นักธนูสาวเกาหลีใต้ คว้า 3 เหรียญทอง แต่กลับดราม่าเพราะไว้ผมสั้น

นักธนูสาวเกาหลีใต้ คว้า 3 เหรียญทอง แต่กลับดราม่าเพราะไว้ผมสั้น

นักธนูสาวเกาหลีใต้ คว้า 3 เหรียญทอง แต่กลับดราม่าเพราะไว้ผมสั้น

นักธนูสาวเกาหลีใต้ คว้า 3 เหรียญทอง แต่กลับดราม่าเพราะไว้ผมสั้น

นักธนูสาวเกาหลีใต้ คว้า 3 เหรียญทอง แต่กลับดราม่าเพราะไว้ผมสั้น

อัน ซาน (An San) วัย 20 ปี นักยิงธนูทีมชาติเกาหลีใต้ ได้สร้างประวัติศาสตร์ที่ Tokyo 2020 โดยเธอมาแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งแรก แต่สามารถคว้าไปได้ถึง 3 เหรียญทอง
และยังทำคะแนนได้ถึง 680 แต้ม ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก แถมยังเป็นการทุบสถิติการแข่งขันครั้งแรกในรอบ 25 ปีอีกด้วย

มันคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากสำหรับเธอ ผู้อายยังน้อยและทุ่มเทอย่างหนักเพื่อชาติ แต่สิ่งที่น่าตกใจและน่าเศร้ามากได้เกิดขึ้น เพราะเธอตกเป็นเหยื่อการบูลลี่อย่างรุนแรงมากในกลุ่มชาวเน็ตชาย โดยเฉพาะชายหนุ่มและวัยรุ่น แม้เธอเพิ่งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติอย่างสมภาคภูมิ

จากการรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ระบุว่า กลุ่มชาวเน็ตผู้ชายจำนวนมากได้แสดงคอมเมนต์หยาบคายและบูลลี่ อัน ซาน ทั้งในแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ รวมถึงอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ

พวกเขาเรียกร้องให้ อัน ซาน ออกมาแสดงความขอโทษ คืนเหรียญทอง ทั้ง 3 เหรียญ และการเป็นนักกีฬาโอลิมปิก เพราะเธอไม่คู่ควรกับการได้รับมัน เนื่องจากเธอตัดผมสั้นมาก ซึ่งพวกเขาเชื่อว่านี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นเฟมินิสต์

ชาวเน็ตผู้ชายเหล่านี้ยังบอกอีกว่า พวกเขาจ่ายเงินภาษีเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนของเธอ การกินอยู่ของเธอ ดังนั้นเธอไม่มีสิทธิที่จะทำตัวอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ โดยเฉพาะการเป็นเฟมินิสต์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เฟมินิสม์ หรือ เฟมินิสต์ หรือ คตินิยมสิทธิสตรี (Feminism / Feminist) กลายเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างมากในสังคมเกาหลีซึ่งผู้ชายเป็นใหญ่ ไม่มีความเท่าเทียมทางเพศและผู้หญิงแทบไม่มีสิทธิ์มีเสียง

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยออกมาประท้วงเรียกร้องสิทธิสตรี ต่อต้านมาตรฐานความงามที่เกินจริง และเรียกร้องว่าพวกเธอมีสิทธิ์ที่จะไว้ผมอย่างไรก็ได้ จะแต่งหน้าอย่างไรก็ได้ และแต่งกายอย่างไรก็ได้

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชายกลับต่อต้านประเด็นนี้อย่างรุนแรงมาก เกิดเป็นกลุ่ม Anti Feminist ขึ้นมา โดยผู้ชายกลุ่มนี้จะร่วมกันแบนสินค้า หรือบริษัทห้างร้านที่แสดงจุดยืนสนับสนุนสตรีนิยม พร้อมกดดันให้ออกมาขอโทษสังคม พวกเขายังมีแนวคิดว่าเฟมินิสต์คือความเห็นแก่ตัวของผู้หญิง และเป็นการต่อต้านผู้ชาย

ครั้งนี้ อันซานไม่ได้นิ่งเฉยต่อความคิดเห็นด้านลบของชาวเน็ต เธอเขียนข้อความบนอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อตอบกลับกลุ่มคนที่เกลียดชังว่า “ขณะที่คุณอยู่ในห้องส่วนตัว กำลังส่งข้อความซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยปมด้อยของตัวเอง ฉันได้เหรียญทองโอลิมปิกมาแล้ว 2 เหรียญนะ” พร้อมโพสต์รูปบันทึกหน้าจอที่แสดงความคิดเห็นเกลียดชังที่กล่าวถึงเธอ อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ กลับไม่พบโพสต์ดังกล่าวแล้ว

ถึงแม้อันซานจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และมีผู้แสดงความคิดเห็นเชิงเกลียดชังต่อเธอจำนวนมาก แต่ชาวเกาหลีใต้ส่วนหนึ่งได้ส่งคำร้องออนไลน์เข้าไปยังสมาคมกีฬายิงธนูแห่งชาติเกาหลีใต้ เพื่อขอร้องให้ทางสมาคมช่วยปกป้องฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกผู้นี้จากความคิดเห็นที่แสดงความเกลียดชัง และขอให้ดำเนินการอย่างถึงที่สุดต่อผู้ที่เขียนข้อความเหล่านั้น โดยโคเรียจุงอังเดลีรายงานว่าช่วงเช้าของวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เขียนคำร้องออนไลน์ที่หน้าเว็บไซต์ของสมาคมมากกว่า 300 คำร้อง นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องทรงผมของอันซานยังทำให้ชาวเน็ตเกาหลีใต้ตั้งข้อถกเถียงว่าเหตุใดผู้หญิงผมสั้นจึงตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มคนในสังคมนัก

“การถกเถียงเรื่องผมสั้นหรือผมยาวเป็นสิ่งที่ไร้สาระ ความคิดที่ว่าคุณสามารถแยกแยะความเชื่อหรือคตินิยมของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยใช้ความสั้นยาวของผมเป็นเกณฑ์นั้นช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ปัญหาที่ใหญ่กว่าในเรื่องนี้ คือ การแบ่งแยกคนโดยมองจากทรงผมนั้นนำไปสู่การโจมตีทางวาจาต่อใครก็ตามที่ถูกมองว่าเป็นเฟมินิสต์ มีตัวอย่างมากมายในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่กรณีของอันซานหรอกค่ะ” รยูฮย็องริมกล่าว พร้อมบอกว่าประเด็นเรื่องเฟมินิสต์ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในสังคมเกาหลีใต้  ซึ่งเธอเชื่อว่าสมาคมกีฬายิงธนูแห่งชาติไม่ควรยอมแพ้ต่อเรื่องนี้ และไม่ควรออกแถลงการณ์ขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่าเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงครอบครัวและความเท่าเทียมทางเพศได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำที่แสดงออกถึงความเปลี่ยนชังเพศหญิง นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม ส.ส.หัวก้าวหน้าจากหลายพรรคการเมืองของเกาหลีใต้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจอันซานต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“การนิยามความคิดของคนอื่นด้วยความคิดเห็นข้างเดียวของตัวเอง แถมยังใช้รูปลักษณ์ภายนอกและถิ่นกำเนิดของบุคคลเหล่านั้นมาเป็นตัวตัดสิน พุ่งเป้าโจมตีความคิดเหล่านั้น และวิจารณ์โดยไม่พิจารณาไตร่ตรอง ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของการขาดวิจารณญาณอย่างสุดขั้ว และอาจจัดได้ว่า[การกระทำเช่นนี้]เป็นอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง” อูวอนชิก ส.ส.จากพรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลีใต้ (DP) ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย

แต่ อัน ซัน เผยความรู้สึกต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เธอไม่พยายามไม่สนใจกระแสที่เกิดขึ้น และจะตั้งใจฝึกซ้อมให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อัน ซัน ถือว่ามีฝีมือและสงบกว่าคู่ต่อสู้อยู่มาก เธอมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 119 ครั้งต่อนาที ซึ่งต่ำกว่า 167 ครั้งต่อนาทีของเอเลนา โอซิโปวา คู่แข่งชาวรัสเซีย บ่งบอกได้ถึงความสุขุมและสติที่แน่วแน่ของเธอ

นอกจากนี้ มุนแจอิน ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ยังแถลงการณ์ชื่นชมและให้กำลังใจอันซาน ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกของประเทศ พร้อมยืนยันว่าเขาจะส่งเสริมวงการกีฬายิงธนูของเขาหลีใต้อย่างแน่นอน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *