บอกลาอาการตันไม่รู้จะเขียนอะไร

บอกลาอาการตันไม่รู้จะเขียนอะไร

บอกลาอาการตันไม่รู้จะเขียนอะไร

บอกลาอาการตันไม่รู้จะเขียนอะไร

บอกลาอาการตันไม่รู้จะเขียนอะไร

ถ้าคุณเป็นคุณแม่คนหนึ่งที่เพิ่งเริ่มต้นอยากเขียนบทความดีๆเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม (ที่อาจจะพัฒนามาเป็นลูกค้า) ของคุณ

และก็ผ่านไปหลายต่อหลายวัน จนเกือบเดือนแล้ว ที่ไม่ได้อัพเดทบทความใหม่ๆเลย

อยากบอกว่า เอวาเข้าใจคุณครับในฐานะคุณแม่ที่เหลือเวลาอยู่น้อยนิดเพื่อนำมาสร้างธุรกิจส่วนตัวเล็กๆของตัวเอง และวันนี้เอวามีตัวช่วยดีๆ มาแบ่งปันกับคุณ เพื่อไม่ให้รู้สึกตัน ไม่รู้จะเขียนอะไรดี ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ไม่รู้จะจบยังไง นะครับ

ปัญหาแรกๆเลยของคนที่เริ่มเขียน คือ ไม่รู้จะโพสอะไรดี จริงๆแล้วถ้าคุณเข้าใจลูกค้าอย่างดี และ มีเรื่อง มีหัวข้อ ที่ชอบ ที่ถนัดแล้วล่ะก็ ปัญหาไม่รู้จะเขียนอะไรดี นี่แทบจะไม่เคยเป็นปัญหาเลยครับ

เอวาเข้าใจคุณ ก็เลยนำ 10 ไอเดียสร้างบทความเจ๋งๆ มาฝากกัน แค่ลองใช้ครั้งละ 1 ไอเดีย ก็รู้ว่าจะโพสอะไรดีตั้ง 10 บทความเข้าไปแล้ว

ถ้าคุณได้ลองตั้งใจเขียนบทความเพื่อผู้อ่านจริงๆ ติดต่อกันซัก 10 บท เอวาเชื่อว่า คุณจะรู้และจับทางทั้งทางของตัวเอง และ ทางของผู้อ่านได้แล้วล่ะครับ

ไม่มีความโชคดีเกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืนหรอกนะคะ อยากเขียนเก่ง เขียนให้โดนใจ เขียนแล้วมีพลัง มีคนอยากอ่าน ก็ต้องฝึกค่ะ ฝึกเยอะๆ แล้วก็เก่งไปเอง

เขียนเก่งก็เหมือนฝึกทักษะอื่นๆ เช่น ฝึกขับรถ เหมือนฝึกขี่จักรยาน เมื่อคุณฝึกได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ต่อให้หยุดเขียนไปซักเดือนนึง ก็ยังสามารถกลับมาเขียนได้เหมือนเดิมค่ะ (ดูตัวอย่างจากเอวาก็ได้ครับนานๆเขียนดี ก็ยังเขียนดีอยู่นะ

ดังนั้น ทักษะนี้ ฝึกไว้คุ้มค่าแก่การลงทุนแรงและเวลาแน่นอนครับ

1. คำถามที่ถามบ่อย

ข้อแรกง่ายมั้ยคะ ก็ง่ายๆแค่นี้เองค่ะ คำถามที่เพื่อนๆผู้อ่านมักจะที่ส่งเข้ามาในอินบ็อกบ่อยๆ แทนที่คุณจะตอบคำถามแค่คนเดียว ช่วยได้แค่คนเดียว ก็ให้หยิบยกขึ้นมาแล้วนำมาเขียนเพื่อให้ทุกๆคนได้รู้ด้วย ส่วนมากคำถามจะค่อนข้างซ้ำๆกันนะคะ นี่เป็นไอเดียแรกที่เอวาใช้บ่อยมากๆครับ

ก็เคยบอกว่า มีอินบ็อกเข้ามาในแต่ละวันมากมาย ตอบไม่ไหวจริงๆ เลยเขียนบทความเพื่อตอบคำถามเลยจะได้ตอบทีเดียว อัดเป็นวีดีโอบ้าง ทำเป็นไลฟ์สดบ้างก็ได้

และคนที่เข้ามาอ่าน บางทีเค้าก็ไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา ก็จะได้รับรู้และป้องกันปัญหาไปเลยในครั้งเดียว

พูดง่ายๆ คือ ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่ทำให้ตัวเองดีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาไปเลย ง่ายกว่า และไม่เสียเวลาด้วย

2. ถามจากผู้ติดตาม

ถามตรงๆจากผู้ติดตามเลยค่ะ ว่า อยากรู้เรื่องอะไร อยากศึกษาเรื่องอะไรจากเรา บางทีคุณเองก็อาจไม่รู้ว่าสอนเรื่องนั้นได้ จนมีใครมาแนะนำนั่นแหละครับ

จะบอกว่าเมื่อก่อนเอวาไม่เคยคิดเลยค่ะว่าจะสอนใครได้ ทั้งๆที่มีผลลัพธ์ระดับหนึ่งนะคะ แต่คิดตลอดว่า “ฉันเนี่ยนะ คนอย่างเราอ่ะนะ จะสอนได้หรอ?” ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติมากๆเลยที่เรามักมองไม่เห็นความสามารถของตัวเอง

จนวันหนึ่งมีเพื่อนสนิทบอกว่า “เธอสอนสิ สิ่งที่เธอรู้เนี่ยดีนะ ทำไมไม่บอกให้คนเค้ารู้ด้วยล่ะ?”

ก็เลยมั่นใจในตัวเองขึ้นมานิดนึง ทำไปทำมานี่ก็ 3 ปีกว่าจะเข้า 4 ปีแล้วนะคะที่ได้แบ่งปันความรู้ดีๆให้เพื่อนๆ ขอบคุณจุดเริ่มต้นในวันนั้นมากๆ จริงๆ

เพราะมันไม่ใช่ว่าแชร์เรื่องที่คุณชอบแล้ว ผู้ติดตามจะได้ประโยชน์แค่ฝ่ายเดียวนะคะ ทุกครั้งที่แชร์ความรู้ คนที่จะได้ประโยชน์คนแรก คือ ตัวเราเองครับ

เพราะคุณต้องอ่านและเข้าใจก่อนอย่างดีเลย คือ คุณเอาไปลงมือทำแล้วได้ประโยชน์ มีผลลัพธ์แล้วก็ได้ ยังไม่มีผลลัพธ์กำลังศึกษาอยู่ก็แชร์ได้

คุณอาจเริ่มต้นที่เรื่องแรกก่อน เช่น เอวาเริ่มต้นที่เรื่องคุณแม่ทำธุรกิจ ขายของออนไลน์ หลังจากนั้นค่อยขยายไปแบ่งปันเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องตามมา เช่น เรื่องการเก็บเงิน เรื่องความมั่งคั่ง ความสัมพันธ์ในครอบครัว ฯลฯ

รับรองว่าผู้ติดตามก็ได้ประโยชน์ ตัวคุณเองก็เก่งขึ้นด้วยครับ

3. สัมภาษณ์บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ

หาบุคคลที่เก่งและเป็นต้นแบบของคุณ เป็นใครก็ได้ครับ

เดี๋ยวนี้ง่ายๆมาก เพราะสามารถ Video Call หรือ Live ด้วยกันได้แม้ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน

ลองเขียนคำถาม ซัก 2-3 ข้อ เพื่อสัมภาษณ์ เพื่อถามและตอบในประเด็นที่น่าสนใจ

การถามและตอบทำได้ง่ายๆเลยทีเดียวค่ะ ที่สำคัญ คุณจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์จากการสัมภาษณ์ด้วยนะครับ

4. เล่าเรื่องความสำเร็จของตัวเอง

แชร์ประสบการณ์แต่ละขั้นที่พาคุณจากจุดเริ่มต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่จำเป็นต้องสำเร็จยิ่งใหญ่อะไรมากแค่ไหนจึงจะสามารถเล่าได้ ไม่ต้องเก่งที่สุดจึงจะช่วยผู้อื่นได้ เริ่มต้นด้วย การให้สำคัญมากๆค่ะ

ไม่ใช่เขียนเพื่อป้อยอตัวเอง แต่ขอให้คุณแชร์บทเรียนที่ได้รับมา การเรียนรู้ระหว่างทาง คิดยังไง ทำยังไง ปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง นี่คือ เรื่องเล่าที่มีคุณค่ามากๆครับ

เพราะถ้าลองไปถามคนที่สำเร็จเค้าทำยังไงจึงมีวันนี้ คุณจะได้เรียนรู้เยอะมาก เพราะความสำเร็จมันไม่ใช่แค่มีรถหรู ไม่ใช่แค่การได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ สิ่งเหล่านั้นมันเป็นของแถมจากความสำเร็จเท่านั้นครับ

คุณจะได้รู้เลยว่า เค้าทำงานหนักว่าคนอื่นยังไง เค้ามองเห็นโอกาสในขณะที่คนอื่นมองไม่เจอได้ยังไง เค้ายืนหยัดแค่ไหน เค้าต้องฝ่าคลื่นลม ทำทั้งที่กลัว ทำทั้งที่มีแต่คนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ได้ยังไง

คนที่คุณเห็นว่าเค้าดูทำงานน้อยๆ ก็รวยได้ สำเร็จได้ ลองฟังสิ่งที่เค้าเล่าดูนะคะรับคุณจะรู้เลยว่า ก่อนที่เค้าจะทำน้อยๆก็รวยได้ คนเหล่านั้นผ่านการทำเยอะ ทำไปหมดทุกอย่าง ทำๆๆๆ และ ทำ จนตกผลึกและรู้ว่า สิ่งไหนสำคัญควรทำจริงๆ สิ่งไหนไม่จำเป็นต้องทำเอง สิ่งไหนไม่จำเป็นต้องทำเลย

เอวาชอบฟังเรื่องราวเหล่านี้มากๆ

แล้วคุณล่ะคะ คุณชอบฟังมั้ย? ถ้าคุณก็ชอบฟัง จงเริ่มต้นแชร์เรื่องราวของคุณบ้างวันนี้ครับ

5. เล่าเรื่องความล้มเหลวของตัวเอง

นักรบย่อมมีบาดแผล

ยอดมนุษย์ทุกคนก็ต้องเผชิญความท้าทาย

ความล้มเหลวไม่ใช่ทางเดินคนละทางของความสำเร็จ แต่ความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ เฉพาะคนที่อดทนและผ่านความล้มเหลวไปได้เท่านั้น จึงจะมีสิทธิพบกับความสำเร็จ

และนี่ก็คือเรื่องเล่าที่มีคุณค่ามากๆ เคยล้มเหลวยังไง เคยผ่านบทเรียน เคยผ่านเรื่องท้าทายอะไรมา เอามาเขียน แชร์ให้ผู้ติดตามได้เรียนรู้ครับ

แค่เขียนแล้ว

6. รีวิวอะไรก็ได้ที่คุณชอบ

เช่น ประโยชน์ที่คุณได้จากการใช้เฟสบุค

ประโยชน์จากการเขียน

สิ่งที่อยากบอกผู้คน

รีวิวร้านอาหารที่คุณชอบมากๆ ขนมอร่อยๆที่ห้ามพลาด โรงแรมที่ชอบพาครอบครัวไปพัก สวนน้ำที่ชอบ มือถือที่ใช้อยู่

บอกข้อดี ข้อเสีย (ถ้ามี) และบอกว่าคุณจะแนะนำสินค้าหรือบริการนี้มั้ย

5. เล่าเรื่องความล้มเหลวของตัวเอง

นักรบย่อมมีบาดแผล

ยอดมนุษย์ทุกคนก็ต้องเผชิญความท้าทาย

ความล้มเหลวไม่ใช่ทางเดินคนละทางของความสำเร็จ แต่ความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ เฉพาะคนที่อดทนและผ่านความล้มเหลวไปได้เท่านั้น จึงจะมีสิทธิพบกับความสำเร็จ

และนี่ก็คือเรื่องเล่าที่มีคุณค่ามากๆ เคยล้มเหลวยังไง เคยผ่านบทเรียน เคยผ่านเรื่องท้าทายอะไรมา เอามาเขียน แชร์ให้ผู้ติดตามได้เรียนรู้ค่ะ

แค่เขียนแล้ว

ทำให้ผู้อื่นไม่ต้องล้มเหลวเรื่องเดียวกับคุณ ช่วยประหยัดเวลาไม่ให้เค้าต้องผิดพลาดเรื่องเดียวกัน แค่นี้ก็มีประโยชน์มหาศาลแล้วครับ

6. รีวิวอะไรก็ได้ที่คุณชอบ

เช่น ประโยชน์ที่คุณได้จากการใช้เฟสบุค

ประโยชน์จากการเขียน

สิ่งที่อยากบอกผู้คน

รีวิวร้านอาหารที่คุณชอบมากๆ ขนมอร่อยๆที่ห้ามพลาด โรงแรมที่ชอบพาครอบครัวไปพัก สวนน้ำที่ชอบ มือถือที่ใช้อยู่

บอกข้อดี ข้อเสีย (ถ้ามี) และบอกว่าคุณจะแนะนำสินค้าหรือบริการนี้มั้ย

7. เชื่อมโยงกับเทรนด์/กระแสที่น่าสนใจ

แค่รู้ข้อนี้ เอวาเชื่อว่าคุณจะไม่มีวันมีปัญหาอาการตันไม่รู้จะเขียนอะไรดีอีกต่อไปแล้ว ด้วยเครื่องมือช่วยที่ทันสมัยสุดๆ นั่นก็คือ google trends นั่นเอง คลิกที่ลิงค์นี้ได้เลยนะคะ

เพียงมีเครื่องมือนี้ คุณก็สามารถค้นดูได้แล้วว่า เอ ตอนนี้ในบ้านเราคนสนใจเรื่องอะไรน้าาาา เสร็จแล้วคุณก็หยิบยกเรื่องนั้นแหละค่ะ นำมาทำเป็นคอนเทนต์ บิดมุมนำเสนอให้เกี่ยวกับเรื่องหลักที่คุณสอนเป็นประจำ อย่างตอนนี้ที่เอวาลอง search ดู ขึ้นคำว่า ลอยกระทง มาเยอะเลย

เทศกาล ลอยกระทง มีบทความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณสอนยังไงบ้าง เช่น

7 ข้อคิดที่ฉันได้จากเทศกาลลอยกระทง

10 รายได้เสริมวันลอยกระทง (เช่น ทำกระทง ขายอาหาร ขายขนม ขายเครื่องดื่ม ลูกชิ้นทอด ฯลฯ)

10 ลิปสติกสีสวยปาดแล้วสวยในแสงเทียน

7 แฟชั่นไปลอยกระทง

เป็นต้นค่ะ เป็นไงคะ เริ่มสนุกแล้วใช่มั้ย

แล้วเครื่องมือนี้คุณจะใช้ค้นหาเทรนด์ในโลกก็ได้ ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แต่ในเมืองไทย

8. ไอเดียจากหนังสือ/ภาพยนตร์/การ์ตูน

หนังสือดีๆในบ้านเราเยอะมากๆครับ

แค่คุณได้อ่านก็ได้ประโยชน์แล้ว หยิบนำมาเล่าให้ผู้ติดตามได้รู้ด้วยสิครับ

อ่านครั้งแรกอาจเข้าใจแบบนึง เมื่อสอน เมื่อพูด ก็สามารถเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นอีก

การ์ตูนเกี่ยวกับ Super Hero เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีที่รอให้เข้าไปศึกษา

เรื่องราวของยอดมนุษย์ ผ่านความท้าทาย ผ่านช่วงวิกฤติเหมือนใกล้จะพ่ายแพ้ แต่สุดท้ายก็กลับมาต่อสู้และชนะได้ในที่สุด

และเรื่องราวของการให้ ช่วยเหลือผู้อื่นด้วย ไม่ใช่คิดแค่ตัวเองอย่างเดียว

เลือกซักเรื่องนึงที่ชื่นชอบ หยิบเอาข้อคิดออกมาเขียน มาบอกเล่าได้ค่ะ

9. เขียนเหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน

ข้อนี้สำคัญมากๆเลย คนเข้ามาเล่นเฟส อ่านไลน์ เค้าไม่ได้ต้องการเข้ามาจริงจังอะไรนี่คะรับเค้าเข้ามาหาเพื่อน เข้ามาคุยกับคน เข้ามาดูเรื่องสนุกๆ

หัวข้อที่คุณเขียนมันอาจเป็นเรื่องที่จริงจังได้ แต่คุณสามารถเล่าเรื่องให้น่าติดตามได้ เวลาเขียนให้เขียนเป็นภาษาพูด เขียนเหมือนกำลังเล่าให้เพื่อนฟัง ข้อนี้เอวาได้มาจาก T.Harv Eker ค่ะ

หนังสือ best seller เล่มหนึ่งของ Harv คือ The secrets of the millionaire mind

เพื่อนๆลองไปหาอ่านกันดูนะคะ ใครที่ได้อ่านจะรู้เลยว่า มันอ่านง่ายมาก แม้ไม่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษมากก็อ่านได้รู้เรื่อง เพราะเค้าเขียนเป็นภาษาพูดค่ะ

นี่คือวิธีเขียนที่น่าติดตาม คงไม่มีใครอยากเข้ามาอ่านรายงาน หรือ มาอ่านเอกสารทางการหรอกจริงมั้ยครับ

เวลาพูด หรือ ถ่ายไลฟ์ก็เช่นเดียวกัน ไม่ต้องใช้ภาษาอะไรทางการมาก พูดเหมือนคุยกับเพื่อน ถ้าคุณคุยกับเพื่อนได้ คุณก็สามารถพูดเล่าเรื่องได้ครับ คิดซะว่ากล้องมันก็คือเพื่อนคนหนึ่ง ไม่ต้องไปกลัวมันครับ

10. ออกไปเดินเล่น

เทคนิคนี้เอวาทำเป็นประจำเลยครับการออกกำลังกายคือวิธีกระตุ้นสมองอย่างดีที่สุดวิธีหนึ่งเลย เวลาคิดอะไรไม่ออก ไม่มีประโยชน์ที่จะนั่งจมอยู่อย่างนั้นแล้วคิดต่อแบบเครียดๆ

หยุดซะ แล้วออกไปเดินเล่นค่ะ สมองที่ปลอดโปร่ง อากาศดีๆ เสียงธรรมชาติ เสียงลม เสียงนก บรรยากาศเหล่านี้ดีมากๆสำหรับจินตนาการ

หลายๆไอเดียมูลค่าหลายหลัก เอวาก็ได้มาระหว่างที่รู้สึกสบายๆค่ะ เช่น เวลาอาบน้ำ เวลาเดินเล่นในสวน เวลานั่งรถเที่ยว

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *