เดชาพล พัววรานุเคราะห์ 

 เดชาพล พัววรานุเคราะห์ 

 เดชาพล พัววรานุเคราะห์

 เดชาพล พัววรานุเคราะห์ 

เดชาพล พัววรานุเคราะห์

ในรอบหลายปีมานี้ไม่มีนัก แบดมินตัน ชายไทยคนไหน ประสบความสำเร็จมากกว่า “บาส”  อีกแล้ว เขาจับคู่กับพี่สาวสุดซี้อย่าง “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คว้า 9 แชมป์จาก 17 รายการที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ

ในสมัยเป็นดาวรุ่ง เขาคว้า แชมป์ประเภท เดี่ยวเกือบทุกรุ่นอายุ และมีแววจะไปได้ดีในระดับอาชีพ แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับต้องเจอเรื่องท้าทายที่สุดในชีวิต เมื่อโค้ชบอกว่าถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในระดับอาชีพให้หันไปเล่นประเภทคู่จะดีกว่า ซึ่งเขาก็ยอมทำตาม หลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาประสบความสำเร็จตามที่โค้ชบอก ทำให้ไม่เคยคิดที่จะกลับไปเล่นประเภทเดี่ยวอีกเลยรักการเล่นกีฬา

เด็กหนุ่มจากอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่มีใจรักในการเล่นกีฬาเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป เริ่มต้นจากการเล่นฟุตบอล กรีฑา เทนนิส ก่อนจะมาค้นพบว่าตัวเองนั้นชอบแบดมินตัน จึงได้เริ่มเอาจริงเอาจังกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้น

“ผมเป็นคนที่ชอบเล่นกีฬาตั้งแต่เด็กๆครับ จริงก็เล่นได้ทุกกีฬาทั้ง ฟุตบอล เทนนิส แต่ตอนนั้นสะดวกที่จะเล่นแบดมินตันมากที่สุด เพราะว่ามันใกล้บ้าน พ่อแม่สะดวกที่จะไปรับไปส่งครับ ก็เลยตีมาเรื่อยๆ แล้วก็ไปแข่งได้รางวัลตั้งแต่เด็กๆ เหมือนเรารู้สึกว่าทางนี้มันไปได้ด้วย”

“จริงๆก็เริ่มจากการเล่นฟุตบอลก่อน แต่ว่ามันเป็นกีฬาที่ต้องปะทะกันค่อนข้างหนัก คุณแม่เองก็กลัวผมบาดเจ็บเลยอยากให้เปลี่ยนกีฬาด้วย เลยลองมาเล่นกรีฑา แต่ก็คิดว่ามันเป็นกีฬาไม่แน่นอน เลยลองมาเล่นเทนนิสซึ่งเป็นกีฬาที่เล่นกลางแจ้งทำให้หันมาเล่นแบดมินตันที่มีวิธีการเล่นคล้ายๆกันแต่อยู่ในร่ม และผมเองก็ชอบที่แบบ มันไม่ต้องเจ็บตัวด้วยครับ”

บาส เริ่มต้นสังกัดสโมสรแบดมินตันศรีราชา โดยมี “แมน” บุญศักดิ์ พลสนะ นักแบดมินตันชายเดี่ยว เป็นไอดอล เขาพัฒนาขึ้นในทุกวันและมีโอกาสได้แข่งขันรายการต่างๆ และประสบความ

สำเร็จคว้าแชมป์ทุกรุ่นอายุ ทั้งรุ่นยุวชน 11 ปี 13 ปี 15 ปี ทำให้ได้รับการจับตามองจากบรรดาสโมสรใหญ่ จนกระทั่งในปี 2010 บาส มีโอกาสได้เซ็นสัญญาเข้าไปอยู่ในโครงการ เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี่ ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นนักกีฬาแบดมินตันอาชีพของเขา

เกิดมาเพื่อเล่นคู่จุดเด่นอย่างหนึ่งของบาสที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ ก็คือความฟิต เขาโดดเด่นมากในเรื่องของพละกำลัง สามารถร่อนไปได้ทั่วคอร์ดแบบไม่มีหมด หลังจากเข้าไปอยู่ที่เอสซีจีได้ไม่นานเขาก็ต้องเจอจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต

เมื่อ“โค้ชโอม” เทศนา พันธ์วิศวาส หัวหน้าผู้ฝึกสอนของโครงการฯ มองเห็นแววแล้วว่าเด็กคนนี้เหมาะจะเล่นคู่มากกว่า พอฟังแล้วบาสเองก็ไม่ได้เชื่อในคำพูดของโค้ชเท่าไหร่นัก แต่ก็ยอม

