ริทสึ โดอัน

 ริทสึ โดอัน

ริทสึ โดอัน

ริทสึ โดอัน

ถือเป็นอีกหนึ่งสตาร์ที่ ทำผลงาน  ได้น่าประทับใจแทบทุกแมตช์ในศึกโอลิมปิก โตเกียว 2020 ครั้งนี้ สำหรับ ‘ริทสึ โดอัน’  ปีกขวาตัวแรงวัย 23 ปี จากทัพซามูไร ผู้ทำไปแล้ว 1 ประตู 1 แอสซิสต์ นำเป็นดาวซัลโวของทีมชาติญี่ปุ่นในโอลิมปิกครั้งนี้, หลายคนที่ไม่ได้ดูทีมชาติญี่ปุ่นชุดนี้

เล่น อาจจะมองว่าตัวเลขนี้เนี่ยนะที่ทำให้นักเตะคนนี่้น่าสนใจ แต่หากใครได้ดูคงจะทราบดีว่าเขามีส่วนสำคัญกับเกมรุกทีมเจ้าภาพมากแค่ไหน ส่วนตัวผมมองว่าเด่นกว่า ‘ทาเคฟุสะ คุโบะ’ สตาร์จากเรอัล มาดริด ด้วยซ้ำ

หลายคนอาจจะเพิ่งเคยได้ยินชื่อของเขาจาก ศึกโอลิมปิก ครั้งนี้ (รวมถึงตัวผมเองด้วย) แต่รู้หรือไม่ว่า ปีกขวารายนี้ไปโลดแล่นบนเวทียุโรปตั้งแต่อายุ 19 ที่สโมสรโกรนิงเก้น และทำผล

งานเตะตา (15 ประตู 7 แอสซิสต์) จนทีมดังในลีกอย่าง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ต้องคว้าเขามาร่วมทีม ก่อนจะปล่อยให้ อาร์มิเนีย บีเลฟิลด์ น้องใหม่แห่งเยอรมัน บุนเดสลีก้า ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลล่าสุด ซึ่งที่นี่ เขาเป็นดาวซัลโวของทีม พร้อมพ่วงรางวัล Rookie of the Month ของบุนเดสลีก้าประจำเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง

นี่เป็นเพียงดีกรีส่วนหนึ่งของดาวเตะรายนี้เพื่อเรียกน้ำย่อยทุกท่านเท่านั้น ประวัติ, เส้นทางลูกหนัง และสไตล์การเล่นของเขาเป็นอย่างไร มาทำความรู้จักกับชายคนนี้ ก่อนที่เราจะได้เห็นเขาโลดแล่นให้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น แบบเต็ม ๆ ในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึงกันครับ

เส้นทางลูกหนัง

ริทสึ โดอัน เติบโตในย่านอามากาซากิ ตะวันออกของโอซาก้า เขาเติบโตมากับพี่ชายที่คลั่งไคล้ฟุตบอลเอามาก ๆ (ซึ่งพี่ชายก็เป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่ในลีกรองของญี่ปุ่น) ทำให้เขาเติบโตมากับฟุตบอลพอ ๆ กับที่เขาเติบโตมากับพี่ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือเขาได้ไปอยู่ในมือโค้ชอย่าง ‘โย ฮายาโนะ’ สมัยเรียนประถม ทีช่วยปลุกปั้นเขาจนไปเข้าตาแมวมองของ กัมบะ โอซาก้า ที่

เชื้อเชิญให้เขาเข้าสู่ทีมเยาวชนของสโมสร ก่อนจะเป็นส่วนหนึ่งของ Golden Generation ทีมเยาวชนกัมบะฯชุดนั้น ที่สร้างประวัติศาสตร์คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ครั้งแรกในรุ่น U15 เมื่อปี 2012 (ขณะนั้นเขาอายุ 14)

ความโดดเด่นของเจ้าตัว ทำให้กัมบะ โอซาก้า ดึงเขาขึ้นชุดใหญ่อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งได้ลงสนามเดบิวต์เกมแรกกับชุดใหญ่ในเกม AFC แชมเปียนส์ ลีก ที่ชนะเอฟซี โซล 3-2 เมื่อ

พฤษภาคม 2015, ด้วยอายุ 16 ปี กับอีก 344 วัน ในวันนั้น และอีก 1 สัปดาห์ถัดมา เขาทำสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่น J-League ทันที ในเกมพบกับคาชิม่า แอนท์เลอร์ส

นับจากนั้นมา เขาลงสนามให้กัมบะ โอซาก้า 25 นัด ยิงไป 4 ประตู ประตูแรกที่ทำได้เป็นเกม AFC แชมเปียนส์ ลีก ที่พบกับ อเดเลด ยูไนเต็ด เมื่อปี 2017 ซึ่งจบลงที่ผลเสมอ 3-3

หลังจากได้รับรางวัล Asian Youth Player of the Year in 2016, ริทสึ โดอัน โชว์ผลงานน่าประทับใจอีกครั้งในฟุตบอลโลก U20 ปี 2017 จากการยิง 3 ประตู ช่วยให้ญี่ปุ่นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้ในปีนั้นได้สำเร็จ, ในเกมพบกับอิตาลี่ เป็นเกมนึงที่เขาเล่นได้โดดเด่นจนทวิต

เตอร์ทางการของ FIFA ได้กล่าวถึงเขาโดยใช้คำว่า ‘The Japanese Messi’ อีกด้วย ซึ่งนี่เป็นข้อยืนยันว่าฝีเท้าและชื่อเสียงของเขาต่างได้รับการยอมรับในเวทีโลก จนกระทั่งมีทีมจากยุโรปติดต่อกัมบะ โอซาก้าเข้ามาจริง ๆ …

นับหนึ่งที่ยุโรป

ซัมเมอร์ปี 2017 ‘โกรนิงเก้น‘ สโมสรจากเนเธอร์แลนด์ เอเรดิวิซี่ ได้ยื่นข้อเสนอขอยืมตัวเขาไปใช้งาน 1 ฤดูกาล และเพียงฤดูกาลเดียวนั้น เขาสร้าง first impression ให้ลีกสูงสุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ทันที จากผลงานลงสนาม 29 นัด ยิงไป 9 ประตู จ่ายอีก 4 แอสซิสต์ ด้วยอายุ 19 ในขณะนั้น, นั่นทำให้โกรนิงเก้นไม่ลังเลที่จะจ่ายเงินซื้อตัวเขามาร่วมทีมถาวร พร้อมมอบเสื้อหมายเลข 7 ให้ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นรายนี้ในฤดูกาลถัดมา

2018/19 ฤดูกาลที่สองของเขากับโกรนิงเก้น โดอัน ก็ยังทำผลงานกับทีมได้ดี รวมสองฤดูกาลที่เขาอยู่กับโกรนิงเก้น ยิง 15 จ่ายอีก 7 กับอายุ 20 ปี ทำให้โกรนิงเก้นไม่อาจรั้งเขาไว้จาก พีเอ

สวี ไอนด์โฮเฟ่น ยักษ์ใหญ่ในลีกที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาในซัมเมอร์ 2019 ที่ซึ่งเขากำลังจะเริ่มต้นก้าวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมต่อจากนี้ …

การต่อสู้ที่พีเอสวี

ที่พีเอสวี การแข่งขันในตำแหน่งปีกนั้นสูงมาก ทีมต้นไปด้วย winger พรสวรรค์สูงมากมายอย่าง โคดี้ กักโป, บรูม่า, โนนี่ มาดูเอเก้ และ ดอนเยลล์ มาเลน, นั่นทำให้โดอันต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อแย่งตำแหน่งในทีม ทั้งฤดูกาลเขาได้ลงสนาม 21 นัด (ส่วนใหญ่เป็นสำรอง) ยิงได้ 3

ประตู จ่าย 1 แอสซิสต์ ซึ่งทีมมองว่าสถานการณ์ของเขากับทีมตอนนั้นต่างไม่เป็นผลดีต่อใคร พีเอสวีจึงตัดสินใจปล่อยตัวเขาให้ อาร์มิเนีย บีเลฟิลด์ ยืมตัวไปใช้งาน 1 ฤดูกาลเมื่อกันยายน 2020 และนั่น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

พิสูจน์ตัวเองสำเร็จในบุนเดสลีก้า

โดอันทำสำเร็จในการช่วยให้ อาร์มิเนีย บีเลฟิลด์ น้องใหม่ของบุนเดสลีก้ารอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ เขาถือเป็นส่วนสำคัญเพราะจบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวร่วมของทีมด้วยผลงาน 5

ประตู 2 แอสซิสต์, ได้รับรางวัล Rookie of the Month ของบุนเดสลีก้าประจำเดือนมีนาคม และอีกโมเมนท์ที่น่าจดจำคือ เขาสามารถยิงผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกอย่าง มานูเอล นอยเออร์ ได้

แม้ โดอัน จะถูกจับเล่นหลายตำแหน่ง แต่หลัก ๆ คือการประจำการริมเส้นฝั่งขวา เขาติด Top 5 นักเตะในลีกที่เลี้ยงบอลมากที่สุด (2,014 ครั้ง) และสปริ๊นท์ Top 15 ในลีก (645 ครั้ง), เลี้ยงผ่าน 309 ครั้ง, ยิงตรงกรอบ 50 ครั้ง ติด Top 10 ในลีกทั้งสองสถิติ

แม้จะถูกเรียดเปรียบเปรยว่าเป็น ลิโอเนล เมสซี่ แห่งญี่ปุ่น แต่จริง ๆ แล้ว สไตล์การเล่นของ ริทสึ โดอัน นั้นมีความคล้ายคลึงกับ เชอร์ดาน ชาคิรี่ สมัยหนุ่ม ๆ มากกว่า

ทั้งสองคนมีรูปร่างคล้าย ๆ กัน คือไม่ใช่ผู้เล่นตัวเล็กผอมบาง แต่มีรูปร่างหนา โดอันสูง 5’8″ ฟุต, ชาคิรี่สูง 5’7″ พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าเตี้ยตันเหมือนกันนั่นแหละครับ ตรงจุดนี้ ทำให้ทั้งสอง

คนมีจุดสูงถ่วงที่ดีมาก ทำให้ท่าทางการเลี้ยง การกระชาก กระเปลี่ยนสปีด การพลิกบอลบังบอล และการไปกับบอลนั้นดีคล้าย ๆ กันเลย

อีกสิ่งที่เหมือนกันคือ ทั้งสองคนมีเท้าซ้ายที่ฉมัง แต่ไม่ใช่ประเภทบ้ายิง, ทั้งโดอันและชาคิรี่ต่างเป็นผู้เล่นที่ชอบสร้าง chance create มากกว่าหาจังหวะจบเอง แต่ถ้าได้จบ เท้าซ้ายของโดอันก็สามารถกดเอาแรงหรือปั่นโค้ง ๆ แบบชาคิรี่ได้เนียนตาทีเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *