เดชาพล พัววรานุเคราะห์ – ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

เดชาพล พัววรานุเคราะห์ – ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

เดชาพล พัววรานุเคราะห์ – ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

เดชาพล พัววรานุเคราะห์ – ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

เดชาพล พัววรานุเคราะห์ – ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

จุดเริ่มต้นเส้นทางแบดมินตันเดชาพล พัววรานุเคราะห์ หรือ บาส ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2540 ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย บาสชื่นชอบในการเล่นกีฬามา

ตั้งแต่เด็ก โดยเคยเล่นทั้ง  ฟุตบอล , กรีฑา และ เทนนิส ก่อนที่เขาจะเริ่มมาค้นพบว่า ตนเองหลงใหลใน แบดมินตัน มากที่สุด ทำให้บาสเริ่มต้นเล่นกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจัง

โดยในวัยเด็ก บาสมี “แมน” บุญศักดิ์ พลสนะ  อดีตนักแบด มินตันชายเดี่ยวของไทย ซึ่งเคยเป็นมือ 4 ของโลก เป็นไอดอล ทำให้เขาเริ่มต้นเล่นแบดในประเภทชายเดี่ยว โดยสังกัด สโมสร

แบดมินตันศรีราชา บาสฝึกฝนทักษะ และพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง โดยเขามีความฟิตและพละกำลัง เป็นจุดเด่น จนบาสประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในเวลานั้น โดยเขาสามารถคว้า

แชมป์ในระดับเยาวชน ทุกรุ่นอายุ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นยุวชน 11 ปี, 13 ปี และ 15 ปี ส่งผลให้เขากลายเป็นที่จับตามองจากสโมสรใหญ่ๆ ในประเทศ

จากนั้น บาสก็สร้างชื่อให้ตัวเองอีกครั้ง หลังคว้าแชมป์ระดับประเทศในเขตภาคกลางได้ ทั้งรุ่น 14 ปี และ 16 ปี ในการแข่งขัน เยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย (SCG Junior Badminton

Championships) ทำให้บาสมีโอกาสได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมในโครงการ เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี่ ในปี 2553 ซึ่งกลายเป็นเหมือนก้าวแรก ในเส้นทางอาชีพนักตบลูกขนไก่ของเขา

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ เดชาพล เข้าร่วมสโมสรเอสซีจี ได้ไม่นาน เขาก็ได้พบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ “โค้ชโอม” เทศนา พันธ์วิศวาส หัวหน้าผู้ฝึกสอนของโครงการ เอสซีจี

แบดมินตัน อคาเดมี มองเห็นแววว่า บาสเหมาะที่จะเล่นในประเภทคู่ และน่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า โดยตอนแรกที่บาสได้ยินสิ่งที่โค้ชแนะนำ บาสเองก็ยังไม่ได้เชื่อในคำ

พูดของโค้ชเท่าไหร่นัก แต่เขาก็ยอมทำตาม โดยเขาได้ลองจับคู่กับเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง “สกาย” กิตตินุพงษ์ เกตุเรน ในปี 2012

“พี่โอมบอกว่า ความสามารถของผม เหมาะกับการเล่นคู่มากกว่า มีโอกาสไปได้ไกลกว่าเล่นประเภทเดี่ยวครับ ซึ่งจริงๆ ตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อ แต่พอได้ลองเล่นแล้วก็เป็นจริงอย่างที่โค้ชบอก”

หลังจากลงเล่นในประเภท ชายคู่ เพียงแค่ 2 ปี เดชาพล ก็ประสบความสำเร็จตามที่โค้ชบอกจริงๆ โดยในปี 2014 “บาส-สกาย” ประกาศศักดา พากันคว้าแชมป์ เยาวชนชิงแชมป์

โลก 2014 ที่ประเทศมาเลเซีย ได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นแชมป์ในประเภทที่ 3 ของนักแบดมินตันไทย ต่อจาก รัชนก อินทนนท์ (หญิงเดี่ยว) ในปี 2009, 2010, 2011 และคู่ของ มณีพงศ์ จงจิตร

กับ รจนา จุฑาบัณฑิตกุล (คู่ผสม) ในปี 2009 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บาสก็ไม่เคยคิดที่จะกลับไปเล่นประเภทเดี่ยวอีกเลย

ประเภทคู่ มันเล่นง่ายกว่าประเภทเดี่ยวครับ เล่นด้วยกัน 2 คน ไม่ได้ใช้พละกำลังเยอะมากเหมือนเล่นคนเดียว แถมบางครั้งเราแก้ไขปัญหาคนเดียว มันก็อาจจะไม่ดีเท่าสองคนช่วยกัน

และอีกอย่างคือรูปร่างผมไม่ได้สูงด้วยครับ เลยเหมาะกับการเล่นคู่มากกว่า”ทว่าหลังจากนั้นมา เดชาพล ก็ได้ลองจับคู่กับนักแบดชายอีก 8 คน แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด โดยเขาไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดๆ ได้เลย จนกระทั่งวันหนึ่งในปี 2015 บาสได้เดินไปขอโค้ช

โอมว่า อยากลองจับคู่กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย รุ่นพี่คนสนิท ที่กำลังเล่นในประเภทหญิงคู่ และคู่ผสมอยู่ ณ ขณะนั้น

จุดเริ่มต้นเส้นทางแบดมินตัน

ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย หรือ ปอป้อ เกิดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2535 ที่จังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย ปอป้อมีคุณพ่อคุณแม่ที่เคยเป็นนักแบดมินตัน ในสมัยที่ยังเรียนในมหาวิทยาลัย

ด้วยกันทั้งคู่ ทำให้เธอรู้จักและเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตัน ที่สนามแบดแถวบ้านตั้งแต่ยังเด็ก โดยในทีแรก ปอป้อยังไม่ได้คิดจะจริงจังอะไรมากกับแบดมินตัน ทว่าหลังจากที่เธอเล่นลงแข่งขัน แล้ว

พบกับความพ่ายแพ้ จึงกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เธอเริ่มมุ่งมั่นตั้งใจ ฝึกซ้อมอย่างเอาจริงเอาจัง จนฝีไม้ลายมือของเธอพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด

โดยในตอนที่ ปอป้ออายุ 14 ปี เธอก็สามารถข้ามรุ่นไปคว้าแชมป์ในรุ่น 15 ปี และพออายุ 15 ปี เธอก็ขยับไปคว้าแชมป์ในรุ่น 18 ปีได้อีก โดยนอกจากการเล่นในประเภทหญิงเดี่ยวแล้ว ปอป้อ

ยังสามารถเล่นในประเภทคู่ได้อีกด้วย ในปี 2009 ปอป้อในวัย 17 ปี จับคู่กับ รจนา จุฑาบัณฑิตกุล ไปคว้าอันดับ 3 ในประเภทหญิงคู่ จากการแข่งขัน เยาวชนชิงแชมป์โลก 2009 และเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย 2009 ที่ประเทศมาเลเซีย ทั้ง 2 รายการ

และในปีเดียวกันนั้น ปอป้อก็ยังคงเล่นในประเภทเดี่ยว และสามารถเอาชนะ “เมย์” รัชนก อินทนนท์ แชมป์หญิงเดี่ยวเยาวชนชิงแชมป์โลก 2009 ทำให้คว้าแชมป์รายการ มาเลเซีย อินเตอร์เนชั่นแนล ชาเลนจ์ 2009 ไปครองได้สำเร็จอีกด้วย

จากนั้นในปี 2010 ทรัพย์สิรี สามารถคว้าแชมป์ ยูธ โอลิมปิก 2010 ที่ประเทศสิงคโปร์ ในประเภทหญิงเดี่ยว โดยไม่เสียเลยแม้แต่เกมเดียวตลอดทั้งทัวร์นาเม้นต์ ในขณะที่ คาโรลิน่า มา

ริน นักตบชาวสเปน ที่กลายมาเป็นแชมป์โลก 3 สมัยในปัจจุบัน ไปได้ไกลถึงแค่รอบ 8 คนสุดท้ายเท่านั้น จากนั้นในปี 2013 เธอก็คว้าแชมป์ ยูเอส โอเพ่น 2013 พร้อมรั้งมือวางอันดับ 14 ของโลก

ปอป้อกลายเป็นนักแบดมินตันเพียงไม่กี่คน ที่ประสบความสำเร็จในการเล่นถึง 3 ประเภท ทั้ง หญิงเดี่ยวหญิงคู่ และ คู่ผสม โดยในประเภทหญิงคู่ เธอจับคู่กับ พรทิพย์ บูรณ

ประเสริฐสุข คว้าแชมป์ สมายลิ่ง ฟิช อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ 2009 ก่อนที่จะมาจับคู่กับ สาวิตรี อามิตรพ่าย คว้าแชมป์ ไซเอ็ด โมดิ อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนชิพส์ อินเดีย

2012 ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนมาเล่นคู่กับ “เอิร์ธ” พุธิตา สุภจิรกุล โดยคว้าแชมป์ได้ 3 รายการ และยังคงเล่นด้วยกันมาจนถึงปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *