บรูโน แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)

บรูโน แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)

บรูโน แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)

บรูโน แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)

บรูโน แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)

มันจะเป็นไปได้หรือ ที่นักเตะคนเดียว เข้ามาเปลี่ยนแปลงทีม ๆ หนึ่งที่ทำให้กองเชียร์ของพวกเขาผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

ทีมที่เคยยิ่งใหญ่แต่ตอนนี้กลับถูกทุกฝ่ายมองข้าม ไม่ใช่แค่กับคู่อริอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ ลิเวอร์พูล เพราะแม้แต่ คริสตัล พาเลซ หรือ เบิร์นลี่ย์ ก็สามารถบุกมาชนะพวกเขาได้ถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด มาแล้ว 

สิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน คือการเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีหวังอีกครั้ง แต่นักเตะคนนี้ทำได้อย่างไร กับการใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งปี เปลี่ยนทุก ๆ คนในทีมได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ 

ยูไนเต็ด ในเงามืด 

ย้อนกลับไปก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะรีเทิร์นกลับมาเตะอีกครั้งหลังการระบาดของ COVID-19 ระลอกแรก … มันคือเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ แมนฯ ซิตี้ ในวันที่ 8 มีนาคม คือวันที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส พิสูจน์ตัวเองว่าเขาเป็นของจริง และคือคนที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนไป

มีแต่เสียงชื่นชมผ่านมาทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะกับกุนซืออย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และนักเตะอีกหลายคนในทีมที่ได้พยายามอธิบายถึง อิมแพกต์ จากเพื่อนใหม่ของพวกเขา ที่สโมสรซื้อตัวมาด้วยราคา 55 ล้านปอนด์ 

อาจจะเป็นเพราะ 7 ปีที่ผ่านมา สโมสรแห่งนี้ไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะต้องประสบพบเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายถึงขั้นนี้ หลังจากที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศวางมือ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด 

การตกเป็นรองอริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล และเสียความยิ่งใหญ่ในเมืองแมนเชสเตอร์ ให้กับ แมนฯ ซิตี้ การเป็นทีมที่พลาดไปเล่นถ้วยใหญ่ที่สุดอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 3 ครั้งในรอบ 6 ปี กลายเป็นทีมที่กล้าแพ้คาบ้านให้กับทีมระดับล่างของตารางอย่าง เบิร์นลี่ย์ และ คริสตัล พาเลซ รวมถึงผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังอีกมากมายเกินกว่าจะนับนิ้วได้ 

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็น หลายคนบอกว่ามันผิดตั้งแต่โครงสร้างการบริหารของสโมสร พวกเขาไม่มีทีมบริหารที่เข้าใจเรื่องฟุตบอล ซีอีโออย่าง เอ็ด วู้ดเวิร์ด กลายเป็นเป้าของแฟน ๆ เพราะทุกคนเชื่อว่าเขายังทำได้ไม่ดีพอในการเสริมทัพ

แต่ความจริงที่ยืนยันได้คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคที่มี วู้ดเวิร์ด เป็นซีอีโอ พวกเขาใช้เงินเกือบ 400 ล้านปอนด์ ด้วยนักเตะที่มีชื่อเสียงมากมาย อเล็กซิส ซานเชซ, ปอล ป็อกบา, โรเมลู ลูกากู, อังเคิล ดิ มาเรีย, ราดาเมล ฟัลเกา และอื่นๆ อีกมากหมายหลายคน ไม่ใช่รายชื่อที่แย่เลย ทุกคนที่กล่าวมามีผลงานดีได้รับการยกย่องก่อนย้ายทีม แต่ปัญหาคือเมื่อพวกเขามาที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด แล้ว หลายคนไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งได้ และหนักยิ่งกว่านั้น พวกเขากลายเป็นปัญหาที่ทีมต้องมาสะสางไม่รู้จบ 

อย่างไรก็ตามการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส นั้นแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง นักเตะที่ดีที่สุดจากลีกโปรตุเกส ย้ายมาด้วยเครื่องหมายคำถามว่า เมื่อต้องเล่นในลีกที่ดีที่สุดในลีกหนึ่งในยุโรปอย่าง พรีเมียร์ลีก เขาจะดีได้แค่ไหน จะล้มเหลวเหมือนอีกหลาย 10 ดีลที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาหรือไม่? 

แต่สิ่งที่เราเห็นคือ บรูโน่ เข้ามาและใช้เวลาปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว จนถึงตอนนี้มีไม่กี่เกมเท่านั้นที่เขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับการยิงประตูของทีม ที่เหลือ ไม่ยิงก็แอสซิสต์ ชื่อของเขาปรากฎบนสกอร์บอร์ดเสมอมา 

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้เราสามารถพอจะบอกได้ว่าเขาเป็นนักเตะที่ดี … แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมกว่านั้นคือการเป็นนักเตะที่เปลี่ยนบรรยากาศของทีมไปอย่างสิ้นเชิง จากทีมที่กลัวแม้กระทั่งการเจอกับ วูล์ฟส์ ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาไม่กี่ปี ยูไนเต็ด กลับเป็นคนละทีมจนมีสถิติยืนยันว่า ยูไนเต็ด คือทีมที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดของพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่เข้าปฎิทินของปี 2020 เป็นต้นมา แค่คน ๆ เดียวเปลี่ยนทีมได้จริงหรือ ?

การซื้อตัวที่ดีที่สุด

“ผมเริ่มหลงรัก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างจริงจังเมื่อตอนที่เห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เล่นที่นี่ และผมก็กลายเป็นแฟนตัวยงของสโมสรแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา” บรูโน่ ว่าเช่นนั้นในวันที่เขาย้ายทีม 

มันไม่แปลกอะไรที่นักเตะใหม่ผู้เพิ่งย้ายเข้ามาจะพูดแบบนี้ การพูดจาหวาน ๆ ทำให้การเริ่มต้นใหม่นั้นง่ายกว่าเดิมแน่นอน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการประกาศตัว คือเขาไม่ได้แค่พูดเท่านั้น เขาแสดงให้เห็นว่าเขาอยากจะทำให้ทีม ๆ นี้ดีขึ้นจริง ๆ 

บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้าพบกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทันทีหลังจากการเปิดตัวจบลง และสิ่งที่เขาต้องการคือการลงซ้อมร่วมกับทีมทันที การแสดงถึงความมุ่งมั่น แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นการเริ่มต้นที่มีแววว่าจะไปได้สวยจริง ๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นในการซ้อมครั้งแรกของ บรูโน่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เว็บไซต์ของสโมสรสรุปความคร่าว ๆ ไว้ก็คือ

“เรื่องแมตช์ฟิต ไม่ใช่ปัญหาของเขาเลย เขาลงซ้อมทันทีในวันศุกร์ และหมายเลข 18 ของเราทำให้ทุกอย่างราบรื่น เขายิ้มและหัวเราะกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ของเขา ดูเหมือนว่านักเตะในทีมจะประทับใจกับฝีเท้าของ บรูโน่ เป็นอย่างมาก”

“อองโตนี่ มาร์กซิยาล คือคนที่มาให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เขารอคอยที่จะเล่นร่วมกับนักเตะที่มีทักษะการสร้างสรรค์เกมแบบนี้มานานแล้ว” นี่คือสิ่งที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรอย่าง manutd.com กล่าวถึง และถ้าหากคุณได้เห็นประตูที่ บรูโน่ ยกบอลข้ามกำแพงให้ มาร์กซิยาล เข้าไปยิงประตู แมนฯ ซิตี้ คุณจะเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจากการซ้อมของ บรูโน่ ไม่ใช่เรื่องโกหก

สิ่งที่แตกต่างจากดีลอื่น ๆ คือ การที่ ยูไนเต็ด ได้นักเตะอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือพวกเขาได้นักเตะที่อยากจะเล่นให้กับทีม ๆ นี้จริง ๆ แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องเงินนั้นก็เป็นปัจจัยสำคัญ แต่การได้นักเตะที่ “มีความกระหายที่จะลงเล่นให้สโมสร” คือสิ่งที่ ยูไนเต็ด สามารถใช้คำว่า “วิน” ได้มากที่สุดกับดีลนี้ นับตั้งแต่การเซ็นสัญญากับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เมื่อปี 2016 

สำนักข่าวอย่าง เดอะ ไทม์ส เขียนเกี่ยวกับการซ้อมวันแรกของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ว่านอกจากเรื่องของรอยยิ้มแล้ว เขายังวางตัวให้คนอื่น ๆ เห็นว่า เป็นคนที่เพื่อนร่วมทีมสามารถเชื่อใจได้ 

ในการซ้อมเต็มรูปแบบครั้งแรก เพื่อนร่วมทีมจะได้ยินเสียงตะโกนของเขาว่า “เอาบอลมาให้ฉัน” ตลอดทั้งการฝึก ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเขาตั้งใจที่จะเข้ามาเป็นตัวละครหลักของทีม ๆ นี้   

การจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของทีมในระยะเวลาอันสั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน เขาซื้อใจเพื่อนร่วมทีมได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทุกอย่างมันสะท้อนออกมาในแต่ละเกม นักเตะของ ยูไนเต็ด เมื่อไม่รู้จะเอาบอลไปไว้ที่ไหน พวกเขามักจะมองหา บรูโน่ เป็นทางเลือกแรก และจากนั้นเพลย์เมคเกอร์ที่พวกเขาไว้ใจจะเป็นคนเลือกเองว่า “ควรจะทำอะไรต่อจากนี้”  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *