คนไทยในประวัติศาสตร์

คนไทยในประวัติศาสตร์

คนไทยในประวัติศาสตร์

คนไทยในประวัติศาสตร์

คนไทยในประวัติศาสตร์

คนไทยในประวัติศาสตร์ สุธิยา จิวเฉลิมมิตรเป็น นักกีฬายิงเป้าบิน ชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกชื่อเล่น ณี เกิดวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 ที่จังหวัดสระแก้ว โดยเธอเข้าร่วมแข่งขันใน กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ในกีฬายิงเป้าบินซึ่งเธอได้ที่ 5 จากการแข่งขันดังกล่าว และมีโอกาสแข่งขันในรายการเวิลด์แชมเปียนชิป 2009 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมารีบอร์ ประเทศสโลวีเนีย เธอได้รับการจัดอันดับที่ 7 ของรายการเวิลด์คัพ

และในขณะเดียวกัน เธออยู่ในอันดับที่ 1 ของเอเชียในประเภทเป้าบินบุคคลหญิง จากนั้น ทางสหพันธ์กีฬายิงปืนนานาชาติ ได้ประกาศให้เธออยู่ในอันดับที่ 3 ของโลกในประเภทเป้าบินเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 สุธิยาได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันรายการเวิลด์คัพ ที่ประเทศสเปนประวัติ เป็นลูกสาวของ สวัสดิ์ จิวเฉลิมมิตร กับ อัมพร ปิยะทัศน์ศรี และเธอมีพี่ชาย 2 คน คือ อภิรักษ์ และ ณัฐวุฒิ เธอเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

ในช่วงมัธยมปลายได้ย้ายโรงเรียนและได้สำเร็จการศึกษามัธยมปลายจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายหลังจากที่เธอได้รับเหรียญทองจากซีเกมส์ 2003 พ่อของเธอได้ลงทุนสร้างสนามซ้อมยิงปืนโดยใช้งบกว่า 1 ล้านบาท รวมถึงจ้างโค้ชชาวเยอรมันที่เดือนละ 3 แสนบาท เมื่อเธอเข้าแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ก็สามารถครองอันดับที่ 5 ของการแข่งขัน และเธอได้เข้าแข่งขันในรายการ “ไอเอสเอสเอฟ” เวิลด์แชมเปียนชิพ มิวนิก 2010 ใน พ.ศ. 2553 ที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งเธอสามารถเข้าสู่รอบไฟนอลได้สำเร็จ และได้อันดับที่ 4 จากการแข่งขันดังกล่าว รวมถึงอยู่ในอันดับ 5 ของการแข่งขันเวิลด์แชมเปียนชิป ที่ประเทศเซอร์เบียได้รับโควตาเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ซึ่งก่อนหน้านั้นเธอได้ทำการฝีกซ้อมอย่างหนักที่ประเทศเยอรมนี

โดยมีโค้ชชาวเยอรมันเป็นผู้ดูแล และในช่วงก่อนการแข่งขัน เธอยังมีโอกาสซ้อมที่สนามแข่งจริงในกรุงลอนดอน โดยเธอเข้าแข่งขันในประเภทเป้าบิน บุคคลหญิง ณ วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งเธออยู่ในอันดับที่ 11 และตกรอบคัดเลือก โดยมีคะแนนห่างจากอันดับที่ 6 ที่เป็นอันดับสุดท้ายที่ได้เข้ารอบเพียง 2 คะแนนภายหลังจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 สุธิยา ได้เดินทางกลับมาในวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555 และทราบข่าวเกี่ยวกับพ่อของเธอที่ได้รับอุบัติเหตุซึ่งอยู่ในอาการโคม่า

ก่อนที่จะเสียชีวิตในเช้าวันที่ 11 สิงหาคม โดยทางญาติได้จัดงานบำเพ็ญกุศล ณ วัดถ้ำเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว และก่อนที่จะทำการรดน้ำศพ สุธิยาได้ยิงปืนจำนวน 65 นัด ซึ่งเท่ากับอายุพ่อของเธอเดือนมีนาคม พ.ศ. 2557 สุธิยา เข้าแข่งขันยิงเป้าบินในรายการ อินเตอร์เนชันแนลกรังด์ปรีซ์ 2014 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศคูเวต โดยเธอได้รับรางวัลเหรียญเงินจากการแข่งขันครั้งดังกล่าว และในปีเดียวกันนี้ เธอได้รับ 2 เหรียญทองแดง จากการแข่งขัน

กีฬายิงปืนในเอเชียนเกมส์ 2014 ทั้งในประเภทบุคคลหญิงและประเภททีมความฝันของนักกีฬาทุกคน คือ เหรียญทอง โดยเฉพาะการแข่งขันที่ถือได้ว่า เป็นสุดยอดของนักกีฬา “โอลิมปิกเกมส์” จุดมุ่งหมายสูงสุดที่หลายๆ ชนิดกีฬาใฝ่ฝันจะคว้าตั๋วไปแข่งขันแต่ไม่สามารถทำได้     แต่ “น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักแม่นเป้าสาวทีมชาติไทย ในวัย 35 ปี ที่สามารถคว้าโควตาไปแข่งขันยิงเป้าบิน “โอลิมปิกเกมส์” ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ระหว่างวันที่ 23 ก.ค.-8 ส.ค.นี้ ในประเภทสกีตหญิง เป็นครั้งที่ 4 คว้าเหรียญทองมาหมดแล้วทั้งซีเกมส์, เอเชียนเกมส์, ชิงแชมป์เอเชีย และเวิลด์คัพ ส่วนโอลิมปิก ได้อันดับ 5 ในปี 2008 ที่จีน“เนื่องจาก จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้รายการการแข่งขันต่างๆ ต้องหยุดชะงักลงไป ไม่สามารถจัดการแข่งขันและเดินทางไปแข่งขันได้เหมือนปรกติ มาตั้งแต่ปีที่แล้ว จนมาถึงปีนี้อาจจะมีบางรายการที่จัดการแข่งขันได้แต่ไม่สามารถเดินทางไปแข่งได้ เพราะ  ณี

รอฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็ม แต่ก็ต้องยอมรับว่าพอไม่มีการแข่งขันเลย ก็รู้สึกเป็นช่วงที่แปลกๆ ไปบ้าง แต่ทุกคนบนโลกใบนี้ก็อยู่ใน สถานการณ์เช่นนี้ เช่นเดียวกัน ก็เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดหลายๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปด้วย อย่าง โอลิมปิก 2020” ก็เลื่อนมาแข่งในปี 2021 สำหรับ “ณี” อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ชั่วโมงนี้ปรับตัวตามสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เหลือเวลาเตรียมตัวอีกเดือนกว่าๆ “ณี” จะพยายามตั้งใจฝึกซ้อมซึ่งจะโฟกัสอยู่ที่เพื่อการเตรียมพร้อมเข้าร่วมการแข่งขัน “โอลิมปิกเกมส์” รายการเดียวเท่านั้น”

“การฝึกซ้อม เน้นการซ้อมโดยรวมๆ ทั้งเรื่องของเทคนิค ทางด้านร่างกาย และสภาพจิตใจให้พัฒนาควบคู่กันไปค่ะ มีการฝึกซ้อมยิงเป้า และเวทเทรนนิ่ง แล้วก็ฝึกในเรื่องของจิตวิทยาการกีฬา ซึ่งเรื่องนี้ทำควบคู่กันมานานแล้วค่ะทั้ง 3 ด้าน ปรับไปตามสภาพของสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง”

“ความพร้อมตอนนี้ก็ไม่มีอาการบาดเจ็บ คงต้องคอยดูว่าโอลิมปิกจะจัดการแข่งขันออกมาในรูปแบบไหน ก็ต้องเตรียมความพร้อมไปตามการจัดการแข่งขัน “ณี” แข่งมา 20 ปีแล้ว พบมาทุกรูปแบบทั้งความผิดหวังและความสมหวัง ครั้งนี้ “ณี” พร้อมปรับตัวรับทุกสถานการณ์ ขอวางเป้าหมายจะพยายามทผลงานให้ดีที่สุด โดยไม่กดดันตัวเอง”

เธอได้รับการจัดอันดับที่ 7 ของรายการเวิลด์คัพ

ในขณะเดียวกัน เธออยู่ในอันดับที่ 1 ของเอเชียในประเภทเป้าบินบุคคลหญิง จากนั้น ทางสหพันธ์กีฬายิงปืนนานาชาติ ได้ประกาศให้เธออยู่ในอันดับที่ 3 ของโลกในประเภทเป้าบินเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 สุธิยาได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันรายการเวิลด์คัพ ที่ประเทศสเปนประวัติ เป็นลูกสาวของ สวัสดิ์ จิวเฉลิมมิตร กับ อัมพร ปิยะทัศน์ศรี และเธอมีพี่ชาย 2 คน คือ อภิรักษ์ และ ณัฐวุฒิ เธอเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

ในช่วงมัธยมปลายได้ย้ายโรงเรียนและได้สำเร็จการศึกษามัธยมปลายจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายหลังจากที่เธอได้รับเหรียญทองจากซีเกมส์ 2003 พ่อของเธอได้ลงทุนสร้างสนามซ้อมยิงปืนโดยใช้งบกว่า 1 ล้านบาท รวมถึงจ้างโค้ชชาวเยอรมันที่เดือนละ 3 แสนบาท เมื่อเธอเข้าแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ก็สามารถครองอันดับที่ 5 ของการแข่งขัน และเธอได้เข้าแข่งขันในรายการ “ไอเอสเอสเอฟ” เวิลด์แชมเปียนชิพ มิวนิก 2010 ใน พ.ศ. 2553 ที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งเธอสามารถเข้าสู่รอบไฟนอลได้สำเร็จ และได้อันดับที่ 4 จากการแข่งขันดังกล่าว รวมถึงอยู่ในอันดับ 5 ของการแข่งขันเวิลด์แชมเปียนชิป ที่ประเทศเซอร์เบียได้รับโควตาเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ซึ่งก่อนหน้านั้นเธอได้ทำการฝีกซ้อมอย่างหนักที่ประเทศเยอรมนี

โดยมีโค้ชชาวเยอรมันเป็นผู้ดูแล และในช่วงก่อนการแข่งขัน เธอยังมีโอกาสซ้อมที่สนามแข่งจริงในกรุงลอนดอน โดยเธอเข้าแข่งขันในประเภทเป้าบิน บุคคลหญิง ณ วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งเธออยู่ในอันดับที่ 11 และตกรอบคัดเลือก โดยมีคะแนนห่างจากอันดับที่ 6 ที่เป็นอันดับสุดท้ายที่ได้เข้ารอบเพียง 2 คะแนนภายหลังจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 สุธิยา ได้เดินทางกลับมาในวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555 และทราบข่าวเกี่ยวกับพ่อของเธอที่ได้รับอุบัติเหตุซึ่งอยู่ในอาการโคม่า

ก่อนที่จะเสียชีวิตในเช้าวันที่ 11 สิงหาคม โดยทางญาติได้จัดงานบำเพ็ญกุศล ณ วัดถ้ำเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว และก่อนที่จะทำการรดน้ำศพ สุธิยาได้ยิงปืนจำนวน 65 นัด ซึ่งเท่ากับอายุพ่อของเธอเดือนมีนาคม พ.ศ. 2557 สุธิยา เข้าแข่งขันยิงเป้าบินในรายการ อินเตอร์เนชันแนลกรังด์ปรีซ์ 2014 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศคูเวต โดยเธอได้รับรางวัลเหรียญเงินจากการแข่งขันครั้งดังกล่าว และในปีเดียวกันนี้ เธอได้รับ 2 เหรียญทองแดง จากการแข่งขัน

กีฬายิงปืนในเอเชียนเกมส์ 2014 ทั้งในประเภทบุคคลหญิงและประเภททีมความฝันของนักกีฬาทุกคน คือ เหรียญทอง โดยเฉพาะการแข่งขันที่ถือได้ว่า เป็นสุดยอดของนักกีฬา “โอลิมปิกเกมส์” จุดมุ่งหมายสูงสุดที่หลายๆ ชนิดกีฬาใฝ่ฝันจะคว้าตั๋วไปแข่งขันแต่ไม่สามารถทำได้     แต่ “น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักแม่นเป้าสาวทีมชาติไทย ในวัย 35 ปี ที่สามารถคว้าโควตาไปแข่งขันยิงเป้าบิน “โอลิมปิกเกมส์” ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ระหว่างวันที่ 23 ก.ค.-8 ส.ค.นี้ ในประเภทสกีตหญิง เป็นครั้งที่ 4 คว้าเหรียญทองมาหมดแล้วทั้งซีเกมส์, เอเชียนเกมส์, ชิงแชมป์เอเชีย และเวิลด์คัพ ส่วนโอลิมปิก ได้อันดับ 5 ในปี 2008 ที่จีน“เนื่องจาก จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้รายการการแข่งขันต่างๆ ต้องหยุดชะงักลงไป ไม่สามารถจัดการแข่งขันและเดินทางไปแข่งขันได้เหมือนปรกติ มาตั้งแต่ปีที่แล้ว จนมาถึงปีนี้อาจจะมีบางรายการที่จัดการแข่งขันได้แต่ไม่สามารถเดินทางไปแข่งได้ เพราะ  ณี

รอฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็ม แต่ก็ต้องยอมรับว่าพอไม่มีการแข่งขันเลย ก็รู้สึกเป็นช่วงที่แปลกๆ ไปบ้าง แต่ทุกคนบนโลกใบนี้ก็อยู่ใน สถานการณ์เช่นนี้ เช่นเดียวกัน ก็เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดหลายๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปด้วย อย่าง โอลิมปิก 2020” ก็เลื่อนมาแข่งในปี 2021 สำหรับ “ณี” อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ชั่วโมงนี้ปรับตัวตามสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เหลือเวลาเตรียมตัวอีกเดือนกว่าๆ “ณี” จะพยายามตั้งใจฝึกซ้อมซึ่งจะโฟกัสอยู่ที่เพื่อการเตรียมพร้อมเข้าร่วมการแข่งขัน “โอลิมปิกเกมส์” รายการเดียวเท่านั้น”

“การฝึกซ้อม เน้นการซ้อมโดยรวมๆ ทั้งเรื่องของเทคนิค ทางด้านร่างกาย และสภาพจิตใจให้พัฒนาควบคู่กันไปค่ะ มีการฝึกซ้อมยิงเป้า และเวทเทรนนิ่ง แล้วก็ฝึกในเรื่องของจิตวิทยาการกีฬา ซึ่งเรื่องนี้ทำควบคู่กันมานานแล้วค่ะทั้ง 3 ด้าน ปรับไปตามสภาพของสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง”

“ความพร้อมตอนนี้ก็ไม่มีอาการบาดเจ็บ คงต้องคอยดูว่าโอลิมปิกจะจัดการแข่งขันออกมาในรูปแบบไหน ก็ต้องเตรียมความพร้อมไปตามการจัดการแข่งขัน “ณี” แข่งมา 20 ปีแล้ว พบมาทุกรูปแบบทั้งความผิดหวังและความสมหวัง ครั้งนี้ “ณี” พร้อมปรับตัวรับทุกสถานการณ์ ขอวางเป้าหมายจะพยายามทผลงานให้ดีที่สุด โดยไม่กดดันตัวเอง”

นี่คือ โอลิมปิกสมัยที่ 4 ของ “น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร ที่จะทำหน้าที่รับใช้ทีมชาติให้ดีที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *