ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์

ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์

ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์

ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์

ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์

ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ กุนซือหนุ่มคนใหม่วัย 34 ปีของ บาเยิร์น มิวนิค สามารถคว้าแชมป์แรกได้ในอาชีพการคุมทีมได้สำเร็จ เมื่อพาทีมเสือใต้เอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-1 ในศึก เดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ นัด “แดร์ คลาสสิเกอร์” ที่สนาม ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค รังเหย้าของทีมเสือเหลือง เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยังคงโชว์ฟอร์มร้อนแรง เมื่อเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้ ทำให้ดาวถล่มประตูทีมชาติโปแลนด์ทำลายสถิติของตัวเอง ด้วยการยิงให้ บาเยิร์น เป็นนัดที่ 14 ติดต่อกันนับรวมทุกรายการเป็นครั้งแรก แถมยังเป็นการยิงใส่ทีมเสือเหลืองเป็นประตูที่ 24 จากการเจอต้นสังกัดเก่า 24 ครั้งนับรวมทุกรายการอีกด้วย

เท่ากับว่า บาเยิร์น มิวนิค สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นสมัยที่ 9 ในประวัติศาสตร์สโมสร และเป็นการย้ำแค้นทีมคู่ปรับตลอดกาลในถ้วยนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากปีก่อนทีมเสือใต้ก็เอาชนะด้วยสกอร์ 3-2 มาแล้ว

เกมนี้ นาเกิลส์มันน์ จัดทัพให้บาเยิร์นในระบบ 4-2-3-1 โดยวาง เลวานดอฟสกี้ ยืนกองหน้าตัวเป้า และมี คิงสเล่ย์ โกมัน, โธมัส มุลเลอร์ และ แซร์ช กนาบรี้ ทำเกมรุกสนับสนุน ขณะที่ มานูเอล นอยเออร์ ยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมลงเฝ้าเสา และมี ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ปราการหลังตัวใหม่ลงคุมแนวรับด้วย

ทางฝั่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเล่นรายการนี้ในฐานะแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ปีนี้พวกเขาอยู่ภายใต้การคุมทีมโดย มาร์โค โรเซ่อ กุนซือคนใหม่ที่ย้ายมาจาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค
ทีมเสือเหลืองส่ง เกรกอร์ โคเบิล นายประตูที่ดึงตัวมาจาก สตุ๊ตการ์ท ลงเฝ้าเสา โดยฝากความหวังในแนวรุกไว้กับ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ หัวหอกดาวรุ่งทีมชาตินอร์เวย์ และกัปตันทีมอย่าง มาร์โค รอยส์ ขณะที่ ดอนเยลล์ มาเล่น กองหน้าตัวใหม่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์มีชื่อเป็นแค่ตัวสำรอง

บาเยิร์น มิวนิค ขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 41 เมื่อ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โขกลูกเปิดจาก แซร์ช กนาบรี้ จมตาข่ายแบบเหน่งๆ เข้าไป และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในครึ่งแรก

จากนั้นครึ่งหลังเปิดฉากมาแค่ 4 นาทีเศษ บาเยิร์นหนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ หลุดขึ้นไปเปิดบอลจากฝั่งซ้ายแฉลบ มานูเอล อคานจี เลยไปถึง เลวานดอฟสกี้ กระโดดไขว้ยิงติดบล็อค เกรกอร์ โคเบิล นายประตูตัวใหม่ของเสือเหลือง แต่กลายเป็นเข้าทาง โธมัส มุลเลอร์ ปรี่เข้าซัดจ่อๆ เข้าไป

ถึงแม้ ดอร์ทมุนด์ ตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 64 จากลูกยิงปั่นโค้งด้วยขวาสุดสวยของ มาร์โค รอยส์ แต่ทีมเสือใต้ก็หนีห่างเป็น 3-1 ในอีก 10 นาทีถัดมา จากความผิดพลาดของ มานูเอล อคานจี ที่จ่ายบอลช้าเกินไปจนโดน โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ ตามไปปั๊มแย่งบอลได้

ก่อนที่บอลจะเข้าทาง เลวานดอฟสกี้ หลุดไปซัดง่ายๆ กลายเป็นประตูที่ 2 ของเลวานในเกมนี้
จบเกม บาเยิร์น มิวนิค จึงเอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-1 ทำให้ทีมเสือใต้คว้าชัยในเกม “แดร์ คลาสสิเกอร์” ได้เป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกันเข้าไปแล้ว

สำหรับ ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ ยังมองหาชัยชนะนัดแรกในบุนเดสลีกากับการคุม บาเยิร์น มิวนิค ต่อไป หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำได้แค่พาทีมบุกไปเสมอ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 1-1 ในเกมนัดเปิดฤดูกาล

ขณะที่ ดอร์ทมุนด์ ประเดิมลีกเมืองเบียร์ซีซั่นนี้ได้อย่างสวยหรู ด้วยการเปิดบ้านถล่ม ไอน์ทรัคท์ แฟร้งค์เฟิร์ต 5-2 เมื่อคืนวันเสาร์ ซึ่งเกมนั้น เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ ทำผลงานยิง 2 แอสซิสต์ 2
โดยสุดสัปดาห์นี้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะบุกไปเยือน ไฟร์บวร์ก คืนวันเสาร์ ขณะที่ บาเยิร์น มิวนิค จะได้กลับไปเล่นในบ้านพบกับ เอฟเซ โคโลญจน์ ในคืนวันอาทิตย์

ประวัติ ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์

บนเส้นทางผู้จัดการทีมเริ่มขึ้นในปี 2007 ด้วยวัยเพียง 20 ปี เขารับบทการเป็นผู้ช่วยโค้ช โทมัส ทูเทิล (ผู้จัดการทีมเชลซีปัจจบัน) ขณะนั้นทูเทิลวัย 34 ปี รับบทเฮ้ดโค้ชสโมสรเอาก์บวก (ชุดสำรอง)

ที่นั่นนาเกลส์มันน์ได้วิชาจากทูเทิลมาเยอะมากทั้ง แท็กติกอันหลากหลาย กลยุทธ์ฟุตบอลสมัยใหม่ หรือแม้จิตวิทยานักเตะ และมันการันตีว่าเป็น “ของดี” แน่นอนหากดูจากเส้นทางอาชีพของทูเทิล และนาเกิลส์มันน์ในปัจจุบัน

ในปี 2013 – 2014 ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ วัย 26 ปี ได้รับโอกาสแสดงฝีมือในการคุมทีม ฮอฟเฟนไฮม์ ชุดยู19 และสามารถนำทีมนักเตะเยาวชนจากอเคเดมี่เล็กๆคว้าแชมป์ลีกรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี มาครองได้สำเร็จในทันที แม้จะเป็นการคุมทัพในรุ่นเล็กแต่ศักยภาพของโค้ชหนุ่มก็ไปเตะตา “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่ยื่นข้อเสนอให้นาเกลส์มันน์ไปคุมทีมชุดเล็กของพวกเขาแต่เหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม “เขาปฏิเสธ” ไปทันควัน

ผลงานโคตรโหดแบบนี้ทำเอา แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมน้องใหม่ไฟแรงไม่รีรอมอบสัญญาระยะยาวดึงตัว ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ วัย 31 ปี ไปคุมทัพในฤดูกาล 2019 – 2020 และพวกเขาก็ไม่ผิดหวังเมื่อนาเกลส์มันน์นำทีมทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในศึกยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก และแม้จะตกรอบด้วยน้ำมือของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ผลงานทั้งหมดเพียงพอให้กุนซือหนุ่มสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นเพชรเม็ดงามของวงการผู้จัดการทีมยุคใหม่ และแม้จะเหลือสัญญากับไลซ์ซิกถึงปี 2023 แต่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ได้บรรลุข้อตกลง 30 ล้านยูโร ฉีกสัญญาคว้าตัว ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ไปคุมทัพในฤดูกาลหน้า พร้อมสร้างสถิติเป็นการซื้อขายตำแหน่งผู้จัดการทีมที่แพงที่สุดในโลกฟุตบอลอีกด้วย

และนี่คือทั้งหมดของ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ผู้จัดการทีมหนุ่มวัยเพียง 33 ปี ที่เส้นทางชีวิตพลิกผันแต่ก็ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา เขาเกินหน้าคว้าโอกาสและทำมันอย่างเต็มที่ เชื่อเถอะว่านี่คือบุคคลต้นแบบ และ “ว่าที่” ผู้ทรงอิทธิพลของวงการลูกหนังที่จะสร้างชื่อเสียงไปอีกยาวนาน

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *