ดาวเด่นจากไฮคิว กับเหตุผลที่คนเราควรหาที่ของตัวเองให้เจอ

ดาวเด่นจากไฮคิว กับเหตุผลที่คนเราควรหาที่ของตัวเองให้เจอ

ดาวเด่นจากไฮคิว กับเหตุผลที่คนเราควรหาที่ของตัวเองให้เจอ

ดาวเด่นจากไฮคิว กับเหตุผลที่คนเราควรหาที่ของตัวเองให้เจอ

ดาวเด่นจากไฮคิว กับเหตุผลที่คนเราควรหาที่ของตัวเองให้เจอ

ฮินาตะ โชโย ตัวละครเอกจากเรื่อง “ไฮคิว” ถูกโหวตจากแฟน ๆ ผ่านเว็บไซต์  My Anime List ว่าเป็นอันดับ 1 ในแง่ของความนิยม จากตัวละครในมังงะญี่ปุ่น เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา

สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านมังงะ หรือดูอนิเมะเรื่องนี้อาจจะไม่เก็ตว่าเพราะอะไรตัวละครจากมังงะวอลเล่ย์บอลจึงแซงหน้าตัวละครดังจากมังงะระดับท็อปหลายเรื่องได้ นี่คือเหตุผล

เด็กชายตัวเล็กกับกีฬาของคนตัวสูงตามค่านิยมของสังคมคนนี้ เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาได้เมื่อวันที่เขาพบว่า “ตัวเองคือใคร” และ “เกิดมาเพื่อสิ่งไหน” 

นี่คือเรื่องราวของตัวละครตัวหนึ่งที่สะท้อนโลกแห่งความจริงได้เป็นอย่างดี

คนตัวเล็กในวงการกีฬาญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น คือชาติพันธุ์ที่ไม่ได้มีสรีระร่างกายใหญ่โตเท่าไรนัก หากเจาะไปที่พันธุกรรมหรือเรื่องราวในอดีตคงจะยืดยาวเกินไป แต่เรื่องนี้สามารถสะท้อนผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ให้เรารับรู้อยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะเรื่องราวของ “คนตัวเล็ก” ในมังงะกีฬาหลายเรื่อง

อิตโต้ จากเรื่อง นักเตะเลือดกังฟู, มิยางิ เรียวตะ จาก สแลมดังก์ หรือ เอจิเซ็น เรียวมะ จาก ปรินซ์ ออฟ เทนนิส ต่างเป็นตัวละครที่มีความสูงระดับ 150-160 เซนติเมตร กันทั้งนั้น และในแต่ละเรื่องก็มักจะมีดราม่าเรื่องความสูงของพวกเขาอยู่ทั้งสิ้น โดยเฉพาะการโดนตัดสินจากคนภายนอกว่าคนตัวเล็กไม่มีทางจะเป็นนักกีฬาที่ดีได้

นอกจากนี้ยังมีตัวละครจากมังงะที่ไม่ได้เกี่ยวกับกีฬาอีกหลาย ๆ เรื่องที่เป็นคนตัวเล็ก และต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ตัวเองเก่งกาจและเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่

เรื่องนี้สัมพันธ์กับตัวเลขและสถิติที่กระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่นได้ทำการสำรวจส่วนสูงของเด็กนักเรียนตั้งแต่ประถมถึงมัธยมปลาย ตั้งแต่ช่วงปี 1950 โดยในช่วงอายุ 6 ปี เด็กผู้ชายญี่ปุ่นจะสูงอยู่ที่ราว ๆ 108.4 ซม. ถึง 117.4 ซม., ช่วงอายุ 12 ปีจะอยู่ที่ 136.1 ซม. ถึง 152.6 ซม., ช่วงอายุ 15 ปี จะสูง 152.7 ซม. ถึง 165.6 ซม. และ จนกระทั่งพวกเขาอายุ 20 ปี ผู้ชายญี่ปุ่นจะมีค่าเฉลี่ยความสูงอยูที่ราว ๆ 161.5 ซม. ถึง 172.2 ซม. เท่านั้น

เท่านี้ก็พอจะนึกภาพออกได้ว่าในสังคมญี่ปุ่นนั้น คนตัวเล็กมีอยู่ไม่น้อย และหากพวกเขาอยากจะก้าวข้ามความสำคัญเรื่องสรีระได้ พวกเขาจะต้องใช้ความทุ่มเทและแรงบันดาลใจในการก้าวข้ามค่านิยมเหล่านั้น และหนึ่งในตัวละครจากมังงะที่ก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจและจุดประกายความสามารถของคนตัวเล็กในยุคนี้คงหนีไม่พ้น ฮินาตะ โชโย จากมังงะเกี่ยวกับวอลเล่ย์บอล อย่าง ไฮคิว

ไฮคิว คือการ์ตูนที่ขายดีเป็นอันดับที่ 7 จากการจัดอันดับเมื่อเดือนมกราคมปี 2021 โดยมียอดขายเเตะ 3 ล้านเล่ม โดยเนื้อเรื่องนั้นดำเนินตามชีวิตและความหวังที่อยากจะเป็นนักวอลเล่ย์บอลของ ฮินาตะ โชโย ตัวละครเอกของเรื่อง ที่เปล่งประกายด้วยความสูงเพียง 162 เซนติเมตร แต่กลับมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเป็นนักวอลเล่ย์บอล ซึ่งเป็นกีฬาที่แสดงให้เห็นภาพในความสำคัญของส่วนสูงอย่างที่สุด ว่ายิ่งสูงยิ่งได้เปรียบ

และในความ “คอนทราสต์” (ขัดแย้ง) นี้เองที่ทำให้เราได้เห็นความพยายามของ ฮินาตะ ที่เปล่งประกายอยู่เสมอ แม้ว่าเขาจะต้องเจอกับอุปสรรคตั้งแต่เริ่มต้น

แรงบันดาลใจคือสิ่งสำคัญ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ฮินาตะ คือเด็กมัธยมปลาย ปี 1 (เทียบเท่า ม.4) ที่รูปร่างผอมบางและสูงแค่ 162.8 เซนติเมตรเท่านั้น สำหรับเด็กที่ตัวเล็กขนาดนี้ หากใช้ชีวิตในห้องเรียนธรรมดาคงไม่ถือว่าแปลกตาและเป็นปัญหาอะไรมากนัก เเต่การเข้ามาอยู่ในทีมวอลเล่ย์บอลของโรงเรียนนั้น ต้องยอมรับว่า นี่คือส่วนสูงที่มีโอกาสที่จะทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้ … แต่บางครั้งความหลงใหลก็ทำให้คนอยากทำทุกอย่างเพื่อคว้าความสำเร็จ โดยไม่สนอุปสรรคใด ๆ

เดิมที ฮินาตะ เป็นคนที่จมอยู่กับร่างกายที่ตัวเล็กกว่าคนอื่น ๆ มาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถม และถูกปมด้อยกลบจนมองไม่เห็นตัวเองว่าแท้จริงแล้วเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง แม้กระทั่งวันหนึ่ง ฮินาตะ ปั่นจักรยานผ่านร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และทีวีตัวโชว์ที่หน้าร้านปรากฏภาพของ อุได เท็นมะ นักวอลเล่ย์ที่เป็น “เอซ” ของทีมมัธยมคาราสึโนะ ที่เฉิดฉายในศึกอินเตอร์ไฮ จากนั้นความเปลี่ยนแปลงในใจของ ฮินาตะ จึงเริ่มต้นขึ้น

ความเก่งกาจของ เท็นมะ ที่ได้ฉายาว่า ยักษ์จิ๋ว (Small Giant) คือการจุดประกายทุกอย่างที่ทำให้ ฮินาตะ มีแรงบันดาลใจและเข้าใจว่าการเป็นคนตัวเล็กก็สามารถทำในสิ่งที่หลายคนไม่คาดฝันได้เช่นกัน

จากนั้นเขาจึงเริ่มเล่นวอลเล่ย์บอลมาตั้งแต่ช่วง ม.ต้น ในตำแหน่ง Middle Blocker ซึ่งตำแหน่งนี้มีหน้าที่ “บล็อก” การตบทำแต้มของคู่แข่งเป็นอันดับแรก และจำเป็นจะต้องมีเทคนิคสูงมาก เพราะยังมีหน้าที่ทำแต้มด้วยการเล่นบอลเร็ว (บอลสั้น) ในเวลาเดียวกัน  ต้องเด่นทั้ง รับ และ รุก แถมยังต้องเป็นตัวที่ตัดสินแต้มแต่ละเเต้มในการแข่งขัน ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่เหมาะกับส่วนสูงของเขาเลย

ทว่าเมื่อความหลงใหลได้เริ่มขึ้น สิ่งที่ ฮินาตะ เริ่มทำ คือการสร้างความแตกต่างในแบบที่ตัวของเขาสามารถทำได้  เขาได้ใช้ความพยายามในการรวบรวมทีมอยู่ถึง 3 ปี กว่าที่จะมีสมาชิกมากพอสำหรับการแข่งขันในระดับจังหวัด

ฮินาตะ ชวนนักกีฬาจากชมรมกีฬาอื่นอย่าง บาสเกตบอล และ ฟุตบอล ให้มาเข้าทีมวอลเล่ย์บอลได้สำเร็จ โดยวิธีชวนของเขานั้น ไม่ได้เป็นการพูดโน้มน้าว แต่เป็นการแสดงให้ทุกคนเห็นถึงความพยายามอันแรงกล้าของเขา โดยเฉพาะหลังจากการแข่งทัวร์นาเมนต์แรก และต้องเจอกับทีมตัวเต็งอย่าง คิตางาวะ ไดอิจิ ซึ่งเป็นเกมที่ทีมของ ฮินาตะ ที่รอมาถึง 3 ปีกำลังจะเริ่มขึ้น เขาโดนดูถูกตามแบบฉบับดราม่าในมังงะญี่ปุ่น

คนที่ดูถูกเขาคือ คาเงยามะ โทบิโอะ เจ้าของฉายา “ราชาแห่งคอร์ต” ของทีม คิตางาวะ ซึ่งการดูถูกครั้งนี้เริ่มตั้งแต่เรื่องของส่วนสูงของ ฮินาตะ รวมถึงเพื่อนร่วมทีมที่ไม่ได้เป็นผู้เล่นที่เก่งกาจอะไรเลย

ฮินาตะ เริ่มวิ่งจ๊อกกิ้ง ไปฝึกซ้อมพิเศษเพิ่มกับทีม วอลเล่ย์บอล หญิง รวมไปถึงการปั่นจักรยานเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่าเดิม โดยตัวของเขานั้นปั่นจักรยานจากบ้านไปที่โรงเรียนทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งนั่นทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะการเดินทางจากบ้านของเขาที่อยู่บนภูเขามายังโรงเรียน ปกติเเล้วหากนั่งรถโดยสารจะใช้เวลาราว 40 นาที แต่ ฮินาตะ กลับใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเท่านั้นในการปั่นจักรยานมาโรงเรียนมัธยมปลายในฝันของเขา ซึ่งก็คือโรงเรียน คาราสึโนะ ที่เคยสร้างตำนาน “Small Giant” ที่ ฮินาตะ มองเป็นไอดอลมาตลอด

หาที่ของเราให้เจอ

สมัยมัธยมต้นความพยายามของ ฮินาตะ อาจจะไม่ได้ทำให้เขาเห็นภาพของความสำเร็จมากนัก แต่การตั้งต้นและเริ่มขึ้นจริงมาเกิดขึ้นเอาช่วงมัธยมปลายที่เขาเข้ามาสู่ทีมมัธยมคาราสึโนะ โรงเรียนที่มีทีมวอลเล่ย์บอลที่เก่งกาจ และการมาอยู่กับทีม ๆ นี้ทำให้ ฮินาตะ ได้เห็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยคนที่เก่งกว่าเขา และทุ่มเทพยายามไม่ต่างจากที่เขาทำ แม้แต่ศัตรูในช่วง ม.ต้น อย่าง คาเงยามะ ก็ยังมาเข้าที่โรงเรียนนี้ด้วยเช่นกัน

ความสำเร็จในฐานะ “นักกีฬาคนหนึ่ง” ของ ฮินาตะ คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย หากเขาไร้ซึ่งความรักในกีฬาชนิดนี้ เพราะการเริ่มต้นที่ดีจะนำพาเขาไปสู่เส้นทางที่เหมาะสม

มีทฤษฎีที่ชื่อว่า Similarity Attraction หรือ ทฤษฎีการดึงดูดคนที่เหมือนกัน ว่าด้วยการที่คนเรามักจะดึงดูดอีกคนหนึ่งเข้าหาด้วยเหตุผลจากการมีทัศนคติ ค่านิยม ไลฟ์สไตล์ พื้นฐานทางสังคม และความปรารถนา ที่เหมือน ๆ กัน  ซึ่งสุดท้ายแล้ว พวกเขาจะเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัวโดยที่ไม่ต้องฝืนความรู้สึกใด ๆ เลย

ฮินาตะ ก็เป็นเช่นนั้น เริ่มจากความรัก นำพาสู่สถานที่ที่เพาะบ่มเพื่อยืนยันให้ตัวเองได้รู้ว่า “เราเกิดมาเพื่อเป็นอะไร” และเมื่อเขาหาตัวเองเจอเเล้ว ความสำเร็จที่ใครหลายคนเคยดูถูกก็เป็นจริงได้ในท้ายที่สุด…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *