กีฬาฟุตบอล EURO

กีฬาฟุตบอล EURO

กีฬาฟุตบอล EURO
กีฬาฟุตบอล EURO

กีฬาฟุตบอล EURO กีฬาฟุตบอลชิงแชมป์แห้งชาติยุโรป European Football Championship หรือที่คนส่วนมากนิยมเรียก ก็คือ ฟุตบอลยูโร กีฬาชนิดนี้เป็นการแข่งขันฟุตบอลรายการสำคัญที่สุดของทีมชาติในทวีปยุโรปเลยก็ว่าได้

ซึ่งกีฬาชนิดนี้จะจัดขึ้นทุก 4 ปี จัดขึ้นโดยสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่าและจะห่างจากการแข่งขันฟุตบอลโลกของฟีฟ่า 2 ปี เริ่มแข่งขันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) มาตรฐานของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่ชาติยุโรปนี้ ได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี คริสต์ศักราช 1956

ก่อนที่จะเริ่มริ่มมีการแข่งขันครั้งแรกขึ้นมาในปี 1960 ในชื่อว่า ฟุตบอลยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ โดยเริ่มต้นรูปแบบการแข่งขันยังเป็นระบบการเล่นเหย้า-เยือนในรอบต้นๆ ก่อนที่จะเล่นแบบน็อกเอาต์ในรอบรองชนะเลิศ

อีกทั้งบุคคลที่ผลักดันให้มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในชาติเป็นกลางขึ้นมาคือ อองรี เดอลาเน่ย์ จากสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส และ ทำให้การแข่งขันรอบสุดท้ายครั้งแรกมีขึ้นที่เมืองน้ำหอม ในปี 1960

โดยเป็นการพบกันระหว่าง สหภาพโซเวียต กับ ยูโกสลาเวีย ซึ่งผลลงเอยด้วยชัยชนะของทีมจากแดนหลังม่านเหล็กในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1

สำหรับฟุตบอลยูโร หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (European Football Championship) เป็นการแข่งขันฟุตบอลรายการสำคัญที่สุดของทีมชาติในทวีปยุโรป ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ดูแลจัดการแข่งขันโดยสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า)

ทั้งนี้การแข่งขันครั้งแรก มีทีมชาติร่วมแข่งขัน รอบสุดท้ายเพียง 4 ประเทศ โดยในปี 1968 เป็นการแข่งขันครั้งที่ 3 เปลี่ยนชื่อรายการมาเป็นยูโรเปียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ (ใช้อยู่ในปัจจุบัน)

และในครั้งที่ 6 ปี 1980 มีทีมชาติเข้าแข่งรอบสุดท้าย เพิ่มเป็น 8 ประเทศ และการแข่งขันนัดชิงลำดับที่ 3 ถูกยกเลิกไป เมื่อปี 1984 หรือครั้งที่ 7 หลังจากนั้มาในปี 1996 หรือครั้งที่ 10 เพิ่มจำนวนเป็น 16 ประเทศ ในรอบสุดท้าย ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 24 ประเทศ ในรอบสุดท้าย จากการคัดเลือก 54 ประเทศ เมื่อปี 2016 ที่ฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพ

ในช่วงปี 1964 ได้มีปัญาหาการขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้น และมีการเข้ามานยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเกมกีฬา เมื่อครั้งที่ กรีซ ไม่ยอมที่จะเล่นกับ แอลเบเนีย หลังมีสงครามระหว่างประเทศเกิดขึ้น จึงมีการเล่นรอบชิงชนะเลิศ จัดชึ้น มาดริด ประเทศสเปน อีกทั้งแชมป์จึงตกเป็นของเจ้าภาพที่เอาชนะ สหภาพโซเวียต 2-1

หลังจากนั้นปี 1968 ได้มีการเปลี่ยนขื่อ การแข่งขันเกมกีฬาเป็นการแข่งขันจากฟุตบอลยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ มาเป็น ยูฟ่า ยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพ อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการแข่งขันเป็นแบบแบ่งกลุ่ม โดยมีทั้งหมด 8 สาย

ต่อมาแชมป์แต่ละก็จะเข้ามาเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ มีการแข่ง 2 นัด ก่อนเข้ารอบตัดเชือก คือแชมป์ครั้งนั้นแต่ละ นี้เป็นของเจ้าภาพ อิตาลี ที่เอาชนะ ยูโกสลาเวีย 2-0 ในนัดรีเพลย์ หลังเกมแรกเสมอกัน 0-0 ฟุตบอลยูโร 1972

รอบสุดท้าย ที่ประเทศเบลเยียม ยังคงใช้รูปแบบการแข่งขันเหมือนที่ผ่านมา โดยแชมป์ตกเป็นของ เยอรมัน ตะวันตก ที่ถล่ม สหภาพโซเวียต ไปอย่างขาดลอย 3-0 จากการทำประตูของ แกร์ด มุลเลอร์ คนเดียว 2 ลูก

จากนั้นอีก 4 ปีต่อมา รอบชิงชนะเลิศมีขึ้นที่ยูโกสลาเวีย โดยที่ เชโกสโลวะเกีย เสมอ เยอรมัน 2-2 ก่อนที่จะมีการดวลจุดโทษครั้งแรก และแชมป์ก็ตกเป็นของ ขุนพลเช็กในที่สุด

มาถึงศึกยูโร 1980 ได้เริ่มใช้ระบบการแข่งแบบใหม่ โดย 8 ทีมจะต้องมาเล่นรอบสุดท้าย ที่ประเทศอิตาลี และแบ่งการเล่นออกเป็น 2 กลุ่ม นำแชมป์ของแต่ละกลุ่มมาเล่นรอบชิงชนะเลิศ

ซึ่งปรากฏว่า เยอรมันตะวันตก คว้าแชมป์ไปครองหลังเฉือนชนะ เบลเยียม 2-1 จนกระทั่งในศึกยูโร 1984 ที่ฝรั่งเศส ได้มีการเปลี่ยนระบบการแข่งขันให้ 2 ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดของทั้ง 2 กลุ่ม เข้ามาเล่นในรอบ ตัดเชือก และในที่สุดเจ้าบ้านซึ่งนำทีมโดย มิเชล พลาตินี่ ก็ชนะ สเปน 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมกับคว้าแชมป์ได้อย่างงดงาม

จากนั้นในปี 1988 เยอรมันตะวันตก ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบ้างโดยใช้รูปแบบเหมือนครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แฟนบอลเมืองเบียร์ต้องอกหัก ปล่อยให้ ฮอลแลนด์ ที่มีนักเตะชั้นเยี่ยมอย่าง มาร์โก แวน บาสเท่น, แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด และ รุด กุลลิท คว้าแชมป์ไปครอง

หลังเอาชนะ สหภาพโซเวียต 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ มาถึงปี 1992 ที่สวีเดน ได้เกิดตำนานเทพนิยายเดนส์ขึ้นมา หลังจากทีมชาติเดนมาร์ก ได้เข้าร่วมการแข่งขันกะทันหัน เนื่องจาก ยูโกสลาเวีย ถูกตัดสิทธิ์ โดยขุนพลเมือง “โคนม” สร้างผลงานยอดเยี่ยมคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างเหลือเชื่อทั้งที่มีเวลา เตรียมตัวไม่นานนักเพิ่มเป็น 16 ทีม

ถึงศึกยูโร 1996 ที่อังกฤษ ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันอีกครั้ง โดยมี 16 ทีมเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 4 ทีม

และ 2 อันดับแรกของแต่ละสายจะได้เข้ามาเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย นอกจากนั้น ยังมีการนำกฎ โกลเด้นโกล์มาใช้ครั้งแรกอีกด้วย และ กฎนี้ก็ได้ใช้ตัดสินในรอบชิงชนะเลิศทันที โดยที่ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ หัวหอกเยอรมัน ซัดดับชีพ สาธารณรัฐเช็ก 2 1

จากนั้นในปี 2000 ก็เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมโดย เบลเยียม และ ฮอลแลนด์ รับหน้าเสื่อคู่กัน จุดสำคัญของการแข่งขัน ครั้งนี้อยู่ที่การทำประตูโกลเด้นโกล์ของ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ที่พาฝรั่งเศส เอาชนะ อิตาลี พร้อมกับคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่ คือหนึ่งในสมาชิกของทีมชาติฝรั่งเศสชุดรุ่งเรืองที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 ต่อด้วยยูโร 2000
แม้อาจไม่ใช่กำลังสำคัญของทีมตราไก่ใน 2 ทัวร์นาเมนต์ที่ว่า แต่เขาเป็นคนทำแอสซิสต์ประวัติศาสตร์ ด้วยการกระชากผ่าน เดเมตริโอ อัลแบร์ตินี่ และ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ไปสุดเส้น

หลังฝั่งซ้าย ก่อนเปิดบอลตัดหน้า อเลสซานโดร เนสต้า ถวายพานให้ ดาวิด เทรเซเก้ต์ เอี้ยวตัวซัดปลิดวิญญาณ อิตาลี ในช่วง โกลเด้น โกล ของนัดชิงชนะเลิศ
ซึ่งหลังจากแอสซิสต์ลูกนั้นให้ทีมตราไก่ครองเจ้ายุโรปเพียง 2 วัน เขาเซ็นสัญญาร่วมทีม อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวเพียง 6 ล้านปอนด์

และแน่นอนว่านั่นคือหนึ่งในการซื้อตัวที่ดีที่สุดในชีวิตการคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ อย่างไม่ต้องสงสัย
อันที่จริง โรแบร์ ปิแรส ไม่ใช่คนสายเลือดฝรั่งเศส เขามีคุณพ่อชื่อ อันโตนิโอ เป็นชาวโปรตุเกส ส่วนคุณแม่ชื่อ มาริเบล เป็นชาวสแปนิช

ความรักระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่ของโรแบร์ เริ่มมาจากสงครามอาณานิคมโปรตุเกสช่วงทศวรรษที่ 70 ซึ่งโปรตุเกสต้องเกณฑ์คนหนุ่มเป็นกองกำลังทหารเพื่อไปทำศึกสงครามที่ประเทศแองโกลา
อันโตนิโอ ปิแรส ได้ตัดสินใจย้ายหนีสงครามเพื่อไปหาชีวิตที่ดีกว่าที่ดินแดนน้ำหอม และที่นั่นทำให้เขาได้พบรักกับหญิงสาวที่ชื่อ มาริเบล ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ให้กำเนิดเด็กชายที่กลายเป็นสุดยอดนักฟุตบอลในเวลาต่อมา

ถึงแม้ โรแบร์ ปิแรส จะลืมตาดูโลกที่เมืองแร็งส์ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส แต่ด้วยความที่ภาษาเฟร้นช์ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ นั่นทำให้เขาเจอความยากลำบากในการสื่อสารกับเพื่อนที่โรงเรียน
สิ่งที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง มีเพียงความรักในกีฬาฟุตบอล ที่พ่อกับแม่บังเกิดเกล้าของเขาปลูกฝังให้ตั้งแต่ยังเล็กเท่านั้น

อันโตนิโอ คุณพ่อของโรแบร์ เป็นแฟนบอลของ เบนฟิก้า และมักจะพาลูกชายไปดูตัวเองเล่นฟุตบอลทุกคืนวันเสาร์ ส่วนคุณแม่อย่าง มาริเบล ก็เป็นแฟนบอลตัวยงของ เรอัล มาดริด
ปิแรส เคยเผยว่า นักเตะที่เป็นไอดอลของเขาในวัยเด็กคือ มิเชล อดีตเพลย์เมกเกอร์ระดับตำนานของทีมราชันชุดขาว นั่นทำให้ตำแหน่งที่เขาเริ่มเล่นไม่ใช่ปีก แต่เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง

อันที่จริง ปิแรส ไม่ค่อยแน่ใจนักว่านั่นคือการตัดสินใจที่คุ้มค่า แต่เป็นเพราะมารดาบังเกิดเกล้าอย่าง มาริเบล ยืนหยัดว่าลูกชายคนเก่งของเขาจะต้องเอาดีกับการเป็นนักฟุตบอลให้ได้เท่านั้น
หลังจากเข้าฝึกในอะคาเดมี่ของ แร็งส์ ได้ 4 ปี พอถึงปี 1992 เขาก็เซ็นสัญญาร่วมทีม เม็ตซ์ ซึ่งในตอนนั้นยังเล่นในลีกสูงสุด ก่อนได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่หลังจากนั้นแค่ปีเดียว

ฟิลิปป์ ฮินช์แบร์เกอร์ อดีตโค้ชทีมสำรองของเม็ตซ์ คือบุคคลสำคัญที่ทำให้ โรแบร์ ปิแรส กลายเป็นปีกพรสวรรค์สูงในเวลาต่อมา
ปิแรส เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล เมื่อปี 2014 ว่า “เขาคือคนแรกที่จับผมไปเล่นเป็นปีกซ้าย ก่อนหน้านั้นผมเล่นตำแหน่งหมายเลข 10”

“ฮินช์แบร์เกอร์ได้เห็นการเล่นของผม และวันหนึ่งเขาเข้ามาบอกผมว่า “โรแบร์ ฉันรู้ว่านายไม่ได้ถนัดเท้าซ้าย แต่ฉันอยากให้นายลองไปเล่นตรงนั้น” ซึ่งผมก็แปลกใจ เพราะในตอนนั้นมีนักเตะถนัดขวาแค่ไม่กี่คน ที่เล่นเป็นปีกซ้าย”
และเรื่องราวหลังจากนั้นกลายเป็นประวัติศาสตร์ เมื่อ โรแบร์ ปิแรส พัฒนาตัวเองกลายเป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส

ตลอด 6 ฤดูกาลที่ ปิแรส เป็นนักเตะของ แอฟเซ เม็ตซ์ เขายิงไปถึง 47 ประตูจากการลงสนาม 195 นัดรวมทุกรายการ
ในฤดูกาล 1995-96 เขายิงในลีกสูงสุดฝรั่งเศสไปถึง 11 ลูก ช่วยให้ เม็ตซ์ จบฤดูกาลด้วยอันดับ 4

ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาเป็นตัวหลักช่วยให้ทีมคว้าแชมป์

เฟร้นช์ ลีก คัพ ไปครอง และนั่นคือแชมป์ระดับเมเจอร์รายการสุดท้ายของสโมสรมาจนถึงทุกวันนี้
ช่วงปี 1996 และ 1997 เบนฟิก้า ซึ่งเป็นทีมโปรดของคุณพ่อต้องการดึงตัวเขาไปเล่นที่โปรตุเกส แต่ ปิแรส ปฏิเสธโอกาสนั้น เพราะมองว่าเขากำลังไปได้สวยกับการเล่นฟุตบอลที่แดนน้ำหอม จึงยังไม่ต้องการรีบย้ายไปเล่นกับทีมใหญ่ในต่างแดน
การเล่นในลีกฝรั่งเศสต่อไปคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะในเดือนสิงหาคม 1996 โรแบร์ ปิแรส ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และรักษาตำแหน่งในทีมชาติเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

อันที่จริง ปิแรส เกือบคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกกับ เม็ตซ์ ตั้งแต่ซีซั่น 1997-98 แล้ว จากการที่ซัดไปถึง 11 ประตู แล้วช่วยให้ต้นสังกัดเก็บไปถึง 68 แต้มจาก 34 นัด
แต่มันน่าเสียดายที่ เม็ตซ์ มีผลต่างประตูได้-เสียเป็นรอง โมนาโก เพียง 5 ลูก ทำให้เขาได้แค่ตำแหน่งรองแชมป์ลีกไปอย่างน่าเจ็บปวด

อย่างไรก็ตาม ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้ โรแบร์ ปิแรส มีชื่อติดทีมตราไก่ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก ฟร้องซ์ 98 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ และหลังจบทัวร์นาเมนต์นั้น เขาคือส่วนหนึ่งของทีมชาติชุดแชมป์โลกสมัยแรก
ผลงานที่โดดเด่น

ยังทำให้ ปิแรส ได้เซ็นสัญญาไปร่วมทีม โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งเป็นสโมสรมหาอำนาจของประเทศในปี 1998 อีกด้วย
โดยค่าตัวในการย้ายไปร่วมทัพโอแอ็ม มีมูลค่าอยู่ที่ 5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นราคาที่แพงที่สุดของการซื้อขายระหว่าง 2 สโมสรในฝรั่งเศส ณ เวลานั้น

อย่างไรก็ตาม การย้ายไปเล่นให้สโมสรที่ใหญ่ขึ้นของประเทศ แถมเป็นการย้ายทีมด้วยค่าตัวไม่ใช่น้อยๆ มันกลับกลายเป็นทำให้ ปิแรส ลงเล่นภายใต้เครื่องแบบ มาร์กเซย ด้วยความกดดัน
จากที่เคยยิงในลีกสูงสุดได้ไม่น้อยกว่าฤดูกาลละ 10 ประตูได้ 3 ซีซั่นติดต่อกัน กลายเป็นว่าเขายิงให้ มาร์กเซย ในเกมลีกแค่ 8 ประตูตลอด 2 ฤดูกาลที่ค้าแข้งในถิ่น สต๊าด เวโรโดรม

ฤดูกาล 1998-99 ถือเป็นซีซั่นที่น่าเจ็บปวดสำหรับ ปิแรส เพราะ มาร์กเซย พลาดแชมป์ลีกด้วยการตามหลัง บอร์กโดซ์ เพียงคะแนนเดียว แถมยังแพ้ ปาร์ม่า ยับเยิน 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพด้วย

ถึงแม้ผลงานกับ มาร์กเซย จะน่าผิดหวัง แต่สำหรับการเล่นระดับทีมชาติ ถือว่า ปิแรส ยังมีประโยชน์กับทีม นั่นทำให้เขายังเป็นหนึ่งในทีมตราไก่ชุดคว้าแชมป์ยูโร 2000 โดยเป็นซูเปอร์ซับในนัดชิงชนะเลิศ

เมื่อทำแอสซิสต์ให้ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ซัดประตูโกลเด้นโกลดับฝันอิตาลี
ในช่วงซัมเมอร์ปี 2000 โรแบร์ ปิแรส ได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด ทีมโปรดของคุณแม่ซึ่งเพิ่งคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และคราวนี้เป็นอีกครั้งที่เขาปฏิเสธโอกาสไปร่วมทีมโปรดของบิดามารดา

ปิแรส มองว่า เขาอยากเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศสที่ตัวเขาเองเข้ากันได้ดี จึงตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม อาร์เซน่อล แทน เพราะมีทั้ง เธียร์รี่ อองรี กับ ปาทริค วิเอร่า เป็นกำลังหลัก

ขณะที่ ซิลแว็ง วิลตอร์ ก็กำลังจะย้ายจาก บอร์กโดซ์ ตามไปอยู่ด้วยเช่นกันปิแรส เคยเล่าให้ฟังว่า การปฏิเสธโอกาสไปร่วมทีมราชันชุดขาว แล้วไปเล่นที่อังกฤษแทน ทำให้คุณแม่ของเขาไม่พอใจอย่างมาก

ช่วงแรกๆ ที่ โรแบร์ ปิแรส เพิ่งย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกใหม่ๆ ถือว่าไม่ค่อยน่าจดจำมากนัก
การลงสนามให้ อาร์เซน่อล นัดแรกของ ปิแรส จบลงด้วยการที่ต้นสังกัดใหม่ของเขาพ่ายแพ้ โดยปีกเคราแพะถูกส่งลงสนามแทน เฟรดริก ลุงเบิร์ก ในครึ่งหลังของเกมที่บุกแพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-0

จากนั้น อาร์แซน เวนเกอร์ ลองส่ง ปิแรส ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกอีก 5 นัดติดต่อกัน ซึ่งแม้ว่าทีมปืนใหญ่จะไม่แพ้เลยใน 5 เกมนั้น แต่ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 7 ไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ให้เพื่อนได้เลยแม้แต่ลูกเดียวปิแรส เผยว่า เวนเกอร์ พยายามกระตุ้นให้เขาตัดสินใจในการเล่นให้เร็วขึ้น เพราะการเข้าปะทะของฟุตบอลที่อังกฤษเร็วกว่าที่ฝรั่งเศสมากนัก

และหลังจากนั้นไม่นาน ปิแรส ก็ค่อยๆ เรียกฟอร์มสุดยอดสมัยที่เคยโดดเด่นกับ เม็ตซ์ ตอนเป็นดาวรุ่งกลับคืนมา
ปิแรส ยิงประตูแรกในสีเสื้ออาร์เซน่อล ได้เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมปี 2000 โดยกระชากไปซัดใส่ ลาซิโอ ได้อย่างสุดสวย ช่วยให้ทีมปืนใหญ่ตามตีเสมออินทรีฟ้าขาวชุดดรีมทีมได้ถึงกรุงโรม 1-1

ในช่วงท้ายเกมของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม
ถัดจากนั้นเพียง 4 วัน เขาทำประตูแรกของตัวเองในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ช่วยให้ทีมบุกชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่มี แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ เป็นกุนซือได้ 2-1

ฤดูกาล 2000-2001

ถึงแม้ อาร์เซน่อล จะไม่มีแชมป์ติดมือ แต่ชื่อของ โรแบร์ ปิแรส ค่อยๆ เข้าไปอยู่ในใจแฟนบอล เดอะ กันเนอร์ส มากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยิงใส่คู่ปรับตลอดกาลอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้ถึง 2 ครั้ง ทั้งในลีก และเกม เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ มันยิ่งทำให้เขาเป็นที่รักของเด็กปืนอย่างรวดเร็ว
จากนั้นพอถึงฤดูกาล 2001-02 โรแบร์ ปิแรส ที่ปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ก็ระเบิดฟอร์มเทพกลายเป็นหนึ่งในปีกที่อันตรายที่สุดของพรีเมียร์ลีก

ถ้าหาก เธียร์รี่ อองรี คือพระเอกประจำทีม ตำแหน่งเพื่อนพระเอกที่มีบทบาทสำคัญที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น ปิแรส ที่ยิงไปถึง 14 ประตู และทำอีก 7 แอสซิสต์ในฤดูกาลนั้น
น 2001-02 จนถึง 2004-05 ถือเป็นช่วงเวลาที่ ปิแรส มีแชมป์ติดมือกับทีมปืนใหญ่ทุกปี ถ้าหากไม่ได้แชมป์ลีก ก็ต้องมีถ้วย เอฟเอ คัพ มาประดับบารมีได้ตลอด

พอถึงฤดูกาล 2005-06 เขาเจอปัญหาเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีม เพราะ ณ เวลานั้น ปิแรส อายุย่างเข้า 32 ปี และต้องการสัญญาเพิ่มอีก 2 ปี แต่สโมสรมีนโยบายต่อสัญญานักเตะอายุเกิน 30 แบบปีต่อปีเท่านั้น

การที่ อาร์แซน เวนเกอร์ เซ็นสัญญาคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ คเล็บ ตัวรุกจอมเทคนิคทีมชาติเบลารุสจาก สตุ๊ตการ์ท ในช่วงซัมเมอร์ปี 2005 ถือเป็นการลดโอกาสลงตัวจริงของ ปิแรส ไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ และนั่นคืออีกปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสรายนี้ ตัดสินใจอำลาทีมเมื่อจบซีซั่น

 เป็นนัดสุดท้ายของ โรแบร์ ปิแรส

มันควรเป็นเกมที่น่าจดจำ เพราะมันคือนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ บาร์เซโลน่า โดยที่เขาพาทีมปืนใหญ่ผ่านเข้าชิงฟุตบอลรายการใหญ่สุดของยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แต่การโดนใบแดงของ เยนส์ เลห์มันน์ ตั้งแต่นาทีที่ 18 บีบบังคับให้ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องเปลี่ยนนักเตะเอาต์ฟิลด์ออกจากสนาม 1 คนเพื่อส่งผู้รักษาประตูลงไปทำหน้าที่แทน
และคนที่โชคร้ายก็คือ ปิแรส ที่ต้องโดนเปลี่ยนให้ มานูเอล อัลมูเนีย ลงไปแทน ทำให้เขามีเวลาในสนามเพียงแค่ไม่ถึง 20 นาที

ปิแรส ต้องอำลาทีมปืนใหญ่ก่อนที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จะเปิดใช้งานในปี 2006 เสียอีก
โดยเกียรติประวัติของเขากับ อาร์เซน่อล คือแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และแชมป์ เอฟเอ คัพ อีก 2 ครั้ง โดยติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ได้ถึง 3 ฤดูกาล จากช่วงเวลา 6 ปีที่เขาเล่นที่อังกฤษในปี 2006

โรแบร์ ปิแรส ที่กลายเป็นนักเตะไม่มีค่าตัว เกือบย้ายไปเล่นที่สกอตแลนด์กับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส อยู่แล้ว แต่เขาเลือกเซ็นสัญญาย้ายไปเล่นที่สเปนกับ บียาร์เรอัล แทน เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับคุณแม่ที่ใช้ชีวิตในแดนกระทิงดุ

เพราะด้วยอายุที่โรยราลงไปเยอะ ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จนักกับการค้าแข้งที่ บียาร์เรอัล 4 ปี ตามด้วยไปเล่นกับ แอสตัน วิลล่า เป็นช่วงสั้นๆ ในครึ่งหลังของซีซั่น 2010-11 แล้วจึงว่างเว้นจากฟุตบอลอาชีพนาน 3 ปี ก่อนคัมแบ็กไปเล่นในลีกอินเดียเมื่อปี 2014 และประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2016

 

 

 

สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ

สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ

สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ
สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ

สถิติบอลทั่วโลก และข้อมูลการซื้อขายนักเตะ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสนใจฟุตบอลอยู่ในสายเลือด ย่อมมีความสนใจค่า สถิติบอล ต่างๆเกี่ยวกับ ทีมหรือนักฟุตบอลแต่ละคนซึ่งเว็บ Finalgoal เราก็ได้รวบรวม ข้อมูลสถิติ ของทีมน้อยใหญ่ ยอดนิยมทั่วโลกทุกๆลีกมาอยู่บนเว็บไซด์ รวมไปถึงข้อมูลสถิติของนักเตะในแต่ละทีมตั้งแต่ดาวรุ่ง จนไปถึงระดับ ซูปเปอร์สตาร์ และเวิร์ลคลาส และสกอร์บอลสด

เราก็มีข้อมูลให้คุณติดตามอย่างเต็มอิ่มจุใจกันเลยทีเดียว ซึ่งจะบอกว่าสถิติเหล่านี้อ้างอิงมาจาก ค่าเฉลี่ย หรือผลจากการแข่งขันที่ผ่านๆ มาโดยรวมของแต่ละทีมหรือนักเตะแต่ละคนซึ่งเกิดขึ้นจริง ในการแข่งขัน ซึ่งจะทำให้คุณนั้นสามารถคาดการณ์ผลการแข่งขันล่วงหน้า หรือคาดการณ์ผลการแข่งขันที่กำลังจบลงหรือ เริ่มขึ้นได้อย่างแม่นยำมากๆ

ยกตัวอย่างทัวร์นาเมนต์ และข้อมูล สถิติบอล ที่น่าสนใจ

สถิติก่อนแข่ง มีอะไรบ้าง ? สถิติ ก่อนแข่งยกตัวอย่างเช่น ตารางคะแนนแต่ละทัวร์เมนต์ ของลีกฟุตบอลต่างๆ ยกตัวอย่างฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก หรือฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรป ซึ่งเป็นถ้วยใหญ่หรือเรียกกัน สั้นๆว่า ยูฟ่า หรือ ถ้วยบิ๊กเอีย ซึ่งจะค้นหาทีมที่ดีที่สุดในแต่ละประเทศของทวีปยุโรปมาแข่งขันชิงชัยกันในรายการนี้ทั้งหมด 32 ทีม โดยแต่ละประเทศจะได้โควตาในการไปเล่นฟุตบอลถ้วยนี้ไม่เท่ากัน เพราะมาตรฐานหรือสกอร์ของแต่ละลีกถูกจัดอันดับไว้ต่างกัน

สถิติบอลของเว็บ Finalgoal มีอะไรบ้าง ที่น่าสนใจในการแข่งขันมาดูกันเลยดีกว่า

อย่างถ้าเป็นลีกชั้นนำอย่าง อังกฤษ สเปน อิตาลี เยอรมัน ฝรั่งเศส จะได้โควตา เข้ามาแข่งกันถึง 4 ทีม โดยคัด อันดับ 1 – 4 ในลีกที่ดีที่สุดมาแข่งขันกัน ซึ่งบางประเทศก็ได้โควตาเข้ามา 2-3 ทีม ทั้งหมดนี้ทางเว็บ Finalgoal ก็จะมีการรวบรวมสถิติ ของทีมทั้งหมด 32 ทีมในฤดูการนี้มาจัดอันดับ หรือ นำเสนอเป็นตารางคะแนน ในทัวร์นาเมนต์ และตารางการแข่งขัน รวมถึงรายชื่อ

นักฟุตบอลทุกทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ ทั้งนี้ยกตัวอย่าง สมมุติว่า บาร์เซโลนา พอ ยูเวนตุส เราก็จะมีสถิติก่อนแข่งที่จะทำนายผลเบื้องต้นได้ เช่นโอกาสแพ้ชนะแบ่งเป็น % ระบบการเล่นของทั้งสองทีม เช่น 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 ของทีมคู่แข่งขันมาให้ได้รับทราบรวมถึงรายชื่อคาดการณ์ ก่อนลงสนาม ของทั้งสองทีมจนถึงตัวสำรอง นี่คือสถิติก่อนการแข่งขัน

สถิติระหว่างแข่งขัน Finalgoal รวบรวมให้เรียบร้อย นั้นคือข้อมูลผลบอลสดล่าสุด

สถิติระหว่างการแข่งขันเช่น เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นไปแล้วกี่นาที เช่น 20 นาที ทางเว็บไซด์ก็จะโชว์เป็นตัวเลขเวลาระหว่างการแข่งขันที่กำลังกำการแข่งอยู่ และรวมไปถึงโอกาสการทำประตู ทั้งหมดของแต่ละทีม แบ่งย่อยเป็นเข้ากรอบกี่ลูกและเป็นประตูกี่ลูก ใครเป็นผู้ทำประตู

หรือเข้าประตูตัวเอง และระหว่างการแข่งขัน ทีมไหนมีดเปอร์เซ็น การครองบอล การเข้าจบสกอร์มากกว่ากัน และจังหวะปะทะ หรือที่เรียกว่า แทคเกิล มากกว่ากัน มีใบบแดง ใบเหลืองเกิดขึ้นกี่ใบ ซึ่งละเอียดมากๆ จึงบอกได้ว่าหากคุณติดตามคุณจะสนุกไปกับเกมส์การแข่งขันเลยทีเดียว ลุ้นง่ายคลายเครียดกันไปทุกคู่

ตลาดซื้อขายนักเตะ (อังกฤษ: transfer window) เป็นช่วงเวลาระหว่างปีที่สโมสรฟุตบอลสามารถโอนย้ายผู้เล่นจากทีมอื่น ๆ มาเป็นผู้เล่นของทีมตัวเองได้ การโอนย้ายดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อลงทะเบียนผู้เล่นเข้าสู่สโมสรใหม่ผ่านฟีฟ่า ซึ่งคำว่า “ตลาดซื้อขายนักเตะ” เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไปโดยสื่อสำหรับแนวคิดของ “ระยะเวลาการลงทะเบียน”

ตามที่อธิบายไว้ในกฎระเบียบฟีฟ่า ว่าด้วยสถานะและการโอนย้ายผู้เล่น ตามกฎสมาคมฟุตบอลแต่ละประเทศจะเป็นผู้กำหนดเวลา (เช่นวันที่) ของตลาดซื้อขาย แต่ต้องไม่เกิน 12 สัปดาห์ ระยะเวลาของการลงทะเบียนครั้งที่สองจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลแข่งขัน และต้องไม่เกินสี่สัปดาห์

ตลาดซื้อขายถูกนำมาใช้เพื่อตอบสนองต่อการเจรจากับคณะกรรมาธิการยุโรป ระบบนี้ถูกนำมาใช้ในหลาย ๆ ลีกยุโรป ก่อนที่จะถูกนำมาบังคับใช้โดยฟีฟ่าในช่วงฤดูกาล 2002–03 โดยฟุตบอลอังกฤษเป็นผู้ริเริ่มแผนนี้ และได้นำเสนอในช่วงต้นปี ค.ศ. 1990 ด้วยความหวังว่าจะช่วยปรับปรุงเสถียรภาพของทีมและป้องกันตัวแทนจากการค้นหาข้อตกลงตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตามกฎระเบียบที่แน่นอนและข้อยกเว้นที่เป็นไปได้นั้น กำหนดขึ้นโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลการแข่งขันแต่ละครั้งแทนที่จะเป็นโดยสมาคมฟุตบอล

ตารางเวลาปัจจุบันและข้อยกเว้น

ในกฎระเบียบฟีฟ่าระบุว่า โดยทั่วจะต้องมีตลาดซื้อขายสองช่วง ระยะยาวช่วงนึง (สูงสุดสิบสองสัปดาห์) ในช่วงพักระหว่างฤดูกาล และ ระยะสั้นช่วงนึง (สูงสุดหนึ่งเดือน) ในช่วงกลางฤดูกาล ซึ่งระยะเวลาเฉพาะขึ้นอยู่กับรอบฤดูกาลของลีกที่กำหนดโดยหน่วยงานฟุตบอลของประเทศนั้น

ลีกยุโรปที่สำคัญส่วนใหญ่มักเริ่มฤดูกาลในครึ่งหลังของปี (เช่น เดือนสิงหาคมหรือกันยายน) และแข่งขันตลอดสองปีปฏิทินไปจนถึงครึ่งปีแรกของปีถัดไป (เช่น เดือนพฤษภาคม) ส่งผลให้ตลาดซื้อขายนักเตะปิดลงในช่วงเดือนสิงหาคม และตลาดซื้อขายช่วงกลางฤดูกาลเปิดในเดือนมกราคม

ระยะเวลาจะแตกต่างกันเมื่อลีกมีการแข่งขันตลอดทั้งปีปฏิทินเดียว เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศนอร์ดิก เนื่องจากข้อจำกัดของสภาพอากาศ รวมไปถึงเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ที่ติดข้อจำกัดทั้งด้านสภาพอากาศและการแข่งขันจากกีฬายอดนิยมอื่น ๆ ในท้องถิ่น (โดยเฉพาะ บาสเก็ตบอล และอเมริกันฟุตบอล) หรือเป็นฤดูดั้งเดิมในซีกโลกใต้ โดยทั่วไปตลาดซื้อขายครั้งแรกจะเปิดตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึงช่วงค่ำของวันที่ 30 เมษายน ตามมาด้วยตลาดซื้อขายช่วงกลางฤดูกาลเปิดตั้งแต่ 1 ถึง 31 สิงหาคม

สโมสรในพรีเมียร์ลีกในประเทศอังกฤษได้โหวตให้สิ้นสุดตลาดซื้อขายในวันพฤหัสก่อนเริ่มฤดูกาลวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2018 แทนที่จะเป็นวันที่ 31 สิงหาคม เนื่องจากฟีฟ่าต้องการให้ตลาดซื้อขายเปิด 12 สัปดาห์ โดยตลาดจะเปิดประมาณวันที่ 17 พฤษภาคมหลังจากเกมสุดท้ายของฤดูกาลเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมจบลง โดยสโมสรสามารถขายผู้เล่นได้จนถึง 31 สิงหาคม แต่ไม่สามารถซื้อทดแทนหลังเส้นตายวันที่ 9 สิงหาคมได้

แม้ว่าในอังกฤษการโอนย้ายผู้เล่นระหว่างสโมสรในลีกเดียวกันอาจเกิดขึ้นทันทีที่การแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาลได้เริ่มขึ้น แต่การโอนย้ายจะไม่เสร็จสมบูรณ์จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม เนื่องจากสัญญาของผู้เล่นหลายคนจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน การโอนย้ายผู้เล่นระหว่างประเทศไปสู่ลีกอังกฤษ (รวมถึงพรีเมียร์ลีก) ไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าตลาดจะเปิด

ในวันที่ 17 พฤษภาคม ในนอกตลาดซื้อขาย สโมสรอาจยังคงซื้อผู้เล่นได้ในกรณีฉุกเฉินหากไม่มีผู้รักษาประตู ข้อยกเว้นพิเศษจากหน่วยงานที่จัดการแข่งขันเช่นพรีเมียร์ลีกมีข้อจำกัดว่า ตลาดซื้อขายนักเตะไม่สามารถใช้กับสโมสรในเนชันนัลลีกหรือลีกต่ำกว่านั้นได้

หากวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เส้นตายสามารถขยายไปถึงวันจันทร์ถัดไปตามคำร้องขอของผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยเหตุผลทางธุรกิจ  การเปลี่ยนแปลงครั้งแรกของกำหนดการเริ่มตั้งแต่ในฤดูร้อนของปี ค.ศ. 2008 เมื่อขยายเส้นตายออกไป 24 ชั่วโมง

ในวันจันทร์ที่ 1 กันยายนเวลาเที่ยงคืน เส้นตายของประเทศอังกฤษได้ขยายไปถึงเวลา 5 โมงเย็นของวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2009 เนื่องจากวันหยุดธนาคารของเดือนสิงหาคม เช่นเดียวกับเยอรมันฟุตบอลลีกที่ประกาศขยายเส้นตายไปเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009

สโมสรสามารถซื้อผู้เล่นไม่มีสังกัดเมื่อใดก็ได้ในช่วงฤดูกาลแข่งขัน หากสโมสรก่อนหน้านั้นได้ปล่อยตัวผู้เล่นก่อนสิ้นสุดตลาดซื้อขาย สโมสรสามารถขอซื้อผู้เล่นในกรณีฉุกเฉินได้ เช่น     หากผู้รักษาประตูหลายคนบาดเจ็บในเวลาเดียวกัน นอกตลาดซื้อขายในอังกฤษเมื่อผ่านไปเจ็ดวันหลังตลาดซื้อขายสิ้นสุดลง สโมสรจากอิงกลิชฟุตบอลลีก (ระเบียบที่ 53.3.4) และ

(หากผู้เล่นไม่ได้ลงทะเบียนกับสโมสรจากลีกใด ๆ ที่ต่ำกว่าเนชันนัลลีก) เนชันนัลลีก      (ระเบียบที่ 6.6.4) สามารถยืมตัวผู้เล่น 1) ได้ในครึ่งแรกของฤดูกาลจนถึง 5 โมงเย็นในวันพฤหัสที่สี่ของเดือนพฤศจิกายน และ 2) ในครึ่งสองของฤดูกาลจนถึง 5 โมงเย็นในวันพฤหัสที่สี่ของเดือนมีนาคม การยืมตัวผู้เล่นสามารถขยายข้อตกลงการยืมออกไปได้ตลอดเวลานอกตลาดการซื้อขาย

วันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เส้นตายของการซื้อขายนักเตะ (อังกฤษ: transfer deadline day) และมักเป็นหนึ่งในวันที่คึกคักที่สุดของตลาดซื้อขายและสร้างความวุ่นวายในการโอนย้ายผู้เล่น เพราะจำนวนการโอนย้ายซึ่งกันและกันพึ่งพาอาศัยกันจะเสร็จสมบูรณ์คล้ายห่วงโซ่ที่อยู่อาศัย ซึ่งสร้างความสนใจจากสื่อเป็นอย่างมาก

 

10 อันดับสนามฟุตบอลในทวีปยุโรป

10 อันดับสนามฟุตบอลในทวีปยุโรป

10 อันดับสนามฟุตบอลในทวีปยุโรป

10 อันดับสนามฟุตบอลในทวีปยุโรป

สนามฟุตบอล10 อันดับที่ใหญ่ที่สุดในสนามฟุตบอล10 อันดับที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป หลายสิบปีที่ผ่านมายุโรปเป็นผู้พัฒนามาตรฐานการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่เยี่ยมที่สุดในโลกซึ่งสนามแข่งกีฬาของเหล่าสโมสรชื่อดังไม่ว่าจะเป็น Barcelona, Real Madrid หรือ Bayern Munich ก็ต่างมีสนามแข่งไว้รองรับสุดยอดแฟนๆ

ที่มาจากทั่วสารทิศ ซึ่งสนามที่ดีก็ย่อมสร้างสีสัน และบรรยากาศที่ดีให้กับทีมของพวกเขา และนี่ก็คือ 10 สุดยอดสนามแข่งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มาดูกันได้เลย

Allianz Arenaเป็นสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ของ Bayern Munich ซึ่งมีชื่อตามสปอนเซอร์ที่สนับสนุนในการสร้างที่ชื่อว่า “Allianz SE” สามารถจุคนได้ถึง 75,000 คน และเป็นที่รู้จักกันดีว่าตัวสนามนั้นทำขึ้นอย่าง ETFE plastic ซึ่งเป็นวัสดุโปร่งแสงที่มีราคาร่วม 340 ล้านยูโร (ประมาณ 13,600 ล้านบาท) เลยทีเดียว

Old Trafford เป็นสนามฟุตบอลของสโมสรชื่อดัง Manchester United ที่อยู่ในเมือง Manchester ของประเทศอังกฤษ สามารถจุคนได้มากถึง 75,643 และเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า

Theatre of dreams หรือ โรงละครแห่งความฝัน ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 1910 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่ง และถูกโดนเครื่องบินทิ้งระเบิดจนเสียหายทำให้ทีม Manchester United ต้องย้ายไปเล่นสนาม Manchester City ถึง 8 ปีเลยทีเดียวกว่าจะซ่อมเสร็จ

สนามแห่งนี้เป็นสนามกีฬาโอลิปิคที่ใหญ่ที่สุดของชาวตุรกี ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2002 โดยใช้ชื่อเดียวกับผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี Mustafa Kemal Ataturk เป็นสนามของรัฐบาลที่สร้างขึ้นเพื่อใช้จัดการแข่งขัน Olypic ในปี 2008 และป็นสนามฟุตบอลของสโมสร Galatasaray  สามารถจุคนได้มากถึง 76092

Luzhniki stadium เป็นสนามที่ตั้งอยู่ในกรุงมอสโควของประเทศรัสเซีย ซึ่งจุคนได้มากถึง 78,360 คน และเป็นสนามเหย้าของทีม Torpedo Moscow, PFC CSKA Moscow และ Spartak Moscow  ในอดีตปัจจุบันใช้สำหรับเป็นที่ฝึกของทีมฟุตบอลทีมชาติรัสเซียเท่านั้น

สำหรับสนามลำดับที่ 6 เป็นสนามของประเทศฝรั่งเศส

ที่ตั้งอยู่ทิศเหนือของกรุงปารีส สร้างขึ้นเมื่อปี 1998 เพื่อจัดการแข่งขัน FIFA World cup สามารถจุคนได้มากถึง 81,338 คน เป็นสนามที่มีไว้ใช้แข่งเกมระดับนานาชาติ รวมไปถึงฝึกฝน และยังเป็นที่จัดคอสเสิร์ต รวมไปถึง UEFA Cup อีกด้วย

San Rio เป็นสนามฟุตบอลของสโมสร AC Milan และ Inter Milan ตั้งอยู่ในบริเวณย่าน San Siro ในเมือง Milan ประเทศอิตาลี สามารถจุคนได้ 80,018 ถูกเปิดตัวให้เป็นสนามเหย้าของ AC Milan ในปี 1926 และในปี 1945

ทีม Inter Milan ก็มาเป็นผู้เช่า และทั้ง 2 ทีมก็แบ่งสนามกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  สนามฟุตบอลของผู้ที่เป็นแชมป์ UEFA Champions League ถึง 11 ครั้ง Real Madrid ซึ่งตั้งชื่อตามอดีตประธานสโมสร Santiago Bernabeu

และเปิดใช้เมื่อปี 1947 และได้มีการต่อเติมขยายหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งปัจจุบันสามารถจุคนดูได้ 81,044 คน ซึ่งตัวสนามนั้นพยายามที่จะต่อเติมเพื่อที่จะให้เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นสนามที่แฟนๆ ของสโมสร Borussia Dortmund ยกย่องว่าเป็นการสร้างสนามนี้เป็นอะไรที่ดี

ที่สุดสำหรับพวกเขา พวกเขาสามารถเฉลิมฉลองเมื่อทีมของพวกเขาชนะด้วยดอกไม้ไฟได้บนพื้นที่แห่งนี้ รวมไปถึงเป็นสนามแข่งขันยอดนิยมที่ใช้จัดการแข่งขันมากที่สุดในโลก สนามแห่งนี้ถูกตั้งในเมือง Dortmund ประเทศ Germany และจัดเป็นสนามแข่งฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสามารถจุคนได้มากถึง 81,360 คน

สนามแข่งที่สามารถจุผู้เข้าชมได้มากถึง 90,000 คน และเป็นสนามแข่งขันฟุตบอลที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก ซึ่งมีเจ้าของเป็นสมาคมฟุตบอลของอังกฤษ  Football Association

ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ และยังเป็นสนามเหย้าของทีมฟุตบอลประเทศอังกฤษ  อีกด้วย มีไว้สำหรับจัดการแข่งขันระดับใหญ่ๆ โดยเฉพาะอย่างเช่น FA Cup รอบสุดท้าย UEFA Champions League รอบสุดท้ายเป็นต้น

สนามเหย้าของทีม Barcelona ที่มีชื่อว่า แห่งนี้เป็นสนามจัดการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสนามแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีไว้จัดอีเวนท์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Champions League รอบสุดท้าย หรือ

FIFA world cup รอบรองชนะเลิศ  แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Barcelona ในแคว้น Catalonia ของสเปน สามารถจุคนได้มากถึง 99,354 คน และกำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงเพื่อต่อส่วนขยายแล้วเสร็จในปี 2018 นี้

ขนาดมาตรฐานของสนามฟุตบอล ที่ใช้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

สนามฟุตบอล  คือสถานที่ที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอล  มีลักษณะเป็นสนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีการปลูกหญ้าเพื่อใช้เป็นพื้นสนาม  บนสนามฟุตบอลจะมีเส้นสีขาวใช้เพื่อกำหนดขอบเขตของ

สนาม โดยเส้นสี่เหลี่ยมรอบนอกจะเป็นเส้นขอบสนาม  ถ้าลูกฟุตบอลยังอยู่บนเส้นหรือลอยเหนือเส้น ยังถือว่าลูกฟุตบอลอยู่ในสนาม  เช่นเดียวกับการยิงประตู  จะนับว่าเป็นประตูก็ต่อเมื่อลูกฟุตบอลลอยข้ามเส้นประตูไปทั้งลูกแล้วเท่านั้น ตำแหน่งวงกลมตรงกลางสนามจะ

เป็นจุดเขี่ยบอลเพื่อเริ่มต้นของการแข่งขัน โดยลูกฟุตบอลจะถูกวางไว้ตรงกลางของวงกลม  สำหรับกรอบสี่เหลี่ยมที่อยู่ปลายทั้งสองข้างของสนามคือ กรอบเขตโทษ และจะมีจุดโทษอยู่ภายในสำหรับวางตำแหน่งของลูกฟุตบอลใน การยิงลูกโทษ

ขนาดมาตรฐานของสนามฟุตบอล สนามฟุตบอลจะต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ที่ความยาวอย่างน้อย 90 เมตร และไม่เกิน 120 เมตร ความกว้างก็จะต้องไม่แคบกว่า 45 เมตร และไม่กว้างเกินไปกว่า 90 เมตร  โดยสนามฟุตบอลมาตราฐานขนาด 105 เมตร ต่อ 68 เมตร เป็นขนาดที่นิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับสนามทีมฟุตบอลอาชีพ

กฎของฟีฟ่าได้กำหนดขนาดสนามฟุตบอลไว้ดังนี้ 1.ขนาดสนามที่ใช้แข่งขันทั่วไป กว้าง อย่างน้อย 45 เมตร  แต่ไม่เกิน 90 เมตร ยาว อย่างน้อย 90 เมตร  แต่ไม่เกิน 120 เมตร  สนามที่ใช้

แข่งระดับนานาชาติ  บอลระดับชาติทุกรายการ  กว้าง อย่างน้อย 45 เมตร แต่ไม่เกิน 90 เมตร ยาวอย่างน้อย 100 เมตร แต่ไม่เกิน 110 เมตร

การเขียนเส้นสนาม บริเวณพื้นผิวสนามนั้นจะมีการเขียนเส้นต่างๆเพื่อกำหนดบริเวณขอบเขตพื้นที่ต่างๆของสนามฟุตบอลให้ชัดเจน  โดยเส้นยาวทั้งสองข้างจะเรียกกันว่า “เส้นข้าง” เส้นส้นที่อยู่คิดกับประตูเรียกว่า เส้นประตู เส้นทุกเส้นนั้นจะมีขนาดความกว้างไม่เกิน 12 เซนติเมตรหรือ 5 นิ้ว

โดยสนามจะถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งที่มีขนาดเท่ากัน  แบ่งฝั่งด้วยเส้นแบ่งแดนขวางตรงกลางของสนาม  จุดกึ่งกลางสนามนั้นจะถูกระบุอย่างชัดเจนว่าคือตรงกึ่งกลางของเส้นแบ่งเขตแดน

โดยเขียนเป็นวงกลมที่มีรัศมี 9.15 เมตร เอาไว้โดยรอบของจุดกึ่งกลางสนาม เขตประตูที่ด้านปลายสนามแต่ละข้างจะถูกกำหนดให้เขียนเส้น 2 เส้นที่ตั้งฉากกับเส้นประตูจากจุดที่ห่าง

จากด้านในขอเสาประตูแต่ละข้างออกไป 5.50 เมตร  ยื่นเข้าไปในสนามที่ความยาว 5.50 เมตร และเชื่อมปลายเสนเข้าด้วยกันเป็นเส้นตรงที่ลากขนานกับเส้นของประตู

บริเวณที่ล้อมรอบด้วยเส้นตรงจำนวน 3 เส้นนี้คือเส้น เขตประตู กรอบเขตโทษ กรอบเขตโทษจะอยู่ที่บริเวณปลายสนามแต่ละข้างซึ่งกำหนดเอาไว้  โดยเป็นเส้นตรง 2 เส้นตั้งฉากกับเส้นประตู

จากบริเวณจุดที่ห่างจากด้านในของเสาประตูแต่ละข้างออกไปข้างละ 16.50 เมตร  เชื่อมปลายเส้นทั้งสองเข้าด้วยกันเป็นเส้นตรงลากขนานกับเส้นของประตู ซึ่งบริเวณที่ล้อมรอบไปด้วยเส้น

ตรง 3 เส้นนี้ เป็นบริเวณที่เรียกว่า กรอบเขตโทษ  โดยจุดสำหรับยิงจุดโทษนั้นจะห่างจากระหว่างกลางของเสาประตูเข้าไปในสนาม 11 เมตร

ขนาดมาตรฐานของลูกฟุตบอล

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล   มีความต้องการคว้าตัว อิบราฮิม่า โกนาเต้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฝรั่งเศสรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีของ แอร์เบ ไลป์ซิก ไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้จริง

หลังจากที่ปัญหาปราการหลังตัวกลางบาดเจ็บยกแผงในซีซั่นนี้ สร้างความเสียหายอย่างหนัก จนทำให้ทีมหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างรวดเร็ว

โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาตามเวลาไทย ดิ แอธเลติก อีกหนึ่งสื่อกีฬาเจ้าใหญ่ ได้รายงานก่อนว่า ทีมหงส์แดงกำลังพยายามสรุปข้อตกลงกับ ไลป์ซิก เพื่อคว้า โกนาเต้ เข้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์ให้ได้ โดยตัวนักเตะมีค่าฉีกสัญญากับต้นสังกัดมูลค่า 40 ล้านยูโร

สำหรับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ย้ายจาก โซโชซ์ มาอยู่กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2017 โดยเซ็นสัญญากัน 5 ปีเขาเคยเป็นตัวหลักในฤดูกาล 2018-19 ที่ได้ลงตัวจริงในเกมลีกมากถึง 28 นัด

เพราะ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ มีปัญหาเจ็บเข่าในช่วงครึ่งหลังของซีซั่นนั้น แต่ช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา โกนาเต้ มักเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องหายหน้าไปนานบ่อยครั้งแทน

โดยเจ้าตัวเป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ถูกส่งลงสนามในเกมเจอหงส์แดงทั้ง 2 นัดในศึก UCL ส่วนโอกาสการลงเล่นในบุนเดสลีกา ก็ถูกส่งลงสนามเพียง 9 นัดเท่านั้น โดยได้เป็นตัวจริงเพียง 4 เกม

อย่างไรก็ตามด้วยส่วนสูงถึง 194 เซนติเมตร และมีทีเด็ดในการเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่หลายๆ ทีม ไม่ว่าจะเป็น เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะโผล่เข้ามาแสดงเจตนารมณ์หวังปิดดีลให้ได้ในตอนนี้บีบีซี

ได้เผยอีกว่า ลิเวอร์พูลยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะใช้ออปชั่นซื้อขาด โอซาน คาบัค กองหลังทีมชาติตุรกีวัย 21 ปีที่ยืมตัวมาจาก ชาลเก้ 04 ตั้งแต่เดือนมกราคมมาใช้งานจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้หรือไม่

โดยราคาออปชั่นซื้อขาด คาบัค จากทีมราชันสีน้ำเงินอยู่ที่ 18 ล้านปอนด์ ซึ่งจะเริ่มมีผลในเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป

จากการที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ และ โฌแอล มาติป ล้วนเจ็บหนักต้องพักยาว แถมกองกลางกัปตันทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่สามารถถอยลงไปรับบทเซนเตอร์ฮาล์ฟจำเป็น ก็ปิดเทอมไปแล้วอีกคน ทำให้ คาบัค

กลายเป็นเซนเตอร์แบ็กตัวเลือกแรกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในเวลานี้ และมีส่วนช่วยให้ทีมเอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยสกอร์ 2-0 ทั้งเหย้าและเยือน ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ผ่านมา

ขณะที่ เบน เดวิส เซนเตอร์แบ็กอีกคนที่ทีมเพิ่งดึงตัวเข้ามาเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2021 จากทีมในแชมเปี้ยนชิพอย่าง เปรสตัน นอร์ธเอนด์ ยังไม่มีโอกาสลงสนามให้ลิเวอร์พูลเลยแม้แต่วินาทีเดียว โดยนักเตะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เลือกใช้ยืนเซนเตอร์คู่กับ คาบัค ในช่วงหลัง กลายเป็น เนธาเนียล ฟิลลิปส์ ซะส่วนใหญ่

ถ้าหาก ลิเวอร์พูล สามารถปิดดีลคว้าตัว อิบราฮิม่า โกนาเต้ ไปร่วมทีมได้จริง จะทำให้ แอร์เบ ไลป์ซิก ต้องเสียเซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศสออกจากทีมหลังจบฤดูกาลปัจจุบันถึง 2 คน หลังจาก ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ปราการหลังตัวเก่งตกลงย้ายไปซบ บาเยิร์น มิวนิค ล่วงหน้าแล้ว ด้วยค่าฉีกสัญญามูลค่า 42.5 ล้านยูโร

ไลป์ซิก ได้เตรียมหากองหลังตัวใหม่มาร่วมทีมแต่เนิ่นๆ แล้ว โดยตกลงเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวโครเอเชียวัย 19 ปีมาจาก ดินาโม ซาเกร็บ ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีก่อนด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร ไม่รวมออปชั่นเสริม และให้ต้นสังกัดเดิมยืมตัวไปใช้งานต่ออีก 1 ซีซั่นในฤดูกาลนี้

ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซิมาคาน เซนเตอร์ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสของ สตราส์บูร์ก ทีมใน ลีก เอิง ก็เพิ่งตกลงย้ายไปซบ ไลป์ซิก ล่วงหน้าอีกคนเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร

ส่วนทางด้าน ลิเวอร์พูล ถ้าหากคว้า โกนาเต้ ไปร่วมทัพได้สำเร็จ จะถือเป็นการซื้อนักเตะจากสโมสรในกลุ่ม เร้ด บูลล์ โดยตรงเป็นรายที่ 3 ต่อจาก นาบี เกอิต้า ที่คว้าตัวจาก ไลป์ซิก และ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่ซื้อจาก ซัลซ์บวร์ก

โคนาเต้ เป็นกองหลังยุคใหม่ที่มีความสามารถในการพาบอลขึ้นไปข้างหน้าโดยที่ตำแหน่งของเขามักจะอยู่ที่ฝั่งขวาทั้งในแผน 2 และ 3 เซ็นเตอร์

1. ด้วยความสูงที่ 193 เซนติเมตร เทียบเท่ากับ เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ เขาจึงชนะการดวลกลางอากาศเป็นจำนวนมากและด้วยร่างกายที่กำยำการเข้าปะทะจึงเป็นอีกจุดแข็งของเขาไปโดยปริยาย

2. ต้องระวังเรื่องอาการบาดเจ็บแม้จะเพิ่งอายุ 21 ปี แต่ โคนาเต้ มาพร้อมกับประวัติการบาดเจ็บที่โชกโชนซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเล็กน้อยในช่วงที่ยังอยู่กับอะแคเดมีของ โซโชซ์ เขาจำต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่สะโพก ก่อนที่ในฤดูกาล 2019/20 เขาจะต้อง เข้ารับการผ่าตัดซ้ำอีกถึง 2 ครั้งในด้วยอาการเดิม

จนทำให้สามารถลงสนามไปได้เพียง 8 เกมเท่านั้นในขณะที่ฤดูกาลนี้เจ้าตัวต้องพักฟื้นจากอาการเจ็บข้อเท้าไปอีก 2 เดือนด้วยกัน

3. ภาษาไม่ใช่ปัญหาโคนาเต้ ยอมรับว่าลำบากเล็กน้อยเรื่องการเรียนภาษา เยอรมัน ในช่วงแรกๆที่ย้ายมายัง ไลป์ซิก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ผ่านมันมาได้ แถมในตอนนี้เจ้าตัวมีพื้นฐานภาษา อังกฤษ ที่เข้าขั้นดีอยู่แล้ว จนเกือบจะเหมือนกับว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะย้ายไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ยังไงยังงั้นเลย

4. ความเร็วเป็นเลิศราล์ฟ รังนิค อดีตผู้อำนวยการสโมสร ไลป์ซิก เคยเปิดเผยว่า โคนาเต้ เป็นผู้เล่นที่เร็วที่สุดในทีมหากนับเฉพาะการสปริ้นท์ระยะ 100 เมตร ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะเป็นปัญหาหากเขาต้องดวลกับเหล่าตัวรุกความเร็วสูงในเกาะ อังกฤษ

5. มี รามอส เป็นไอดอล
การยอมรับว่ามี เซร์คิโอ รามอส เป็นไอดอลอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักใน ลิเวอร์พูล เมื่อมองย้อนกลับไปว่าว่าแข้งชาว สเปน เคยมีประวัติไม่ค่อยดีกับซูเปอร์สตาร์ในทีมมาก่อน

ซีดานถอนตัว เรอัลมาดริด

ซีดานถอนตัว เรอัลมาดริด

ซีดานถอนตัว เรอัลมาดริด

ซีดานถอนตัว เรอัลมาดริด

ซีเนอดีน ซีดาน ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งกุนซือ เรอัล มาดริด เป็นครั้งที่ 2 เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่พาทีมจบฤดูกาลแบบมือเปล่าในซีซั่น 2020-21 โดยมีผลทันที ซึ่งทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วด้วย
แถลงการณ์ของ เรอัล มาดริด เผยว่า “สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ขอประกาศว่า ซีเนอดีน ซีดาน ได้ตัดสินใจยุติช่วงเวลาปัจจุบันของเขาในการเป็นเฮดโค้ชของสโมสรของเราแล้ว”

“ตอนนี้เราต้องเคารพการตัดสินใจของเขา และขอขอบคุณ สำหรับ ความเป็นมืออาชีพ, การอุทิศตน และแพชชั่นของเขา รวมถึงความสำคัญของเขาต่อ เรอัล มาดริด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”ซีดาน คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด และมรดกที่เขาทิ้งไว้นั้น มันยิ่งกว่าความสำเร็จที่เขาทำได้ทั้งในฐานะกุนซือและนักเตะของสโมสรเรา”
“เขาตระหนักดีว่าเขาจะอยู่ในใจของแฟนบอล เรอัล มาดริด และเขาจะมี เรอัล มาดริด เป็นบ้านของเขาอยู่เสมอ”

ย้อนไปในปี 2018 ซีดาน ก็เคยประกาศ ลาออกจากตำแหน่ง เฮดโค้ชทีมราชันชุดขาวแบบสุดช็อคมาแล้ว ทั้งที่ ณ เวลานั้น เขาเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน แล้วเป็น จูเลน โลเปเตกี ที่เข้าไปคุมทีมแทน ก่อนที่ ซีดาน จะกลับไปรับตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว รอบที่ 2 ในเดือนมีนาคม 2019
ซีดาน ซึ่งยังไม่เคยรับงานคุมสโมสรอื่นมาก่อน สามารถคว้าแชมป์ร่วมกับ เรอัล มาดริด ในฐานะกุนซือใหญ่รวมกันทั้งหมด 11 รายการ

1 แชมป์ที่ว่า แบ่งเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ปีซ้อน ระหว่างปี 2016-2018, แชมป์ ลา ลีกา 2 สมัยผ่านการคุมทีม 2 ช่วง ในปี 2017 และ 2020 ขณะที่แชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า และแชมป์สโมสรโลก ก็เคยคว้าได้รายการละ 2 ครั้ง โดยมีเพียงแชมป์ โกปา เดล เรย์ เพียงถ้วยเดียวเท่านั้น ที่เขาไม่เคยคว้าได้
อย่างไรก็ตามในฤดูกาล 2020-21 ที่เพิ่งจบลงไป ถือเป็นปีที่น่าผิดหวังสำหรับ เรอัล มาดริด ที่ไม่มีการลงทุนเสริมทัพ

โดยในซีซั่นที่ผ่านมา ทัพ “โลส บลังโกส” ตกรอบ โกปา เดล เรย์ ตั้งแต่รอบ 32 ทีมสุดท้าย, จอดป้ายศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไว้ที่รอบรองชนะเลิศ และได้แค่รองแชมป์ ลา ลีกา ตามหลังคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แอตเลติโก มาดริด ที่การันตีแชมป์ในวันสุดท้าย 2 คะแนน
มาร์ก้า สื่อเจ้าดังแดนกระทิงดุเผยว่า ซีดาน เริ่มรู้สึกไม่มีความสุขกับบทบาทกุนซือทีมราชันชุดขาว

ตั้งแต่ตอนที่พาทีมตกรอบรองชนะเลิศ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า ตามด้วยตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายถ้วย โกปา เดล เรย์ ด้วยน้ำมือของทีมจากลีกระดับ 3 อย่าง อัลโกยาโน่ เมื่อเดือนมกราคม โดยมองว่าสื่อไม่ให้ความเคารพเขามากเท่าที่ควร และกระพือข่าวว่าเขาอาจจะต้องอำลาทีมตั้งแต่ตอนนั้น
อย่างไรก็ตาม
ช่วงหลังจากนั้น ซีดาน กลับมาพาทีมทำผลงานได้ดีจนมีลุ้นแชมป์รายการใหญ่อีกครั้ง เมื่อไม่แพ้ใครในลีกแม้แต่นัดเดียวตั้งแต่ขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ (ชนะ 13 เสมอ 5) และทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึงแม้สุดท้ายจะเสียแชมป์ลีกให้ แอตเลติโก มาดริด และตกรอบ UCL ด้วยน้ำมือของ เชลซี ก็ตาม
เท่ากับว่า ซีดาน อำลาทีมราชันชุดขาว ด้วยสถิติพาทีมลงแข่งไป 263 นัดรวมทุกรายการ คว้าชัยชนะได้ถึง 174 นัด (66%) โดยกวาดแชมป์ได้ถึง 11 โทรฟี่

ณ เวลานี้ ดูเหมือนว่าสถานี ต่อไปที่เป็นไปได้ มากที่สุดที่ ซีดาน จะได้ไปคุมทีมต่อ น่าจะเป็น ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ทีมยักษ์ใหญ่แห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่เพิ่งพลาดแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้
มีรายงานว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของ เปแอสเช ต้องการกลับไปคุม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่อังกฤษอีกครั้ง หลังจากที่สโมสร ปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ออกไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว และตั้ง ไรอัน เมสัน คุมทีมแบบขัดตาทัพแทน

ขณะที่ ยูเวนตุส อีกหนึ่งอดีตต้นสังกัดของ ซีดาน สมัยเป็นนักเตะ ที่มีข่าวว่าต้องการคว้าตัว ซิซู ไปคุมทีมแทน อันเดรีย ปีร์โล่ ที่ผลงานไม่ดีนัก ก็เตรียมแต่งตั้ง มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กลับไปเป็นเทรนเนอร์อีกครั้ง
ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แฟนบอลบาง ส่วนอาจต้องการเห็น ซีดาน ไปเป็นผู้จัดการทีมแทน โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ที่ยังคว้าโทรฟี่ให้ทีมไม่สำเร็จ น่าจะยังไม่มีความคิดปลดกุนซือชาวนอร์เวย์ออกจากตำแหน่งในตอนนี้

สำหรับว่าที่กุนซือคนต่อไปของ เรอัล มาดริด ณ เวลานี้ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่เพิ่งแยกทางกับ อินเตอร์ มิลาน กลายเป็นเต็งหนึ่งแบบโดดๆ
ซึ่งนอกจาก คอนเต้ แล้ว กุนซือ ชื่อดังคนอื่นๆ ที่ตกเป็นข่าวว่าอาจได้คุมทีมราชันชุดขาวเป็นคนต่อไป ยังมีชื่อของ โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ที่จะว่างงานหลังจบศึก ยูโร 2020 กลางปีนี้ รวมไปถึง ราอูล กอนซาเลซ อดีตตำนานดาว ยิงของสโมสรอีกด้วย

โกปา อเมริกา2021

โกปา อเมริกา2021

โกปา อเมริกา2021

โกปา อเมริกา2021

ที่โปรแกรมนัด เปิดสนามถูกวางไว้เป็นวันที่ 13 มิถุนายนนี้ จำเป็นต้องวิ่งวุ่นหาเจ้าภาพใหม่ กะทันหัน โดยเหลือเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ซะแล้ว หลังจากช่วงเช้าที่ผ่านมา
สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ หรือ คอนเมโบล ประกาศถอนสิทธิ์ การเป็นเจ้าภาพของอาร์เจนตินา เนื่องจากการแพร่ระบาด อย่างหนักของเชื้อโคโรน่าไวรัสในดินแดนฟ้าขาว
แถลงการณ์จากคอนเมโบลเผยว่า “คอนเมโบล ขอเรียนแจ้งว่า จากการพิจารณาสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน เราต้องตัดสินใจระงับการจัดการแข่งขัน โกปา อเมริกา ในอาร์เจนตินา”
“ซึ่ง คอนเมโบล กำลังประเมินข้อเสนอจากประเทศอื่นๆ ที่แสดงความสนใจในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ระดับทวีปครั้งนี้อยู่ ซึ่งเราจะประกาศการอัพเดทในเร็วๆ นี้”
เดิมที ศึก โกปา อเมริกา มีแพลนจะจัดขึ้นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการแข่งขันยูโร แต่จากการแพร่ระบาด อย่างหนักหน่วงของเชื้อโควิด-19 เมื่อปีก่อน
ทำให้ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทั้งหมด ต้องเลื่อนออกมาจัดการแข่งขัน ในปีนี้แทน
โกปา อเมริกา 2021 จะถือเป็นครั้งที่ 47 ของทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ แห่งชาติอเมริกาใต้ โดย อาร์เจนตินา กับ โคลอมเบีย ได้รับการโหวตให้เป็น เจ้าภาพร่วมกันในตอนแรก ซึ่งจะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ รายการนี้มีเจ้าภาพร่วม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา 2 ชาติที่ถูกวางตัวให้เป็นเจ้าภาพ กลับเต็มไปด้วยปัญหาต่างๆ จนน่าเป็นห่วงว่าสุดท้ายใน ปีนี้จะจัดการแข่งขันได้หรือไม่
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2021 รัฐบาลโคลอมเบีย ได้ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นเจ้าภาพอย่างกะทันหัน หลังจากที่ประชาชนชาว โคลอมเบียประท้วง ต่อต้านการปฏิรูปกฎ หมายจัดเก็บภาษีของรัฐบาลอย่างหนัก ท่ามกลาง สถานการณ์การ แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่ปลอดภัย ทำให้ อาร์เจนตินา ได้รับการเสนอ ให้เป็นเจ้าภาพเดี่ยวแทน
ขณะที่สถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในดินแดนฟ้าขาว ถือว่าน่ากลัวมาก ในเดือนนี้ โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา อาร์เจนตินาทำลายสถิติประเทศในการมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันเดียวมากที่สุด นั่นคือติดเชื้อ เพิ่มในวันนั้นถึง 41,080 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสะสมล่าสุด (ข้อมูลจากเว็บ Worldometer ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2021) ก็ทะลุสูงถึง 77,456 คนเข้าไปแล้ว
ด้วยสถานการณ์ ดังกล่าว ทำให้รัฐบาลอาร์เจนตินา ต้องเข้มงวดกับมาตรการ ล็อคดาวน์ เพิ่มมากขึ้น นั่นทำให้การจัด อีเวนท์กีฬาใหญ่ๆ ในช่วงนี้เป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไม่มีแฟนบอลเข้าชมเกมในสนามก็ตาม
มีการคาดการณ์ว่า ชิลี หรือไม่ก็ สหรัฐอเมริกา อาจจะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการ แข่งขัน โกปา อเมริกา นี้แทน แต่ต้องจับตาดูว่า 2 ชาตินี้มีใครที่จะเตรียมความพร้อมทันเวลาหรือไม่
สำหรับรูปแบบการแข่งขันศึก โกปา อเมริกา 2021 ที่วางไว้ในครั้งนี้
จะเป็นการแข่งขันระหว่าง ทีมในอเมริกาใต้ทั้ง 10 ชาติล้วนๆ โดยไม่มีประเทศรับเชิญจากทวีปอื่น หลังจากที่ ออสเตรเลีย กับ กาตาร์ ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันไป เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา10 ชาติจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม ดังนี้
กลุ่ม A : อาร์เจนตินา, โบลิเวีย, อุรุกวัย, ชิลี และ ปารากวัย
กลุ่ม B : โคลอมเบีย, บราซิล, เวเนซุเอลา, เอกวาดอร์ และ เปรู
หลังจบรอบแรก จะคัดเอา 4 ทีมที่คะแนนดีที่สุดของแต่ละกลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่จะแข่งกันแบบน็อคเอาต์ต่อไป โดยโปรแกรมนัดชิงชนะเลิศ ถูกกำหนดไว้เป็นวันเสาร์ที่10กรกฎาคมนี้ ตามเวลาที่อเมริกาใต้ หรือเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม
ตามเวลาประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ล่าสุด ถือว่ามีความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก ที่ศึก โกปา อเมริกา 2021 จะไม่เกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้

เมื่อถอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าภาพทั้งโคลอมเบีย และอาร์เจนตินา แล้วใครจะรับหน้าเสื่อเจ้าภาพศึกโคปา อเมริกา 2021 ล่ะ

โดยการแข่งขันโคปา อเมริกา มีกำหนดการลงทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค. 64

หากมานับนิ้วถึงตอนนี้เหลืออีกประมาณ 10 วันที่การแข่งขันจะเปิดฉากขึ้นแล้วเจ้าภาพการแข่งขันดันถอนออกไปซะหมดแล้วจะทำยังไง

แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคอนเมโบล คงมีในใจอยู่แล้วว่าจะให้ประเทศไหนรับหน้าเสื่อจัดการแข่งขันแทนเพราะถ้าหากไม่มีก็คงไม่กล้าที่จะถอนสิทธิ์เจ้าภาพของทั้งสองชาติแน่นอนตอนที่ทราบข่าวอาร์เจนตินาโดนถอน ก็มานั่งนึกอยู่ว่าประเทศไหนที่มีศักยภาพในการจัดการแข่งขันแบบปัจจุบันทันด่วน

ซึ่งก็คิดว่าคงไม่พ้น “บราซิล” ที่มองจากภาพรวมแล้ว พร้อมที่สุดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องสนาม, สาธารณูปโภค และที่สำคัญการระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลงไปอย่างมาก ถ้านับจากปีที่ แล้วที่บราซิล คนตายจากไวรัส ตัวนี้จนติดอันดับท็อปทรีของโลกเลยทีเดียว

และสุดท้ายไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่โคปา อเมริกา 2021 ก็ได้เจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งก็ไม่ได้ผิดจากที่คาดเอาไว้นั่นก็คือ “บราซิล”

แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีโปรแกรม ออกมาว่าใช้สนามไหนแข่ง โปรแกรมการแข่งขันเป็นยังไง ทาง คอนเมโบล แจ้งว่าจะออกมา ประกาศให้ได้เร็วที่สุด

ซึ่งงานนี้ คนที่ปวดหัวก็คือทีมต่างๆ ที่ร่วมแข่งขันเพราะมา ถึงตอนนี้ โรงแรมก็ยัง ไม่ได้จอง โปรแกรมการ แข่งขันก็ยังไม่มี สนามแข่งขัน อยู่ตรงไหนบ้างก็ไม่รู้ สนามฝึกซ้อมจะได้ใช้อะไรบ้าง อื่นๆอีกมากมาย

สมาพันธ์ลูกหนัง อเมริกาใต้ (คอนเมโบล) ประกาศยืน ยันเรื่องการเลือก บราซิล เป็นเจ้าภาพชาติใหม่ที่จะจัดการแข่งขันศึกโคปา อเมริกา 2021

ศึกชิงแชมป์แห่ง ชาติอเมริกาใต้ ครั้งนี้ต้องเจอปัญหา อย่างหนัก ไล่ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก เมื่อปีก่อน ทำให้ต้อง เลื่อนมาจัดการแข่งขัน ในปีนี้แทน ต่อด้วยการต้องเปลี่ยนแปลงชาติ เจ้าภาพจากเดิมที่ จะให้โคลอมเบีย และอาร์เจนตินาเป็น เจ้าภาพร่วมกันสองชาติ

เริ่มจากฝั่งของ โคลอมเบีย ตัดสินใจถอนตัวไปก่อน เนื่องจาก มีเหตุประท้วงครั้งใหญ่ภายในประเทศ ต่อด้วยอาร์เจนตินา ซึ่งยังต้องเผชิญปัญหาโควิด-19 ระบาดหนัก ทำให้ทางคอนเมโบลตัดสินใจ เปลี่ยนมา เลือกให้บราซิล เป็นเจ้าภาพแบบชาติเดียวแทน

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ขึ้นไทยลีก

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ขึ้นไทยลีก

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ขึ้นไทยลีก

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ขึ้นไทยลีก

ทีม “จงอางผยอง” ขอนแก่น ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์ เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด ของประเทศไทย ได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร หลังจากสามารถ ดวลจุดโทษเอาชนะ “เสือป่าราชา” นครปฐม ยูไนเต็ด ได้ในเกม เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ รอบเพลย์ออฟนัดชิงชนะเลิศ เลก 2 ที่สนามโรงเรียนกีฬา เทศบาลนครนครปฐม ซึ่งจบลงไป เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ เลกแรก เมื่อวันเสาร์ที่ 17 เมษายน ขอนแก่น ยูไนเต็ด สามารถเปิดบ้านเอาชนะ นครปฐม ไป 2-1 จากประตูชัย ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ บาดาร์ อาลี ทำให้เกมนัดนี้ ทีมจงอางผยอง ขอแค่ไม่แพ้ ก็จะขึ้นสู่ไทยลีก เป็นหนแรกได้ทันที

สำหรับ เกมเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ เลกที่สอง ที่เพิ่งจบลงไป นครปฐม ยูไนเต็ด สามารถคว้าชัย ไปด้วยสกอร์ 2-1 ใน 90 นาที

ทีมจงอางผยอง บุกนำก่อน 1-0 จากจุดโทษ ของ เปาโล คอนราโด้ ศูนย์หน้าตัวเก่ง ชาวบราซิเลียน ซึ่งเป็นเพื่อนซี้ของ ฟาบินโญ่ ดาวเตะตัวรับ ของลิเวอร์พูล ทีมดังใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แต่ว่าใน ช่วงท้ายเกม ทีมเสือป่าราชา พลิกแซงชนะ 2-1 จากประตูของ ฮาเหม็ด บาตเตียรี่ ลาติฟ ดาวเตะชาวอิหร่าน ในนาทีที่ 83 และลูกยิงของ พุดทะไซ โคจะเลิน กองกลาง ทีมชาติลาวในนาทีที่ 89 ทำให้สกอร์รวม 2 นัดเสมอกัน 3-3 จึงต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

ในช่วงต่อเวลา ไม่มีฝ่ายไหน ทำประตูกันได้ เกมจึงต้องดวลจุดโทษตัดสิน

แล้วสุดท้ายก็เป็น ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ยิงเป้าได้แม่นกว่า ชนะไปด้วยสกอร์ 4-3 โดยที่มือสังหาร 2 คนสุดท้าย ของนครปฐมซัดพลาด เปิดโอกาสให้ วรากร ทองใบ กองหน้าที่ขอนแก่นยืมมาจาก ชลบุรี เอฟซี ซัดจุดโทษลูกตัดสิน หยิบตั๋วขึ้นไทยลีก ให้ทีมจงอางผยองได้อย่างบีบหัวใจ

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ก่อตั้งสโมสร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2014 ก่อนเริ่มเข้าแข่งขันฟุตบอลลีกของไทยเป็นครั้งแรกในรายการ เอไอเอส ลีกภูมิภาค โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี 2015 และ คว้าแชมป์ได้ทันที พร้อมกับคว้าสิทธิ์ เลื่อนชั้นขึ้นสู่ ยามาฮ่าลีก ดิวิชั่น 1 ได้ในปี 2016

แต่ว่าในปี 2016 สมาคมฟุตบอลแ ห่งประเทศไทย ได้ตัดสิทธิ์ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ออกจากการแข่งขัน จากกรณีที่ สาโรจน์ รัตนคำมูล การ์ดของสโมสรไปทำร้ายร่างกายผู้ตัดสิน สรพงษ์ ไกรเนตร หลังจบเกมที่แพ้อ่างทองคาบ้าน 0-1 ในปีนั้น

จากเหตุการณ์อื้อฉาวที่ว่า ทำให้ ทีมจงอางผยอง ถูกสมาคมฟุตบอล ลงโทษแบนห้ามลงแข่งรายการในประเทศตลอดชีพ แต่ว่าได้รับการอุทธรณ์ ก่อนกลับมาลงแข่งใหม่อีกครั้งได้ในปี 2018 โดยต้องไปเริ่มต้นใหม่ในลีกระดับ T4 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลยทีเดียว

ในปี 2018 ขอนแก่น ยูไนเต็ด สามารถคว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่ T3 ได้ จากการคว้ารองแชมป์ T4 ก่อนที่ในปี 2019 จะคว้าแชมป์ T3 โซนตอนบนของประเทศ และได้สิทธิ์สู้ศึก เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2020

แม้ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ จะมีการเลื่อนโปรแกรมแข่งขันมาอย่างยาวนานมาก เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย แต่ทีมจงอางผยองก็สามารถคว้าอันดับ 4 ได้ในฤดูกาลปกติ

คว้าสิทธิ์เป็น 1 ใน 4 ทีมร่วมกับ นครปฐม ยูไนเต็ด (อันดับ 3), แพร่ ยูไนเต็ด (อันดับ 5) และ ชัยนาท ฮอร์นบิล (อันดับ 6) ที่ได้ไปเล่นเพลย์ออฟ ลุ้นคว้าตั๋วเลื่อนชั้นใบสุดท้ายได้สำเร็จ

ในเกมเพลย์ออฟเลื่อนชั้น รอบรองชนะเลิศ ขอนแก่น ยูไนเต็ด สามารถเอาชนะ แพร่ ยูไนเต็ด ได้ทั้งไปและกลับ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ได้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 5-2 ก่อนจะมาสร้างประวัติศาสตร์ ได้ลงเล่นลีกสูงสุด อย่างน่าประทับใจ จากการดวลจุดโทษดับ นครปฐม ยูไนเต็ด ได้ในที่สุด

เท่ากับว่า 3 ทีมที่เลื่อนชั้นจาก เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2020-21 ขึ้นสู่ไทยลีกได้ ประกอบด้วย หนองบัว พิชญ เอฟซี (แชมป์), เชียงใหม่ ยูไนเต็ด (รองแชมป์) และ ขอนแก่น ยูไนเต็ด (แชมป์เพลย์ออฟ)

ส่วน 3 ทีมที่ตกชั้นจากไทยลีก ต้องลงไปเล่นใน T2 ฤดูกาลหน้า คือ สุโขทัย เอฟซี, ตราด เอฟซี และ ระยอง เอฟซี
โดยศึกไทยลีก ฤดูกาลหน้า (2021-22) จะเริ่มเปิดฤดูกาล ในวันที่ 31 กรกฏาคม นี้
ขอแสดงความยินดีกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด, แฟนบอล ทีมจงอางผยอง และชาวขอนแก่นมา ณ ที่นี้ด้วย
ขณะที่ นครปฐม ยูไนเต็ด เราขอเป็นกำลังใจให้คุณต่อสู้ใหม่ เพื่อหวังเลื่อนชั้นให้ได้อีกครั้งในฤดูกาลหน้า

องค์พระปฐมเจดีย์

องค์พระปฐมเจดีย์

องค์พระปฐมเจดีย์

องค์พระปฐมเจดีย์

พญากง พญาพาน เป็นตำนานประจำถิ่นของจังหวัดนครปฐม เป็นชื่อที่รับรู้กันแพร่หลายทั่วไป บ้างเรียกว่า ตำนานพระปฐมเจดีย์ ต้นเค้าของเรื่องได้รับอิทธิพลมาจากคัมภีร์ปุราณะ

คือเรื่องพญากังสะ (กงฺส) ฆ่าพระราชบิดาเพื่อชิงราชสมบัติ และตามฆ่าลูกชายของพระนางเทวกี ภายหลังถูกพระกฤษณะสังหาร เรื่องดังกล่าว ได้แพร่หลายมากจนภายหลังมีการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่เป็นแบบฉบับของไทยเพื่อใช้ผูกเรื่อง สำหรับอธิบายโบราณสถานหรือสถานที่ต่างๆ

องค์พระปฐมเจดีย์ ตำนานพญากงพญาพาน (ตำนานองค์พระปฐมเจดีย์) นิทานเรื่องอุษา บารส (ตำนานพระพุทธบาทบัวบก) อย่างไรก็ตามตำนานพญากงพญาพานฉบับที่เก่าที่สุด ปรากฏอยู่ในพงศาวดารเหนือที่เป็นการเรียบเรียงเรื่องราวมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งในพงศาวดารเหนือกล่าวถึงยุคสมัยของเรื่องพญากง พญาพาน ว่าอยู่ในช่วงประมาณต้นกรุงศรีอยุธยา

พญากงได้ครองเมืองกาญจนบุรี (บางสำนวนว่าเป็นเมืองนครชัยศรี) มีพระมเหสีรูปโฉมงดงาม เมื่อพระมเหสีทรงพระครรภ์โหรหลวงได้ทำนายว่าจะได้พระราชโอรสเป็นผู้มีบุญ และจะได้เป็นใหญ่ภายหน้า แต่จะเป็นผู้ฆ่าพระราชบิดาเมื่อครบ กำหนดพระมเหสีก็ประสูติพระกุมาร

ขณะที่ข้าราชบริพารได้เอาพานไปรองรับ บังเอิญหน้าผากของพระกุมาร กระทบขอบพานเป็นแผล พญากงได้สั่งให้นำพระกุมารไปทิ้งตามยถากรรม ยายหอมไปพบเข้านำไปเลี้ยงไว้ และตั้งชื่อว่า พาน
ครั้นเมื่อเด็กชายพานโตขึ้นยายหอมก็นำไปฝากให้เล่าเรียนที่วัด พานเป็นเด็กฉลาด สมภารวัดผู้เป็นอาจารย์จึงรักใคร่เอ็นดู มีวิชาอะไรก็สอนให้หมดอาจารย์ได้นำพานไปฝาก ให้เข้ารับราชการกับเจ้าเมืองราชบุรี พานเป็นคนปัญญาดี เรียบร้อยและขยัน จึงเป็นที่โปรดปรานของเจ้าเมืองราชบุรีมาก จนถึงกับรับไว้เป็นโอรสบุญธรรม

สมัยนั้น เมืองราชบุรีขึ้นกับเมืองกาญจนบุรี (บางสำนวนว่าเมืองนครชัยศรี) พระยาราชบุรี ต้องส่งเครื่องบรรณาการทุกปี พญาพานเป็นผู้มีฝีมือในการรบจึงชักชวน ให้เจ้าเมืองราชบุรีแข็งเมืองยกกองทัพไป ปราบพญายาพานเป็นแม่ทัพออกไป รบกับพญากง ทั้งสองทำยุทธหัตถีกัน ในที่สุดพญากงก็ถูกฟันด้วยของ้าวคอขาดตายในที่รบ
เมื่อพญาพานเข้ายึดเมืองกาญจนบุรี (บางสำนวนว่าเมืองนครชัยศรี) ได้แล้ว ย่อมได้ทั้งราชสมบัติตลอดจนพระมเหสีของพญายากงด้วย แต่ในขณะที่จะเข้าไปหาพระมเหสีนั้น เทวดาได้แปลงกายเป็นแมวแม่ลูกอ่อนให้ลูกกินนมขวางประตูไว้ แล้วร้องทักเสียก่อน พญายาพานจึงได้อธิษฐานว่า ถ้าพระมเหสีเป็นแม่ของตนจริงก็ขอให้มีน้ำนมไหลซึมออกมา ก็เห็นน้ำนมไหลออกมาจริง จึงได้รู้ว่าทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน

พญายาพานจึงสำนึกได้ว่าได้กระทำปิตุฆาตฆ่าพระราชบิดา และโกรธที่ยายหอมปิดบังความจริง ด้วยโทสะจริตจึงสั่งให้นำยายหอมไปฆ่าเสีย ต่อมาด้วยความสำนึกผิด ที่ได้ฆ่าพระราชบิดาและยายหอมผู้มีพระคุณ จึงได้สร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่ สูงชั่วนกเขาเหินตามคำแนะนำของพระอรหันต์ คือ พระปฐมเจดีย์ ที่เมืองนครชัยศรี (ปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม) เพื่อเป็นการล้างบาปที่ฆ่าพระราชบิดาให้บรรเทาลงบ้าง และสร้างพระประโทณเจดีย์ (ปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม)

เพื่อล้างบาปที่ฆ่ายายหอมตำนานเรื่องพญากง พญาพานแพร่หลายอย่างมากในภาคกลางโดยเฉพาะในจังหวัดนครปฐมและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ จังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นตำนานประจำถิ่นที่ใช้อธิบายประวัติความเป็นมาของพระปฐมเจดีย์ พระประโทณเจดีย์

ตลอดจนชื่อหมู่บ้าน ตำบล ตลอดจนแม่น้ำลำคลองต่างๆ ในจังหวัดนครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา เช่น บ้านถนนขาด (ถนนที่พญากงกับพญาพานใช้สู้รบกัน) บ้านสามพราน (บริเวณที่นายพรานสามคนช่วยกันหาช้างให้พญาพานไปรบกับพญากง) บ้านดอนยายหอม (บริเวณที่ตั้งบ้านเรือนยายหอม)

นอกจากนี้ยังมีการเล่าสืบต่อกันมาในรูปแบบต่างๆ ในมุขปาฐะ เช่น เพลงขอทานเรื่องพญากง พญาพาน เพลงฉ่อยเรื่องพญากง พญาพาน เพลงอีแซวเรื่องพญากง พญาพาน ลิเกเรื่องพญากง พญาพาน เพลงรำโทนเรื่องพญากง พญาพาน แหล่นอกเรื่องพญากง พญาพาน เพลงทรงเครื่องเรื่องพญากง พญาพาน เป็นต้น

ส่วนรูปแบบลายลักษณ์พบสมุดไทยที่หอสมุดแห่งชาติ ๙ ฉบับ รวมถึงมีการตีพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบของโรงพิมพ์ราษฎร์เจริญ (วัดเกาะ) และโรงพิมพ์อื่นๆ อีกจำนวนมาก และยังคงมีการตีพิมพ์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีศาลพญากง ตั้งอยู่บริเวณตลาดทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ใกล้กับพระปฐมเจดีย์ และศาลยายหอม ซึ่งมี ๓ แห่ง ได้แก่ พระปฐมเจดีย์ วัดพระประโทณเจดีย์ และวัดดอนยายหอม ยังปรากฏสืบมาจนปัจจุบัน และเป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดนครปฐมอย่างยิ่ง

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ขณะทรงผนวช ได้เสด็จธุดงด์มานมัสการ ทรงเห็นพระเจดีย์ยอดปรางค์สูง 42 วา เมื่อทรงลาผนวชได้ขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อปีพุทธศักราช 2396 ทรงโปรดให้ก่อพระเจดีย์ใหม่ห่อหุ้มองค์เดิมไว้ สูง 120 เมตร กับ 45 เซติเมตร พร้อมสร้างวิหารคต 2 ชั้น ทั้ง 4 และระเบียงโดยรอบทิศ แต่งานไม่ทันเสร็จพระองค์ก็เสด็จสวรรคต ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็กจพระจุลจอมเกล้าเจ้ายอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดปฏิสังขรณ์จัดสร้างหอระฆัง และประดับกระเบื้องจนสำเร็จ เมื่อถึงรัชกาลที่ 6 ปฏิสังขรณ์พระวิหารหลวง เขียนภาพพระเจดีย์องค์เดิมและภาพต่าง ๆ ไว้ที่ ผนัง รื้อมุขวิหารด้านทิศเหนือสร้างใหม่ เพื่อประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชบูชนียบพิตร และรัชกาลที่ 7 โปรดให้สร้างพระอุโบสถใหม่

นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงทำการบูรณปฏิสังขรณ์ต่อเติมในครั้งนั้น จนเวลารวมมาเป็นร้อยปีเศษ ก็ไม่ได้ทำการบูรณะอีกเลย มีแต่เพียงซ่อมแซมเล็กน้อย ที่ชำรุดบางส่วนเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อปีพุทธศักราช 2509 ทางวัดพบว่าตัวองค์พระปฐมเจดีย์มีรอยแตกร้าวหลายแห่ง พระเบื้องที่ระดับหลุดร่วงลงมา จึงได้แจ้งเรื่องยังไปรัฐบาลสมัยนั้น เพื่อทำการบูรณะใหม่ ซึ่งใช้เวลาในการบูรณะร่วมถึง 8 ปี

และสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงพระปฐมเจดีย์แล้วนั้นก็คือ การไปกราบนมัสการพระร่วงโรจนฤทธิ์ ชื่อเต็มคือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรโมภาส มหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร แต่ประชาชนทั่วไปจะเรียกว่า หลวงพ่อพระร่วง หรือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ เมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ดำรง พระยศเป็นสมเด็จพระยุพราช ได้เสด็จ ตรวจค้นโบราณสถานในมณฑล ฝ่ายเหนือ เมื่อ พ.ศ. 2452 พบพระพุทธรูปชำรุด องค์หนึ่งจมในพื้น วิหาร วัดโบราณในเมืองศรีสัชนาลัย โปรดให้ขุดขึ้น พบพระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท

ที่ยังดีไม่ชำรุดมีลักษณะ งดงามต้องตาม พระราชหฤทัย จึงโปรดให้เชิญลงมา กรุงเทพมหานคร ครั้งเสด็จเถลิง ถวัลยราชสมบัติ จึงโปรด ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทำรูปหุ่นขี้ผึ้ง ปฏิสังขรณ์ปั้นให้เสร็จบริบูรณ์เต็มองค์ ตั้งการพระราชพิธี เททองที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อ พ.ศ.2456 เป็นพระยืนปางห้ามญาติ หล่อ ด้วยโลหะ ครั้นแล้วเสร็จ

อัญเชิญประดิษฐานไว้ที่ซุ้มวิหารทิศ ตรงบันได ใหญ่เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 โดยพระร่วงโรจนฤทธิ์จะมีขนาดความสูงเมื่อวัดจากพระบาทถึงพระเกศราว 12 ศอก 4 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ศิลปะแบบสุโขทัย ประทับยืนอยู่บนฐาน โลหะทองเหลืองลายบัวคว่ำบัวหงาย อีกทั้งบริเวณใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ยังบรรจุพระราชสรีรางคาร ในรัชกาลที่ 6 ไว้ด้วย

นอกจากพระร่วงโรจนฤทธิ์แล้ว ยังมี ศาลเจ้าพ่อปราสาททอง พระพุทธไสยาศน์ และพระศิลาขาว สิ่งที่ผู้คนนิยมทำเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เมื่อมาพระปฐมเจดีย์ นั่นก็คือ การเดินรอบพระอารามชั้นนอก หรือชั้นในก็ได้ให้ครบ 3 รอบ

เพื่ออธิฐานจิตขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สมปรารถนา แต่สำหรับท่านใดที่ต้องการขอพรเรื่องเรียนต่อ แนะนำให้ขอพรกับพระศิลาขาว เพราะชาวนครปฐมเชื่อกันว่าพระศิลาขาวจะนำพรมาให้เด็กๆ ที่ตั้งใจเรียน ให้สมปรารถนากับโรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้