ทำไมแมนฯ ซิตี้ แฟนบอลไม่เต็มสนาม

ทำไมแมนฯ ซิตี้ แฟนบอลไม่เต็มสนาม

ทำไมแมนฯ ซิตี้ แฟนบอลไม่เต็มสนาม

ทำไมแมนฯ ซิตี้ แฟนบอลไม่เต็มสนาม

ทำไมแมนฯ ซิตี้ แฟนบอลไม่เต็มสนาม

“3 เกมล่าสุดที่เล่นที่นี่ พวกเรายิงไปถึง 16 ประตู … ดังนั้นวันเสาร์นี้ ผมต้องการคนมาชมเกมของเรามากกว่านี้ … ได้โปรด เราอยากได้แฟนบอลเข้าสนามเพิ่ม เพราะเราจะต้องเหนื่อยแน่”

นี่คือสิ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พูดเชิงขอร้องแฟนบอลของพวกเขาให้เข้ามาชมเกมในเวลาที่ทัพเรือใบสีฟ้าเล่นเป็นทีมเหย้า และหลังจากประโยคนี้ … ซิตี้ ทำได้แค่เสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 … โดยที่ผู้ชมยังไม่เต็มความจุเหมือนเช่นเคย

ว่ากันด้วยตัวเลขเป็นอย่างไร ? 

การหาข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดคือการใช้หลักฐานยืนยัน และหลักฐานที่ชัดเจนไม่มีอะไรมากกว่าไปตัวเลขอีกแล้ว สนาม ฟุตบอล “เอติฮัด สเตเดียม” หรือในชื่อเดิม “ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดียม” สนามแห่งนี้มีความจุทั้งหมด 55,017 คน และถือเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีก และติดท็อป 10 สนามฟุตบอลทั่วสหราชอาณาจักร

มันเป็นพื้นฐานกับทุกสโมสรคือเมื่อเลือกใช้สนามที่ใหญ่ขึ้น ย่อมมีเหตุผลมาจากพวกเขามีฐานแฟนบอลที่เพิ่มขึ้น แล้ว ซิตี้ ล่ะ ? มีแฟนบอลเพิ่มมากขนาดไหนก่อนจะมาเริ่มใช้สนามแห่งนี้ในปี 2003

แฟนบอลของ แมนฯ ซิตี้ ได้ชื่อว่ามีฐานแฟนบอลท้องถิ่นจากแคว้น Greater Manchester จากการสำรวจของสื่อท้องถิ่นอย่าง Manchester Evening News (MEN) พบว่า แฟนบอลของ แมนฯ ซิตี้ ส่วนใหญ่ที่เป็นคนท้องถิ่นอยู่ค่อนไปทางตะวันออก กินพื้นที่เมือง สต็อกพอร์ต, เทมไซด์, และ โอลด์แฮม

ซึ่งหากวัดกับตัวเลขที่ เอติฮัด สเตเดียม ณ ปัจจุบัน หรือล่าสุดกระทั่งฤดูกาล 2021-22 จากความจุทั้งหมดราว 55,000 คน แฟน ซิตี้ เข้ามาเชียร์เกมเหย้าในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 51,857 คน คิดเป็น 94.3% ของความจุแบบเต็มจำนวน

จากตัวเลขตั้งแต่อดีตราว 30-40 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน พอจะบอกได้ว่าแฟนท้องถิ่นของ ซิตี้ นั้นมีจำนวนที่เยอะอยู่แล้ว แต่การดันยอดมาถึง 94% ของความจุของสนามใหม่ได้ ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาได้ฐานแฟนบอลเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะจากท้องถิ่นหรือฐานแฟนบอลทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งแปลกใจที่ เป๊ป จะต้องการแฟน ๆ มากกว่านี้ในเกมเหย้า และรู้สึกว่ามีคนน้อยเกินไปในช่วงโปรแกรมยุโรป เพราะอันที่จริง ในเกมระดับที่ ยูฟ่า รับรองนั้น จำนวนแฟนบอลในสนามจะลดลงตามปกติ เพราะจะไม่มีการอนุญาตให้ขายตั๋วยืนกับแฟนบอล ดังนั้นตั๋ว 1 ใบ จะเท่ากับ เก้าอี้นั่ง 1 ตัว รวมถึงมีการกันเก้าอี้บางส่วนไว้เป็น “เขตกันชน” ระหว่างแฟนบอลของทั้งสองฝั่ง ซึ่งทำให้ความจุผู้ชมลดลง โดยสำหรับ เอติฮัด สเตเดียม ในเกมยุโรป ความจุสูงสุดจะเหลือเพียง 53,000 คนเท่านั้น

นอกจากนี้ ย้อนกลับไปในเกมกลางสัปดาห์นั้น แฟนบอลของ ซิตี้ ก็จะลดหายไปเป็นปกติอยู่แล้ว และแทบจะไม่มีเกมที่มีแฟนบอลเต็มความจุเลยหากไม่เจอกับทีมใหญ่ โดยในปี 2018 มีแฟนบอลเข้าสนาม เอติฮัด ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก พบ ลียง จำนวน 40,000 คน และปีต่อมากับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค มีแฟนบอลเข้าสนามเพียง 30,270 คนเท่านั้น

มันค่อนข้างชัดเจนเลยว่าจริง ๆ แล้ว แฟน แมนฯ ซิตี้ นั้นไม่ได้มีน้อย หรือเข้าสนามน้อยอย่างที่คิด แม้การเข้าชมเกมพรีเมียร์ลีกในเอติฮัดจะถือว่าเป็นลำดับ 12 หากเทียบกับอีก 19 ทีมในลีก แต่ถ้ามองในแง่ตัวเลขก็มีคนดูหายไปเพียง 6% ของความจุสนามเท่านั้น

ถ้าเทียบกับทีมใหญ่อื่น ๆ เป็นเช่นไร ? 

สิ่งเดียวที่ทำให้ ซิตี้ โดนล้อเลียน ณ เวลานี้ก็คือเรื่องของแฟนบอลนั่นแหละ ในขณะที่แฟนบอล ซิตี้ หายไปเกือบ ๆ 15,000 คน ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2021-22 กับ แอร์เบ ไลป์ซิก โดยมีผู้ชมเพียง 38,062 คน เมื่อมองดูทีมในลีกเดียวกันที่ลงเล่นฟุตบอลยุโรปอย่าง ลิเวอร์พูล ก็จะเห็นความต่างได้มาก ๆ อย่างสนาม แอนฟิลด์ ที่จุคนดูได้ 54,000 คน ยังมีคนเข้าสนามถึง 51,445 คนเลยในเกมกับ เอซี มิลาน

คุณอาจจะคิดว่านี่อาจเกิดขึ้นเพราะคู่แข่งของ ลิเวอร์พูล เป็นทีมใหญ่เหมือนกัน แถมยังมีปูมหลังที่เกี่ยวข้องกันในรายการนี้จึงอาจจะทำให้แฟน ๆ อยากเข้าชม แต่ก็อยากให้ลองมอง เชลซี ที่เปิดรังเหย้า สแตมฟอร์ด บริดจ์ ชนะ ทีมอย่าง เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก 1-0 โดยในเกมนั้นมีกองเชียร์เข้าสนาม 39,252 คน จากความจุทั้งหมด 41,837 คน

จะเห็นได้ว่า เชลซี เจอทีมจากลีกเล็กกว่า (ไลป์ซิก – เยอรมัน, เซนิต – รัสเซีย) ด้วยซ้ำ แต่แฟนบอลของพวกเขาก็ยังเข้าสนามด้วยเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่า แมนฯ ซิตี้ เยอะเลยทีเดียว

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง มันทำให้แฟน แมนฯ ซิตี้ โดนเรียกว่า “พลาสติกแฟน” (Plastic Fan) หรือแฟนบอลตัวปลอม ขยายความอีกขั้นก็คือ แฟนบอลที่เพิ่งเริ่มหันมาเชียร์เมื่อทีมมีตังซื้อนักเตะเก่ง ๆ จ้างกุนซือดี ๆ โดยที่ก่อนหน้านี้พวกเขาอาจจะเชียร์ทีมอื่น ๆ มาก่อน

จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ ทุกคนมีสิทธิ์จะเลือกทีมที่ตัวเองชื่นชอบ และจะเป็นทีมไหนก็ได้บนโลก เพียงแต่ว่าแฟนฟุตบอลนั้นเป็นกลุ่มคนที่ชอบยึดมั่นถือมั่นกับเรื่องของศักดิ์ศรีอยู่พอสมควร พวกเขาจะมีความภูมิใจมาก ๆ ที่ได้บอกว่า “ผมร่วมหัวจมท้ายมาพร้อม ๆ กับสโมสรนี้” 

พวกเขาเชียร์ตอนทีมตกชั้น เชียร์ตอนที่ทีมยังแข่งไปก็มีแต่แพ้ หรืออะไรก็ตามที่บ่งบอกถึงความลำบาก ซึ่งในวันหนึ่งที่สโมสรประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จะพูดได้อย่างเต็มปากว่าพวกเขาคือ Real Fan หรือแฟนตัวจริง ไม่ใช่ พลาสติก หรือของปลอมทำเหมือน ที่หันมาเริ่มเชียร์ตอนทีมชนะ

ซึ่งความจริงแล้วสิ่งที่เขาพูดนั้นเท่จริงหรือไม่ ? มีศักดิ์ศรีมากกว่าคนอื่น ๆ แค่ไหน ? คำตอบนั้นไม่ตายตัว แล้วแต่คนจะคิด ต้องบอกแบบนั้นจึงจะดีที่สุด

คุณอาจจะคิดว่านี่อาจเกิดขึ้นเพราะคู่แข่งของ ลิเวอร์พูล เป็นทีมใหญ่เหมือนกัน แถมยังมีปูมหลังที่เกี่ยวข้องกันในรายการนี้จึงอาจจะทำให้แฟน ๆ อยากเข้าชม แต่ก็อยากให้ลองมอง เชลซี ที่เปิดรังเหย้า สแตมฟอร์ด บริดจ์ ชนะ ทีมอย่าง เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก 1-0 โดยในเกมนั้นมีกองเชียร์เข้าสนาม 39,252 คน จากความจุทั้งหมด 41,837 คน

จะเห็นได้ว่า เชลซี เจอทีมจากลีกเล็กกว่า (ไลป์ซิก – เยอรมัน, เซนิต – รัสเซีย) ด้วยซ้ำ แต่แฟนบอลของพวกเขาก็ยังเข้าสนามด้วยเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่า แมนฯ ซิตี้ เยอะเลยทีเดียว

พวกเขาเชียร์ตอนทีมตกชั้น เชียร์ตอนที่ทีมยังแข่งไปก็มีแต่แพ้ หรืออะไรก็ตามที่บ่งบอกถึงความลำบาก ซึ่งในวันหนึ่งที่สโมสรประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จะพูดได้อย่างเต็มปากว่าพวกเขาคือ Real Fan หรือแฟนตัวจริง ไม่ใช่ พลาสติก หรือของปลอมทำเหมือน ที่หันมาเริ่มเชียร์ตอนทีมชนะ

ซึ่งความจริงแล้วสิ่งที่เขาพูดนั้นเท่จริงหรือไม่ ? มีศักดิ์ศรีมากกว่าคนอื่น ๆ แค่ไหน ? คำตอบนั้นไม่ตายตัว แล้วแต่คนจะคิด ต้องบอกแบบนั้นจึงจะดีที่สุด

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *