อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

 

อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาประเภทปะทะ เช่น ฟุตบอล วอลเล่ย์บอล บาสเกตบอล ที่เล่นกันเป็นทีม หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา การบาดเจ็บทางการกีฬา เกิดขึ้นได้หลายแบบ การปฐมพยาบาลเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีก่อนที่จะพบแพทย์ จะช่วยให้แพทย์ทำให้การรักษาง่ายขึ้น การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่พบบ่อย ได้แก่ 

ข้อเคล็ด ข้อแพลง เกิดจากมีการเคลื่อนไหวของข้อมากเกินปกติ หรือข้อนั้นเกิดการหมุน พลิก บิด จนทำให้เนื้อเยื่อและเอ็นยึดข้อฉีกขาด หรือทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นยึดได้ โดยมีอาการคือ ปวด บวม เจ็บ เสียกำลัง เคลื่อนไหวได้แต่ไม่ถนัด ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยให้ข้อพักนิ่ง ประคบด้วยความเย็นทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมง พันด้วยผ้ายืด แล้วยกส่วนนั้นให้สูงเพื่อลดบวม หากเป็นที่แขนและไหล่ ใช้ผ้าคล้องแขน หลังจากเกิดการบาดเจ็บ 72 ชั่วโมง ให้ประคบด้วยความร้อน

ข้อเคลื่อน (Dislocation) คือ ส่วนหัวหรือส่วนปลายของกระดูกเคลื่อนหรือหลุดออกจากที่เดิม อาจเกิดจากการถูกดึงหรือกระชากอย่างแรง หรือเกิดร่วมกับกระดูกหัก การฉีก ขาด ของกล้ามเนื้อ พังผืด เมื่อพบการบาดเจ็บที่เป็นข้อเคลื่อน ห้ามดึงข้อนั้นเข้าที่เอง และปฐมพยาบาลโดยให้ข้อพักนิ่ง จากนั้นประคบความเย็นทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมง อาจใช้เฝือกชั่วคราว หรือพันผ้ายืด ยกส่วนนั้นให้สูงเพื่อลดบวม (แขนและขา) หลังจากเกิดการบาดเจ็บ 72 ชั่วโมง ให้ประคบด้วยความร้อน

ฟกช้ำ เป็นอาการที่เกิดจากการกระแทก ทำให้มีเลือดออกในชั้นใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ หรือลึกลงไปถึงชั้นเยื่อหุ้มกระดูก ระยะแรกเมื่อเลือดยังไม่ซึมออกมาก อาจไม่พบมีการเปลี่ยนสีของผิวหนังหรือบวมขึ้น การปฐมพยาบาลให้ใช้ของเย็นประคบบริเวณที่ถูกกระแทกอย่าเพิ่งถูนวด หลัง 24 ชั่วโมงแล้วจึงใช้ของร้อนและถูนวดเบาๆ ได้ เพื่อให้เลือดที่คั่งกระจายและดูดซึมกลับได้เร็ว

ตะคริว เป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อย เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อทั้งจากกล้ามเนื้อเองที่ไม่ได้เตรียมพร้อมก่อนการเล่นกีฬา ทำให้มีของเสียคั่งจากการทำงานของกล้ามเนื้อ และจากสาเหตุภายนอก เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ ความหนาว ฝน ความชื้น มีผลให้กล้ามเนื้ออยู่ในสภาพไม่พร้อม การเตรียมพร้อมหรือวอร์มอัพก่อนเล่นกีฬาจะช่วยให้ไม่เกิดตะคริวได้ง่าย ทั้งนี้ การปฐมพยาบาลทำได้โดยใช้ของร้อนประคบหรือถูนวดเบาๆ จะช่วยให้เลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อคลายและมีกำลังยึดหดได้อีก และใช้กำลังยึดกล้ามเนื้อตามทิศทางการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น หากเป็นตะคริวที่น่อง จะมีอาการหดเกร็ง และปลายเท้าเหยียด ให้ใช้กำลังค่อยๆ เพิ่มกำลังดันปลายเท้าเข้าหาเข่า ซึ่งจะช่วยเหยียดกล้ามเนื้อน่องได้

กล้ามเนื้อฉีก ซึ่งเกิดจากออกแรงเกินกำลัง ทำให้กล้ามเนื้อยึดตัวมากเกินไป อาการบาดเจ็บบริเวณที่มีการฉีกขาด ในระยะแรกอาจพบมีรอยบุ๋มลงไปเนื่องจากกล้ามเนื้อส่วนต้นและปลาย ของอันที่ขดหดตัวกลับ (เฉพาะรายที่มีการฉีกขาดมาก) เมื่อถูกบริเวณนั้นจะเจ็บมาก และไม่สามารถใช้กล้ามเนื้อนั้นได้ การปฐมพยาบาลทำได้โดยพักการใช้กล้ามเนื้อ ใช้ของเย็นประคบใน 24 ชั่วโมงแรกช่วยไม่ให้มีเลือดออกมากในกล้ามเนื้อ หากมีพลาสเตอร์ ให้ใช้ติดจากส่วนบนของกล้ามเนื้อมายังส่วนล่างหลายๆ ชิ้น แล้วพาดขวางอีกหลายๆ ชิ้น แล้วใช้ผ้ายึดรัดอีกชั้นหนึ่ง

กระดูกหัก ต้องรีบนำส่งแพทย์โดยด่วน หากมีกระดูกหักทิ่มออกมานอกเนื้อต้องระวังเป็นพิเศษ อย่าให้บริเวณแผลถูกของสกปรก หากมีเลือดออกมากต้องรีบห้ามเลือดก่อน เหนือบริเวณที่มีเลือดออก

อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา สามารถเกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถเตรียมตัวให้พร้อมในการเล่นกีฬา เช่น รับประทานอาหารมื้อเล็กๆ หรือผลไม้ รองท้องสักครึ่งชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียและสามารถออกแรงได้เต็มที่ ดื่มน้ำก่อนออกกำลังกายหนึ่งแก้ว หากรู้สึกกระหายน้ำขณะออกกำลังกาย แนะนำให้จิบทีละน้อย รวมถึงเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการเล่นกีฬา เช่น เดิน 2 – 3 นาทีก่อนการเล่นกีฬา

บาดเจ็บทางการกีฬาเกิดขึ้นได้หลายแบบ บางชนิดนักกีฬาหรือผู้ฝึกสอนสามารถรักษาพยาบาลกันเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางแพทย์แต่อย่างใด บางชนิดจำเป็นต้องอาศัยแพทย์เป็นผู้บำบัดรักษาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การปฐมพยาบาลเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะแม้จะเป็นบาดเจ็บที่ต้องรับการรักษาจากแพทย์ แต่ถ้าได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีก่อนที่จะมีแพทย์มาดู หรือไปถึงมือแพทย์ก็จะสามารถแบ่งเบาภาระของแพทย์ทำให้การักษาง่ายขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าได้รับการปฐมพยาบาลที่ผิดวิธี อาจทำให้บาดเจ็บน้อยกลายเป็นบาดเจ็บมากและรักษาได้ยากขึ้น ดังมีตัวอย่างเสมอในบ้านเรา ซึ่งไม่สามารถจะมีแพทย์ประจำสนามได้ทุกครั้งที่มีการฝึกซ้อมหรือแข่งขัน

เพื่อให้นักกีฬาและผู้ฝึกสอนสามารถให้การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องได้เองเมื่อประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ โดยที่ไม่มีแพทย์หรือพยาบาลในที่นั้น จะขอกล่าวถึงบาดเจ็บเฉพาะที่พบบ่อย ๆ และการปฐมพยาบาลเท่าที่สามารถทำได้เองเป็นข้อ ๆ ไป

1. ตะคริว เป็นบาดเจ็บไม่รุนแรงซึ่งนับได้ว่าพบบ่อยที่สุด อาการเกิดจาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งมีสาเหตุทั้งจากกล้ามเนื้อเองและจากสาเหตุภายนอก กล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกฝนมาดีและมีการเตรียมพร้อมก่อนใช้แรงเพียงพอย่อมไม่เกิดตะคริวได้ง่าย ตรงกันข้ามกล้ามเนื้อที่ฝึกฝนมา ยังไม่ดีพอและเตรียมพร้อมไม่พอจะมีการคั่งของของเสียจากการทำงานในกล้ามเนื้อและการขาดอาหาร ออกซิเจนและเกลือแร่ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตะคริวได้ง่าย สาเหตุภายนอก ได้แก่ ดินฟ้าอากาศ, ความหนาว, ฝน, ความชื้น ซึ่งมีผลให้กล้ามเนื้ออยู่ในสภาพไม่พร้อม

การปฐมพยาบาล 

การหดเกร็งของกล้ามเนื้อสามารถคลายออกได้โดยการใช้กำลังยึดกล้ามเนื้อตามทิศทางการทำงานของกล้ามเนื้อ ตัวอย่างกล้ามเนื้อน่องซึ่งทำหน้าที่เหยียดปลายเท้าขณะเป็นตะคริวจะหดเกร็งและทำให้ปลายเท้าเหยียด การใช้กำลังดันปลายเท้าเข้าหาเข่า โดยค่อย ๆ เพิ่มกำลังดัน จะช่วยเหยียดกล้ามเนื้อน่องได้ การใช้ของร้อนประคบหรือถูนวดเบา ๆ จะช่วยให้เลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อคลายและมีกำลังยืดหดได้อีก ถ้าเป็นพร้อมกันหลายแห่ง สาเหตุมักเกิดจากการขาดน้ำ, อาหาร, เกลือแร่ในกล้ามเนื้อ การให้ความอบอุ่นแก่ผู้ป่วย ให้น้ำผสมเกลือแกงดื่มเป็นระยะ ๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายการเกร็งได้เร็วขึ้น

2. ฟกช้ำ เกิดจากการกระทบกระแทกโดยของที่ไม่มีคมทำให้เลือดออกในชั้นใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ หรือลึกลงไปถึงชั้นเยื่อหุ้มกระดูก ระยะแรกเมื่อเลือดยังไม่ซึมออกมาก อาจไม่พบมีการเปลี่ยนสีของผิวหนังหรือบวมขึ้น แต่การปฏิบัติในทันทีที่เห็นมีการกระแทกรุนแรง จะช่วยไม่ให้มีการฟกช้ำเกิดขึ้นมากได้

การปฐมพยาบาล ใช้ของเย็นประคบบริเวณที่ถูกกระแทกอย่าเพิ่งถูนวด ถ้าเป็นบริเวณที่ติดกับกระดูก เช่น หน้าแข้ง, หนังศรีษะ อาจใช้ผ้าพันให้แน่น หลัง 24 ชั่วโมงแล้วจึงใช้ของร้อนและถูนวดเบา ๆ ได้ เพื่อให้เลือดที่คั่งกระจายและดูดซึมกลับได้เร็ว ปัจจุบันมียาเป็นครีมหลายชนิดที่ช่วยให้ฟกช้ำยุบหายได้เร็วขึ้น แต่ควรต้องขอคำแนะนำให้การใช้จากแพทย์เป็นราย ๆ ไป

3. เคล็ด, แพลง เป็นบาดเจ็บที่เกิดตามข้อต่าง ๆ เนื่องจากมีการยึดของเยื่อหุ้มข้อหรือเอ็นบางส่วนของข้อมากเกินไป อาการมากน้อยแล้วแต่ความรุนแรง โดยทั่วไปจะปวดมาก เคลื่อนไหวข้อไม่ได้ถูกจะเจ็บ ต่อมาจะบวม

การปฐมพยาบาล ต้องทำก่อนมีเลือดมาคั่งมากใน 24 ชั่วโมง แรกใช้ความเย็นประคบ แล้วใช้ผ้ายืดพันเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวได้มาก พยายามอย่าใช้ข้อนั้นอีก หลัง 24 ชั่วโมงไปแล้ว ใช้ความร้อนประคบได้ และนวดประกอบเบา ๆ อาจใช้ยาแบบเดียวกับฟกช้ำ เมื่อยุบบวมแล้วอนุญาตให้ใช้ข้อได้บ้าง แต่ต้องเริ่มใช้เบา ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด

การปฐมพยาบาลที่ผิดวิธีและพบเสมอ คือ การใช้ความร้อนประคบและนวดรุนแรงทันที พบว่าบางครั้งทำให้มีเลือดออกมากขึ้นและคั่งในข้อจนถึงกับต้องให้แพทย์เจาะออก ในรายนี้จะรักษาหายช้ากว่าเดิมมาก

บางครั้งการแพลงอาจรุนแรงจนมีการกระชากเอากระดูกชิ้นเล็ก ๆ แตกออกมาด้วย กรณีนี้ต้องส่งให้แพทย์ทำการเอ๊กซเรย์และรักษาให้ถูกต้อง

4. กล้ามเนื้อฉีก เกิดจากยืดตัวมากเกินไปของกล้ามเนื้อเพราะออกแรงเกินกำลัง ทำให้มีการขาดของเส้นใยกล้ามเนื้อมากน้อยแล้วแต่ความรุนแรง พบมากในนักวิ่งเร็ว ที่บริเวณต้นขา อาการคือ เจ็บปวดบริเวณที่มีการฉีกขาด ระยะแรกอาจพบมีรอยบุ๋มลงไปเนื่องจากกล้ามเนื้อส่วนต้นและปลายของอันที่ขาดหดตัวกลับ (เฉพาะรายที่มีการฉีกขาดมาก) ถูกบริเวณนั้นจะเจ็บมากและไม่สามารถจะใช้กล้ามเนื้อนั้นได้

การปฐมพยาบาล ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่พักกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บให้มากที่สุด ถ้ามีปลาสเตอร์ก็ใช้ติดจากส่วนบนของกล้ามเนื้อมายังส่วนล่างหลาย ๆ ชิ้น แล้วพาดขวางอีกหลาย ๆ ชิ้น แล้วใช้ผ้ายึดรัดอีกชั้นหนึ่ง การใช้ของเย็นประคบใน 24 ชั่วโมงแรก ช่วยไม่ให้มีเลือดออกมากในกล้ามเนื้อ หลังจากนั้นต้องพักการใช้กล้ามเนื้อนั้นจนไม่มีความเจ็บปวดอีก จึงเริ่มให้ออกกำลังเบา ๆ ในระดับที่ไม่มีความเจ็บปวด และค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

5. ข้อเคลื่อนหลุด เกิดจากการที่หัวกระดูกหลุดออกจากที่เคยอยู่ อาจเนื่องจากเยื่อหุ้มข้อขาดหรือถูกยืดมากเกินไป อาการส่วนมากพอเห็นได้ คือ มีรูปข้อผิดไป เคลื่อนไหวไม่ได้ ปวดมากอาจมีบวม ขนาดของส่วนที่หลุดอาจเห็นว่ายาวหรือสั้นกว่าเดิม

การปฐมพยาบาล ถ้าเคยพบและจัดให้เข้าที่ได้ ให้ทำทันทีเพราะรอไว้จะปวดมากและทำยาก เพราะกล้ามเนื้อตึง แต่ถ้าไม่เคยทำหรือไม่แน่ใจ ให้ยืดส่วนที่หลุดไว้ในท่าที่เจ็บน้อยที่สุด และไม่ให้มีการเคลื่อนไหว แล้วนำไปหาแพทย์อย่างระมัดระวัง ในการเคลื่อนย้ายถ้าเป็นระยะทางไกลอาจใช้ยาแก้ปวด และใช้น้ำแข็งประคบเพื่อให้เจ็บน้อยลง

6. กระดูกหัก เป็นเรื่องที่ต้องส่งให้แพทย์ การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายทำแบบเดียวกับข้อหลุด แต่ถ้ามีกระดูกหักทิ่มออกมานอกเนื้อต้องระวังเป็นพิเศษ ที่บริเวณแผลอย่างให้ถูกต้องของสกปรกถ้ามีเลือดออกมากต้องรีบห้ามเลือดก่อน โดยใช้ชะเนาะรัดเหนือบริเวณที่มีเลือดออก

7. หมดสติเพราะศีรษะกระแทก อันตรายเกิดจากสมองได้รับการกระทบกระเทือนมากน้อยแล้วแต่ความรุนแรง และตำแหน่งที่ถูกกระแทก อาจมากถึงเลือดออกในสมองจนเป็นอันตรายถึงชีวิต

การปฐมพยาบาล ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวเลย ให้จับนอนราบ หรือครึ่งนั่งครึ่งนอน ตะแคงศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่ง ห้ามเขย่าหรือสั่นศีรษะผู้ป่วยเป็นอันขาด ถ้าลิ้นตกไปอุดหลอดลม ผู้ป่ายจะหายใจไม่สะดวก ให้ใช้ผ้าจับลิ้นดึงออกมา ถ้าผู้ป่วยฟื้นได้เองและรู้สึกตัวดีอย่าให้เล่นต่อ แต่ให้นอนพักและใช้น้ำแข็งประคบศีรษะไว้ ถ้าผู้ป่วยไม่ฟื้นเอง หรือความจำเลอะเลือน เมื่อฟื้นแล้วให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยให้กระทบกระเทือนน้อยที่สุด

8. เป็นลม นักกีฬาที่แข็งแรงย่อยไม่เป็นลมได้ง่ายถ้าไม่เล่นหักโหมเกินกว่าที่เคยฝึกซ้อม ในกีฬาที่ใช้กำลังสูงสุดในเวลาอันสั้น นักกีฬาอาจเป็นลมเพราะใช้กำลังมากเกินไป อาการที่เกิด คือ ใจสั่น หน้ามืด คลื่นไส้ ตัวเย็น เหงื่อซึม หายใจเร็วไม่สม่ำเสมอ ในกีฬาที่ออกกำลังนาน ๆ ติดต่อกัน นักกีฬาอาจเป็นลมเพราะเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป ในกรณีนี้อาการจะคล้ายกัน แต่ผู้ป่วยจะตัวแห้งและอาจมีไข้สูง

การปฐมพยาบาล ให้ผู้ป่ายนอนราบ ไม่ต้องหนุนศีรษะ อาจช่วยยกเท้าให้สูงขึ้น คลายเสื้อผ้าออก อย่าให้คนมุงมาก เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับอากาศบริสุทธิ์ การพยายามนวดเฟ้นเขย่าศีรษะ บังคับให้ลืมตา หรือประคองให้เดินทั้ง ๆ ที่ผู้ป่วยไม่สามารถทำได้ดังที่เราเคยเห็นกันในสนามนั้น ไม่ช่วยอะไรผู้ป่วยเลย แต่อาจเป็นอันตรายด้วยซ้ำ ในกรณีที่เกิดการออกกำลังนาน ๆ ผู้ป่วยตัวแห้ง ไข้สูงต้องถอดเสื้อผ้าออก อาจใช้น้ำเย็นประคบศีรษะและเช็ดตามตัวถ้าป่วยกระหายน้ำให้ดื่มประสมเกลือทีละน้อย อย่าให้ครั้งเดียวมาก ๆ เพราะอาจทำให้อาเจียน เมื่อผู้ป่วยหายจากอาการหน้ามืดใจสั่นแล้วจึงยอกให้ลุกขึ้นนั่งหรือเดินช้า ๆ ได้

9. ถูกกระแทกบริเวณท้อง อาการขึ้นกับความรุนแรงและตำแหน่งที่ถูกกระแทก ถ้าไม่มีอันตรายต่ออวัยวะภายใน อาจมีแค่อาการจุก ซึ่งเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อหน้าท้อง ซึ่งทำให้หายใจไม่ออก การผายปอดจะช่วยได้ทันที ถ้ามีอันตรายต่ออวัยวะภายใน อาการจะแตกต่างกันไปแล้วแต่อวัยวะที่ได้รับอันตราย อาการทั่วไป คือ ปวด และกดเจ็บบริเวณกระแทกแม้พักผ่อนแล้วก็ไม่หายไป ถ้ามีการกระแทกของอวัยวะภายในอาการปวดจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจมีอาการช็อคเพราะเลือดตกในหรือมีไข้ขึ้น เนื่องจากเยื่อบุช่องท้องอักเสบ

การปฐมพยาบาล ถ้าสงสัยมีอันตรายต่ออวัยวะภายใน เช่น กระเพาะ ลำไส้ ให้รีบน้ำส่งโรงพยาบาลในท่าที่ผู้ป่วยเจ็บน้อยที่สุด ห้ามนวดเฟ้นเป็นอันขาด อย่าให้อาหารและน้ำทางปากก่อนไปถึงโรงพยาบาล

 

แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020

แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020

แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020
แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020

แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020 “แอโร่ซอฟท์ ” เชียร์ยูโร เพลงประกอบโฆษณาคั่นระหว่างพักการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ติดหูแฟนบอลชาวไทยไปแล้ว หลัง “โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดในประเทศไทย จึงควงแบรนด์รองเท้าลำลองยึดสปอนเซอร์โฆษณาเต็มสูบ สินค้าอื่นหมดหวังร่วมเกาะกระแส

เป็นอีกปีที่มหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างการแข่งขัน “ฟุตบอลยูโร 2020” หรือ EUFA EURO2020 ค่อนข้างเงียบเหงา ในเชิงธุรกิจการตลาดและโฆษณา เมื่อนิติบุคคล นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหาร บริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์รองเท้า      “แอโร่ซอฟท์ คว้าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ ร่วมกับ นายพงศ์กวิน           จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึง “ทรูวิชั่นส์

เดิมคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงภาคธุรกิจในห่วงโซ่กีฬาฯคาดว่าประเทศไทย “โดนเท” ไม่มีฟุตบอลยูโรดูแน่นอน ทำให้การเจรจาซื้อขายแพ็คเกจโฆษณาต้องเงียบกริบ ทว่า ก่อนการแข่งขัน “โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” สร้างเซอร์ไพรส์ปิดดีลเกือบ 300 ล้านบาท นำสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 51 แมตช์ ให้คนไทยดูผ่านช่อง NBT แบบ “ฟรีๆ

แมตช์เปิดสนาม และคู่เดือด “อังกฤษ VS โครเอเชีย” ผ่านไป คนดูอาจเห็นเพียง โฆษณารองเท้าลำลองแอโร่ซอฟท์ ที่เป็นไวรัล แฟนบอลคงจำเพลงติดหูและร้องได้แล้ว ส่วนโฆษณาอื่น “อด” ทั้งที่อยากเข้า

ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จำกัด หรือเอ็มไอ ฉายภาพว่า ปกติเมื่อมีมหกรรมกีฬาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลก โอลิมปิก การใช้จ่ายเงินโฆษณาจะสะพัดหลัก  พันล้านบาท  เพราะสินค้ามากมายต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมทำแคมเปญการตลาดเกาะกระแส เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม โซดา เครื่องดื่มชูกำลัง รถยนต์ อาหาร ขนมขบเคี้ยว(สแน็กค่ายมือถือ  ที่ล้วนเป็นสินค้าและบริการ “ไข่แดง” ในตลาดทั้งสิ้น

ทว่า ฟุตบอลยูโร 2020 แตกต่างออกไป เมื่อเอเยนซี่ แบรนด์สินค้าคาดการณ์ว่าไทยจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดให้แฟนบอลได้ดู จึงไม่มีแผนสื่อสารการตลาด แต่ทันทีที่รู้ว่าเกิดดีล ทุกแบรนด์ต่างหาช่องทางในการเจรจาสอบถาม “แพ็คเกจราคา” ที่ลูกค้าสามารถจ่ายได้ แต่ยังไร้คำตอบ

เอเยนซี่มีเม็ดเงินโฆษณาก้อนหนึ่งที่พร้อมจะใช้จ่ายฟุตบอลยูโร 2020 อยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการทำคอมเมอร์เชียลของการถ่ายทอดสด

กรณีที่แบรนด์อื่นไม่สามารถโฆษณาได้เช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เพราะฟุตบอลโลก 2018 จัดขึ้นที่รัสเซีย ประเทศไทยคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสด แต่การโฆษณาจำกัดแค่ “ผู้สนับสนุนหลัก” หรือสปอนเซอร์ 9 รายเท่านั้น ขาประจำ ขาจรอื่นๆจึงหมดสิทธิ์โดยปริยาย ส่วนแพ็คเกจในอดีตมีทั้งหลัก “ร้อยล้าน” และ “สิบล้านบาท” ตามสัดส่วนที่ลงขันไป

ทั้งนี้ ฟุตบอลยูโร 2020 ที่ถ่ายทอดสดตามเวลาในประเทศไทย ถือว่าเป็นจังหวะดี เพราะการฟาดแข้งเริ่มตั้งแต่ 20.00 ไปจนถึง 02.00 แม้จะเป็นห้วงที่คนทั้งโลกเจอวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 แต่พฤติกรรมการ อยู่บ้านทำงานที่บ้าน ทำให้คอแฟนจัดบริหารจัดการเวลาได้เอง บางคนจึงดูการแข่งขันลากยาวทุกแมตช์ได้ และในการรับชมสิ่งที่ตามมาคือการบริโภคสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ขนมเคี้ยว เครื่องดื่มต่างๆ อานิสงค์ไม่ใช่แค่สินค้ามียอดขายเติบโต แต่  สื่อมีโอกาสโกยเงินสะพัด เพราะเอเยนซี่ ย่อมกระจายแคมเปญการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ผ่านมา 3 วัน การทำคอมเมอร์เชียลกับฟุตบอลยูโร 2020 ยังไม่มีความชัดเจน สิ่งที่สูญเสียเป็นเพียง “โอกาส” ของแบรนด์ และสื่อเท่านั้น ส่วนเงินที่จะพัดในมหกรรมกีฬานี้อาจอยู่ในกรอบวงเงินที่ประมูลมาเกือบ 300 ล้านบาท และแบรนด์รองเท้าลำลองหรือรองเท้าแตะ แอโรซอฟท์” จะเป็นที่รับรู้แก่ผู้บริโภคเป้าหมายมากขึ้น จากที่ผ่านมาแทบไม่มีการทำตลาดเลย

ส่วนแบรนด์ที่เป็นสปอนเซอร์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มเบียร์  ไฮเนเก้น พันธมิตรกับฟุตบอลยูโรยาวนาน 25 ปี ได้คิกออฟโกลบอลแคมเปญ “Enjoy the Rivalry” แนวคิดสนุกกับการเป็นคู่แข่ง หรือ There’s Fun in the Rivalry มาสู่ประเทศไทย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับคอบอล และฐานแฟนของไฮเนเก้นที่มีถึง 17 ล้านคน โดยกิจกรรมที่จะทำมีทั้งเปลี่ยนพื้นที่โฆษณานอกบ้านขนาดใหญ่ 80 กว่าแห่งทั่วประเทศ นำข้อความเชียร์ของแฟนบอลแต่ละทีมมาขึ้นบนป้ายโฆษณา ส่วนผลิตภัณฑ์ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์ “ดาวแดง” บนขวดให้เป็น  ธงชาติยุโรป 25 ประเทศ  เป็นต้น

ขณะที่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า  ไฮเซ่นส์  ของจีนอีกหนึ่งพันธมิตรระดับโลกของฟุตบอลยูโร 2020 ได้ออกแคมเปญ “Hisense ช้อปสุดคุ้ม ลุ้นสุดมันส์!! เติมเต็มความสุขไปด้วยกัน Your Home Your Stadium” มาเอาใจแฟนบอล พร้อมขนสินค้ามาจัดโปรโมชั่น แจกรางวัลรวมมูลค่า 2.6 ล้านบาท แต่การสื่อสารตลาดเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาบนหน้าจอช่อง NBT

จากกรณีข้างต้น ทำให้เอเยนซี่ ต้องเกาะติดการทำแพ็คเกจโฆษณาของมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ  โตเกียว โอลิปิก 2020 ที่ยังลุ้นว่าจะจัดได้หรือไม่ แม้สิทธิ์การถ่ายทอดสดอยู่ในมือ “แพลนบี มีเดียแต่ความชัดเจนยังไม่เกิดขึ้น ทำให้แบรนด์สินค้าไม่สามารถวางแผนทำแคมเปญการตลาดได้

นอกจากความสุขที่คนไทยทั้งประเทศได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 อีกหนึ่งความบันเทิงที่แฟนบอลชาวไทยต่างได้รับชมและรับฟังจนติดหูกันแบบไม่รู้ตัว และเป็นที่พูดถึงในบรรดาพลเมืองชาวเน็ต คือบทเพลงคั่นเวลาโฆษณาระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020

เพลงเชียร์ยูโรของ Aerosoft 2020 ไปดูกันว่ากว่าเพลงนี้จะปล่อยออกมา มีกระบวนการอย่างไรกันบ้าง

ดนตรีสามช่าชวนขยับแข้งขา กับเสียงอันหนานุ่มของ ‘พลพล’ ที่พลิกแนวทางการร้องเพลงรักอบอุ่นที่เราเคยคุ้น บวกเนื้อเพลงอันเรียบง่ายวนซ้ำว่า

“เชียร์ยูโร… Aerosoft…เชียร์ยูโร

เชียร์ยูโร…Aerosoft…เชียร์ยูโร”

หลายคนคงคิดเห็นตรงกันว่าเป็นเพลงที่ฟังแล้วติดวนซ้ำอยู่ในหัว จนถึงขนาดมีการแสดงความเห็นทั้งหยอกล้อและแซวกันว่า “ฟังเพลงเสร็จอยากออกไปตลาดซื้อ Aerosoft มาใส่สักคู่” ขนาดนั้นทีเดียว…

อย่างที่เราทราบกันว่า หลังจากที่แทบจะไม่มีวี่แววว่าคนไทยจะได้ชมถ่ายทอดสดฟุตบอลทัวร์นาเมนต์นี้ในตอนแรก แต่ก่อนที่ฟุตบอลยูโรจะเริ่มไม่กี่วัน ถึงมีประกาศว่า ถ่ายทอดสดได้แล้วจ้า

โปรเจกต์การทำเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’ ตามชื่อของแบรนด์รองเท้า ‘แอโรซอฟต์’ (Aerosoft) ผู้สนับสนุนการถ่ายทอดสดนี้ จึงเริ่มต้นขึ้นจนกลายเป็นโปรเจกต์สายฟ้าแลบ

ที่ใช้เวลา 24 ชั่วโมงเพื่อทำเพลงดังกล่าวขึ้นมา

เราจะมารู้จักกับเบื้องหลังโปรเจกต์นี้ และเรื่องราวของชายผู้เสกสร้างเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’ เพลงฮิตติดหูประจำการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 นี้ด้วยกัน

เริ่มต้นที่เรื่องของเขาคนนี้ ที่อยากทำเพลงติดหูคนไทย  ปอ-ณัฐภูมิ รัฐชยากร

จากความฝันของเด็กชายคนหนึ่งจากจังหวัดชลบุรีที่ชื่อ ณัฐภูมิ รัฐชยากร หรือ ปอ ผู้รักเสียงดนตรีและคิดอยากจะทำเพลงตั้งแต่อยู่มัธยมฯ ต้น ที่โรงเรียนสิงห์สมุทร ความคิดอ่านของเด็กชายธรรมดาทั่วไปอาจจะเพียงอยากออกเทปหรือทำเพลงและเป็นศิลปิน แต่ความฝันของปอ เขายอมรับว่า นับตั้งแต่วันที่เขายังเป็นแค่เด็กนักเรียนมัธยมฯ ตัวเล็ก ๆ อยู่ที่สัตหีบ เขามองเห็นภาพตัวเองในใจว่า สักวันหนึ่ง เขาจะต้องทำเพลงฮิตติดหูคนไทยออกมาให้ได้

เวลา 26 ปีผ่านไป ฝันของเขาก็เป็นจริงขึ้นมากับเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’

แต่เส้นทางก่อนการได้ทำเพลงนี้ เขาฝ่าฟันลองผิดลองถูกและเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาจากหลากหลายที่ทำงาน ทั้งการทำงานใน เอเจนซีโฆษณา การเป็นผู้วางแผนสื่อ (Media planner) จนถึงการเปิดบริษัทออร์แกไนเซอร์เพื่อจัดทำงานอีเวนต์ด้วยตัวเอง มาจนถึงวันนี้เขาอยู่ในตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท Newspective และ Executive Producer Kit Music (ค่ายเพลงของปอที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว) ตอนนี้เขาเป็นนักธุรกิจและมีกลุ่มบริษัทที่ต้องดูแลเป็นของตัวเองมากมาย

แล้วเขามาเกี่ยวข้องกับการทำเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’ ได้อย่างไรกัน?

มันเริ่มจากการได้รับโทรศัพท์ตอนเวลาประมาณสองทุ่มของวันพฤหัสฯ ที่ 10 มิถุนายน 2564 ว่ามีลูกค้า (ซึ่งก็คือ Aerosoft นี่แหละ) ต้องการทำโฆษณาเพื่อประกอบการถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2020 ปอมีเวลาเพียง 10 นาทีเพื่อคิดคอนเซปต์เสนอลูกค้าในขณะนั้น เขาจึงคิดคอนเซปต์คร่าว ๆ และเสนอไอเดียหลักว่า ‘จะต้องทำเพลง (ขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ)’ ซึ่งลูกค้าก็เห็นดีด้วยกับคอนเซปต์ที่เขาเสนอ

แต่การถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 คู่แรกอิตาลี – ตุรกี จะเกิดขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564 (เวลาตีสองของคืนนั้น นับเป็นเช้ามืดของวันที่ 12 มิถุนายน 2564) ก็เท่ากับว่า ‘เพลง’ ที่ปอจะทำจะต้องทำให้สำเร็จให้ออกอากาศทันภายใน 24 ชั่วโมง

คำถามสำคัญคือ ในระยะเวลาที่มีอย่างจำกัด จะทำงานนี้สำเร็จได้อย่างไร?

“ผมคิดว่าธรรมะจัดสรรให้ครับ” ปอเล่าว่าทุกสายที่เขาโทรฯ ไปหา ทั้งคุณต้น-ไตรสิทธิ์ มีสมศัพย์ คนที่เขียนเนื้อและทำนองที่ผมโทรฯ ไปหาเขาตอนตี 2 (ของวันที่ 11 มิถุนายน 2564 หรือหลังจากที่ได้รับบรีฟงานไม่กี่ชั่วโมง) ให้ลุกขึ้นมาแต่งเพลงให้ผม หรือจะเป็น แบงค์-จุฑาคุณ รังสรรค์ โปรดิวเซอร์ของเพลงนี้ที่สู้กันมาทั้งคืนจนถึงเช้าตรู่ของอีกวัน ทุกคนล้วนแต่เต็มที่ เต็มกำลัง พร้อมทุ่มแรงทั้งหมดที่มีสร้างเพลงนี้ออกมาให้ได้ภายในเวลาอันจำกัด”

เมื่อเนื้อร้อง ทำนอง ดนตรีพร้อม สิ่งสำคัญถัดไปคือนักร้อง ใครจะมาเป็นผู้ร้องเพลงสามช่า จังหวะโจ๊ะถึงใจ เข้าถึงได้ทุกคน (ภายในเวลาอันเร่งด่วนขนาดนี้ได้) ปอบอกว่า เขาคิดถึงหน้าคนอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น คือ พลพล พลกองเส็ง

ไม่ถึง 20 ชั่วโมง ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์นี้กำลังจะเริ่มขึ้น เช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564 ปอต่อสายตรงอย่างเร่งด่วนไปยังพลพล ซึ่งแน่นอนว่าพลพลตอบตกลง แต่ด้วยความเร่งรีบของงาน คงจะมีเซอร์ไพรส์เล็กน้อยเมื่อได้ทราบว่าเขาต้องไปอัดเพลงนี้ในบ่ายวันนั้นเลย เวลาประมาณบ่ายโมงครึ่งของวันนั้น ทีมงานได้ไปเจอกันที่ห้องอัดย่านทาวน์อินทาวน์

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป พลพลก็จัดแจงร้องเพลงนี้ให้สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างถูกใจทีมงาน พร้อมประโยคที่ว่า “ไม่เคยร้องแบบนี้เลยครับ” ซึ่งอาจจะหมายความถึงว่าเขาไม่เคยร้องเพลงสามช่าในแนวทางนี้มาก่อน

รับโจทย์จากลูกค้า-เขียนเนื้อ ทำนอง ร้องและเล่นดนตรีเป็นแนวทางเพื่อเป็นเดโม- ส่งไปให้ลูกค้าอนุมัติ- แก้ไขหน้างาน-ติดต่อนักร้อง-ไปร้องที่ห้องอัดจริง-ทีมงานทำภาพวิดีโอประกอบเพลง กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นประมาณบ่ายสองโมงของวันที่ 11 มิถุนายน 2564 เพื่อที่จะส่งให้ทางสถานีโทรทัศน์พิจารณาตอนบ่ายสามโมง และออกอากาศในคืนนั้น เรียกได้ว่านี่คือโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงอย่างแท้จริง

ภายใต้เวลาอันจำกัด พวกเขาทำได้! รู้สึกอย่างไรกับกระแสตอบรับเมื่อเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’ ได้ถูกปล่อยออกไป? ปอตอบว่า

“Aerosoft เขาทำเรื่องที่ดีให้คนไทย ให้คนไทยทั้งประเทศมีความสุขได้ดูบอล เราเป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ เท่านั้นเองครับที่จะตอบแทนเขา (Aerosoft) บ้าง”

แล้วถ้ามีคนมาจ้างให้ทำงานแบบนี้อีกภายใน 24 ชั่วโมง ยังสนใจอีกไหม?

“ถ้าใจไม่ได้ จ่ายมาอีกเป็นพันล้าน ผมก็ไม่ทำครับ”ณัฐภูมิ รัฐชยากร

เป็นไงกันบ้างครับ ได้อ่านกันแล้วรู้สึกอย่างไร ชอบเพลงนี้มั้ย คอมเม้นต์มาคุยกันนะครับดูฟุตบอลให้สนุกนะครับ สวัสดีทุกท่าน!

 

ดาบิด ซิลบา

ดาบิด ซิลบา

ดาบิด ซิลบา

ดาบิด ซิลบา

ชื่อเต็ม : ดาบิด โฆซูเอ้ ฆิมิเนซ ซิลบา

วันเกิด: 8 มกราคม ค.ศ. 1986 (21 ปี)

เกิดที่ : อากวูเนกวิน, ประเทศสเปน

สัญชาติ : สเปน

ส่วนสูง : 173 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก / ปีก

ประวัติส่วนตัว

ซิลบา เริ่มเล่นฟุตบอลในทีมเยาวชนของ ยูดี เฟร์นานโด โดยเริ่มต้นในตำแหน่งผู้นีกษาประตู ก่อนจะผันมาเล่นปีก มี ไมเคิล เลาดรู๊ป เป็นไอดอลในการเล่น จากนั้นตอนอายุ 14 ปี ได้รับข้อเสนอให้มาเล่นทีมเยาวชนของ บาเลนเซีย ในเวลาต่อมาเส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

บาเลนเซีย ซิลบา เริ่มประเดิมระดับอาชีพในฤดูกาล 2004-05 ในระดับ เซกุนด้า กับการโดนยืมตัวที่ เออิบาร์ ลงเล่นเกมลีก 35 นัด ยิงได้ 5 ประตู หลังหมดสัญญายืมตัว ก็ถูกส่งไปเล่นอีกที่ เซลต้า บีโก้ ลงเล่น 34 เกม ยิง 4 ประตู ซิลบา กลับมาสู่ บาเลนเซีย ในซัมเมอร์ปี 2006 และกลายมาเป็นตัวเลือกแรกของทีมในวัยเพียง 20 ปี ใน 2 ฤดูกาลกับทีม เขาพลาดลงสนามแค่ 6 เกม และซัดได้มากถึง 14 ประตู ทำให้ในสิงหาคม 2008 เขาได้รับการต่อสัญญาไปอีก 5 ปี ท่ามกลางความสนใจของทีมใน พรีเมียร์ ลีก ต่อมาเขาคว้าแชมป์ โกปา เดอ เรย์ ในปี 2008 ซึ่งเป็นถ้วยแรกในชีวิตการเล่นบนสเปนของเขา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประกาศยืนยันเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่าจะสร้างอนุสาวรีย์ให้ซิลบาไว้ที่หน้าสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อตอบแทนผลงานของอดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติสเปน ที่ช่วยทีมกวาดแชมป์ครบทั้ง 14 โทรฟี่ ตลอดช่วงเวลา 10 ปีพอดี ที่นักเตะอยู่กับทีม

David Silva  คือนักเตะที่คว้าแชมป์ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ มากกว่าดาวยิงตัวเก่งอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ได้ไป 13 โทรฟี่ และอดีตกองหลังกัปตันทีมอย่าง แว็งซ็องต์ ก็องปานี ที่ได้ไป 12 รายการเสียอีก

ย้อนไปในปี 2010 ชื่อของ David Silva คือหนึ่งในกองกลางตัวรุกที่ดีที่สุดในโลก โดยสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวปั้นเกม และเล่นปีกได้ทั้ง 2 ฝั่ง

ซิลบา คือกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ยูโร 2008 แต่ในยุคนั้น ทีมเรือใบสีฟ้าไม่เคยได้เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยสักครั้ง และร้างแชมป์ลีกมานานกว่า 40 ปี แน่นอนว่าการจะดึงดูดผู้เล่นระดับนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากนักเตะคนนั้น เคยได้รับความสนใจอย่างจริงใจจากยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดอย่าง เรอัล มาดริด

ดิ แอธเลติก เผยเรื่องราวสมัยที่ ดาบิด ซิลบา ยังคงเป็นผู้เล่นของ บาเลนเซีย ในฤดูกาล 2009-10 เอาไว้ว่า หลังจบเกมที่ทีมค้างคาวบุกไปแพ้ราชันชุดขาว 2-0 ในศึก ลา ลีกา ช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่นดังกล่าว ทาง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของฝั่งเจ้าถิ่น ได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน ที่อยากได้กองกลางร่างเล็กไปอยู่ด้วย

เปเรซได้พาหลานชายของเขาทั้ง 2 คนไปที่ห้องแต่งตัวของฝั่งทีมเยือน เพื่อขอให้ซิลบาถ่ายรูปร่วมกับหลานชายของเขา และแจกลายเซ็นให้

ในวันนั้น ซิลบารู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ถูก เพราะเขากำลังเร่งรีบที่จะเก็บของขึ้นรถบัสของสโมสรเพื่อเดินทางกลับ เขาชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางเพื่อบอกว่าเขาต้องรีบไปแล้ว

แต่ทาง เปเรซ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของ เรอัล มาดริด รับหน้าที่ช่วยดูแลให้แทน พร้อมกับกล่าวติดตลกว่า “เอากระเป๋าของเขาไปที่ห้องแต่งตัวของเรา เพราะในปีหน้า ดาบิด จะมาอยู่กับเราแล้ว”

ซิลบายิ้มอย่างเขินอาย เขาถ่ายรูปร่วมกับหลานๆ ของเปเรซด้วยความรู้สึกที่อบอุ่น และในช่วงหลายสัปดาห์ถัดจากนั้น เขาเริ่มพิจารณาถึงโอกาสย้ายไปเล่นที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในตอนที่ เรอัล มาดริด ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงทุกอย่างที่จะได้ตัว ซิลบา ไปร่วมทีมแล้วนั้น จู่ๆ พวกเขาก็เปลี่ยนใจที่จะไม่เซ็นสัญญากับสตาร์จอมเทคนิครายนี้ซะดื้อๆ และเป็นการเปิดทางให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โผล่เข้ามาเจรจากับ บาเลนเซีย แทน

หลังจากที่ ซิลบา ย้ายไปอยู่กับทีมเรือใบสีฟ้าไม่นาน สื่อของสเปนเผยว่า สาเหตุที่ เรอัล มาดริด ล้มเลิกความสนใจในตัวของซิลบา เพราะทีมงานของฝั่งราชันชุดขาวไปรายงานกับ เปเรซ ว่า นักเตะคนนี้มีพฤติกรรมเสพติดปาร์ตี้ และชอบดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่ตรงสเปกผู้เล่นที่มีเกียรติสูงส่งที่สโมสรอยากจะเซ็นสัญญาด้วย

David Silva

ให้สัมภาษณ์กับสื่ออังกฤษในภายหลัง ตอนที่พา แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2012 ว่า “ผมไม่รู้ว่าข่าวลือพวกนั้นมันมาจากไหน ผมเป็นคนที่มีจิตสำนึกที่ดีมาตลอด และรักษาความเป็นมืออาชีพอยู่เสมอ”

“เรื่องนั้นมันไม่ได้ทำให้ผมโกรธหรอกนะ แต่แค่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจมาก พวกเขาสนใจผม และแม้ว่าพวกเขาอยากจะหยุดความสนใจด้วยเรื่องแบบนั้น ผมก็มีความสุขมากๆ กับการตัดสินใจที่ผมเลือกแล้ว”

แชมป์แรกที่ ซิลบา คว้าร่วมกับ แมนฯ ซิตี้ คือถ้วย เอฟเอ คัพ ในปี 2011 โดยที่ ยาย่า ตูเร่ เป็นคนยิงประตูชัยดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ และทำประตูในเกมนัดชิงเช่นกัน ด้วยการเฉือน สโต๊ค ซิตี้ 1-0

หลังจากนั้นในซีซั่น 2011-12 พวกเขาเสริมทัพด้วยซูเปอร์สตาร์ดังจาก ลา ลีกา ซึ่งตามมาเป็นตำนานของสโมสรอีกคนอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่

อเกวโร่ เข้ามายกระดับการจบสกอร์ และกลายเป็นดาวซัลโวประจำทีม พาซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในวินาทีสุดท้าย หลังเฉือน ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 3-2 ทำให้ได้แชมป์ลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 44 ปีอย่างใจหายใจคว่ำ ด้วยการมีผลต่างประตูได้-เสียเหนือกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด

หลังจากนั้นโทรฟี่แชมป์หลั่งใหลเข้าสู่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม นับไม่ถ้วน นับรวมแล้วในช่วงที่ ดาบิด ซิลบา เป็นนักเตะของพวกเขา แมนฯ ซิตี้ กวาดแชมป์ไป 14 รายการอย่างที่เราเกริ่นไป

แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 ครั้ง, ลีก คัพ 5 หน บวกกับ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อีก 3 ครั้ง โดยไม่เคยมีซีซั่นไหนเลย ที่ ซิลบา อยู่ในทีม แล้ว แมนฯ ซิตี้ จบฤดูกาลในลีกด้วยอันดับต่ำกว่าท็อปโฟร์

ฤดูกาล 2017-18 ที่ แมนฯ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นทีมที่ทำแต้มได้สูงที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกถึง 100 คะแนน ดาบิด ซิลบา มีส่วนกับการได้ประตูถึง 20 ลูก (ยิง 9 แอสซิสต์ 11) และมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของพีเอฟเอ

ขณะที่ฤดูกาลสุดท้ายที่ ซิลบา รับใช้ทีมเรือใบสีฟ้า แม้จะได้แค่แชมป์ คาราบาว คัพ เพียงถ้วยเดียว แต่ผลงานยิง 6 จ่าย 10 ในเกมลีก ก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของพีเอฟเออีกครั้งเป็นการสั่งลา

จุดเด่นของ ซิลบา คือการเป็นราชาแอสซิสต์ประจำทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาจ่ายให้เพื่อนยิงในลีกไปถึง 93 ครั้ง ถือเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก

นอกจากนั้นแล้ว สตาร์ทีมชาติสเปนยังยิงเองถึง 77 ประตู จากการลงสนาม 436 นัดรวมทุกรายการให้ทีมเรือใบสีฟ้า และเป็นผู้เล่นที่ลงสนามในเกมระดับยุโรปมากที่สุดของทีม ถึง 70 นัดด้วยกัน แบ่งเป็น ยูโรปา ลีก 14 นัด และ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 56 เกม

ในแถลงการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ประกาศยืนยันว่าจะสร้างอนุสาวรีย์ให้ ดาบิด ซิลบา มีการระบุไว้ว่า

“อนุสาวรีย์ของดาบิด จะถือเป็นสิ่งเตือนความทรงจำที่ยั่งยืน สำหรับช่วงเวลามหัศจรรย์ที่เขามอบให้เรา ไม่เพียงแต่ในฐานะนักฟุตบอลที่น่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นในฐานะทูตผู้สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งได้ทำหน้าที่ตัวแทนสโมสรแห่งนี้มาด้วยความสง่างามตลอดเวลา”

 

 

 

แดนนี่ อิงส์

แดนนี่ อิงส์

แดนนี่ อิงส์

แดนนี่ อิงส์

ประวัติ Danny Ings ( แดนนี่ อิงส์ ) เกิดวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 นักฟุตบอลชาวอังกฤษ ความสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว หรือ 1.78 เมตร ตำแหน่งกองหน้า ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสร เซาแธมป์ตัน สโมสรจากพรีเมียร์ลีก สวมเสื้อหมายเลข 9

แดนนี่ อิงส์ เริ่มต้นฟุตบอลในระดับเยาวชนอาชีพ กับสโมสร บอร์นมัธ จากประเทศอังกฤษ จนถึงปี 2009 หลังจากนั้นได้ย้ายไปเล่นในระดับสโมสรอาชีพ บอร์นมัธ ในปี 2009-2011 ระหว่างนั้นได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับ ดอร์เชสเตอร์ทาวน์เอฟซี ต่อมาในปี 2011-2015 ย้ายทีมมาค้าแข้งในทีมเบิร์นลี่ย์ ในปี 2011-2015 ต่อมาในปี 2015-2019 ย้ายมาค้าแข้งร่วมกับลิเวอร์พูล หลังจากนั้นอีกสี่ปีต่อมาได้ถูกยืมตัวให้มาเล่นกับสโมสร เซาแธมป์ตัน ในปี 2018-2019 หลังจากนั้นในปี 2019 ได้อยู่ร่วมค้าแข้งกับสโมสร เซาแธมป์ตันอย่างเต็มตัวและเป็นสโมสรในปัจจุบัน

Danny Ings เข้าร่วมเล่นฟุตบอลในระดับทีมชาติอังกฤษครั้งแรกเมื่อปี 2013-2015 ในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี จากนั้นปี 2015 ได้รับเลือกให้เล่นในนามทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งแรก

ศูนย์หน้าตัวเก่งของ เซาธ์แฮมป์ตัน กำลังพบกับความสุ่มเสี่ยงว่าจะเรียกความฟิตกลับมาไม่ทันเวลา ในการติดทีมชาติอังกฤษสู้ศึก ยูโร 2020 กลางปีนี้ หลังจากที่ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล กุนซือทีมนักบุญ เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยเผยว่าหัวหอกวัย 28 ปี อาจจะพลาดลงสนามให้ต้นสังกัด ตลอดเกมพรีเมียร์ลีกทั้ง 6 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

อิงส์ มีปัญหาบาดเจ็บที่แฮมสตริง จนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 57 ของเกมลีกนัดที่ เซาธ์แฮมป์ตัน บุกไปแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา และจนป่านนี้ เขายังไม่สามารถกลับมาซ้อมกับทีมได้ จึงชวดลงสนามในเกมที่จะเปิดบ้านรับมือ เลสเตอร์ ซิตี้ คืนวันศุกร์นี้อย่างแน่นอน

ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล เผยถึงอาการเจ็บแฮมสตริงล่าสุดของ อิงส์ ว่า “มันไม่ได้เลวร้ายไปกว่าที่เราดูในตอนแรก แต่มันก็ถือว่าหนักเอาการเหมือนกัน ที่ตอนนี้เขาจะต้องพลาดลงสนามไปหลายเกม”

“ผมไม่รู้เลยว่าเขาจะกลับมาลงเล่นในช่วงเกมท้ายๆ ได้หรือเปล่า”

“เราจะต้องเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในวันที่ 8 พฤษภาคม และเราต้องลงเล่นมากถึง 5 นัดในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งเราจำเป็นต้องมีนักเตะพร้อมใช้งานทุกคน”

แดนนี่ อิงส์ ถือเป็นศูนย์หน้าที่มีสถิติการทำประตูไว้ใจได้มากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขายิงไปถึง 22 ประตูในพรีเมียร์ลีก เป็นรองดาวซัลโวโดยตามหลัง เจมี่ วาร์ดี้ เพียงลูกเดียวเท่านั้น

ส่วนซีซั่นปัจจุบัน ถึงแม้เจ้าตัวจะพลาดการลงสนามไปถึง 7 เกม แต่ก็ยิงไปแล้ว 10 ประตู โดยยิงใส่ สเปอร์ส ได้ด้วยในเกมล่าสุดที่เขาลงเล่นแล้วบาดเจ็บ

ปัญหาอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งของ

แดนนี่ อิงส์ ส่งผลให้เขาพลาดการรับใช้ทีมชาติอังกฤษหลายนัดในช่วงหลังๆ โดยครั้งสุดท้ายที่เจ้าตัวลงสนามให้ทัพสิงโตคำราม คือเกมอุ่นเครื่องที่เปิดบ้านถล่ม เวลส์ 3-0 ซึ่ง อิงส์ ลงเล่นครบ 90 นาที และยิงประตูปิดท้ายของเกมนั้น

ศึกยูโร 2020 จะฟาดแข้งกันในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งถ้าหากอดีตหัวหอกลิเวอร์พูลหายเจ็บกลับมาไม่ทันเวลา น่าจะทำให้ แกเร็ธ เซาธ์เกต เหลือตัวเลือกตำแหน่งศูนย์หน้าเพียงแค่ 6 คน

กองหน้าชาวอังกฤษที่ถูกคาดหมายว่าน่าจะมีชื่อติดทีมลุยศึกยูโรกลางปีนี้ ประกอบด้วย แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส), มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯ ยูไนเต็ด), เมสัน กรีนวู้ด (แมนฯ ยูไนเต็ด), โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน (เอฟเวอร์ตัน), โอลลี่ วัตกิ้นส์ (แอสตัน วิลล่า) และ แพทริค แบมฟอร์ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด)

เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกของ เลสเตอร์ ซิตี้ เลิกเล่นทีมชาติไปนานแล้ว โดยในรายของ แบมฟอร์ด ยังไม่เคยติดทีมชาติอังกฤษมาก่อน ส่วน กรีนวู้ด มักมีชื่อเล่นให้ทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 21 ปีซะมากกว่า ขณะที่ในรายของ แทมมี่ อับราฮัม จากเชลซี ไม่ได้โอกาสลงสนามมานานมากแล้ว

แดนนี อิงส์ ศูนย์หน้า เซาแธมป์ตัน หมดสิทธิ์ล่าตาข่ายกระทั่งจบฤดูกาลนี้ อาจกระเทือนต่อตำแหน่งใน ทีมชาติอังกฤษ ชุดลุยศึกยูโร 2020

หัวหอกวัย 28 ปี ยังไม่กลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนๆ นับตั้งแต่บาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริง (ต้นขาด้านหลัง) ศึกพรีเมียร์ ลีก ซึ่งพ่ายแก่ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1-2 สัปดาห์ที่แล้ว (21 เม.ย.)

อดีตนักเตะ เบิร์นลีย์ และ ลิเวอร์พูล ถูกเรียกตัวกลับสู่แคมป์ “สิงโตคำราม” ซีซันนี้ และหวังจะได้รับความไว้วางใจจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือ เรียกใช้งานศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ซึ่งจะเปิดฉากวันที่ 11 มิถุนายน

ราล์ฟ ฮัสเซนฮุตเทิล กุนซือชาวออสเตรีย กล่าว “ตอนนี้เขาจะไม่ได้ลงสนามสักระยะ ผมไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาทันเกมสุดท้ายหรือไม่”

“เดอะ เซนต์ส” เหลือโปรแกรม 5 นัดสุดท้าย วันที่ 30 เม.ย. – 23 พ.ค. ก่อนพลพรรค “เดอะ ทรี ไลออนส์” ประเดิมสนามรอบแบ่งกลุ่ม พบ โครเอเชีย รองแชมป์โลก 2018 วันที่ 13 มิ.ย.

อิงส์ ยิงประตูที่ 10 เฉพาะลีกสูงสุด ฤดูกาลนี้ พบ สเปอร์ส และยิงประตูในนามทีมชาติครั้งสุด เกมกระชับมิตร ถล่ม เวลส์ 3-0 เดือนตุลาคม 2020

อิงส์ ไม่มีชื่อติดทีมชาติ เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เปิดสนามศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เนื่องจากบาดเจ็บขา

การที่ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล จะต้องอดใช้งาน แดนนี่ อิงส์ ไปอีกหลายเกม ถือว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับทีมนักบุญอย่างแท้จริง

สถิติระบุว่า จาก 7 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020-21 ที่ เซาธ์แฮมป์ตัน พลาดใช้งานดาวซัลโวประจำทีมรายนี้ พวกเขาชนะได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือเกมเปิดบ้านชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อเดือนพฤศจิกายน นอกนั้นอีก 6 นัด ทีมนักบุญพบกับความพ่ายแพ้ถึง 4 นัด เสมอไป 2 เกม

คาดว่านักเตะที่จะได้โอกาสลงสนามแทน อิงส์ น่าจะเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งอย่าง นาธาน เทลล่า ที่จะถูกดันขึ้นไปเล่นกองหน้าคู่กับ เช อดัมส์ โดยที่นักเตะอย่าง เนธาน เร้ดมอนด์ และ ทาคุมิ มินามิโนะ ก็อาจได้โอกาสออกสตาร์ทด้วย

 

 

 

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คือศูนย์หน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดของโลกในช่วงขวบปีที่ผ่านมาเพราะหลักฐานมันเห็นชัดเจนอยู่แล้ว ด้วยจำนวนประตู และความสำเร็จที่เจ้าตัวคว้ามาครอง

ในฤดูกาล 2019-20 ที่ผ่านมา ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ถึง 55 ประตูจากการลงสนาม 47 นัดรวมทุกรายการ โดยเป็นผลงานในบุนเดสลีกาถึง 34 ลูก ซึ่งเป็นสถิติการทำประตูใน 1 ซีซั่นได้มากที่สุดในชีวิตของเขา

“เลวาน” ยังเป็นกำลังสำคัญอันดับหนึ่งในการพา บาเยิร์น มิวนิค กวาดทริปเปิ้ลแชมป์ฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการปลดล็อคคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาเอง

ความพิเศษมันอยู่ตรงที่ทั้ง 3 แชมป์ใหญ่ของเสือใต้ ไม่ว่าจะเป็นบุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ชื่อของ เลวานดอฟสกี้ คือเจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทุกรายการ โดยพ่วงตำแหน่งผู้เล่นที่แอสซิสต์มากที่สุดของ UCL ซีซั่นที่แล้ว (6 ลูก) ร่วมกับ อังเคล ดิ มาเรีย ของ เปแอสเช เข้าไปด้วย

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่าและฟีฟ่า ได้รับการโหวตจากเพื่อนร่วมอาชีพให้ติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของฟิฟโปร และถูกแฟนบอลโหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีจากเกม FIFA 21

เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา “เลวานโกลสกี้” เพิ่งช่วยให้ บาเยิร์น คว้าแชมป์สโมสรโลกที่ประเทศกาตาร์มาครอง โดยที่เจ้าตัวคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

ส่วนสถิติล่าสุดในฤดูกาล 2020-21 เขาซัดไปถึง 29 ประตู จากการลงสนาม 28 นัดรวมทุกรายการ ถือว่ายิงได้มากกว่าจำนวนนัดที่ได้ลงสนามเสียอีก

ปัจจุบัน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ อายุ 32 ปี แน่นอนว่าเขาไม่ใช่นักเตะที่เพิ่งมาดังทีหลัง แต่เจ้าตัวรักษามาตรฐานการถล่มประตูเป็นกอบเป็นกำมานานนับทศวรรษแล้ว

ตั้งแต่ฤดูกาล 2011-12 จนถึงปัจจุบัน ไม่มีซีซั่นไหนที่ เลวานดอฟสกี้ ยิงรวมทุกรายการได้น้อยกว่า 20 ประตู

และหากไปย้อนดูผลงานของเขาในช่วง 5 ซีซั่นก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยยิงรวมทุกถ้วยน้อยกว่าฤดูกาลละ 40 ลูก เป็นดาวซัลโวสูงสุดบุนเดสลีกามา 3 ปีติดต่อกัน

และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ฤดูกาล 2020-21 เขาก็น่าจะยิงได้มากที่สุดในลีกเมืองเบียร์ได้อีก เพราะตอนนี้ซัดไปแล้ว 24 ประตู ส่วนคนอื่นๆ ยังไม่มีใครยิงได้แตะหลัก 20 ลูกเลยสักคน

ณ เวลานี้ เลวานดอฟสกี้ ครองสถิตินักเตะที่ยิงประตูในบุนเดสลีกามากเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ เป็นอันดับ 1 สำหรับชาวต่างชาติของลีกเยอรมัน รวมทั้งเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติโปแลนด์อีกด้วย

ขณะที่สถิติการทำประตูในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลวานดอฟสกี้ ก็ยิงได้น้อยกว่า 2 ซูเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ เท่านั้น บ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้เก่งแค่ในบุนเดสลีกาเพียงอย่างเดียว

เคล็ดลับของสถิติการยิงถล่มทลาย ก็คือรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพราะหากไปดูจำนวนเกมที่เจ้าตัวลงสนาม แทบทุกฤดูกาลเขาจะต้องได้ลงเล่นไม่น้อยกว่า 45 นัด

บางคนอาจมองว่าการยิงประตูในลีกเยอรมันคือเรื่องง่าย แต่ความเป็นจริงก็คือ นอกเหนือจาก เลวานดอฟสกี้ แล้ว ไม่มีศูนย์หน้าคนไหนเลยที่ยืนระยะทำผลงานระดับสูงได้เท่าเขา ตลอดช่วง 10 ปีหลังสุด

ในเดือนพฤศจิกายน 2020 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ไปให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Goal.com เอาไว้หลังจากคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า โดยชี้ว่าความกระหายชัยชนะอยู่เสมอ คือเคล็ดลับของการทำผลงานระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง

เขาบอกว่า “ตราบใดที่คุณเล่นฟุตบอล คุณต้องหิวกระหายอยู่เสมอ การขึ้นสู่จุดสูงสุดมันเป็นเรื่องยากแล้ว แต่การคงอยู่ที่จุดสูงสุดให้ได้มันยากยิ่งกว่า”

ชาวโปแลนด์ส่วนใหญ่มักมีชื่อที่อ่านยาก ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติอย่าง วอยเชียค เชสนี่ หรือ 2 ดาวยิงคนดังทั้ง คริสตอฟซ์ ปิออนเต็ค และ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ล้วนมีชื่อหน้าที่สะกดด้วยตัวอักษรไม่เหมือนชื่อยอดฮิตของชาวยุโรปชาติอื่นๆ

แต่ คริสตอฟ เลวานดอฟสกี้ คุณพ่อบังเกิดเกล้าของหัวหอกตัวเก่งทีมเสือใต้ ตั้งชื่อลูกชายของเขาง่ายๆ ว่า “โรเบิร์ต” ด้วยเหตุผลที่ว่า มันจะเป็นชื่อที่จดจำได้ง่ายขึ้น เมื่อออกไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่ต่างประเทศ

ครอบครัวของ เลวานดอฟสกี้ ล้วนเป็นนักกีฬา โดยคุณพ่ออย่าง คริสตอฟ คืออดีตแชมป์ยูโด และเคยเป็นนักเตะที่ค้าแข้งในดิวิชั่น 2 ของโปแลนด์ ส่วนคุณแม่อย่าง อิโวน่า ก็เป็นอดีตนักวอลเลย์บอลหญิง

แม้แต่ แอนนา เลวานดอฟสก้า ซึ่งเป็นภรรยาของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก็ยังเคยเป็นอดีตนักคาราเต้ดีกรีเหรียญทองแดงในการแข่งขันชิงแชมป์โลกเมื่อปี 2009

นั่นทำให้ตลอดชีวิตของ เลวาน เต็มไปด้วยความคุ้นเคยในเรื่องของการแข่งขัน และวางตัวเพื่อเป็นนักกีฬามืออาชีพโดยเฉพาะ

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ โดยเข้าร่วมสโมสรท้องถิ่นที่ชื่อ ปาร์ตีซานท์ เลสซ์โน่ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ เอ็มเคเอส วาร์โซเวีย วอร์ซอว์ ในปีถัดมา และพัฒนาฝีเท้าที่นั่นจนกระทั่งถึงวัยรุ่น

ในปี 2005 เด็กชายโรเบิร์ตวัยเพียง 17 ปี ได้เล่นฟุตบอลให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกให้กับสโมสรระดับดิวิชั่น 4 ของโปแลนด์อย่าง เดลต้า วอร์ซอว์ ก่อนที่พรสวรรค์อันน่าจับตามอง จะทำให้เขาได้ย้ายไปร่วมทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง ลีเกีย วอร์ซอว์ ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี

ช่วงเวลาที่ย้ายไปเล่นให้สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ลีเกีย วอร์ซอว์ ถือว่า เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

คุณพ่อของเขาต้องจากโลกนี้ไปตอนที่เขาอายุยังไม่ครบ 18 ปี ขณะที่เจ้าตัวต้องเจอปัญหาบาดเจ็บที่เข่าอย่างรุนแรง จนหมดอนาคตที่จะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

อย่างไรก็ตามในปี 2006 สโมสรเล็กๆ อย่าง ซนิช พรุสซ์คอฟ จ่ายเงินค่าตัวเพียง 1,000 ปอนด์ซื้อตัวเขามาปั้นในลีกรอง และจ่ายค่าจ้างให้แค่เดือนละ 230 ปอนด์เท่านั้น

ซึ่งหากเทียบกับรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่หลายๆ คน ถือว่าค่าเหนื่อยของ เลวาน น้อยกว่าคนอื่นประมาณ 3 เท่า

แต่รายได้ไม่ใช่ตัวตัดสินคุณค่าของคนเสมอไป เพราะในฤดูกาล 2006-07 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ฉายแววสุดยอดดาวยิงด้วยการซัดให้ พรุสซ์คอฟ ไปถึง 15 ประตูจากการลงสนามเกมลีก 27 นัด พาสโมสรเลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 3 ขึ้นสู่ดิวิชั่น 2 ได้ทันที

ซีซั่น 2007-08 เลวาน ยังฟอร์มร้อนแรงไม่หยุด เขากดไปอีก 21 ประตูจากการลงสนาม 32 นัดในดิวิชั่น 2 ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของลีกรอง และแน่นอนว่านั่นคือผลงานที่เข้าตาแมวมองของทีมใหญ่ๆ อีกครั้ง

ยาเซ็ค เกรมบอชกี้ อดีตกุนซือของ ซนิช พรุสซ์คอฟ ซึ่งเป็นคนช่วยปลุกปั้นให้ เลวานดอฟสกี้ ได้แจ้งเกิด ได้เผยกับ บีบีซี เมื่อเดือนธันวาคม 2020 โดยบอกว่า การที่ เลวาน พลาดโอกาสขึ้นทีมชุดใหญ่ให้สโมสรอย่าง ลีเกีย วอร์ซอว์ เพียงเพราะปัญหาเจ็บเข่าไม่กี่สัปดาห์ ทำให้เจ้าตัวยิ่งเพิ่มความมุ่งมั่นในการพิสูจน์ตัวเอง

แน่นอนว่าฟอร์มสุดยอดในการเล่นลีกรอง ย่อมไปเข้าตาสโมสรยักษ์ใหญ่ของโปแลนด์

ในเดือนมิถุนายน 2008 อีกหนึ่งบิ๊กทีมของประเทศอย่าง เลช พอซนัน ยอมทุ่มเงิน 1.5 ล้านเหรียญโปแลนด์ หรือราวๆ 3 แสนปอนด์ คว้าตัว เลวานดอฟสกี้ ที่อายุยังไม่ทันครบ 20 ปีไปร่วมทีม

ในฤดูกาล 2008-09 เลวานดอฟสกี้ ทำผลงานในการเล่นลีกสูงสุดปีแรกในชีวิตได้อย่างน่าทึ่ง จากการยิงไปถึง 20 ประตูจากการลงสนาม 48 นัดรวมทุกรายการ ทำให้ทีมอย่าง กลาสโกว์ เซลติก ของสกอตแลนด์ โผล่มาให้ความสนใจสุดยอดกองหน้าดาวรุ่งผู้นี้

แต่ เลช พอซนัน ยังไม่รีบร้อนขายดาวยิงอนาคตไกลคนนี้ออกจากทีม ขณะที่ตัวของ เลวานดอฟสกี้ เอง ก็อยากพัฒนาฝีเท้าในการเล่นในประเทศต่อไปก่อน

ฤดูกาลที่ 2 ของเขากับ เลช พอซนัน เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 17 ปีได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยซัดในลีกไป 18 ประตู พร้อมคว้าตำแหน่งดาวซัลโวได้อีกด้วย

ซึ่งผลงานสุดยอดขนาดนั้น ทำให้ในช่วงระหว่างซีซั่น 2009-10 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่คุมทีมโดย แซม อัลลาร์ไดซ์ ให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ เลวานดอฟสกี้ อย่างจริงจัง

ฤดูกาล 2009-10 แบล็คเบิร์นมีปัญหาหนัก ในเรื่องฟอร์มการเล่นของบรรดากองหน้าที่นัดกันห่วยแตกทุกคน เพราะไม่มีใครยิงประตูในเกมลีกได้มากกว่า 5 ลูกเลยแม้แต่คนเดียว

ตัวหลักอย่าง เจสัน โรเบิร์ตส์ ยิงได้แค่ 5 ประตู, นิโกล่า คาลินิช ซัดไปแค่ 2 ลูก, ฟรังโก้ ดิ ซานโต ยิงได้แค่ลูกเดียว ส่วน จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์ ยิงไม่ได้เลยสักประตู

นักเตะที่ยิงได้เยอะที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนั้น กลับเป็นกองกลางอย่าง เดวิด ดันน์ ที่ยิงได้ 9 ลูก ซึ่งหลายๆ ประตูมาจากลูกจุดโทษ

มันจึงเป็นเรื่องชัดเจนว่าพวกกองหน้าทีมกุหลาบไฟฝากความหวังไม่ได้แล้ว และนั่นทำให้ “บิ๊กแซม” อยากได้กองหน้าเก่งๆ ราคาถูกๆ ไปร่วมทีม

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้สร้างผลงานน่าฮือฮามาแล้วมากมาย ที่ไม่เคยมีกองหน้าคนไหนในบุนเดสลีกาเคยทำได้

เขาเคยใช้เวลาห่างกันเพียง 9 นาที ยิงคนเดียว 5 ประตู ช่วยให้ บาเยิร์น มิวนิค พลิกสถานการณ์จากตามหลัง โวล์ฟสบวร์ก 0-1 กลับมาเอาชนะไป 5-1 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2015 ซึ่งเกมนั้น เลวานดอฟสกี้ ลงเล่นเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง

เลวานดอฟสกี้ ครองสถิตินักเตะที่ทำแฮตทริกได้มากที่สุดตลอดกาลของบุนเดสลีกา เมื่อได้ลูกบอลกลับบ้านไปครองถึง 11 ครั้ง โดยเกิดขึ้นสมัยที่เล่นให้ต้นสังกัดปัจจุบันอย่าง บาเยิร์น 9 ครั้งด้วยกัน

เขาคือนักเตะเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่สามารถทำแฮตทริกได้ในเกม เดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ ช่วยให้ทีมเสือใต้ถล่ม ไอน์ทรัคท์ แฟร้งค์เฟิร์ต ยับเยิน 5-0 เมื่อปี 2018

ในฤดูกาล 2019-20 เขาสร้างสถิติใหม่ให้วงการฟุตบอลลีกสูงสุดเมืองเบียร์ เมื่อกลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูได้ 11 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาล

ขณะที่ผลงานในซีซั่นนี้ เขาสร้างสถิติใหม่ ด้วยการเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา ที่ใช้เวลาแค่ 5 นัดแรกยิงครบ 10 ประตู ก่อนจะสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาอีกอย่าง ด้วยการเป็นนักเตะคนแรก ที่ยิงประตูในเกมบุนเดสลีกานัดเยือนได้ 8 เกมซ้อน

 

 

เซร์คิโอ อเกวโร่

เซร์คิโอ อเกวโร่

เซร์คิโอ อเกวโร่

เซร์คิโอ อเกวโร่

เซร์คิโอ อเกวโร่ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวชื่อดังชาวอิตาเลียนซึ่งได้รับความน่าเชื่อถือมากที่สุดเรื่องการรายงานข่าวซื้อขาย ณ ชั่วโมงนี้ ยืนยันแล้วว่า เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา ที่สัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะหมดลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า กำลังจะย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน

โรมาโน่ ยืนยันว่า อเกวโร่ บรรลุข้อตกลงในการย้ายไปซบทีมอาซูลกราน่าเรียบร้อยแล้ว โดยเตรียมเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ยาวจนถึงปี 2023 ซึ่งตัวของ ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ ตกลงรับค่าเหนื่อยน้อยลงจากเดิม แต่จะมีโบนัสก้อนโต หากช่วยให้บาร์ซ่าคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้โรมาโน่ ยังเผยอีกว่า อเกวโร่ ปรารถนาจะย้ายไปซบ

มากที่สุด เพื่อหวังว่าจะมีโอกาสร่วมงานกับ ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์เพื่อนร่วมทีมชาติที่อาจจะยอมต่อสัญญากับทีม โดยที่ อเกวโร่ ปฏิเสธข้อเสนอจากหลายๆ ทีม ขณะที่ เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่อีกทีมในพรีเมียร์ลีกไม่เคยให้ความสนใจแต่อย่างใด

คาดว่า “เอล กุน” จะทำการตรวจร่างกายเพื่อจรด ปากกาเซ็นสัญญากับทีมชุดเลือดหมู-น้ำเงินภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ คัมป์ นู จะเกิดขึ้นหลังผ่านพ้นเกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ แมนฯ ซิตี้ จะพบกับ เชลซี คืนวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคมนี้

ซร์คิโอ อเกวโร่ คือดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์สโมสรของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการยิงไปถึง 258 ประตูจากการลงเล่น 388 นัดรวมทุกรายการ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้ 5 สมัย

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลปัจจุบัน อเกวโร่ มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนเรื้อรัง และสภาพความฟิตตกจากมาตรฐานเดิมลงไปมาก จึงได้โอกาส ลงสนามรวมทุกรายการเพียง 18 นัด และยิงได้ 4 ประตูเท่านั้น ซึ่ง 2 ลูกในจำนวนนั้นคือการยิงจุดโทษ

ณ เวลานี้ เจ้าตัวกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อเรียกความฟิตกลับคืนมาให้ได้ โดยมีลุ้นลงสนามอำลาแฟนบอลทีมเรือใบสีฟ้าจำนวน 10,000 คน ในเกมลีก นัดปิดฤดูกาล ที่จะพบ เอฟเวอร์ตัน คืนวันอาทิตย์นี้ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งจะมีพิธีมอบ ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกหลังจบเกมด้วย

ดาวยิงที่จะมีอายุครบ 33 ปีในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ ไม่ได้ลงสนามให้ทีมอีกเลย นับตั้งแต่เกมที่แพ้ เชลซี คาบ้าน 1-2 เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งเกมนั้น หัวหอกเจ้าของเสื้อเบอร์ 10 ยิงจุดโทษไม่เข้า เมื่อชิพบอลแบบประมาทไปเข้ามือ เอดูอาร์ เมนดี้ รับง่ายๆ ทำให้ทีมพลาดโอกาสนำห่าง 2-0 ในครึ่งแรก จนโดน เชลซี พลิกแซงชนะในครึ่งหลัง 1-2 แทน

นอกเหนือจากดีลของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่บาร์ซ่ากำลังจะได้ตัวไปร่วมทีมแบบฟรีๆ แล้ว ทางด้าน ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ยังรายงานอีกว่า ทีมอันดับ 3 ลา ลีกา สเปน ฤดูกาลนี้ เตรียมปิดดีลคว้าตัว เมมฟิส เดอปาย กองหน้าทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่กำลังจะหมด สัญญากับ โอลิมปิก ลียง มาเสริมทัพอีกคนเช่นกัน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา บาร์ซ่าได้เจรจาโดยตรง กับทนายคนใหม่ของ เมมฟิส ซึ่งทีมอาซูลกราน่าได้ยื่นสัญญาให้อดีตปีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 ปี แต่ตัวของนักเตะต้องการให้บาร์ซ่าปรับปรุงข้อเสนอในรายละเอียดบางส่วนก่อน ถึงจะยินยอมบรรลุข้อตกลง

ดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ได้ยืนยันกับตัวแทนของเขาว่า ตัวเขาต้องการย้ายไปค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ซึ่งด้วยวัย 27 ปีถือเป็นช่วงพีคของอาชีพค้าแข้ง และเขาต้องการให้อนาคตของตัวเองชัดเจน ก่อนไปช่วยทีมชาติเนเธอร์แลนด์สู้ศึก ยูโร 2020 กลางปีนี้

การที่ บาร์เซโลน่า เตรียมจะได้ทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร่ และ เมมฟิส เดอปาย ไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นหมายความว่า มีโอกาสอยู่เหมือนกันที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะไม่ต่อสัญญากับทีม ขณะที่ตัวรุกคนอื่นๆ ทั้ง อองตวน กรีซมันน์, อุสมาน เดมเบเล่ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก็มีโอกาสจะถูกขายออกไป

และแน่นอนว่าความเคลื่อนไหวของบาร์ซ่า ณ เวลานี้ ถือเป็นการยุติข่าวลือที่มีมานานหลายปี ว่าพวกเขาอยากได้ตัว เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิลเจ้าของสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกกลับไปร่วมทีมอีกครั้ง เพราะกำลังจะได้นักเตะตัวรุกฝีเท้าดีไปร่วมทีมแบบฟรีๆ ถึง 2 คนด้วยกันนั่นเอง

สำหรับนักเตะชื่อดังรายต่อไป ที่มีโอกาสย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า แบบไม่มีค่าตัวอีกคน อาจจะเป็น จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่ยังไม่ยอมต่อสัญญาใหม่กับ ลิเวอร์พูล ก็เป็นได้
มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีมชาวชิลีของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตือนบรรดาสโมสรต่างๆในยุโรปให้เลิกคิดดึงตัว เซร์คิโอ อเกวโร ไปร่วมทีมได้เลย เพราะไม่มีวันปล่อยตัวดาวยิงตัวเก่งรายนี้ออกจากทีมแน่นอน

อเกวโร ซัดไปแล้วถึง 31 ประตูจากการลงสนามทุกรายการให้ แมนฯซิตี้ ในฤดูกาลนี้ ทำให้มีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังได้รับความสนใจจากบรรดาบิ๊กทีมทั่วยุโรป ซึ่งเปเยกรินียืนยันว่าเขาไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ เพราะมั่นใจว่า “เอล กุน” จะไม่ย้ายทีมไปไหนแน่นอน

“ผมไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้เลย เพราะเราไม่ใช่ทีมที่จำเป็นต้องขายนักเตะ และผมก็คิดว่า เซร์คิโอ มีความสุขดีที่นี่ ดังนั้นมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ต้องย้ายทีม เขาไม่ใช่นักเตะที่มีไว้ขาย” เปเยกรินี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ประวัติ

ชื่อ : เซร์จิโอ ลีโอเนล อเกวโร่

เชื้อชาติ : อาร์เจนติน่า

วันเกิด : 2 มิถุนายน 1988

อายุ : 25 ปี

สถานที่เกิด : เมืองกิลเมส ประเทศอาร์เจนติน่า

ส่วนสูง : 172 ซม.

ต้นสังกัด : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ตำแหน่ง : กองหน้า

 

 

กรรมการผู้ตัดสินฟุตบอล

กรรมการผู้ตัดสินฟุตบอล

กรรมการผู้ตัดสินฟุตบอล
กรรมการผู้ตัดสินฟุตบอล

กรรมการผู้ตัดสินฟุตบอล

ผู้ตัดสินฟุตบอล refereeในกีฬาฟุตบอลคือผู้เฝ้าดูการแข่งขันและมีอำนาจบังคับตามกติกาฟุตบอลในการแข่งขันนัดฟุตบอล การตัดสินของผู้ตัดสินถือเป็นคำชี้ขาดในการเล่น ผู้ตัดสินมีผู้ช่วยอีกสองคน เรียกว่าผู้ช่วยผู้ตัดสิน อาจเรียกว่า ไลนส์แมน (linesmen) และในบางครั้งยังมีผู้ตัดสินที่ 4 กับผู้ช่วยผู้ตัดสินเพิ่มเติม

ผู้ตัดสินส่วนใหญ่เป็นผู้ตัดสินสมัครเล่น คือได้รับค่าจ้างเล็กน้อยต่อการแข่งขัน อย่างไรก็ตามในบางประเทศมีการกำหนดจำนวนของผู้ตัดสิน เพื่อตัดสินในการแข่งขันระดับสูงสุดในลีก ผู้ตัดสินในบางประเทศได้รับการว่าจ้างเป็นงานประจำจากสมาคมฟุตบอลแห่งชาติ ได้รับค่าจ้างตั้งแต่ต้นฤดูกาล บวกกับค่าจ้างในแต่ละนัด

ผู้ตัดสินอาชีพได้รับการฝึกและใบอนุญาตจากสมาคมภายใต้การดูแลของฟีฟ่าของแต่ละชาติ โดยสมาคมในแต่ละชาติจะรับรองผู้ตัดสินระดับยอดให้ฟีฟ่าเพื่อเป็นเกียรติให้บันทึกอยู่ในรายชื่อผู้ตัดสินระหว่างประเทศของฟีฟ่า ซึ่งในการแข่งขันระหว่างประเทศ ต้องการใช้ผู้ตัดสินของฟีฟ่า ส่วนในการแข่งขันท้องถิ่นของแต่ละประเทศ สมาคมแต่ละประเทศพิจารณาจากการปฏิบัติ อันดับ และการพัฒนาของผู้ตัดสินจาก การตัดสินรุ่นเยาวชนไปจนถึงการแข่งขันอาชีพ

อำนาจและหน้าที่ จากกติกาฟุตบอล ระบุว่า

อำนาจตัดสินใจว่าสภาพสนามแข่งขันหรือบริเวณสภาพแวดล้อมหรือสภาพภูมิอากาศว่าเหมาะสำหรับการแข่งขันหรือไม่

ตัดสินใจละทิ้งการแข่งขันไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม

ตัดสินใจเกี่ยวกับสภาพสิ่งของที่ติดตั้งหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ถูกใช้ระหว่างการแข่งขัน รวมถึงเสาประตู คานประตู เสาธงมุมสนาม และลูกบอล

ตัดสินใจหยุดหรือไม่ให้หยุดการแข่งเนื่องจากผู้เข้ามากวน หรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับผู้ชม

ตัดสินใจหยุดหรือไม่ให้หยุดการแข่งขันเพื่อนำผู้เล่นที่บาดเจ็บออกจากการแข่งขันเพื่อทำการปฐมพยาบาล รวมถึงการร้องขอาให้นำผู้เล่นที่บาดเจ็บออกจากการแข่งขัน

ตัดสินใจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ผู้เล่นสวมใส่เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ หรืออุปกรณ์บางชนิด

ตัดสินใจ (ในสิ่งต่อไปนี้อาจเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเขาด้วย) อนุญาตหรือไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นใด (รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทีมหรือเจ้าหน้าที่สนาม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ช่างภาพ หรือผู้บรรยาย สื่อมวลชนต่าง ๆ) อยู่ในบริเวณใกล้เคียงสนามแข่งขัน

หน้าที่

ปฏิบัติตามกติกาข้อต่าง ๆ ควบคุมการแข่งขันโดยมีผู้ช่วยผู้ตัดสิน กรรมการผู้ตัดสินคนที่ 4 คอยให้ความร่วมมือช่วยเหลือตามความเหมาะสม แน่ใจว่าลูกบอลทุกลูกทีใช้ในการแข่งขันถูกต้องตามข้อกำหนดของกติกาข้อ 2 แน่ใจว่าอุปกรณ์ของผู้เล่นถูกต้องตามข้อกำหนดของกติกาข้อ 4 ทำหน้าที่รักษาเวลาการแข่งขัน และเขียนรายงานการแข่งขัน

พิจารณาการสั่งหยุดการเล่น หยุดการเล่นชั่วคราว หรือยุติการแข่งขัน (Suspends or Terminate the Match) ทุกกรณีของการกระทำผิดกติกาการแข่งขัน รวมถึงสิ่งรบกวนจากภายนอกที่รบกวนการแข่งขัน

สั่งหยุดการเล่นถ้าดุลยพินิจของเขาเห็นว่าผู้เล่นบาดเจ็บหนักและแน่ใจว่าเคลื่อนย้ายออกจากสนามแข่งขันไปแล้ว ผู้เล่นที่บาดเจ็บนั้นจะกลับเข้าไปในสนามแข่งได้อีกในภายหลังการเริ่มเล่นใหม่ได้ริมเล่นไปแล้ว

อนุญาตให้การเล่นดำเนินต่อไปจนกว่าลูกบอลจะอยู่นอกการเล่นถ้าเห็นว่าผู้เล่นบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แน่ใจว่าผู้เล่นที่มีเลือดไหลออกจากบาดแผลได้ออกจากสนามแข่นขันแล้ว และผู้เล่นนั้นจะกลับไปเล่นใหม่ได้เมื่อได้รับสัญญาณจากผู้ตัดสิน ซึ่งต้องพึงพอใจแล้วว่าเลือดที่ไหลออกมานั้นได้หยุดแล้ว

อนุญาตให้การเล่นดำเนินต่อไปเมื่อทีมที่ถูกกระทำผิดจะเกิดประโยชน์จากการได้เปรียบ และถ้าการคาดคะเนในการให้ได้เปรียบนั้นไม่เป็นตามที่คาดไว้ในขณะนั้น ก็จะลงโทษตามความผิดที่เกิดขึ้นแต่แรกนั้น ลงโทษความผิดที่ร้ายแรงกว่าในกรณีที่ผู้เล่นทำผิดมากกว่า 1 อย่าง ภายในเวลาเดียวกัน

ควบคุมระเบียบวินัยโดยแสดงการต่อต้านต่อผู้เล่นที่กระทำผิดต้องได้รับการคาดโทษ และการให้ออกจาการแข่งขัน เขาไม่ได้ถูกบังคับว่าต้องกระทำในทันทีทันใด แต่ต้องทำทันทีลูกบอลอยู่นอกการเล่นแล้ว

ทำหน้าที่แสดงการต่อต้านเจ้าหน้าที่ทีมที่ขาดความรับผิดชอบในการควบคุมการประพฤติปฏิบัติตนเองที่ดี และเขาอาจพิจารณาให้ออกจากสนามแข่งขันและบริเวณแวดล้อมในทันที ปฏิบัติตามการช่วยเหลือของผู้ช่วยผู้ตัดสินตามเหตุการณ์ที่ตนเองมองไม่เห็นแน่ในว่า ไม่มีบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในสนามแข่งขัน

ให้ทำการเริ่มเล่นได้หยุดลง

เขียนรายงานการแข่งขันเสนอต่อผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่ได้แต่งตั้งไว้ ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการควบคุมระเบียบทุกอย่างที่กระทำต่อผู้เล่นและ /หรือเจ้าหน้าที่ทีมและเหตุการณ์ณ์อื่น ๆ ทักกรณีที่เกิดขึ้นก่อนการแข่งขัน ระหว่างการแข่งขัน หรือภายหลังการแข่งขัน

วิธีการ เข้าใจสัญญาณของผู้ตัดสินฟุตบอล

เคล็ดลับ ให้เคารพการตัดสินใจของผู้ตัดสินเสมอและห้ามข่มขู่หรือเถียงอย่างก้าวราวกับผู้ตัดสินเด็ดขาด ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของผู้ตัดสิน ให้เล่นต่อไปหรือให้กัปตันทีมมาขอคำอธิบายจากผู้ตัดสินอย่างสุภาพ

เส้นทางสู่การเป็นผู้ตัดสิน

เริ่มต้นสำหรับบุคคลทั่วไป จำเป็นต้องยื่นใบสมัครเข้ามาที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทไทยฯ
โดยมีคุณสมบัติดังนี้  อายุระหว่าง 18-30 ปี สำเร็จการศึกษาชั้นต่ำระดับมัธยมศึกษาเป็นอย่างน้อย  สัญชาติไทย  ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพ หรือ มีโรคประจำตัวร้ายแรง

ผู้ตัดสินชั้น 3

เมื่อผ่านการอบรมคอร์สเบื้องต้น 5 วัน, การทดสอบ สมรรถภาพทางร่างกาย ก็จะขึ้นเป็นผู้ตัดสินชั้น 3 ผู้ตัดสินชั้น 3 สามารถทำหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลระดับ ไทยลีก 4 เมื่อปฏิบัติหน้าที่ ครบ 3 ปี จะมีสิทธิ์สอบเลื่อนชั้นจากชั้น 3 เป็นชั้น 2 โดยหัวข้อสอบ ประกอบไปด้วย สอบทฤษฎี, สอบภาคปฏิบัติ และ ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

ผู้ตัดสินชั้น 2

ผู้ตัดสินชั้น 2 สามารถทำหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลระดับ ไทยลีก 2 หรือ M-150 แชมเปี้ยนชิพ และ ไทยลีก 3 เมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบ 2 ปี จะมีสิทธิ์สอบเลื่อนชั้นจากชั้น 2 เป็นชั้น 1 โดยหัวข้อสอบ ประกอบไปด้วย สอบทฤษฎี, สอบภาคปฏิบัติ และ ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

ผู้ตัดสินชั้น 1

ผู้ตัดสินชั้น 1 สามารถทำหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลระดับ ไทยลีก 1 หรือ โตโยต้า ไทยลีก
เมื่อปฏิบัติหน้าที่ ครบ 1 ปี มีสิทธิสอบเลื่อนชั้นจากชั้น 1 เป็นระดับ FIFA (ไทย) โดยหัวข้อสอบ ประกอบไปด้วย สอบทฤษฎี, สอบภาคปฏิบัติ และ ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

ผู้ตัดสินระดับ FIFA (ไทย)

ผู้ตัดสินระดับ FIFA สามารถทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ (ฟุตบอลในระดับภูมิภาคทั้งในระดับเยาวชนและทีมชุดใหญ่, ฟุตบอลอุ่นเครื่อง FIFA Day) เมื่อเป็นผู้ตัดสินระดับ FIFA (ไทย) สามารถส่งชื่อสอบ เป็นผู้ตัดสินระดับ FIFA Elite โดยต้องส่งชื่อไปให้ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ AFC คัดเลือก ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี โดยหัวข้อสอบประกอบไปด้วย การใช้ภาษา, สอบทฤษฎี, สอบภาคปฏิบัติ และ ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

ผู้ตัดสินระดับ AFC Elite

ผู้ตัดสินระดับ AFC Elite สามารถทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ (ฟุตบอลในระดับทวีป, ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก, ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย) ผู้ตัดสินระดับ AFC Elite ที่อยู่ในระดับ Top 3 ของทวีป จะได้สิทธิ์ไปทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย

รายชื่อผู้ตัดสิน FIFA (ชาย)

1. นายศิวกร ภูอุดม
2. นายมงคลชัย เพชรศรี
3. นายชัยฤกษ์ งามสม
4. นายวิวรรธน์ จำปาอ่อน
5. นายสงกรานต์ บุญมีเกียรติ
6. นายต่อพงษ์ สมสิงห์

รายชื่อผู้ช่วยผู้ตัดสิน FIFA (ชาย)

1. นายราวุฒิ นาคฤทธิ์
2. นายพูนสวัสดิ์ สำราญสุข
3. นายภัทรพงษ์ กิจสถิตย์
4. นายธเนศ ชูชื่น
5. นายอภิชิต โนพวน
6. นายคมสันต์ คำแผ่น
7. นายราเชนทร์ ศรีชัย
8. นายโชติระวีย์ ทองดวง

รายชื่อผู้ตัดสิน FIFA (หญิง)

1. นางสาวพรรษา ชัยสนิท
2. นางสาวสุนิตา ทองถวิล
3. นางสาวทัศนีย์ เขื่อนเพชร

รายชื่อผู้ช่วยผู้ตัดสิน FIFA (หญิง)

1. นางสาวสุภาวรรณ หินทอง
2. นางสาวอริษา จันทร์โสม
3. นางสาวนวลนิจ ดอนจังหรีด

รายชื่อผู้ตัดสินฟุตซอล FIFA (ผู้ตัดสินหญิงสามารถตัดสินฟุตซอลชายได้)

1. นายยุทธกร ไม้เกตุ
2. นายพรณรงค์ ไกรรอด
3. นายเบญจพล หมู่เจริญทรัพย์
4. นายชลกาญจน์ เหลือสะอาด
5. นางสาวปนัดดา โคตรเสนาภัทรา

รายชื่อผู้ตัดสินฟุตบอลชายหาด FIFA

1. นายสุวัตน์ วงศ์สุวรรณ
2. นายศุภฤทธิ์ อุดมา

กีฬาฟุตบอล EURO

กีฬาฟุตบอล EURO

กีฬาฟุตบอล EURO
กีฬาฟุตบอล EURO

กีฬาฟุตบอล EURO กีฬาฟุตบอลชิงแชมป์แห้งชาติยุโรป European Football Championship หรือที่คนส่วนมากนิยมเรียก ก็คือ ฟุตบอลยูโร กีฬาชนิดนี้เป็นการแข่งขันฟุตบอลรายการสำคัญที่สุดของทีมชาติในทวีปยุโรปเลยก็ว่าได้

ซึ่งกีฬาชนิดนี้จะจัดขึ้นทุก 4 ปี จัดขึ้นโดยสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่าและจะห่างจากการแข่งขันฟุตบอลโลกของฟีฟ่า 2 ปี เริ่มแข่งขันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) มาตรฐานของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่ชาติยุโรปนี้ ได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี คริสต์ศักราช 1956

ก่อนที่จะเริ่มริ่มมีการแข่งขันครั้งแรกขึ้นมาในปี 1960 ในชื่อว่า ฟุตบอลยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ โดยเริ่มต้นรูปแบบการแข่งขันยังเป็นระบบการเล่นเหย้า-เยือนในรอบต้นๆ ก่อนที่จะเล่นแบบน็อกเอาต์ในรอบรองชนะเลิศ

อีกทั้งบุคคลที่ผลักดันให้มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในชาติเป็นกลางขึ้นมาคือ อองรี เดอลาเน่ย์ จากสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส และ ทำให้การแข่งขันรอบสุดท้ายครั้งแรกมีขึ้นที่เมืองน้ำหอม ในปี 1960

โดยเป็นการพบกันระหว่าง สหภาพโซเวียต กับ ยูโกสลาเวีย ซึ่งผลลงเอยด้วยชัยชนะของทีมจากแดนหลังม่านเหล็กในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1

สำหรับฟุตบอลยูโร หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (European Football Championship) เป็นการแข่งขันฟุตบอลรายการสำคัญที่สุดของทีมชาติในทวีปยุโรป ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ดูแลจัดการแข่งขันโดยสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า)

ทั้งนี้การแข่งขันครั้งแรก มีทีมชาติร่วมแข่งขัน รอบสุดท้ายเพียง 4 ประเทศ โดยในปี 1968 เป็นการแข่งขันครั้งที่ 3 เปลี่ยนชื่อรายการมาเป็นยูโรเปียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ (ใช้อยู่ในปัจจุบัน)

และในครั้งที่ 6 ปี 1980 มีทีมชาติเข้าแข่งรอบสุดท้าย เพิ่มเป็น 8 ประเทศ และการแข่งขันนัดชิงลำดับที่ 3 ถูกยกเลิกไป เมื่อปี 1984 หรือครั้งที่ 7 หลังจากนั้มาในปี 1996 หรือครั้งที่ 10 เพิ่มจำนวนเป็น 16 ประเทศ ในรอบสุดท้าย ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 24 ประเทศ ในรอบสุดท้าย จากการคัดเลือก 54 ประเทศ เมื่อปี 2016 ที่ฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพ

ในช่วงปี 1964 ได้มีปัญาหาการขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้น และมีการเข้ามานยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเกมกีฬา เมื่อครั้งที่ กรีซ ไม่ยอมที่จะเล่นกับ แอลเบเนีย หลังมีสงครามระหว่างประเทศเกิดขึ้น จึงมีการเล่นรอบชิงชนะเลิศ จัดชึ้น มาดริด ประเทศสเปน อีกทั้งแชมป์จึงตกเป็นของเจ้าภาพที่เอาชนะ สหภาพโซเวียต 2-1

หลังจากนั้นปี 1968 ได้มีการเปลี่ยนขื่อ การแข่งขันเกมกีฬาเป็นการแข่งขันจากฟุตบอลยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ มาเป็น ยูฟ่า ยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพ อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการแข่งขันเป็นแบบแบ่งกลุ่ม โดยมีทั้งหมด 8 สาย

ต่อมาแชมป์แต่ละก็จะเข้ามาเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ มีการแข่ง 2 นัด ก่อนเข้ารอบตัดเชือก คือแชมป์ครั้งนั้นแต่ละ นี้เป็นของเจ้าภาพ อิตาลี ที่เอาชนะ ยูโกสลาเวีย 2-0 ในนัดรีเพลย์ หลังเกมแรกเสมอกัน 0-0 ฟุตบอลยูโร 1972

รอบสุดท้าย ที่ประเทศเบลเยียม ยังคงใช้รูปแบบการแข่งขันเหมือนที่ผ่านมา โดยแชมป์ตกเป็นของ เยอรมัน ตะวันตก ที่ถล่ม สหภาพโซเวียต ไปอย่างขาดลอย 3-0 จากการทำประตูของ แกร์ด มุลเลอร์ คนเดียว 2 ลูก

จากนั้นอีก 4 ปีต่อมา รอบชิงชนะเลิศมีขึ้นที่ยูโกสลาเวีย โดยที่ เชโกสโลวะเกีย เสมอ เยอรมัน 2-2 ก่อนที่จะมีการดวลจุดโทษครั้งแรก และแชมป์ก็ตกเป็นของ ขุนพลเช็กในที่สุด

มาถึงศึกยูโร 1980 ได้เริ่มใช้ระบบการแข่งแบบใหม่ โดย 8 ทีมจะต้องมาเล่นรอบสุดท้าย ที่ประเทศอิตาลี และแบ่งการเล่นออกเป็น 2 กลุ่ม นำแชมป์ของแต่ละกลุ่มมาเล่นรอบชิงชนะเลิศ

ซึ่งปรากฏว่า เยอรมันตะวันตก คว้าแชมป์ไปครองหลังเฉือนชนะ เบลเยียม 2-1 จนกระทั่งในศึกยูโร 1984 ที่ฝรั่งเศส ได้มีการเปลี่ยนระบบการแข่งขันให้ 2 ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดของทั้ง 2 กลุ่ม เข้ามาเล่นในรอบ ตัดเชือก และในที่สุดเจ้าบ้านซึ่งนำทีมโดย มิเชล พลาตินี่ ก็ชนะ สเปน 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมกับคว้าแชมป์ได้อย่างงดงาม

จากนั้นในปี 1988 เยอรมันตะวันตก ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบ้างโดยใช้รูปแบบเหมือนครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แฟนบอลเมืองเบียร์ต้องอกหัก ปล่อยให้ ฮอลแลนด์ ที่มีนักเตะชั้นเยี่ยมอย่าง มาร์โก แวน บาสเท่น, แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด และ รุด กุลลิท คว้าแชมป์ไปครอง

หลังเอาชนะ สหภาพโซเวียต 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ มาถึงปี 1992 ที่สวีเดน ได้เกิดตำนานเทพนิยายเดนส์ขึ้นมา หลังจากทีมชาติเดนมาร์ก ได้เข้าร่วมการแข่งขันกะทันหัน เนื่องจาก ยูโกสลาเวีย ถูกตัดสิทธิ์ โดยขุนพลเมือง “โคนม” สร้างผลงานยอดเยี่ยมคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างเหลือเชื่อทั้งที่มีเวลา เตรียมตัวไม่นานนักเพิ่มเป็น 16 ทีม

ถึงศึกยูโร 1996 ที่อังกฤษ ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันอีกครั้ง โดยมี 16 ทีมเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 4 ทีม

และ 2 อันดับแรกของแต่ละสายจะได้เข้ามาเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย นอกจากนั้น ยังมีการนำกฎ โกลเด้นโกล์มาใช้ครั้งแรกอีกด้วย และ กฎนี้ก็ได้ใช้ตัดสินในรอบชิงชนะเลิศทันที โดยที่ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ หัวหอกเยอรมัน ซัดดับชีพ สาธารณรัฐเช็ก 2 1

จากนั้นในปี 2000 ก็เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมโดย เบลเยียม และ ฮอลแลนด์ รับหน้าเสื่อคู่กัน จุดสำคัญของการแข่งขัน ครั้งนี้อยู่ที่การทำประตูโกลเด้นโกล์ของ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ที่พาฝรั่งเศส เอาชนะ อิตาลี พร้อมกับคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่ คือหนึ่งในสมาชิกของทีมชาติฝรั่งเศสชุดรุ่งเรืองที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 ต่อด้วยยูโร 2000
แม้อาจไม่ใช่กำลังสำคัญของทีมตราไก่ใน 2 ทัวร์นาเมนต์ที่ว่า แต่เขาเป็นคนทำแอสซิสต์ประวัติศาสตร์ ด้วยการกระชากผ่าน เดเมตริโอ อัลแบร์ตินี่ และ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ไปสุดเส้น

หลังฝั่งซ้าย ก่อนเปิดบอลตัดหน้า อเลสซานโดร เนสต้า ถวายพานให้ ดาวิด เทรเซเก้ต์ เอี้ยวตัวซัดปลิดวิญญาณ อิตาลี ในช่วง โกลเด้น โกล ของนัดชิงชนะเลิศ
ซึ่งหลังจากแอสซิสต์ลูกนั้นให้ทีมตราไก่ครองเจ้ายุโรปเพียง 2 วัน เขาเซ็นสัญญาร่วมทีม อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวเพียง 6 ล้านปอนด์

และแน่นอนว่านั่นคือหนึ่งในการซื้อตัวที่ดีที่สุดในชีวิตการคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ อย่างไม่ต้องสงสัย
อันที่จริง โรแบร์ ปิแรส ไม่ใช่คนสายเลือดฝรั่งเศส เขามีคุณพ่อชื่อ อันโตนิโอ เป็นชาวโปรตุเกส ส่วนคุณแม่ชื่อ มาริเบล เป็นชาวสแปนิช

ความรักระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่ของโรแบร์ เริ่มมาจากสงครามอาณานิคมโปรตุเกสช่วงทศวรรษที่ 70 ซึ่งโปรตุเกสต้องเกณฑ์คนหนุ่มเป็นกองกำลังทหารเพื่อไปทำศึกสงครามที่ประเทศแองโกลา
อันโตนิโอ ปิแรส ได้ตัดสินใจย้ายหนีสงครามเพื่อไปหาชีวิตที่ดีกว่าที่ดินแดนน้ำหอม และที่นั่นทำให้เขาได้พบรักกับหญิงสาวที่ชื่อ มาริเบล ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ให้กำเนิดเด็กชายที่กลายเป็นสุดยอดนักฟุตบอลในเวลาต่อมา

ถึงแม้ โรแบร์ ปิแรส จะลืมตาดูโลกที่เมืองแร็งส์ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส แต่ด้วยความที่ภาษาเฟร้นช์ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ นั่นทำให้เขาเจอความยากลำบากในการสื่อสารกับเพื่อนที่โรงเรียน
สิ่งที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง มีเพียงความรักในกีฬาฟุตบอล ที่พ่อกับแม่บังเกิดเกล้าของเขาปลูกฝังให้ตั้งแต่ยังเล็กเท่านั้น

อันโตนิโอ คุณพ่อของโรแบร์ เป็นแฟนบอลของ เบนฟิก้า และมักจะพาลูกชายไปดูตัวเองเล่นฟุตบอลทุกคืนวันเสาร์ ส่วนคุณแม่อย่าง มาริเบล ก็เป็นแฟนบอลตัวยงของ เรอัล มาดริด
ปิแรส เคยเผยว่า นักเตะที่เป็นไอดอลของเขาในวัยเด็กคือ มิเชล อดีตเพลย์เมกเกอร์ระดับตำนานของทีมราชันชุดขาว นั่นทำให้ตำแหน่งที่เขาเริ่มเล่นไม่ใช่ปีก แต่เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง

อันที่จริง ปิแรส ไม่ค่อยแน่ใจนักว่านั่นคือการตัดสินใจที่คุ้มค่า แต่เป็นเพราะมารดาบังเกิดเกล้าอย่าง มาริเบล ยืนหยัดว่าลูกชายคนเก่งของเขาจะต้องเอาดีกับการเป็นนักฟุตบอลให้ได้เท่านั้น
หลังจากเข้าฝึกในอะคาเดมี่ของ แร็งส์ ได้ 4 ปี พอถึงปี 1992 เขาก็เซ็นสัญญาร่วมทีม เม็ตซ์ ซึ่งในตอนนั้นยังเล่นในลีกสูงสุด ก่อนได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่หลังจากนั้นแค่ปีเดียว

ฟิลิปป์ ฮินช์แบร์เกอร์ อดีตโค้ชทีมสำรองของเม็ตซ์ คือบุคคลสำคัญที่ทำให้ โรแบร์ ปิแรส กลายเป็นปีกพรสวรรค์สูงในเวลาต่อมา
ปิแรส เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล เมื่อปี 2014 ว่า “เขาคือคนแรกที่จับผมไปเล่นเป็นปีกซ้าย ก่อนหน้านั้นผมเล่นตำแหน่งหมายเลข 10”

“ฮินช์แบร์เกอร์ได้เห็นการเล่นของผม และวันหนึ่งเขาเข้ามาบอกผมว่า “โรแบร์ ฉันรู้ว่านายไม่ได้ถนัดเท้าซ้าย แต่ฉันอยากให้นายลองไปเล่นตรงนั้น” ซึ่งผมก็แปลกใจ เพราะในตอนนั้นมีนักเตะถนัดขวาแค่ไม่กี่คน ที่เล่นเป็นปีกซ้าย”
และเรื่องราวหลังจากนั้นกลายเป็นประวัติศาสตร์ เมื่อ โรแบร์ ปิแรส พัฒนาตัวเองกลายเป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส

ตลอด 6 ฤดูกาลที่ ปิแรส เป็นนักเตะของ แอฟเซ เม็ตซ์ เขายิงไปถึง 47 ประตูจากการลงสนาม 195 นัดรวมทุกรายการ
ในฤดูกาล 1995-96 เขายิงในลีกสูงสุดฝรั่งเศสไปถึง 11 ลูก ช่วยให้ เม็ตซ์ จบฤดูกาลด้วยอันดับ 4

ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาเป็นตัวหลักช่วยให้ทีมคว้าแชมป์

เฟร้นช์ ลีก คัพ ไปครอง และนั่นคือแชมป์ระดับเมเจอร์รายการสุดท้ายของสโมสรมาจนถึงทุกวันนี้
ช่วงปี 1996 และ 1997 เบนฟิก้า ซึ่งเป็นทีมโปรดของคุณพ่อต้องการดึงตัวเขาไปเล่นที่โปรตุเกส แต่ ปิแรส ปฏิเสธโอกาสนั้น เพราะมองว่าเขากำลังไปได้สวยกับการเล่นฟุตบอลที่แดนน้ำหอม จึงยังไม่ต้องการรีบย้ายไปเล่นกับทีมใหญ่ในต่างแดน
การเล่นในลีกฝรั่งเศสต่อไปคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะในเดือนสิงหาคม 1996 โรแบร์ ปิแรส ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และรักษาตำแหน่งในทีมชาติเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

อันที่จริง ปิแรส เกือบคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกกับ เม็ตซ์ ตั้งแต่ซีซั่น 1997-98 แล้ว จากการที่ซัดไปถึง 11 ประตู แล้วช่วยให้ต้นสังกัดเก็บไปถึง 68 แต้มจาก 34 นัด
แต่มันน่าเสียดายที่ เม็ตซ์ มีผลต่างประตูได้-เสียเป็นรอง โมนาโก เพียง 5 ลูก ทำให้เขาได้แค่ตำแหน่งรองแชมป์ลีกไปอย่างน่าเจ็บปวด

อย่างไรก็ตาม ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้ โรแบร์ ปิแรส มีชื่อติดทีมตราไก่ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก ฟร้องซ์ 98 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ และหลังจบทัวร์นาเมนต์นั้น เขาคือส่วนหนึ่งของทีมชาติชุดแชมป์โลกสมัยแรก
ผลงานที่โดดเด่น

ยังทำให้ ปิแรส ได้เซ็นสัญญาไปร่วมทีม โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งเป็นสโมสรมหาอำนาจของประเทศในปี 1998 อีกด้วย
โดยค่าตัวในการย้ายไปร่วมทัพโอแอ็ม มีมูลค่าอยู่ที่ 5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นราคาที่แพงที่สุดของการซื้อขายระหว่าง 2 สโมสรในฝรั่งเศส ณ เวลานั้น

อย่างไรก็ตาม การย้ายไปเล่นให้สโมสรที่ใหญ่ขึ้นของประเทศ แถมเป็นการย้ายทีมด้วยค่าตัวไม่ใช่น้อยๆ มันกลับกลายเป็นทำให้ ปิแรส ลงเล่นภายใต้เครื่องแบบ มาร์กเซย ด้วยความกดดัน
จากที่เคยยิงในลีกสูงสุดได้ไม่น้อยกว่าฤดูกาลละ 10 ประตูได้ 3 ซีซั่นติดต่อกัน กลายเป็นว่าเขายิงให้ มาร์กเซย ในเกมลีกแค่ 8 ประตูตลอด 2 ฤดูกาลที่ค้าแข้งในถิ่น สต๊าด เวโรโดรม

ฤดูกาล 1998-99 ถือเป็นซีซั่นที่น่าเจ็บปวดสำหรับ ปิแรส เพราะ มาร์กเซย พลาดแชมป์ลีกด้วยการตามหลัง บอร์กโดซ์ เพียงคะแนนเดียว แถมยังแพ้ ปาร์ม่า ยับเยิน 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพด้วย

ถึงแม้ผลงานกับ มาร์กเซย จะน่าผิดหวัง แต่สำหรับการเล่นระดับทีมชาติ ถือว่า ปิแรส ยังมีประโยชน์กับทีม นั่นทำให้เขายังเป็นหนึ่งในทีมตราไก่ชุดคว้าแชมป์ยูโร 2000 โดยเป็นซูเปอร์ซับในนัดชิงชนะเลิศ

เมื่อทำแอสซิสต์ให้ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ซัดประตูโกลเด้นโกลดับฝันอิตาลี
ในช่วงซัมเมอร์ปี 2000 โรแบร์ ปิแรส ได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด ทีมโปรดของคุณแม่ซึ่งเพิ่งคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และคราวนี้เป็นอีกครั้งที่เขาปฏิเสธโอกาสไปร่วมทีมโปรดของบิดามารดา

ปิแรส มองว่า เขาอยากเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศสที่ตัวเขาเองเข้ากันได้ดี จึงตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม อาร์เซน่อล แทน เพราะมีทั้ง เธียร์รี่ อองรี กับ ปาทริค วิเอร่า เป็นกำลังหลัก

ขณะที่ ซิลแว็ง วิลตอร์ ก็กำลังจะย้ายจาก บอร์กโดซ์ ตามไปอยู่ด้วยเช่นกันปิแรส เคยเล่าให้ฟังว่า การปฏิเสธโอกาสไปร่วมทีมราชันชุดขาว แล้วไปเล่นที่อังกฤษแทน ทำให้คุณแม่ของเขาไม่พอใจอย่างมาก

ช่วงแรกๆ ที่ โรแบร์ ปิแรส เพิ่งย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกใหม่ๆ ถือว่าไม่ค่อยน่าจดจำมากนัก
การลงสนามให้ อาร์เซน่อล นัดแรกของ ปิแรส จบลงด้วยการที่ต้นสังกัดใหม่ของเขาพ่ายแพ้ โดยปีกเคราแพะถูกส่งลงสนามแทน เฟรดริก ลุงเบิร์ก ในครึ่งหลังของเกมที่บุกแพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-0

จากนั้น อาร์แซน เวนเกอร์ ลองส่ง ปิแรส ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกอีก 5 นัดติดต่อกัน ซึ่งแม้ว่าทีมปืนใหญ่จะไม่แพ้เลยใน 5 เกมนั้น แต่ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 7 ไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ให้เพื่อนได้เลยแม้แต่ลูกเดียวปิแรส เผยว่า เวนเกอร์ พยายามกระตุ้นให้เขาตัดสินใจในการเล่นให้เร็วขึ้น เพราะการเข้าปะทะของฟุตบอลที่อังกฤษเร็วกว่าที่ฝรั่งเศสมากนัก

และหลังจากนั้นไม่นาน ปิแรส ก็ค่อยๆ เรียกฟอร์มสุดยอดสมัยที่เคยโดดเด่นกับ เม็ตซ์ ตอนเป็นดาวรุ่งกลับคืนมา
ปิแรส ยิงประตูแรกในสีเสื้ออาร์เซน่อล ได้เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมปี 2000 โดยกระชากไปซัดใส่ ลาซิโอ ได้อย่างสุดสวย ช่วยให้ทีมปืนใหญ่ตามตีเสมออินทรีฟ้าขาวชุดดรีมทีมได้ถึงกรุงโรม 1-1

ในช่วงท้ายเกมของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม
ถัดจากนั้นเพียง 4 วัน เขาทำประตูแรกของตัวเองในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ช่วยให้ทีมบุกชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่มี แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ เป็นกุนซือได้ 2-1

ฤดูกาล 2000-2001

ถึงแม้ อาร์เซน่อล จะไม่มีแชมป์ติดมือ แต่ชื่อของ โรแบร์ ปิแรส ค่อยๆ เข้าไปอยู่ในใจแฟนบอล เดอะ กันเนอร์ส มากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยิงใส่คู่ปรับตลอดกาลอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้ถึง 2 ครั้ง ทั้งในลีก และเกม เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ มันยิ่งทำให้เขาเป็นที่รักของเด็กปืนอย่างรวดเร็ว
จากนั้นพอถึงฤดูกาล 2001-02 โรแบร์ ปิแรส ที่ปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ก็ระเบิดฟอร์มเทพกลายเป็นหนึ่งในปีกที่อันตรายที่สุดของพรีเมียร์ลีก

ถ้าหาก เธียร์รี่ อองรี คือพระเอกประจำทีม ตำแหน่งเพื่อนพระเอกที่มีบทบาทสำคัญที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น ปิแรส ที่ยิงไปถึง 14 ประตู และทำอีก 7 แอสซิสต์ในฤดูกาลนั้น
น 2001-02 จนถึง 2004-05 ถือเป็นช่วงเวลาที่ ปิแรส มีแชมป์ติดมือกับทีมปืนใหญ่ทุกปี ถ้าหากไม่ได้แชมป์ลีก ก็ต้องมีถ้วย เอฟเอ คัพ มาประดับบารมีได้ตลอด

พอถึงฤดูกาล 2005-06 เขาเจอปัญหาเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีม เพราะ ณ เวลานั้น ปิแรส อายุย่างเข้า 32 ปี และต้องการสัญญาเพิ่มอีก 2 ปี แต่สโมสรมีนโยบายต่อสัญญานักเตะอายุเกิน 30 แบบปีต่อปีเท่านั้น

การที่ อาร์แซน เวนเกอร์ เซ็นสัญญาคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ คเล็บ ตัวรุกจอมเทคนิคทีมชาติเบลารุสจาก สตุ๊ตการ์ท ในช่วงซัมเมอร์ปี 2005 ถือเป็นการลดโอกาสลงตัวจริงของ ปิแรส ไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ และนั่นคืออีกปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสรายนี้ ตัดสินใจอำลาทีมเมื่อจบซีซั่น

 เป็นนัดสุดท้ายของ โรแบร์ ปิแรส

มันควรเป็นเกมที่น่าจดจำ เพราะมันคือนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ บาร์เซโลน่า โดยที่เขาพาทีมปืนใหญ่ผ่านเข้าชิงฟุตบอลรายการใหญ่สุดของยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แต่การโดนใบแดงของ เยนส์ เลห์มันน์ ตั้งแต่นาทีที่ 18 บีบบังคับให้ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องเปลี่ยนนักเตะเอาต์ฟิลด์ออกจากสนาม 1 คนเพื่อส่งผู้รักษาประตูลงไปทำหน้าที่แทน
และคนที่โชคร้ายก็คือ ปิแรส ที่ต้องโดนเปลี่ยนให้ มานูเอล อัลมูเนีย ลงไปแทน ทำให้เขามีเวลาในสนามเพียงแค่ไม่ถึง 20 นาที

ปิแรส ต้องอำลาทีมปืนใหญ่ก่อนที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จะเปิดใช้งานในปี 2006 เสียอีก
โดยเกียรติประวัติของเขากับ อาร์เซน่อล คือแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และแชมป์ เอฟเอ คัพ อีก 2 ครั้ง โดยติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ได้ถึง 3 ฤดูกาล จากช่วงเวลา 6 ปีที่เขาเล่นที่อังกฤษในปี 2006

โรแบร์ ปิแรส ที่กลายเป็นนักเตะไม่มีค่าตัว เกือบย้ายไปเล่นที่สกอตแลนด์กับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส อยู่แล้ว แต่เขาเลือกเซ็นสัญญาย้ายไปเล่นที่สเปนกับ บียาร์เรอัล แทน เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับคุณแม่ที่ใช้ชีวิตในแดนกระทิงดุ

เพราะด้วยอายุที่โรยราลงไปเยอะ ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จนักกับการค้าแข้งที่ บียาร์เรอัล 4 ปี ตามด้วยไปเล่นกับ แอสตัน วิลล่า เป็นช่วงสั้นๆ ในครึ่งหลังของซีซั่น 2010-11 แล้วจึงว่างเว้นจากฟุตบอลอาชีพนาน 3 ปี ก่อนคัมแบ็กไปเล่นในลีกอินเดียเมื่อปี 2014 และประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2016

 

 

 

สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ

สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ

สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ
สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ

สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสนใจฟุตบอลอยู่ในสายเลือด ย่อมมีความสนใจค่า สถิติบอล ต่างๆเกี่ยวกับ ทีมหรือนักฟุตบอลแต่ละคนซึ่งเว็บ Finalgoal เราก็ได้รวบรวม ข้อมูลสถิติ ของทีมน้อยใหญ่ ยอดนิยมทั่วโลกทุกๆลีกมาอยู่บนเว็บไซด์ รวมไปถึงข้อมูลสถิติของนักเตะในแต่ละทีมตั้งแต่ดาวรุ่ง จนไปถึงระดับ ซูปเปอร์สตาร์ และเวิร์ลคลาส และสกอร์บอลสด

เราก็มีข้อมูลให้คุณติดตามอย่างเต็มอิ่มจุใจกันเลยทีเดียว ซึ่งจะบอกว่าสถิติเหล่านี้อ้างอิงมาจาก ค่าเฉลี่ย หรือผลจากการแข่งขันที่ผ่านๆ มาโดยรวมของแต่ละทีมหรือนักเตะแต่ละคนซึ่งเกิดขึ้นจริง ในการแข่งขัน ซึ่งจะทำให้คุณนั้นสามารถคาดการณ์ผลการแข่งขันล่วงหน้า หรือคาดการณ์ผลการแข่งขันที่กำลังจบลงหรือ เริ่มขึ้นได้อย่างแม่นยำมากๆ

ยกตัวอย่างทัวร์นาเมนต์ และข้อมูล สถิติบอล ที่น่าสนใจ

สถิติก่อนแข่ง มีอะไรบ้าง ? สถิติ ก่อนแข่งยกตัวอย่างเช่น ตารางคะแนนแต่ละทัวร์เมนต์ ของลีกฟุตบอลต่างๆ ยกตัวอย่างฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก หรือฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรป ซึ่งเป็นถ้วยใหญ่หรือเรียกกัน สั้นๆว่า ยูฟ่า หรือ ถ้วยบิ๊กเอีย ซึ่งจะค้นหาทีมที่ดีที่สุดในแต่ละประเทศของทวีปยุโรปมาแข่งขันชิงชัยกันในรายการนี้ทั้งหมด 32 ทีม โดยแต่ละประเทศจะได้โควตาในการไปเล่นฟุตบอลถ้วยนี้ไม่เท่ากัน เพราะมาตรฐานหรือสกอร์ของแต่ละลีกถูกจัดอันดับไว้ต่างกัน

สถิติบอลของเว็บ Finalgoal มีอะไรบ้าง ที่น่าสนใจในการแข่งขันมาดูกันเลยดีกว่า

อย่างถ้าเป็นลีกชั้นนำอย่าง อังกฤษ สเปน อิตาลี เยอรมัน ฝรั่งเศส จะได้โควตา เข้ามาแข่งกันถึง 4 ทีม โดยคัด อันดับ 1 – 4 ในลีกที่ดีที่สุดมาแข่งขันกัน ซึ่งบางประเทศก็ได้โควตาเข้ามา 2-3 ทีม ทั้งหมดนี้ทางเว็บ Finalgoal ก็จะมีการรวบรวมสถิติ ของทีมทั้งหมด 32 ทีมในฤดูการนี้มาจัดอันดับ หรือ นำเสนอเป็นตารางคะแนน ในทัวร์นาเมนต์ และตารางการแข่งขัน รวมถึงรายชื่อ

นักฟุตบอลทุกทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ ทั้งนี้ยกตัวอย่าง สมมุติว่า บาร์เซโลนา พอ ยูเวนตุส เราก็จะมีสถิติก่อนแข่งที่จะทำนายผลเบื้องต้นได้ เช่นโอกาสแพ้ชนะแบ่งเป็น % ระบบการเล่นของทั้งสองทีม เช่น 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 ของทีมคู่แข่งขันมาให้ได้รับทราบรวมถึงรายชื่อคาดการณ์ ก่อนลงสนาม ของทั้งสองทีมจนถึงตัวสำรอง นี่คือสถิติก่อนการแข่งขัน

สถิติระหว่างแข่งขัน Finalgoal รวบรวมให้เรียบร้อย นั้นคือข้อมูลผลบอลสดล่าสุด

สถิติระหว่างการแข่งขันเช่น เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นไปแล้วกี่นาที เช่น 20 นาที ทางเว็บไซด์ก็จะโชว์เป็นตัวเลขเวลาระหว่างการแข่งขันที่กำลังกำการแข่งอยู่ และรวมไปถึงโอกาสการทำประตู ทั้งหมดของแต่ละทีม แบ่งย่อยเป็นเข้ากรอบกี่ลูกและเป็นประตูกี่ลูก ใครเป็นผู้ทำประตู

หรือเข้าประตูตัวเอง และระหว่างการแข่งขัน ทีมไหนมีดเปอร์เซ็น การครองบอล การเข้าจบสกอร์มากกว่ากัน และจังหวะปะทะ หรือที่เรียกว่า แทคเกิล มากกว่ากัน มีใบบแดง ใบเหลืองเกิดขึ้นกี่ใบ ซึ่งละเอียดมากๆ จึงบอกได้ว่าหากคุณติดตามคุณจะสนุกไปกับเกมส์การแข่งขันเลยทีเดียว ลุ้นง่ายคลายเครียดกันไปทุกคู่

ตลาดซื้อขายนักเตะ (อังกฤษ: transfer window) เป็นช่วงเวลาระหว่างปีที่สโมสรฟุตบอลสามารถโอนย้ายผู้เล่นจากทีมอื่น ๆ มาเป็นผู้เล่นของทีมตัวเองได้ การโอนย้ายดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อลงทะเบียนผู้เล่นเข้าสู่สโมสรใหม่ผ่านฟีฟ่า ซึ่งคำว่า “ตลาดซื้อขายนักเตะ” เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไปโดยสื่อสำหรับแนวคิดของ “ระยะเวลาการลงทะเบียน”

ตามที่อธิบายไว้ในกฎระเบียบฟีฟ่า ว่าด้วยสถานะและการโอนย้ายผู้เล่น ตามกฎสมาคมฟุตบอลแต่ละประเทศจะเป็นผู้กำหนดเวลา (เช่นวันที่) ของตลาดซื้อขาย แต่ต้องไม่เกิน 12 สัปดาห์ ระยะเวลาของการลงทะเบียนครั้งที่สองจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลแข่งขัน และต้องไม่เกินสี่สัปดาห์

ตลาดซื้อขายถูกนำมาใช้เพื่อตอบสนองต่อการเจรจากับคณะกรรมาธิการยุโรป ระบบนี้ถูกนำมาใช้ในหลาย ๆ ลีกยุโรป ก่อนที่จะถูกนำมาบังคับใช้โดยฟีฟ่าในช่วงฤดูกาล 2002–03 โดยฟุตบอลอังกฤษเป็นผู้ริเริ่มแผนนี้ และได้นำเสนอในช่วงต้นปี ค.ศ. 1990 ด้วยความหวังว่าจะช่วยปรับปรุงเสถียรภาพของทีมและป้องกันตัวแทนจากการค้นหาข้อตกลงตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตามกฎระเบียบที่แน่นอนและข้อยกเว้นที่เป็นไปได้นั้น กำหนดขึ้นโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลการแข่งขันแต่ละครั้งแทนที่จะเป็นโดยสมาคมฟุตบอล

ตารางเวลาปัจจุบันและข้อยกเว้น

ในกฎระเบียบฟีฟ่าระบุว่า โดยทั่วจะต้องมีตลาดซื้อขายสองช่วง ระยะยาวช่วงนึง (สูงสุดสิบสองสัปดาห์) ในช่วงพักระหว่างฤดูกาล และ ระยะสั้นช่วงนึง (สูงสุดหนึ่งเดือน) ในช่วงกลางฤดูกาล ซึ่งระยะเวลาเฉพาะขึ้นอยู่กับรอบฤดูกาลของลีกที่กำหนดโดยหน่วยงานฟุตบอลของประเทศนั้น

ลีกยุโรปที่สำคัญส่วนใหญ่มักเริ่มฤดูกาลในครึ่งหลังของปี (เช่น เดือนสิงหาคมหรือกันยายน) และแข่งขันตลอดสองปีปฏิทินไปจนถึงครึ่งปีแรกของปีถัดไป (เช่น เดือนพฤษภาคม) ส่งผลให้ตลาดซื้อขายนักเตะปิดลงในช่วงเดือนสิงหาคม และตลาดซื้อขายช่วงกลางฤดูกาลเปิดในเดือนมกราคม

ระยะเวลาจะแตกต่างกันเมื่อลีกมีการแข่งขันตลอดทั้งปีปฏิทินเดียว เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศนอร์ดิก เนื่องจากข้อจำกัดของสภาพอากาศ รวมไปถึงเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ที่ติดข้อจำกัดทั้งด้านสภาพอากาศและการแข่งขันจากกีฬายอดนิยมอื่น ๆ ในท้องถิ่น (โดยเฉพาะ บาสเก็ตบอล และอเมริกันฟุตบอล) หรือเป็นฤดูดั้งเดิมในซีกโลกใต้ โดยทั่วไปตลาดซื้อขายครั้งแรกจะเปิดตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึงช่วงค่ำของวันที่ 30 เมษายน ตามมาด้วยตลาดซื้อขายช่วงกลางฤดูกาลเปิดตั้งแต่ 1 ถึง 31 สิงหาคม

สโมสรในพรีเมียร์ลีกในประเทศอังกฤษได้โหวตให้สิ้นสุดตลาดซื้อขายในวันพฤหัสก่อนเริ่มฤดูกาลวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2018 แทนที่จะเป็นวันที่ 31 สิงหาคม เนื่องจากฟีฟ่าต้องการให้ตลาดซื้อขายเปิด 12 สัปดาห์ โดยตลาดจะเปิดประมาณวันที่ 17 พฤษภาคมหลังจากเกมสุดท้ายของฤดูกาลเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมจบลง โดยสโมสรสามารถขายผู้เล่นได้จนถึง 31 สิงหาคม แต่ไม่สามารถซื้อทดแทนหลังเส้นตายวันที่ 9 สิงหาคมได้

แม้ว่าในอังกฤษการโอนย้ายผู้เล่นระหว่างสโมสรในลีกเดียวกันอาจเกิดขึ้นทันทีที่การแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาลได้เริ่มขึ้น แต่การโอนย้ายจะไม่เสร็จสมบูรณ์จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม เนื่องจากสัญญาของผู้เล่นหลายคนจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน การโอนย้ายผู้เล่นระหว่างประเทศไปสู่ลีกอังกฤษ (รวมถึงพรีเมียร์ลีก) ไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าตลาดจะเปิด

ในวันที่ 17 พฤษภาคม ในนอกตลาดซื้อขาย สโมสรอาจยังคงซื้อผู้เล่นได้ในกรณีฉุกเฉินหากไม่มีผู้รักษาประตู ข้อยกเว้นพิเศษจากหน่วยงานที่จัดการแข่งขันเช่นพรีเมียร์ลีกมีข้อจำกัดว่า ตลาดซื้อขายนักเตะไม่สามารถใช้กับสโมสรในเนชันนัลลีกหรือลีกต่ำกว่านั้นได้

หากวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เส้นตายสามารถขยายไปถึงวันจันทร์ถัดไปตามคำร้องขอของผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยเหตุผลทางธุรกิจ  การเปลี่ยนแปลงครั้งแรกของกำหนดการเริ่มตั้งแต่ในฤดูร้อนของปี ค.ศ. 2008 เมื่อขยายเส้นตายออกไป 24 ชั่วโมง

ในวันจันทร์ที่ 1 กันยายนเวลาเที่ยงคืน เส้นตายของประเทศอังกฤษได้ขยายไปถึงเวลา 5 โมงเย็นของวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2009 เนื่องจากวันหยุดธนาคารของเดือนสิงหาคม เช่นเดียวกับเยอรมันฟุตบอลลีกที่ประกาศขยายเส้นตายไปเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009

สโมสรสามารถซื้อผู้เล่นไม่มีสังกัดเมื่อใดก็ได้ในช่วงฤดูกาลแข่งขัน หากสโมสรก่อนหน้านั้นได้ปล่อยตัวผู้เล่นก่อนสิ้นสุดตลาดซื้อขาย สโมสรสามารถขอซื้อผู้เล่นในกรณีฉุกเฉินได้ เช่น     หากผู้รักษาประตูหลายคนบาดเจ็บในเวลาเดียวกัน นอกตลาดซื้อขายในอังกฤษเมื่อผ่านไปเจ็ดวันหลังตลาดซื้อขายสิ้นสุดลง สโมสรจากอิงกลิชฟุตบอลลีก (ระเบียบที่ 53.3.4) และ

(หากผู้เล่นไม่ได้ลงทะเบียนกับสโมสรจากลีกใด ๆ ที่ต่ำกว่าเนชันนัลลีก) เนชันนัลลีก      (ระเบียบที่ 6.6.4) สามารถยืมตัวผู้เล่น 1) ได้ในครึ่งแรกของฤดูกาลจนถึง 5 โมงเย็นในวันพฤหัสที่สี่ของเดือนพฤศจิกายน และ 2) ในครึ่งสองของฤดูกาลจนถึง 5 โมงเย็นในวันพฤหัสที่สี่ของเดือนมีนาคม การยืมตัวผู้เล่นสามารถขยายข้อตกลงการยืมออกไปได้ตลอดเวลานอกตลาดการซื้อขาย

วันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เส้นตายของการซื้อขายนักเตะ (อังกฤษ: transfer deadline day) และมักเป็นหนึ่งในวันที่คึกคักที่สุดของตลาดซื้อขายและสร้างความวุ่นวายในการโอนย้ายผู้เล่น เพราะจำนวนการโอนย้ายซึ่งกันและกันพึ่งพาอาศัยกันจะเสร็จสมบูรณ์คล้ายห่วงโซ่ที่อยู่อาศัย ซึ่งสร้างความสนใจจากสื่อเป็นอย่างมาก