คอนเสิร์ตในสเตเดียม

คอนเสิร์ตในสเตเดียม

คอนเสิร์ตในสเตเดียม

คอนเสิร์ตในสเตเดียม

 จริงหรือที่การจัดงานดนตรีกลางแจ้งดีกว่าการจัดในอาคารปิด?

คานเย เวสต์ ศิลปินฮิปฮอปชาวอเมริกัน ประกาศปล่อยอัลบั้มใหม่ของเขา Donda สตูดิโออัลบัมชุดที่ 10 ครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 พร้อมกับจัด Listening Party ขึ้นที่ เมอร์เซเดส เบนซ์ สเตเดียม ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย และจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 6 สิงหาคมที่เดิม โดยมีคนเข้าร่วมเป็นสักขีพยานกว่า 40,000 คน

แม้ว่ายังไร้วี่แววของอัลบั้ม แต่ คานเย เวสต์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินที่เล่นใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง ได้มอบประสบการณ์ที่ยากที่จะลืมได้ให้กับแฟนเพลงที่เข้าร่วมในวันนั้น การจัด Donda Listening Party ทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ อย่างล้นหลาม มีการโชว์โปรดักชั่นแสง สี เสียงแบบจัดเต็ม ด้วยพื้นที่สนามกีฬาที่สามารถจุคนได้หลักหมื่น บรรยากาศของงานจึงเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ อลังการ ตามแบบฉบับของ คานเย เวสต์

คำถามคือ แล้วทำไมต้องเป็นสนามกีฬา ? อาจเป็นเพราะความใหญ่โตของพื้นที่สอดคล้องกับจำนวนแฟนเพลงที่ศิลปินมี ทำให้การจัดงานดนตรีในพื้นที่โล่งแจ้งนี้ได้ผลลัพธ์น่าพอใจ อีกทั้งยังได้ประสบการณ์ที่ต่างจากพื้นที่ปิดด้วย

แต่ก็ไม่เสมอไป หากต้องคำนึงถึงเรื่องข้อบกพร่องทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้น คุณภาพเสียงที่อาจจะไม่ดีเท่าพื้นที่เล็ก สรุปแล้วว่าการจัดสเตเดียมคอนเสิร์ตนั้นเป็นการใช้งานสถานที่แบบผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ?

ความจริงแล้ว ภาพของการจัดงาน คอนเสิร์ต หรืองานดนตรีในพื้นที่กว้างของสนาม กีฬา นั้นมีให้เห็นมาตั้งแต่อดีต สืบกลับไปได้ตั้งแต่ทศวรรษ 1960s แต่สนามกีฬามีส่วนช่วยทำให้การไปคอนเสิร์ตสนุกขึ้นจริงหรือไม่ ?​

Main Stand ขอชวนมานั่งดูคอนเสิร์ตในสนามกีฬาไปพร้อมๆกัน

เล่นใหญ่สะใจกว่า

ก่อนที่จะเข้าเรื่อง เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สนามกีฬาที่ใช้จัดคอนเสิร์ตกันอย่างแพร่หลาย สามารถจำแนกได้ออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ “อารีนา” (Arena) และ “สเตเดียม” (Stadium) ซึ่งทั้งสองประเภทไม่มีความแตกต่างกันมากเท่าไรนัก จุดสังเกต คือ อารีนาอาจจะมีขนาดเล็กกว่าสเตเดียมเล็กน้อยและเป็นพื้นที่ปิด กีฬาที่นิยมเล่นในอารีนาได้แก่ บาสเกตบอล ส่วนสเตเดียมโดยทั่วไปจะเป็นสนามกีฬาประเภทที่ไม่มีหลังคา มักนิยมใช้สำหรับฟุตบอลหรืออเมริกันฟุตบอล โดยในที่นี้จะกล่าวถึงสเตเดียมเป็นหลัก

จุดเริ่มต้นของการใช้พื้นที่การแข่งขันกีฬามาจัดแสดงคอนเสิร์ตนี้ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปี 1965 ตอนที่ The Beatles มาทัวร์คอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกาประจำปี โดยใช้ เชีย สเตเดียม ในย่านควีนส์ มหานครนิวยอร์ก

ความคิดในการนำสี่เต่าทองมาเล่นดนตรีในสนามกีฬาขนาดใหญ่ เป็นของ ซิด เบิร์นสไตน์ โปรโมเตอร์ดนตรีชื่อดัง ที่อยากจะใช้สนามกีฬาของทีมเบสบอล นิวยอร์ก เม็ตส์ ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อ 1 ปีก่อนหน้า โดยใช้เงินลงทุนไปกว่า 28.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นสถานที่จัดงาน

ด้วยความที่ เดอะ บีเทิลส์ ในตอนนั้นกำลังดังมาก ๆ กระแส “บีเทิลมาเนีย” (Beatlemania) กำลังแรงอย่างต่อเนื่อง เหตุผลเดียวที่ทำให้ซิดเลือกสนามกีฬาแห่งนี้ คือ เดอะ บีเทิลส์ นั้นดังมาก และเขาเชื่ออย่างสุดใจว่าถ้านำสี่เต่าทองมาเล่นในสนามกีฬาที่ใหญ่ขนาดนี้ยังไงก็ขายบัตรหมด

ดูเหมือนว่าซิดจะคิดถูก เพราะมีแฟนเพลงเข้ามาชมการแสดงครั้งนี้กว่า 56,000 คน บัตรขายหมดเกลี้ยง คอนเสิร์ตของสี่เต่าทองในปี 1965 ที่ เชีย สเตเดียม ได้กลายมาเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค และถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดของพวกเขาที่แสดงในสหรัฐอเมริกา

“นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีการใช้สนามกีฬาเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ต” จอร์จ แฮร์ริสัน มือกีตาร์ของวงพูดถึงคอนเสิร์ตที่ เชีย สเตเดียม

ขณะที่ พอล แม็กคาร์ตนีย์​ มือเบสของวงกล่าวถึงความรู้สึกของเขาในวันนั้นว่า “เมื่อตอนที่คุณรู้ตัวว่าคุณสามารถทำให้พื้นที่แห่งนั้นอัดแน่นไปด้วยผู้คนได้ มันเรียกได้ว่าเวทมนตร์แล้ว เป็นภาพของฝูงชนที่ยืนกันเหมือนกำแพง ครึ่งหนึ่งของความสนุกของพวกเราคือการได้เห็นคนที่เยอะขนาดนี้นี่แหละ” 

จอห์น เลนนอน, พอล แม็กคาร์ตนีย์,​ จอร์จ แฮร์ริสัน และ ริงโก้ สตาร์ ได้กลายมาเป็นนักดนตรีที่นำเทรนด์ให้แก่นักดนตรีอีกหลายชีวิต สำหรับการจัดคอนเสิร์ตในสนามกีฬา คอนเสิร์ตที่ เชีย สเตเดียม ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ กวาดรายได้ไปกว่า 304,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในยุคสมัยนั้น

แม้ว่าการแสดงคอนเสิร์ตที่ เชีย สเตเดียม จะมีความยิ่งใหญ่ ได้บรรยากาศของความมโหฬาร แต่ในด้านเทคนิคนั้นเต็มไปด้วยปัญหา เพราะวงต้องเล่นหันหน้าเข้าหาอัฒจันทร์ เสียงกรี๊ดของแฟนเพลงดังกึกก้องขนาดที่ทำให้สี่เต่าทองเกือบไม่ได้ยินเสียงตัวเอง และเสียงของดนตรีก็แทบจะถูกกลืนไปกับเสียงแฟนเพลงอีกด้วย

สถิติการเข้าชมคอนเสิร์ตในสเตเดียมของสี่เต่าทอง ถูกทำลายลงด้วยวงดนตรีฮาร์ดร็อกนาม Led Zeppelin ในปี 1973 ซึ่งประสบความสำเร็จมาก จนต้องมาจัดซ้ำอีกครั้งที่ สนามเดิมในปี 1977 แต่คราวนี้ส่งผลกระทบเลยเถิดจนทำให้เกิดความรุนแรงและความเสียหายจำนวนมาก

สนามกีฬาสารพัดประโยชน์?

ความสำเร็จจาก เดอะ บีเทิลส์ ทำให้ค่านิยมของการจัดงานดนตรีอย่างยิ่งใหญ่ในสนามกีฬาเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น และเห็นชัดที่สุดในช่วงทศวรรษ 1970s ที่วงดนตรีร็อกนิยมที่จะจัดคอนเสิร์ตในสเตเดียมมากขึ้น

Led Zeppelin วงดนตรีฮาร์ดร็อกจากประเทศอังกฤษ คือรายชื่อถัดมาที่ทำให้การเล่นดนตรีในสเตเดียมเป็นที่นิยม พวกเขาคือผู้ล้มสถิติของวงรุ่นพี่สี่เต่าทองได้ ตอนที่ไปแสดงคอนเสิร์ตที่ แทมป้า สเตเดียม ในเมืองแทมป้า รัฐฟลอริดา ด้วยจำนวนผู้ชม 56,800 คน เมื่อปี 1973

แทมป้า สเตเดียม เคยเป็นสนามกีฬาของทีมฟุตบอลประจำเมืองอย่าง แทมป้า เบย์ โรวดีส์ และทีมอเมริกันฟุตบอลประจำ มหาวิทยาลัยแทมป้า ชื่อ แทมป้า สปาร์ตันส์ แต่ภายหลังได้มีการขยายเพิ่มเติมและถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นสนามกีฬาอเมริกันฟุตบอล เพราะ NFL ต้องการนำอเมริกันฟุตบอลเข้ามาสู่พื้นที่ในฟลอริด้ามากขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง จึงได้มีการขยายสนามเพิ่มเติม จากเดิมที่มีความจุอยู่ที่ประมาณ 46,000-57,000 คน กลายมาเป็นจุได้กว่า 72,000 คน และ แทมป้า เบย์ บัคคาเนียส์ ก็ได้กลายมาเป็นทีมอเมริกันฟุตบอลประจำสนามกีฬาแห่งนี้ในเวลาต่อมา

ปี 1977 เลด เซพเพลิน ได้มาเยือนสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ในฐานะวงฮาร์ดร็อคที่มาแรงที่สุดแห่งยุค พวกเขาเล่นคอนเสิร์ตใน แทมป้า สเตเดียม เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ท่ามกลางแฟนเพลงจำนวน 70,000 กว่าคนที่เข้ามาอัดกันแน่นสนาม ทว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ กลับถูกจดจำบนหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะคอนเสิร์ตที่มีความรุนแรง

เลด เซพเพลิน ปรากฏตัวขึ้น ตอน 18:15 น. แล้วความซวยก็บังเกิด เมื่อมีฝนตกลงมาชุดใหญ่ เพราะความที่เมืองแทมป้ามีอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกชุกอยู่ตลอดเวลา ทำให้ได้รับผลกระทบจากลมทะเลและพายุที่เข้ามาตามชายฝั่งในรัฐฟลอริดาอยู่บ่อยครั้ง

การเล่นคอนเสิร์ตในพื้นโล่งไม่มีหลังคา ทำให้มีปัญหาทางด้านเทคนิค และทางวงเองก็เริ่มกังวลต่อเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พวกเขาจึงต้องหยุดโดยไม่สามารถเล่นต่อได้ หลังจากที่ได้เริ่มเล่นไปได้แค่ 2 เพลงเท่านั้น ท่ามกลางความโมโห แฟนเพลงราว 4,000 กว่าคนจึงเริ่มใช้ความรุนแรง ประท้วงเรียกร้องให้วงออกมาเล่นต่อ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้กำลังเพื่อตอบโต้ความรุนแรง ส่งผลให้มีคนบาดเจ็บหลักร้อย จบที่การแยกย้ายกลับบ้านของแฟนเพลง เพราะ ไร้วี่แววของ เลด เซพเพลิน ที่จะกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *