ขณะเดียวกันอีก 55 รายพบติดเชื้อในลานแฟนโซน ในเมืองกลาสโกว์ ขณะที่อีก 38 คนติดเชื้อจากเกมสกอตแลนด์ พบ โครเอเชีย และ อีก 37 คนจากเกม สกอตแลนด์ พบ เช็ก ที่แฮมป์เดนปาร์กนั่นเอง

ถึงแม้ว่าสีสันของกองเชียร์ใน ยูโร 2020 จะยังคงมีให้เห็น เพราะสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป(ยูฟ่า) อนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมเกมใน 11 สนามเจ้าภาพได้ตามจำนวนที่เหมาะสม แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากการเดินทางไปมาของแฟนบอลทั่วยุโรปในยูโรครั้งนี้ก็เริ่มแผลงฤทธิ์กันแล้ว เกมเตะกลุ่มบี ที่เดนมาร์กแพ้เบลเยียม 1-2 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ปาร์เกน สเตเดียม ประเทศเดนมาร์ก มีแฟนบอลถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จำนวนหนึ่ง จากการตรวจหาเชื้อ 4,000 คน โดยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธ์เดลต้า หรือสายพันธ์อินเดีย 3 คน

สิ่งที่น่าห่วง คือ ตอนนี้โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในยุโรปแทนที่สายพันธุ์อัลฟ่า หรือสายพันธุ์อังกฤษ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป เปิดเผยว่า สายพันธุ์เดลต้ากำลังเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในยุโรป และคาดว่าจะมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แทนที่สายพันธุ์อัลฟ่าในเดือนสิงหาคม

มีรายงานว่าในวันที่ 25 มิถุนายน มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 นับเฉพาะในเมืองเซ้นต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ถึง 107 คน ในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ถือเป็นสถิติจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเมืองนั้นๆ ต่อ 1 วัน

ตั้งแต่ที่มีการระบาดของเชื้อมากว่า 1 ปี ถ้ามองภาพสถิติผู้เสียชีวิต ในวันที่ 25 มิถุนายน รวมทั้งประเทศรัสเซีย มีจำนวน 619 ราย เป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีที่แล้ว

ส่วนเซ้น ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดียม ที่ประเทศรัสเซีย มีจำนวนผู้ติดเชื้อจากการไปเชียร์เกมจำนวนมาก โดยเฉพาะแฟนบอลฟินแลนด์ที่ข้ามแดนไปเชียร์ทีมในเกมที่แพ้เบลเยียม เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน หลังจากเดินทางกลับเข้าประเทศตัวเองแล้ว ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อจำนวนหนึ่ง

ไม่ใช่แค่แฟนบอล แม้แต่ในแคมป์ทีมชาติต่างๆ ก็ยังมีผู้ติดเชื้อ บิลลี่ กิลมอร์ กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ ถูกตรวจพบผลเป็นบวก จนต้องกักตัวเพื่อรักษาอาการ ส่วนสกอตแลนด์ก็ตกรอบแบ่งกลุ่มไปแล้ว ทำให้การควบคุมไม่น่าห่วง ในแคมป์ทีมชาติอังกฤษ มีนักข่าวจาก สกาย สปอร์ตส ติดเชื้อ ทำให้ทีมงานของสกาย สปอร์ตสต้องถอนทีมออกจากเซ้นต์เจมส์ ปาร์ก สถานที่เก็บตัวของทีมสิงโตคำรามทันที

จำนวนผู้ติดเชื้อคงไม่จบแค่ในสองสนามที่รัสเซียและเดนมาร์ก เพราะการแข่งขันยังเหลืออีกเกือบครึ่งเดือน เกมเตะรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศ ที่จะไปเตะที่เวมบลีย์ สเตเดียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ รัฐบาลอังกฤษอนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมได้ถึง 60,000 คน ถือเป็นจำนวนแฟนบอลที่เข้าสนามในอังกฤษได้มากที่สุดในรอบ 15 เดือน

ไม่ใช่แค่ยูโรเท่านั้นที่อังกฤษอนุญาตให้แฟนเข้าสนามได้จำนวนมาก แต่การแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ ทั้งเทนนิสแกรนด์สแลม “วิมเบิลดัน” และคริกเก็ตรายการนานาชาติ ก็ให้มีผู้ชมจำนวนมากได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นนโยบายนำร่องเพื่อเปิดให้แฟนเข้าชมกีฬาอื่นๆ ได้จำนวนมากในเร็วๆ นี้

รัฐบาลเยอรมนีมีข้อบังคับว่า ทุกคนที่เดินทางกลับออกจากอังกฤษเพื่อเข้าเยอรมนีจะต้องกักตัว 14 วัน ให้แน่ใจว่าไม่ติดเชื้อก่อนถึงจะอนุญาตให้ใช้ชีวิตตามปรกติได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล ก็อยากให้ทุกประเทศในยุโรปใช้กฎนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้าด้วย

ลขาธิการกระทรวงดิจิตอล วัฒนธรรม สื่อมวลชนและกีฬา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า อังกฤษทำงานอย่างใกล้ชิดกับยูฟ่าและสมาคมฟุตบอลเพื่อวางมาตรการที่ปลอดภัยที่สุดในการอนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมเกมในสนามได้ 

แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในเบอร์มิงแฮมเพียงเมืองเดียวของยุโรป แต่ยังมีอีกหลายสถานที่ทั่วยุโรปไม่น่าคิดมากว่าหลังจบยูโร 2020 ไปแล้ว สถานการณ์โควิด-19 ในยุโรปจะเป็นอย่างไร เพราะขนาดว่าผ่านไปครึ่งทางยังดูไม่น่าไว้ใจ

 

เดวิด มอยส์อยู่ต่อ!!

เดวิด มอยส์อยู่ต่อ!!

เดวิด มอยส์อยู่ต่อ!!

เดวิด มอยส์อยู่ต่อ!!

เดวิด มอยส์อยู่ต่อ!! เดวิด วิลเลียม มอยส์ David William Moyes; เกิด 25 เมษายน ค.ศ. 1963) เป็นอดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมเวสต์แฮมยูไนเต็ด และเคยเป็นอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนและผู้จัดการทีมเพรสตันนอร์ทเอนด์ ในลีกแชมเปียนชิปด้วย

มอยส์เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1963 ที่เมืองกลาสโกว์ของสกอตแลนด์ เคยเป็นนักฟุตบอลในตำแหน่งกองหลัง สังกัดสโมสรต่าง ๆ ในสกอตแลนด์หลายแห่งเช่น เซลติก, เคมบริดจ์ยูไนเต็ด, บริสตอลซิตี เป็นต้น เคยเป็นทั้งผู้จัดการทีม และผู้เล่นของเปรสตันนอร์ธเอนด์ ในฤดูกาล 1998-99 ก่อนจะประกาศยุติการเล่นฟุตบอล

มอยส์มีชื่อเสียงเมื่อเป็นผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน เป็นระยะเวลานานถึง 11 ปี ก่อนจะลาออกมาเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 โดยเข้าแทนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งประกาศยุติการทำหน้าที่เมื่อจบฤดูกาล 2012-13 ในวันพุธที่ 8 พฤษภาคม ปีเดียวกัน หลังจากเป็นผู้จัดการทีมมานานถึง 26 ปีครึ่ง ทั้งนี้ มอยส์ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 3 ของผู้จัดการทีมชาวสกอต ซึ่งทำผลงานได้ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ รองจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และเคนนี แดลกลีช

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดภายใต้การคุมทีมของมอยส์ กลับทำผลงานได้ย่ำแย่ โดยเปิดฤดูกาลมา 6 นัดแรก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเก็บคะแนนไปได้เพียง 7 คะแนน และอันดับตกไปอยู่ที่ 12 เป็นสถิติที่แย่ที่สุดในรอบ 24 ปีของสโมสร โดยจากข้อมูลทางสถิติระบุว่า ในช่วงเวลาที่มอยส์คุมทีมเพียงครึ่งฤดูกาล เขาเสียคะแนนไปมากกว่า ส่วนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเคยเสียจากทั้งฤดูกาล

ค.ศ. 2014 บอร์ดบริหารของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลงมติปลดมอยส์ออกจากตำแหน่ง หลังจากพาทีมไปแพ้เอฟเวอร์ตัน 0-2 ในรายการพรีเมียร์ลีก โดยแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอยู่ในอันดับที่ 7 ของตาราง และมีแนวโน้มว่าจะจบฤดูกาลด้วยอันดับนี้ ซึ่งจะทำให้ไม่ผ่านเข้าไปเล่นในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปี เนื่องจากเหลือการแข่งขันอีก 4 นัดเท่านั้น

แต่งตั้งให้ไรอัน กิกส์ ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดการทีมและผู้เล่น เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะจบฤดูกาล โดยฝ่ายบริหารสโมสรจะจ่ายค่าชดเชยอายุสัญญา ที่ยังคงเหลืออีก 5 ปี เป็นเงิน 10 ล้านปอนด์ เนื่องจากมอยส์เซ็นสัญญาไว้เป็นเวลา 6 ปี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีของสโมสร ที่บอร์ดบริหารลงมติปลดผู้จัดการทีมออก อย่างกะทันหันแบบนี้

เอาเข้าจริงแล้ว ทางสโมสรจะจ่ายค่าชดเชยให้เพียงแค่ 5 ล้านปอนด์เท่ากับแค่ปีเดียวเท่านั้น เนื่องจากในสัญญาระบุว่าหากทำทีมเข้าไปเล่นในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกไม่ได้จะลาออก และมีการเปิดเผยอีกว่าเป็นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั่นเองที่เป็นผู้แนะนำให้ผู้บริหารทีมปลดมอยส์ออก

มอยส์ว่างงานนานอยู่ถึง 10 เดือน ก่อนที่ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ปีเดียวกันนั้น จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมเรอัลโซเซียดัด ในลาลิกา ของสเปน ด้วยสัญญา 18 เดือน แทนที่ ฆาโคบาร์ อาร์ราเซเต ผู้จัดการคนเก่าที่ถูกปลดออกเนื่องจากทำผลงานได้แย่มาก โดยชนะไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จากทั้งหมด 10 นัด

ในการทำหน้าที่นัดที่ 18 มอยส์สามารถทำให้เรอัลโซเซียดัด เอาชนะทีมใหญ่อย่างบาร์เซโลนา ไปได้ 1-0 ประตู จากการทำเข้าประตูตัวเองของผู้เล่นบาร์เซโลนา ฌอร์ดี อัลบา ในนาทีที่ 2 ซึ่งมอยส์ได้นำพาทีมให้รอดพ้นจากการตกชั้นในฤดูกาลนี้ไปได้ ด้วยจบฤดูกาลที่อันดับ 12

แต่ในต้นเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2015 ทางผู้บริหารทีมเรอัลโซเซียดัดตัดสินใจปลดเดวิด มอยส์ ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากทำผลงานได้แย่ เมื่อทีมตกไปอยู่อันดับ 16 ซึ่งเป็นท้ายตารางคะแนน มีเพียง 9 คะแนน และผลงานในระยะหลัง 5 นัดหลังสุด ชนะเพียงนัดเดียว นอกนั้นแพ้ทั้งหมด

ก่อนเปิดฤดูกาล 2016–17 มอยส์เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมซันเดอร์แลนด์ แทนที่ของแซม อัลลาร์ไดซ์ ที่ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ โยกไปคุมทีมชาติอังกฤษ โดยจบฤดูกาลในอันดับที่ 20 ถูกลดชั้นลงไปเล่นใน อีเอฟแอลแชมเปียนชิป และ มอยส์ ได้ลาออกภายหลังสิ้นสุดฤดูกาล 1 วันเท่านั้น

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2017 ทางสโมสรเวสต์แฮมยูไนเต็ด ได้ประกาศตั้งเดวิด มอยส์ เป็นผู้จัดการทีมด้วยสัญญา 6 เดือน เพื่อพาเวสต์แฮมยูไนเต็ดให้พ้นจากการตกชั้นใน ฤดูกาล 2017–18 โดยมอยส์สามารถช่วยให้เวสต์แฮมไม่ต้องตกชั้นโดยสิ้นสุดฤดูกาลในอันดับที่ 13 อย่างไรก็ตามเมื่อจบฤดูกาลทางสโมสรก็ไม่ต่อสัญญาทำให้มอยส์ต้องพ้นจากตำแหน่งผู้จัดการทีม

ผลงานของ เดวิด มอยส์ในการเป็นผู้จัดการทีม

เอฟเวอร์ตัน นำทีมอยู่ในพรีเมียร์ลีก 10 ฤดูกาลติดต่อกัน : ตั้งแต่ฤดูกาล 2002-03 ถึงฤดูกาล 2012-2013 (รางวัลจากประธานสโมสร) ชนะเลิศ ซีเนียร์คัพ 3 สมัย : 2002-03, 2004-05, 2006-07 เข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ 1 สมัย : 2008-09 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ : 2013

 

ข่าวของเดวิด มอยส์ เกี่ยวกับการอยู่ต่ออีก 4 ปี นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เราจะพามาดูว่าข่าวของเขาเป็นอย่างไรบ้าง ดังนี้ เนื่องจากมีข่าวออกมาว่า กุนซือชาวสก็อตแลนด์ ต่อสัญญาคุมทีม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกไปอีก 3 ปี หลังพาทีมผลงานเยี่ยม

เนื่องจากมอยส์ พาเวสต์แฮม ยูไนเต็ด จบอันดับ 6 ของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการเก็บไป 65 แต้ม และคว้าตั๋วไปเล่นในยูโรปา ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวเจรจาเรื่องสัญญาใหม่กับทีมดังจากกรุงลอนดอนตั้งแต่จบฤดูกาล และล่าสุดสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่าเขาได้ต่อสัญญาใหม่กับเวสต์แฮม แล้วด้วยสัญญา 3 ปี

ตอมามีข่าวออกมาเพิ่มเติมว่า มอยส์ได้ต่อสัญญาเพิ่มถึงปี 2024 ทัพเดอะ แฮมเมอร์ส บรรลุข้อตกลงขยายสัญญาใหม่กุนซือสก็อตแลนด์ออกไปเรียบร้อย นายใหญ่ชาวสก็อตแลนด์เข้ามารับตำแหน่งกุนซือต่อจาก มานูเนล เปยเกรีนี ช่วงปลายปี 2019 ขณะที่ทีมทำอันดับจมโซนท้ายของตาราง ก่อนช่วยทีมรอดตกชั้นในฤดูกาลนั้น

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเรื่องการต่อสัญญาใหม่กับ เดวิด มอยส์ ออกไปจนถึงปี 2024 เป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่ฤดูกาลที่ผ่านมาเขาจะพาทีมคว้าชัยไปถึง 19 นัด เก็บไปได้ถึง 65 คะแนนจบอันดับ 6 คว้าโควต้าไปเล่นยูโรป้า ลีก ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้ เดอะ แฮมเมอร์ส ตบรางวัลมอบสัญญาใหม่ระยะยาว 3 ปีให้กับเขาเรียบร้อยแล้ว

 

 

กรานิต ชาก้า

กรานิต ชาก้า

กรานิต ชาก้า

กรานิต ชาก้า

กรานิต ชาก้า กองกลางชาวสวิสใกล้โบกมือลาไอ้ปืนใหญ่ หลังแบไต๋แล้วว่าเตรียมย้ายซบจัลโลรอสซี กองกลางอาร์เซนอล บอกเป็นนัยว่า เขาเตรียมย้ายไปเล่นกับ อาแอส โรมา รายงานระบุว่า โชเซ มูรินโญ กุนซือคนใหม่ของจัลโลรอสซี

ต้องการดึงห้องเครื่องวัย 28 เข้ามาเสริมแดนกลาง และสโมสรก็อยู่ระหว่างเจรจาตกลงค่าตัวนักเตะกับ เดอะ กันเนอร์ส อาร์เซนอลรู้ว่าผมต้องการอะไร ที่นี่ (โรม) มันสวยงามมาก ๆ” ดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

ต่อมามีแหล่ข่าวออกมาพูดถึงนักเตะท่านนี้เรื่องการย้ายไปทีมอื่น แต่เจ้าตัวเหมือนจะบอกปัดไปก่อน ซึ่งไม่ทราบว่าจริงแท้แค่ไหน หลังจากศึกฟุตบอลยูโรเสร็จสิ้นไปก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกรานิต ชาก้า กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ของอาร์เซนอลส่งสัญญาณครั้งสำคัญถึงการย้ายทีมของเขาหลังเกมยูโร 2020 เมื่อคืนที่ผ่านมา

หลังจากที่กรานิต ชาก้า ทิ้งคำใบ้สำคัญว่าเขากำลังจะย้ายไปโรม่า หลังจากช่วยสวิตเซอร์แลนด์ถีบฝรั่งเศสร่วงตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2020 โดยกองกลางอาร์เซนอลได้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังเกมนี้ที่ทั้งสองทีมเสมอกัน 3-3

หลังช่วงต่อเวลาพิเศษและที่สุดแล้วสวิตเซอร์แลนด์เป็นฝ่ายเอาชนะไปด้วยการดวลจุดโทษ เขาโดนสัมภาษณ์โดย Sky Sport Italia หลังเกมและถูกถามว่าเขาจะให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอิตาลีหรือเปล่า

 

จากสัมภาษณ์ของเขากรานิดบอกว่าบอกว่า ภาษาอิตาลียังไม่สำคัญสักเท่าไรในตอนนี้ เลยทำให้แฟนบอลหลายคน รวมถึงนักข่าวหลายสำนักตีความว่านี่อาจจะเป็นความคิดของเขานั่นแหละ เขายังคงพูดภาษาอังกฤษต่อไปและไม่ได้พยายามซ่อนความรู้สึกเกี่ยวกับการย้ายไปทีมโรม่าของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่ใกล้เข้ามาเต็มที

อีกทั้งเขายังให้สัมภาษณ์อีกว่า สำหรับประเทศ ผมคิดว่าทุกคนในสวิตเซอร์แลนด์สามารถภาคภูมิใจในทีมได้เป็นอย่างมาก เพราะการพลิกฟื้นจาก 3-1 ในเกมกับฝรั่งเศสด้วยสปิริตที่น่าเหลือเชื่อนั้นมันน่าทึ่งมาก ตอนนี้เราก็เดินหน้าต่อไป มีสเปนรออยู่ในรอบก่อนรองชนะเลิศและเราเพิ่งจะเล่นกับพวกเขาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

นักข่าวของ Sky Sport Italia ยังต่อยอดคำตอบของเขาที่ว่า ‘ยังไม่ใช่ตอนนี้’ ด้วยการแนะนำโรงเรียนสอนภาษาที่ดีมากในกรุงโรม การเรียนรู้ภาษาใหม่เป็นเรื่องที่น่าสนใจเสมอ ผมเคยเรียนภาษาอังกฤษมาแล้ว ทำไมจะเรียนภาษาอิตาลีไม่ได้ล่ะ? มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนรู้ว่าโรม่ามีความหมายอย่างไร วันนี้ผมเป็นผู้เล่นอาร์เซนอล จากนั้นผมจะตัดสินใจอนาคตของผมหลังจากยูโร

หลังจากเกมเสร็จแล้ว กรานิตยังได้ให้สัมภาษณ์กับ BeIN Sports ว่า มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง เราตามหลัง 2 ประตูแล้วเราก็พลิกกลับมาแล้วพลาดจุดโทษที่ทำลายเราเล็กน้อย ตอน 3-1 เราคัมแบ็คกลับมาได้กับทีมอย่างฝรั่งเศส

เราแสดงให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ของเรา ช่างเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะพูดอะไร ผมคิดว่าใน 10 นาที เราจะคัมแบ็คกลับมาเป็น 3-3 และในช่วง 30 นาทีสุดท้ายในช่วงต่อเวลา เราทำได้ดีขึ้น เราต้องการจบและชนะการแข่งขันก่อนดวลจุดโทษ และในที่สุดเราก็ผ่านไปได้ เรากำลังเขียนประวัติศาสตร์ให้ทีมชาติของเรา ทุกคนในทีมรวมทั้งสตาฟฟ์สามารถภาคภูมิใจกับมันได้เป็นอย่างมาก

ต่อมามูรินโญ่นั้นได้แสดงความชัดเจนตั้งแต่ช่วงแรกที่เขารับงานที่โรม่าว่าชาก้าเป็นเป้าหมายหลักของทัพจัลโลรอสซี่ โดยอดีตกัปตันทีมทัพปืนใหญ่จะมีอายุ 29 ปีในเดือนกันยายนและสัญญาของเขากับอาร์เซนอลจะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2023

แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะมีความต้องการเป็นอย่างมากที่จะย้ายไปร่วมทีมของมูรินโญ่ที่สตาดิโอ โอลิมปิโก้ และในกัลโช่ เซเรีย อา ซีซั่นหน้า เชื่อกันว่าข้อเสนอนี้มีมูลค่า 12 ล้านยูโรบวกกับโบนัส 3 ล้านยูโร

ต่อมาอีกสำนักข่าวได้กล่าวถึงกรานิตว่าเจ้าตัวบอกปัดเรื่องการย้ายทีม เขาเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์เชิงสูงของทีมปืนโต แถมยังยืนยันขอโฟกัสไปที่การรับใช้ชาติในศึกยูโร 2020 เท่านั้น โดยยังไม่คิดถึงเรื่องการย้ายทีมในขณะนี้

กรานิต ชากา ห้องเครื่องวัย 28 ปีของอาร์เซนอล คือหนึ่งในแข้งดังที่ข่าวว่า โชเซ มูรินโญ ว่าที่กุนซือคนใหม่ของโรมา อยากได้ตัวไปร่วมในฤดูกาลหน้า ทำให้สื่อต่างจับจ้องความเคลื่อนไหวของเจ้าตัวเป็นพิเศษ

กรานิดบอกว่า เขาได้อ่านข่าวลือมาบ้าง แต่ตอนนี้กำลังโฟกัสไปที่ทีมชาติเท่านั้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่สำคัญกว่าอาร์เซนอล หรือข่าวทั้งหมดในตอนนี้ ผมยังเหลือสัญญาที่ลอนดอนอีก 2 ปี และพวกเขาก็รู้จักตัวผมดี ซึ่งถ้าเวลานั้นมาถึง เราจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องย้ายทีมอย่างแน่นอน

ล่าสุด ชากา เปิดใจว่า ถึงแม้จะรู้สึกภูมิใจที่หนึ่งในยอดกุนซือแห่งยุคอยากร่วมงานด้วย แต่ในขณะนี้กำลังโฟกัสไปที่ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเท่านั้น

แน่นอนว่ากรานิตได้อ่านข่าวลือมาบ้าง แต่ตอนนี้ผมกำลังโฟกัสไปที่ทีมชาติเท่านั้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่สำคัญกว่าอาร์เซนอล หรือข่าวทั้งหมดในตอนนี้ ผมยังเหลือสัญญาที่ลอนดอนอีก 2 ปี และพวกเขาก็รู้จักตัวผมดี ซึ่งถ้าเวลานั้นมาถึง เราจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องย้ายทีมอย่างแน่นอน

พูดตามตรงนะว่า กรานิตยังไม่ได้ยินสิ่งที่ มูรินโญ พูดถึงผมเลย แต่มันก็ทำให้รู้สึกภูมิใจอยู่บ้าง เพราะทุกคนรู้ดีว่าเขาประสบความสำเร็จมากแค่ไหน และรู้วิธีการคว้าแชมป์เป็นอย่างดี ชากา กล่าวผ่าน Blick.

 

ต่อไปจะพามาทำความรู้จักนักเตะแห่งสโมสรอาเซนอลอย่าง กรานิต ซาก้า กับผลงานของเขาที่ผ่านมาสักเล็กน้อย กรานิต ชาก้า มิดฟิลด์ของ อาร์เซนอล ออกมาพูดถึงผลงานของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าทุกคนมีส่วนต้องรับผิดชอบกับความล้มเหลวกันทั้งนั้น

มีรายงานว่าต้นสังกัดของ ชาก้า ยินดีที่จะปล่อยตัวเขาออกจาก เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม หลังย้ายเข้ามาเมื่อห้าปีที่แล้วและคาดการณ์กันว่าค่าตัวของกองกลางชาว สวิตเซอร์แลนด์ จะอยู่ที่ประมาณ 16 ล้านปอนด์

นักเตะวัย 28 ปีรายนี้ตกเป็นเป้าหมายของ โจเซ มูรินโญ ที่กลับมายัง อิตาลี อีกครั้งกับ โรมา หลังถูก ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้ผลงานของ อาร์เซนอล จะไม่สู้ดีนักแต่ ชาก้า กลับเชื่อว่าฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไปเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขาแล้วก็ว่าได้

เขาได้บอกอีกว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีมและผลงานของคุณก็คงไม่ต่างกับเพื่อนร่วมทีมของคุณมากนัก” ชาก้ากล่าว แน่นอนว่ามันเป็นปีที่ดีสำหรับผม ผมได้ลงเล่นเป็นจำนวนมากและทำผลงานได้ดีเลย แต่จุดจบของฤดูกาลมันน่าขมขื่นและน่าผิดหวังสำหรับเราเหลือเกิน

กรานิต ซาก้า กลายเป็นผู้นำทัพ “แดนนาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในเมเจอร์ทัวร์นาเมนต์ครั้งแรกในรอบ 67 ปีสำหรับ กรานิต ชาก้า มิดฟิลด์กัปตันทีมกระดูกเหล็กวัย 28 ปี หลังดวลจุดโทษโค่นแชมป์โลก “ตราไก่” ฝรั่งเศส ในศึกยูโร 2020

ทั้งเกมดังกล่าว ชาก้า สัมผัสบอลมากถึง 102 ครั้ง และจ่ายบอล 80 ครั้ง มากที่สุดของเกมนี้ พร้อมกับช่วยตัดเกม และสร้างสรรค์โอกาสในเกมรุก รวมทั้งยังเป็นยังเป็นผู้นำที่ช่วยปลุกให้ขุนพลแข้งสวิสเล่นได้อย่างดุดันไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีแชมป์โลกล่าสุด

ในเส้นทางทีมชาติ ชาก้า สามารถเลือกเล่นให้กับแอลเบเนียได้จากครอบครัวที่มีเชื้อสายแอลเบเนียที่อพยพจากโคโซโว ซึ่งพี่ชายเขา เทาลันต์ ชาก้า เล่นให้กับทีมชาติแอลเบเนีย แต่กลับไม่สนใจในตัว กรานิต ชาก้า ทำให้เขาตัดสินเลือกเล่นให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

ชาก้า เริ่มต้นเส้นทางค้าแข้งกับ คอนคอร์เดียบาเซิล เมื่อปี 2000 ก่อนย้ายมาเล่นกับ เอฟซี บาเซิ่ล ตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงชุดใหญ่ช่วงปี 2002-2010 และข้ามฝากไปแจ้งเกิดกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ช่วงปี 2012-2016 ด้วยการเป็นกัปตันทีมอายุน้อยเพียง 23 ปีเท่านั้น ล่าสุดค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล

ชาก้า ได้รับฉายาจากเพื่อนร่วมทีมว่าเป็น “ไอน์สไตน์น้อย” เพราะเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องวิทยาศาสตร์อย่างมาก ขณะเดียวกันเขายังเป็นสเมือน “ไอน์สไตน์ลูกหนัง” แห่งทัพสวิสจากสไตล์การเล่นที่วางบอลยาวได้แม่นยำ และเข้าสกัดคู่แข่งได้หนักหน่วงราวกับนำหลักวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับการเล่นฟุตบอล

ผลงานกับทีมชาติ

สวิสเซอร์แลนด์ ชาก้า เคยพาทีมเยาวชนรุ่นไม่เกิน 17 ปี คว้าแชมป์โลกมาครองอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อปี 2009 ซึ่งอยู่ในชุดเดียวกับ ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์ลูกครึ่งไทย-สวิส ก่อนที่ชาก้าได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เมื่อปี 2011 พร้อมกับพาทีมก้าวมาได้ไกลที่สุดในทัวร์นาเมนต์ยูโร 2020

 

คิงส์ลีย์ โกมัน

คิงส์ลีย์ โกมัน

คิงส์ลีย์ โกมัน

คิงส์ลีย์ โกมัน

คิงส์ลีย์ โกมัน นักเตะแห่งบาเยิร์น มิวนิค นำแหน่ง มิดฟิลด์ เบอร์ 29 มีข่าวออกมาว่าทางสโมสรลิเวอร์พูล ต้องการตัวของเขาเพื่อไปเล่นให้กับทีม แต่ก่อนที่จะมาพูดถึงข่าวของเขา เราจะพามารู้จักข้อมูลของนักเตะท่านนี้เสียก่อนดีกว่า

 ประวัติ Kingsley Coman ( คิงสลี่ย์ โคมัน ) เกิดวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1996 อายุ 22 ปี นักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ส่วนสูง 1.78 เมตร หรือ  5 ฟุต 10.1 นิ้ว ตำแหน่ง ปีก ปัจจุบันเล่นให้กับทีม บาเยิร์นมิวนิก สโมสรชั้นนำแห่ง บุนเดสลีกาลีก เยอรมัน สวมเสื้อหมายเลข 29

 เริ่มต้นเข้าสู่วงการฟุตบอลครั้งแรกปี 2002-2004 กับสโมสรเยาวชน อูว์แอ็ส เซนาร์-มัวซี และย้ายสโมสรมาร่วมเล่นกับ ปารีสแซงต์แชร์กแมง ในปี 2004-2013 เป็นเวลา 9 ปี ต่อมาได้พัฒนาก้าวขึ้นมาค้าแข้งในลีกระดับสูงกับ ปารีสแซงต์แชร์กแมง ในปี 2013-2014

จากนั้นได้ย้ายมาเล่นในลีกอิตาลีร่วมกับทีม ยูเวนตุส ในปี 2014-2017 ระยะเวลา 3 ปี ซึ่งลงเล่นกว่า 15 ครั้ง ระหว่างนั้นถูกยืมตัวมาเล่นใน บุนเดสลีกา เยอรมัน ร่วมกับทีม บาเยิร์นมิวนิก เมื่อปี 2015-2017 และในปี 2017

เป็นนักเตะ บาเยิร์นมิวนิก อย่างเป็นทางการ จนถึงปัจจุบัน สไตล์การเล่นของเขามีความรวดเร็วและมีความสามารถ พรสวรรค์ด้วยเทคนิคการเล่นได้หลายรูปแบบ ในเกมรุกที่พร้อมโจมตีคู่แข่งได้อย่างดุดันทุกครั้งที่เขาลงสนาม

 Coman เริ่มต้นเล่นในทีมชาติฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกในปี 2011-2012 ในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี ปี 2012-2013 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี ปี 2013-2014 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ปี 2013-2015 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ปี 2014-2015 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี และก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ เมื่อปี 2015 มาโดยตลอด จึงเป็นนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสอีกหนึ่งคนที่ร่วมเล่นบ่อยครั้งนั่นเอง 

 

และจากที่ทราบกันมาว่าปีศาจแดงกำลังเดินหน้าเจรจาถึงนักเตะอย่าง คิงส์ลีย์ โดยมีการเข้าหาตัวแทนของอีกฝ่าย และได้พูดคุยเรื่องการย้ายทีม หรือการซื้อตัวมา สาเหตุลิเวอร์พูลได้เริ่มพูดคุยกับตัวแทนของคิงส์ลีย์ โกมัน แล้ว และพ่อของแข้งรายนี้ก็อยากเห็นเขาย้ายไปอังกฤษ

แม้ว่าบาเยิร์น มิวนิค จะพยายามต่อสู้เพื่อรั้งตัวเขาไว้ ทั้งนี้สื่อสิ่งพิมพ์ของเยอรมัน อย่าง Sport1 รายงานว่ามีความสนใจอย่างหนักจากหงส์แดงในตัวแข้งชาวฝรั่งเศสรายนี้ และการติดต่อดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วเนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะมีการย้ายทีมเกิดขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงใดๆ ก็ยังอีกยาวไกลกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากบาเยิร์น มิวนิค ต้องการให้นักเตะวัย 25 อยู่ต่อและต้องการเห็นเขาขยายสัญญาออกไปแทนข้อตกลงปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในปี 2023 ยูเลียน นาเกลส์มันน์

ผู้จัดการทีมคนใหม่ของทัพเสือใต้นั้นเป็นแฟนตัวยงของปีกรายนี้และต้องการให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเมื่อเขาย้ายจากแอร์เบ ไลป์ซิก อย่างเป็นทางการและเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม

จากการที่เขาได้แชมป์บุนเดสลีก้าอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งที่จะรักษาโกมันเอาไว้ แต่ Sport1 ระบุว่าพ่อของดาวเตะจากแดนน้ำหอมกระตือรือร้นที่จะผลักดันการย้ายทีมและต้องการเห็นลูกไปเล่นในพรีเมียร์ ลีก หากตัวนักเตะกระตือรือร้นที่จะย้าย ข้อตกลงก็สามารถทำได้ แต่ลิเวอร์พูลจะต้องทุ่มเงินมหาศาล โดย Gazzetta dello Sport รายงานว่าบาเยิร์นต้องการค่าตัวราวๆ 50 ล้านยูโร (43 ล้านปอนด์)

 

ซึ่งถือว่าเป็นค่าตัวที่บาเยิร์นต้องการเพื่อที่จะได้เจรจากับนักเตะอย่าง คิงส์ลีย์เพิ่มเติมอีกครั้งเพราะเป็นการสอบถามถึงความแน่ใจ และแผนในการอยู่ต่อบาเยิร์นมิวนิคอีก

ปีกจากฝรั่งเศสรายนี้เพิ่งจะมีอายุครบ 25 ปีในเดือนนี้ แต่สามารถคว้าแชมป์ลีกมาแล้วใน 3 ประเทศ ได้แก่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, ยูเวนตุส และบาเยิร์น มิวนิค เขาเป็นตัวจริงในทีมชุดใหญ่ของทัพเสือใต้ตั้งแต่ย้ายมาจากยูเว่ในปี 2015 แต่ก็ไม่ได้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงเสมอไป

ฤดูกาล 2020/21 ที่ผ่านมานั้นเป็นฤดูกาลที่เราได้เห็นโกมันลงเล่นในลีกมากที่สุดให้กับสโมสร เมื่อเขาได้ลงสนามไป 23 นัดในบุนเดสลีก้า และทำไป 5 ประตู นอกจากนี้เขายังได้ลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างสม่ำเสมอเช่นกัน โดยลงเป็นตัวจริง 7 นัดและยิงได้ 3 ประตูในฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป

โกมัน เพิ่งจะอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น แต่ก็คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาแล้วถึง 10 ครั้ง โดยมีแชมป์ลีกทั้งหมดกับการเล่นฟุตบอลอาชีพไม่ว่าจะทั้ง เปแอสเช, ยูเวนตุส และ บาเยิร์น เป็นที่เชื่อว่าดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสกำลังมองหาโอกาสย้ายออกจากบุนเดสลีกา ขณะที่สกาย สปอร์ต เยอรมัน ก็รายงานว่าเขาปฏิเสธสัญญาใหม่จากแชมป์ลีกเมืองเบียร์

ทางสกาย เยอรมัน ระบุว่าความปรารถนาที่จะเล่นในพรีเมียร์ลีก ของ โกมัน เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการตัดสินใจรอบล่าสุดของเขา และนั่นทำให้อนาคตของเขาในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า เป็นที่สงสัยมากยิ่งขึ้น

หงส์แดง ได้รับการพูดถึงว่ากำลังเดินเครื่องเพื่อคว้าตัวปีกซ้ายที่ก็สามารถเล่นทางกราบขวาได้ ด้วยข้อเสนอ 30.1 ล้านปอนด์ ฟลอเรียน เพล็ทเทนเบิร์ก หัวหน้านักข่าวจาก สปอร์ต 1 กล่าวว่า ใช่ ลิเวอร์พูล สนใจที่จะเซ็นสัญญากับเขา และพวกเขากำลังติดต่อกับผู้จัดการส่วนตัวของเขา

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ประเด็นร้อน บาเยิร์น ยังคงต้องการให้เขาต่อสัญญา โดยเฉพาะ นาเกลส์มันน์แต่พ่อของ คิงส์เล่ย์ อยากจะให้เขาย้ายไปเล่นที่อังกฤษ สำหรับ โกมัน ทำไป 8 ประตู และ 15 แอสซิสต์ จาก 39 นัดในฤดูกาล 2020-21 โดยมีค่าเฉลี่ยมีส่วนร่วมกับประตูโดยตรงทุกๆ 109.5 นาทีต่อลูก

จากสำนักข่าวก่อนหน้านั้นได้บอกเอาไว้ว่าทางสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซีกำลังเล็งนักเตะคนนี้เอาไว้ อีกทั้งแพลนของตัว คิงส์ลีย์เองก็อยากจะลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย โกมัน เหลือสัญญากับ บาเยิร์น อีกเพียง 2 ปีเท่านั้น

ทำให้อนาคตของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีข่าวตามให้ความสนใจในตัวดาวเตะเลือดน้ำหอมมากที่สุด แต่ไม่กี่วันก่อนมีข่าวลือว่า เชลซี พร้อมที่จะล่าตัวแข้งวัย 25 ปีเช่นกัน

สกายสปอร์ตส์ เยอรมนี บอกด้วยว่าช่วงที่ผ่านมา โกมัน ไม่มีความสุขกับสถานการณ์ของตัวเองในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า เท่าไหร่นัก เพราะมองว่าทีมไม่ได้เห็นถึงความสำคัญของเขามากเท่าที่ควร

และเขาก็อยากได้ค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้อยู่ในระดับเดียวกับ ลีรอย ซาเน่ ด้วย นอกจากนี้ สื่อเจ้าเดิมก็เสริมว่าหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ โกมัน บอกปัดสัญญาฉบับใหม่ของ บาเยิร์น นั้น เป็นเพราะเขาอยากเล่นใน พรีเมียร์ลีก ดู

ไมเคิล คีตันปรากฏตัวในTheFlash

ไมเคิล คีตันปรากฏตัวในTheFlash

ไมเคิล คีตันปรากฏตัวในTheFlash

ไมเคิล คีตันปรากฏตัวในTheFlash

ไมเคิล คีตันปรากฏตัวในTheFlash จากวงการหนังดีซีคอมมิค DC commics ได้ยินว่าพระเอกแบทแมน BATMAN ไมเคิล คีตัน จะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในบทบาทของมนุษย์ค้างคาวพิทักษ์ความเลวร้ายของก็อตแธม แต่เขาจะปรากฏตัวในรูปแบบไหนเรามาติดตามกัน

เราจะรู้ว่าตำนานอย่าง ไมเคิล คีตัน กำลังเซ็นสัญญารับบทนำในซีรีส์ Batman Beyond เว็บไซต์ Small Screen รายงานว่า Michael Keaton (ไมเคิล คีตัน) ได้เซ็นสัญญาเพื่อกลับมารับบท Bruce Wayne หรือ Batman อีกครั้งในซีรีส์ Batman Beyond ของ HBO Max ซึ่งดัดแปลงมาจากซีรีส์แอนิเมชันอันโด่งดังของ DC

Michael Keaton เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ผู้เป็นที่จดจำจากการรับบท Bruce Wayne หรือ Batman ได้อย่างน่าประทับใจในภาพยนตร์ Batman (1989) และ Batman Returns (1992)

ของผู้กำกับ Tim Burton (ทิม เบอร์ตัน) อีกทั้งจะมารับบทนี้ในภาพยนตร์ The Flash ของ DCEU (DC Extended Universe) ที่มีกำหนดฉายในปี 2022 ด้วย

รายงานดังกล่าวระบุว่า Michael Keaton จะรับบทเป็น Bruce Wayne เวอร์ชันสูงอายุในเมือง Gotham แห่งโลกอนาคต ที่จะเป็นอาจารย์ของ Terry McGinnis ผู้ที่จะกลายมาเป็น Batman คนใหม่ ตามเนื้อเรื่องในซีรีส์แอนิเมชันต้นฉบับของ DC

ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าซีรีส์ Batman Beyond จะมีกำหนดการฉายเมื่อไร แต่มีความเป็นไปได้ว่า Michael Keaton จะถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในนักแสดงสำคัญของแฟรนไชส์ DCEU ในอนาคต

เมื่อปีก่อนมีแหล่งข่าวออกมาบอกว่า ไมเคิล ยืนยันแล้วที่จะกลับมาสวมชุดมนุษย์ค้างคาวอีกครั้งในภาพยนต์ เดอะแฟลช

ก่อนหน้านี้ทางดีซีและวอร์เนอร์ก็มีตัวเลือกอยู่อีกหนึ่งราย ซึ่งก็คือ เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน และเป็นตัวเลือกที่มีเปอร์เซ็นต์สูงเสียด้วย เพราะเจฟฟรีย์เองก็เคยรับบทเป็น โธมัส เวย์น พ่อของ บรู๊ซ เวย์น มา

แล้วในหนัง Batman v Superman: Dawn of Justice ซึ่งก็สอดคล้องกับเส้นเรื่องของ The Flash ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางข้ามเวลาและข้ามไปมิติอื่น ซึ่งในมิติคู่ขนานนั้น โธมัส เวย์น ไม่ได้ถูกยิงตาย แต่เป็นบรู็ซ เวย์น ที่ตาย แล้ว

โธมัส เวย์น ผู้พ่อก็เลยรับช่วงเป็น Batman ต่อจากลูก แต่ท้ายที่สุดบทของ The Flash นั้น จะไม่มีการเอ่ยถึง โธมัส เวย์น โอกาสของ เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน ก็เลยหายไปด้วย

ข่าวว่าทางวอร์เนอร์และ ดีซี เจรจาทาบทามให้ ไมเคิล คีตัน อดีต Batman ในยุค 90s ให้กลับมารับบทเป็น บรู๊ซ เวย์น อีกครั้งในหนังเดี่ยวของ The Flash มาวันนี้นับว่าเป็นข่าวดีของแฟน ๆ รุ่นเก๋าว่า ดีลเป็นผลสำเร็จ ไมเคิล คีตัน ไม่ได้ตกลงแค่จะมาเป็น บรู๊ซ เวย์น แต่เขาจะกลับมาสวมชุด Batman อีกครั้งในวัย 68 ปี ซึ่งอาจจะไม่ได้จบแค่ในหนัง The Flash

เราอาจได้เห็นเขาในหนังอีกหลายเรื่องของดีซีจากนี้ ซึ่งข้อตกลงระหว่างไมเคิล คีตัน และดีซียังไปไม่ถึงจุดนี้ บทบาท Batman ของไมเคิล คีตัน ในรอบนี้ จะทำหน้าที่เสมือน นิก ฟิวรี ในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล เขาจะโผล่มาในบทรับเชิญในหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีซีทุกรายต่อจากนี้ เพื่อเชื่อมโยงแต่ละเรื่องเข้าเป็นจักรวาลเดียวกัน

วอร์เนอร์และดีซีวางกำหนดฉายของ The Flash ไว้วันที่ 3 มิถุนายน 2022 ซึ่งก็ไม่น่าจะฟันธงได้ 100% เพราะโพรเจกต์ก็เผชิญปัญหาเช่นเดียวกับหนังทุกเรื่องในฮอลลีวูดขณะนี้ที่ต้องหยุดชะงักกันไป ถ้ามีข่าวคราวคืบหน้าเกี่ยวกับโปรเจกต์เราจะมีนำมารายงานกันต่อไป

ขณะที่งานคัดเลือกตัวแสดงของ The Flash กำลังเดินหน้าไป งานเขียนบทก็เดินหน้าไปด้วยเช่นกัน คริสตินา โฮดสัน จาก Bumblebee และ Bird of Prey กำลังเร่งปั่นบทอยู่ขณะนี้ ส่วนผู้กำกับนั้น วอร์เนอร์และดีซีเพิ่งได้ตัว แอนดี้ มุสชีตติ

ผู้กำกับที่กำลังมือขึ้นจาก IT มารับหน้าที่ หลังจากคู่หู จอห์น ฟรานซิส ดาลีย์ และ โจนาธาน โกลด์สไตน์ บอกลาโพรเจกต์ไปแล้ว มีเพียง เออร์ซา มิลเลอร์ เจ้าของบท แบร์รี่ อัลเล็น ที่ยังคงอยู่กับโพรเจกต์มาตั้งแต่ตอนที่แสดงใน Justice Leage ยังไม่หายไปไหน

ต่อมา แหล่งข่าวได้นำภาพของไมเคิล คีตัน จากกองถ่ายภาพยนต์ THE FLASH ออกมาให้ทุกคนได้เห็นในบท บรูซ เวย์น

ผู้ใช้ทวิตเตอร์นามว่า NewWestBoy ได้โพสต์ภาพอย่างเป็นทางการจากกองถ่ายภาพยนตร์ The Flash ของ DCEU (DC Extended Universe) ซึ่งเผยให้เห็นภาพของ ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton)

ในบท Bruce Wayne หรือ Batman ที่มาในชุดสูทอันโดดเด่น   นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นภาพของ เอซรา มิลเลอร์ (Ezra Miller) ในบท Barry Allen หรือ The Flash และ ซาช่า แคลล์ (Sasha Calle) ในบท Supergirl ด้วย

หากทุกท่านจำได้ The Flash เป็นภาพยนตร์ฉายเดี่ยวของซูเปอร์ฮีโรควาวเร็วสูงในจักรวาล DCEU ที่ประสบปัญหาขัดข้องจนต้องเลื่อนการพัฒนาโปรเจกต์มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งได้ แอนดี มัสเชียตติ (Andy Muschietti)

ผู้กำกับ It ทั้ง 2 ภาค เข้ามาคุมโปรเจ็กต์ จึงได้เร่งพัฒนาโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง โดยอ้งอิงเนื้อเรื่องคราว ๆ จากคอมิก Flashpoint ซึ่งเป็นหนึ่งในคอมิกเรื่องราวของ The Flash ที่โด่งดังที่สุด  The Flash นั้น ได้วางตัวให้ Barry Allen หรือ The Flash เดินทางข้ามเวลากลับไปช่วยชีวิตแม่ของเขาก่อนที่จะถูกฆาตกรรม ด้วยศักยภาพในการวิ่ง ที่เร็วเสียจนสามารถย้อนเวลาได้ ดัุงที่ปรากฏใน Zack Snyder’s Justice League

ผลกระทบที่ตามมาก็คือ เขาต้องเดินทางผจญภัยในมิติคู่ขนานต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ในทีมผู้สร้างสามารถนำตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ในอดีตกลับมาปรากฏตัวได้

หนึ่งในนั้นคือ ตัวละคร Bruce Wayne หรือ Batman เวอร์ชั่นดั้งเดิมของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ที่รับบท ไมเคิล คีตัน ซึ่งโด่งดังมากเมื่อปี 1989 และได้รับการจดจำมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน

ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน

ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน

ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน

ศึกแย่งชิง แฮร์รี่เคน จากที่ทราบกันมาว่านักเตะชาวอังกฤษ เคน แฮร์รี่ กำลังจะถูกทาบทามไปยังสโมสรต่าง ๆ แถมค่าตัวของเขาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆคล้ายกับการประมูลก็ไม่ปาน หลายคนพูดถึงเคนในทิศทางการเล่นฟุตบอลในแต่ละครั้งของเขา ซึ่งเป็นที่น่าติดตามอย่างมากเลยทีเดียว

 

ข่าวคราวขอย้ายทีมของ แฮร์รี เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษ สั่นสะเทือนไปทั่ววงการลูกหนังโลก หลัง สกาย สปอร์ต ตีข่าวว่าเจ้าตัวพร้อมโบกมือลา ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ เมื่อจบซีซั่นนี้ เพื่อไปแสวงหาความสำเร็จกับทีมอื่นที่ทีมเก่าไม่สามารถให้ได้

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับแข้งวัย 27 ปี เพราะก่อนหน้านี้เคยเปรยแล้วว่าต้องการออกไปหาความท้าทายใหม่ รวมถึงถ้วยแชมป์ประดับอาชีพหลังจาก สเปอร์ส ไม่สามารถให้สิ่งนี้ได้ และรอมานานเกินไปแล้ว

 

ผลงานของ เคน ฤดูกาลนี้ลงสนามไป 33 นัด ยิง 22 ประตู จ่ายให้เพื่อนยิงอีก 13 ตุง แสดงให้เห็นว่าพิษสงยังเหลือร้าย และถึงจะมีข่าวพัวพันกับทีมยักษ์มากมายในอังกฤษ แต่ก็มีโอกาสที่เจ้าตัวจะตีปีกไปค้าแข้งลีกอื่นได้เช่นกัน ดังตัวเลือกที่สื่อวิเคราะห์กันไว้ดังนี้

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
มีข่าวด้วยกันมาอย่างเนิ่นนาน และถึงแม้ “ผีแดง” จะต่อสัญญาใหม่กับ เอดินสัน คาวานี ไปแล้ว แต่พิจารณาจากกองหน้าที่มีซึ่งฟอร์มยังไม่แน่นอนทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวูด คุณภาพของ เคน ก็เหนือกว่าอย่างชัดเจน ขอเพียง แมนฯยู มีเงินประเคนให้ สเปอร์ส ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,450 ล้านบาท) เท่านั้น

แมนเชสเตอร์ ซิตี
แชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซีซั่นล่าสุด ไม่มีปัญหาทางการเงินอยู่แล้วเพราะยินดีจ่ายเต็มที่ให้กับกองหน้าหมายเลข 1 แห่งอังกฤษ ซึ่งเวลานี้พวกเขาก็กำลังมองหาตัวแทนของ เซร์คิโอ อกูเอโร่ ที่หมดสัญญาแยกทางกับทีมหลังจบซีซั่นด้วย และถึงแม้จะเล็ง แจ๊ค เกรียลิช แนวรุกของ แอสตัน วิลล่า เอาไว้ แต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็พร้อมเบนเป้าหมายไปที่ เคน แบบเต็มตัวเพราะสำคัญกว่า

เชลซี
คู่อริร่วมกรุงลอนดอน ถ้าย้ายไปจริงเตรียมตัวรับความโกรธแค้นจากสาวก สเปอร์ส ได้เลย แต่ข้อดีอีกอย่างคือไม่ต้องเดินทางย้ายไปไหนเพราะอยู่ในเมืองกรุง แถมยังมีทีมผู้เล่นชั้นดีอย่าง ฮาคิม ซีเย็ค, ไค ฮาแวร์ตซ, เอ็นโกโล กองเต้ คอยสนับสนุนส่งเสริมด้วย การันตีกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมอย่างแน่นอน

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
ถึงจะสุ่มเสี่ยงต่อการโดนลงโทษเพราะละเมิดกฏ ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ แต่ “เปแอสเช” เจ้าบุญทุ่มแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส ก็พร้อมจ่ายเงินสำหรับกองหน้าฝีเท้าคุณภาพ และสำคัญกว่านั้นคือจะได้ร่วมงานกับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ลูกพี่เก่าผู้รู้ทางกันดีอีกครั้ง รวมถึงการได้ประสานพลังกับ เนย์มาร์ และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่จะช่วยยกระดับฝีเท้าให้ เคน แกร่งกล้าไปกว่าเดิมอีก

 

จากหลายสโมสรข้างต้นที่ได้ยื่นข้อเสนอพร้อมกับค่าตัวแสนแพงลิบลับให้กับ เคน แฮร์รี่นั้นก็ก็มหาศาลมากเลยทีเดียว ต้องรอติดตามว่าเจ้าตัวจะไปอยู่กับสโมสรใด และลูกเล่นของเขาในแต่ละเกมนั้นจะเป็นอย่างไร เพื่อเป็นผลประกอบการพิจารณาของสโมสรนั้นๆด้วย

ก่อนที่ศึกยูโรฟุตบอล 2020 จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่า เคน แฮร์รี่ ถูกยกให้เป็นตัวสร้างความหวังเบอร์หนึ่งของทีมชาติอังกฤษเลยก็ว่าได้ หลังจากที่เขาสามารถทำประตูและแอสซิสต์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

ทางท็อตแนมป์ ฮอตสเปอร์ เป็นต้นสังกัดของตัวเองในรอบล่าสุด แถมยังพกดีกรีดาวซัลโวสูงสุดจากทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลกอีกด้วย

จนถึงตอนนี้ต้องบอกเลยว่าดาวเตะวัย 27 ปีทำผลงานได้น่าผิดหวัง ภายหลังกัปตันทีมชาติอังกฤษยังไม่สามารถทำประตูให้กับทีมในรายการนี้ได้เลย โดยใน 2 เกมแรกของ ยูโร 2020 มันก็ไม่มีนัดไหนที่เขาได้อยู่ในสนามจนครบ 90 นาที

การผ่านบอล
ใน 2 เกมที่ผ่านมามีหลายครั้งที่ เคน พยายามจะถอยลงมาต่ำเพื่อรับบอลไปช่วยเกมรุก แน่นอนว่ามันส่งผลให้เขาไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะมีลุ้นทำประตูได้ง่ายๆ หากเทียบกับการปักหลักอยู่ในแดนหน้า แต่ถ้าเขาช่วยผ่านบอลให้ทีมได้ดีมันก็ยังถือว่าการถอยลงมาต่ำมันไม่เสียหายมากนัก…น่าเศร้าที่การผ่านบอลของเขามันไม่ได้สวยหรูมากนัก

หลังจากนั้น จนถึงตอนนี้ เคน เพิ่งผ่านบอลฅโดยรวมเข้าเป้าเพียงแค่ 68 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หลังจากผ่านบอลไปทั้งหมด 27 ครั้ง แต่เข้าเป้า 18 หน โดยแบ่งเป็นการผ่านบอลระยะไกล 3 ครั้ง, ระยะกลาง 8 หน และระยะสั้น 7 รอบ แถมมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่การผ่านบอลของเขามันเป็นจังหวะสำคัญต่อเกม

การเลี้ยงบอลและครองบอล
1 ครั้ง คือจำนวนการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งของ เคน กับการลงเล่น ยูโร 2020 จนถึงตอนนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังเมื่อเทียบกับว่าเขาเคยทำได้ถึงเฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัดกับการลงเล่นให้ สเปอร์ส ในเกมลีกซีซั่นล่าสุด

แม้ว่าเขาจะเรียกฟาวล์ให้กับ อังกฤษ ได้แล้ว 4 หนจาก 2 เกมที่ผ่านมา แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็จับบอลพลาดไปเองจนทำให้เสียการครองบอลไปง่ายๆ 3 ครั้งเช่นกัน และเขาก็โดนคู่แข่งฉกบอลไปจากเท้าง่ายๆ 2 หนด้วย

จังหวะลุ้นประตู

แน่นอนว่าการทำประตูให้ได้คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของคนเป็นกองหน้า อย่างไรก็ตาม เชื่อหรือไม่ว่าจนถึงตอนนี้ดาวซัลโวสูงสุดของศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่นล่าสุด กลับมีจังหวะพยายามทำประตูเพียงแค่ 3 หนเท่านั้น แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะเพื่อนร่วมทีมผ่านบอลมาไม่ถึงเขา แต่อีกจุดหนึ่งมันก็เป็นเพราะ เคน หาพื้นที่ว่างให้ตัวเองไดไม่ดีเท่าที่ควรด้วย

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวของ เคน ถือว่าต่างกับ แพทริค ชิค หัวหอกตัวเก่งของ เช็ก, ชิโร่ อิมโมบิเล่ กองหน้าทีมชาติอิตาลี และ บรีล เอ็มโบโล่ ศูนย์หน้าทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ในตอนนี้ราวฟ้ากับเหว หลังจากทั้ง 3 คนดังกล่าวมีจังหวะลุ้นทำประตูถึง 10 ครั้ง

ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 1 ร่วมกัน โดยกรณีของ ชิค กับ อิมโมบิเล่ เพิ่งได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ไปเพียง 2 นัดเท่ากับ เคน ด้วย ขณะที่ เอ็มโบโล่ ได้ลงเล่นครบทั้ง 3 เกม   นอกจากนี้ จังหวะลุ้นทำประตู 3 ครั้งของ เคน มันยังไม่มีจังหวะไหนที่เป็นการยิงตรงกรอบจนทำให้ผู้รักษาประตูต้องออกแรงเซฟเลยอีกต่างหาก โดยมี 2 หนที่เขายิงออกนอกกรอบไปเอง ส่วนอีก 1 ครั้งเป็นการติดบล็อกของคู่ต่อสู้นั่นเอง

มีข่าวออกมาเพิ่มเติมว่า แมนเชสเตอร์ ซฺิตี้ ทาบทามการซื้อตัว เคน แฮร์รี่ ยอดดาวยิงของท็อตแนม สเปอร์ ด้วยวงเงินมหาศาลถึง 4,400 ล้านบาท แถมยินดีส่งนักเตะดาวดังคนนี้ให้แบบฟรีๆไปเลย

หลังจากที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรแชมป์พีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ยื่นข้อเสนอเงินจำนวนร้อยล้านปอนด์ ประมาณ สี่พันสี่ร้อนล้านบาท ให้ทางท็อตแนมป์ สเปอร์ สโมสรคู่แข่งร่วมลีก  พิจารณาเรียบร้อย

โดยคาดหวังว่าจะคว้าตัว แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของทีมชาติอังกฤษ เข้ามาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ ที่เป็นนักข่าวชื่อดังแห่งวงการลูกหนังเจ้าเก่าเจ้าเดิม

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เรือใบสีฟ้า ต้องการกองหน้าชั้นยอดคนใหม่เพื่อมาทดแทน เซร์คิโอ อเกวโร่ ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ ที่หมดสัญญา และย้ายไป บาร์เซโลน่า เรียบร้อย โดยมอง เคน เป็นเป้าหมายหลัก

 

จากการรายงานของ โรมาโน่ ได้อัพเดตสถานการณ์เรื่องดังกล่าวผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวโดยมีรายละเอียดหลักๆ คือ

  • แมนฯ ซิตี้ ได้ยื่นข้อเสนอเงินการันตีจำนวน 100 ล้านปอนด์
  • นอกจากนี้ แมนฯ ซิตี้ ยินดีใช้นักเตะบางรายเป็นส่วนหนึ่งในดีลเช่นกัน
  • ราฮีม สเตอร์ลิง, เอมเมอริค ลาปอร์กต์ และ กาเบรียล เชซุส ต่างอยู่ในกลุ่มนักเตะที่ “เรือใบสีฟ้า” อาจจะใช้เป็นส่วนหนึ่งในดีล
  •  อย่างไรก็ตาม “ไก่เดือยทอง” ไม่มีความคิดที่จะตอบรับข้อเสนอจาก แมนฯ ซิตี้ เนื่องจาก แดเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร ต้องการเก็บ ดาวยิงวัย 27 ปี ไว้กับทีมต่อไป
  • จะไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน ยูโร 2021

ทั้งนี้ เคน ยังทำประตูไม่ได้ และถือว่ามีฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวังในศึก ยูโร 2020 ทั้งสองนัดที่ อังกฤษ เบียดชนะ โครเอเชีย 1-0 และ เสมอ สกอตแลนด์ 0-0

 

 

 

 

 

 

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่

 

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่

บาร์เซโลน่ารั้งเมสซี่ หลังจากที่มีข่าวออกมาเกี่ยวกับนักเตะบาร์เซโลน่า เรื่องการต่อสัญญาหรือไม่อย่างไร ลองมาดูบทสัมภาษณ์ของเจ้าตัวกันหน่อยดีกว่า พอมีข่าวลือออกมาก็เป็นที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก ข่าวหลายสำนักต่างให้ความสนใจอย่างล้นหลามเกี่ยวกับสัญญาย้ายทีมของเขานั้น

ลิโอเนล เมสซี เปิดใจครั้งล่าสุด โดยส่งสัญญาณบางอย่างถึงเรื่องอนาคตกับ บาร์เซโลนา หลังสัญญากำลังจะสิ้นสุดลง ท่ามกลางข่าวลือเรื่องย้ายทีม โอเล (Olé) หนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังของอาร์เจนตินา เผยแพร่บทสัมภาษณ์ล่าสุดของ ลิโอเนล เมสซี หลังจากที่ได้ยอดดาวเตะแห่งสโมสรบาร์เซโลนามาเป็นแขกพิเศษเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปีของหนังสือพิมพ์

บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟดังกล่าว มีการสอบถามถึงเรื่องอนาคตของ เมสซี ในวัย 33 ปี ที่กำลังจะหมดสัญญากับ “เจ้าบุญทุ่ม” ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็เอ่ยถึงความสำเร็จในซีซั่นนี้ที่สามารถคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ มาครองได้สำเร็จ ทำให้สโมสรกลับมาคว้าแชมป์แรกในรอบ 2 ฤดูกาลหลังสุด
ทั้งนี้ เมสซี ได้กล่าวไว้ในส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ว่า “เมื่อใดก็ตามที่ผมลงสนามแข่งขัน ผมจะทำเต็มที่เพื่อคว้าชัยชนะและบรรลุทุกเป้าหมายอยู่เสมอ เช่นเดียวกับการคว้าแชมป์รายการต่างๆ ซึ่งแชมป์โกปา เดล เรย์ ครั้งล่าสุดนับว่าพิเศษอย่างแท้จริง เมื่อดูจากช่วงเวลาที่เราผ่านพ้นมา
สัมภาษณ์ต่ออีกว่า ทางสโมสรกลับมาจากช่วงเวลาที่ยากลำบากตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้คว้าแชมป์อะไรเลย แต่ตอนนี้เรามีทีมพลังหนุ่มและคนใหม่ๆ เข้ามา ดังนั้นแชมป์โกปา เดล เรย์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากๆ นอกเหนือจากนั้น โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบที่จะชนะและคว้าแชมป์มาครอง ยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งดี
สำหรับ เมสซี ยังไม่ประกาศว่าจะต่อสัญญากับ บาร์ซา หรือว่ามองหาต้นสังกัดใหม่ แต่มีข่าวลือว่าเจ้าตัวตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว รอเวลาเฉลยอย่างเป็นทางการเท่านั้น โดยมีกระแสข่าวพัวพันกับบรรดาทีมเงินหนาอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, ยูเวนตุส รวมถึง นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ สโมสรแรกในชีวิตที่บ้านเกิดที่อาจเป็นจุดหมายปลายทางต่อไป
ถัดมาอีกสำนักงานที่พูดถึงการต่อสัญญาของ เมสซี่นั้น บอกว่าเจ้าตัวสามารถเปิดการเจรจาเพื่อย้ายออกจากบาร์เซโลนาแบบไม่มีค่าตัวเมื่อหมดสัญญาได้แล้ว หลังจากที่ยังไม่มีการต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไป
ลิโอเนล เมสซี กองหน้าบาร์เซโลนา มีอิสระที่จะเจรจากับสโมสรอื่น เพื่อย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อจบฤดูกาลได้แล้ว หลังจากที่เหลือสัญญาฉบับปัจจุบันในถิ่นคัมป์นูอีกเพียง 6 เดือน ดาวเตะวัย 33 ปี เคยแสดงความต้องการที่จะย้ายออกจากคัมป์นู มาตั้งแต่เมื่อช่วงปิดฤดูกาลที่แล้ว ทว่าทางบาร์ซาเข้าขัดขวาง โดยให้เหตุผลว่าเมสซีแจ้งความจำนงภายหลังจากที่มีการต่อสัญญาโดยอัตโนมัติไปแล้ว ทำให้เมสซีต้องอยู่กับทีมอาซูลกรานาออกไปอีกอย่างน้อย 1 ฤดูกาล
จากบทสัมภาษณ์ที่เขาเคยเปิดใจผ่าน Goal ตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน ระบุว่าเขาต้องการออกจากบาร์ซา เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย พร้อมเน้นย้ำว่า โจเซฟ มาเรีย บาร์โตเมว ผิดคำพูดกับเขาที่ไม่ยอมปล่อยให้ย้ายทีมเมื่อจบฤดูกาล
ต่อมายังมีแหล่งข่าวอีกมากมายเกี่ยวกับเรื่องต่อสัญญาของเมสซี่ พูดถึงว่า โจน ลาปอร์ตา ประธานสโมสร บาร์เซโลนา ยืนยันกำลังคุยเรื่องการขยายสัญญาฉบับ ลิโอเนล เมสซี แนวรุกคนดัง รวมถึงเผยเตรียมตัดสินอนาคตของ โรนัลด์ คูมัน ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
สำหรับ เมสซี กำลังจะหมดสัญญากับ บาร์เซโลนา ในเดือน มิ.ย. นี้ ทว่ายังไม่มีการขยายออกไปแต่อย่างใดทำให้ตอนแรกมีแนวโน้มสูงว่าแข้งวัย 33 ปีส่อย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู อย่างไรก็ตามหลังจาก โจน ลาปอร์ตา เข้ามาเป็นประธานสโมสรคนใหม่ ดูเหมือนว่า เมสซี มีท่าทีจะอยู่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” ต่อไปเนื่องจากเจ้าตัวมีความสัมพันธ์อันดีกับ บาร์เซโลนา
ลาปอร์ตา พูดเรื่องการต่อสัญญากับ เมสซี ในงานแถลงข่าวของสโมสรว่ามีการเจรจาแล้ว ทว่ายังไม่เสร็จสิ้น “เรากำลังดำเนินการเจรจาเพื่อขยายสัญญา ลีโอ เมสซี แต่ยังไม่เสร็จสิ้น หรือยังไม่ได้เซ็นสัญญา ทว่า เมสซี ต้องการ บาร์เซโลนาเขารักสโมสร
นอกจากนั้นบิ๊กบอสบาร์ซ่า ยังกล่าวถึงเรื่องอนาคตของ โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมท่ามกลางกระแสเรื่องการปลดจากตำแหน่งว่า “เราจะพบกับ โรนัลด์ คูมัน อีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่อตัดสินใจอนาคตของเขา
หลังจากนั้นมามีแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมออกมาอีกว่าเจ้าตัวเหมือนถูกครอบครัวกดดันให้ย้ายทีม เหมือนกับว่าให่เขาตัดสินใจย้ายไปทีม PSG เพราะข้อเสนอการทำแผนดีกว่าเป็นไหนๆ
จากราายงานของ อาส สื่อใหญ่ของสเปน และ เลอ ปารีเซียง สื่อดังฝรั่งเศส เป็นไปในทิศทางเดียวกับว่า เมสซี่ ซีเนียร์ คุณพ่อที่ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์ส่วนตัว รวมถึงภรรยา กำลังพยายามโน้มน้าวให้ ลิโอเนล เมสซี่ ตัดสินใจลา บาร์เซโลน่า
ช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อย้ายไปอยู่กับ เปแอสเช โดยเหตุผลหลักคือค่าเหนื่อยที่ทีมจากปารีสยอมจ่ายมากกว่า กับแผนการทำทีมของ เปแอสเช ภายใต้การนำของ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ มีแนวโน้มประสบความสำเร็จในถ้วยยุโรปมากกว่า
อย่างไรก็ตาม อาส ระบุว่า เมสซี่ ตัดสินใจจะอยู่ บาร์ซ่า ต่อแล้วแม้จะ[MOS]ต้องรับค่าเหนื่อยน้อยลง เนื่องจากสโมสรกำลังประสบปัญหาการเงิน เพราะผูกพันและยังหวังจะร่วมงานกับ กุน อเกวโร่ แต่อาจเป็นการต่อสัญญาระยะสั้นเพราะถ้าปีหน้ายังพลาดแชมป์ โอกาสที่ เมสซี่ จะลาคัมป์นูก็มีสูง
เบเตเบ (Beteve) สื่อกาตาลัน เผยว่า กุน จะมาร่วมทัพ บาร์ซ่า ด้วยสัญญา 2 ปี รับค่าเหนื่อย 5 ล้านยูโรต่อปี น้อยกว่าที่เคยได้จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 10 ล้านยูโร แต่ก็มีเงื่อนไขโบนัสหากช่วยพาทีมคว้าแชมป์ ซึ่งนอกจาก บาร์ซ่า
จะหวังให้ กุน มาช่วยแก้ความฝืดแดนหน้า ยังต้องการให้รั้ง เมสซี่ อยู่ต่อด้วย   ซึ่งกระแสข่าวนี้ ก็ยืนยันด้วยทวีตของฟาบริซิโอ โรมาโน่ กูรูซื้อขายนักเตะ ว่ากุนตอบตกลงข้อเสนอบาร์ซ่าแล้ว และเตรียมเซ็นสัญญาหลังจบนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกสิ้นเดือนนี้
อีกแหล่งข่าวของเดอะไทม์ส เป็นสื่อของอังกฤษได้ตีข่าวเมสซี่ มีโอกาสสูงที่จะขยายสัญญากับบาร์เซโลน่ โดยตัวสัญญาจะใช้เวลา 10 ปี จะนับรวมทั้งในด้านการเป็นนักเตะและทูตของสโมสร
หลังจากที่เขาได้ทำการแชวนสตั๊ดไปแล้ว โดยที่เมสซี่ อยากได้แชมป์ แชมป์เปี้ยนลีกส์ ทำให้กองหน้าคนดังของสโมสรบาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีลาลีกา สเปน มีความคืบหน้าที่ดีในการเจรจาเรื่องต่อสัญญากับต้นสังกัด โดยว่ากันว่าตัวสัญญาฉบับนี้จะมีผลถึง 10 ปี ซึ่ง เมสซี่ จะรับงานในตำแหน่งอื่นภายในช่วงระยะเวลาของสัญญาที่ว่าด้วย ตามรายงานของ เดอะ ไทม์ส สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ
เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน เมสซี่ จุดประเด็นร้อนด้วยการยื่นเรื่องขอย้ายทีม และถึงแม้ตอนนั้นจะยังไม่สมหวังแต่อนาคตของเจ้าตัวก็ยังถูกพูดถึงอยู่เรื่อยๆ เพราะเขาจะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลนี้แล้ว โดยที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือ 2 ทีมที่มีข่าวตามล่าตัวดาวเตะวัย 33 ปีมากที่สุด
พอแขวนสตั๊ดในแดนลุงแซมแล้วนั้น เมสซี่ ก็จะได้ทำงานเป็นทูตให้กับ บาร์เซโลน่า ทันที โดยสื่อเข้าเดิมบอกด้วยว่า เมสซี่ อยากได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกสัก 1 สมัย และพร้อมที่จะลดค่าเหนื่อยเพื่อที่ บาร์เซโลน่า จะได้มีเงินไปดึงนักเตะระดับสตาร์ดังมาร่วมทีมได้ด้วย