ทำตามแต่โดยดี จึงได้ลองจับคู่กับ “สกาย” กิตตินุพงษ์ เกตุเรน ในปี 2012 ใช้เวลาจับคู่กันเพียงแค่ 2 ปี ก็พากันคว้าแชมป์เยาวชนโลกได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นประเภทที่ 3 ของนักแบดมินตันไทยต่อจาก รัชนก อินทนนท์ หญิงเดี่ยว , มณีพงศ์ จงจิตร กับ รจนา จุฑาบัณฑิตกุล คู่ผสม

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บาส ก็เปลี่ยนความคิดไม่ลงแข่งประเภทเดี่ยวอีกเลย มุ่งมั่นกับการเล่นในประเภทคู่อย่างเดียว “โค้ชบอกว่าความสามารถของผม เหมาะกับการเล่นคู่มากกว่า มีโอกาสไปได้ไกลกว่าเล่นประเภทเดี่ยวครับ ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ แต่พอลองเล่นดูแล้วก็เริ่มรู้สึกว่าเห็นด้วย”

ประเภทคู่มันเล่นง่ายกว่าประเภทเดี่ยวครับ เล่นด้วยกัน 2 คน ไม่ได้ใช้พละกำลังเยอะมากเหมือนเล่นคนเดียว แถมบางครั้งเราแก้ไขปัญหาคนเดียว มันก็อาจจะไม่ดีเท่าสองคนช่วยกัน และอีกอย่างคือรูปร่างผมไม่ได้สูงด้วยครับ เลยเหมาะกับการเล่นคู่มากกว่า”

คู่หูที่ลงตัว

นับจากนั้นมา บาส มีโอกาสได้เล่นจับคู่ทั้งหมด 8 คน แต่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จเหมือนอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ จนกระทั่งปลายปี 2015 อยู่ๆบาสได้เดินไปขอโค้ชโอมว่าอยากลองจับคู่กับปอป้อดูบ้าง

“ตอนแรกผมกับพี่ป้อ ต่างคนต่างตีประเภทคู่กันอยู่แล้ว ผมเล่นชายคู่ พี่ป้อกับเล่นหญิงคู่ของตัวเองครับ แต่มีอยู่วันนึงเหมือนผมไปขอโค้ชว่าอยากตีคู่ผสมกับพี่ป้อ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดจริงจังนะครับ ขอแค่ตีเล่นๆ แต่ว่าพอตีไปตีมา โค้ชก็มองว่าพอไปด้วยกันได้ ก็เลยได้จับคู่กันยาวๆ”

“ช่วงนั้นสภาพร่างกายผมฟิตครับ สามารถตีได้ 2 ประเภท ก่อนหน้านี้ผมก็เคยตีคู่ผสมาแล้วด้วย ก็เลยอยากกลับมาตีใหม่ ผมกับพี่ป้อก็สนิทกันพอสมควร ตอนนั้นก็น่าจะเป็นคนที่จับคู่แล้วสบายใจที่สุด เพราะซ้อมอยู่ด้วยกันตลอดก็เลยลองดู”

หลังจับคู่กันไม่นานดูเหมือนทั้งคู่จะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งปีก็ไต่ขึ้นอยู่อันดับ 20 ของโลก จากการได้รองแชมป์รายการอาชีพ 2 รายการ ซึ่งน่าเสียดายที่การจับคู่ของทั้งสองคนมาช้าไปเล็กน้อย ทำให้เก็บคะแนนไม่ทันสำหรับโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล

หลังจากนั้นอีกแค่ 6 เดือน ทั้งคู่ก็ขยับขึ้นติด 1 ใน 10 ของโลก เป็นผลงานที่ก้าวกระโดดมากๆ จุดเด่นของบาสคือความแข็งแรงตามเก็บทุกลูกไปทั่วคอร์ด ส่วน ปอป้อ ก็รับลูกตบผู้ชายได้ดี แต่คอยซัพพอร์ทส่วนที่บาสขาดไปได้อย่างลงตัว

ผมจะเป็นคนที่ชอบกระโดดตบซ้ายตบขวา สมมติบางครั้งลูกมันไกลจริง ๆ ผมก็ออกไปกระโดดตบ ตัวก็จะหลุดออกนอกสนาม ซึ่งถ้าคู่แข่งเปลี่ยนทางได้เราก็จะเสียแต้ม แต่พี่ป้อก็ยังมาช่วยผมได้ทันครับ เพราะเขาเป็นคนที่รับแรงตบจากคู่แข่งได้ดี”

“เวลาโดนนักแบดผู้ชายตบใส่ พี่ป้อก็รับได้ดี หรือเวลาที่ผู้หญิงต้องออกข้างหลัง พี่ป้อเขาก็จะออกมาตีได้โดยที่ไม่เสียเปรียบ อีกอย่างคือเราคุยกันตลอด ทั้งแผนการ รวมถึงจุดที่เราต้องแก้ไข ลูกไหนที่โดยแล้วเราเสียแต้มตลอด ก็จะกลับไปแก้ไข”

ถึงตอนนี้ บาสและป้อ ถือเป็นคู่ผสมที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีของแบดมินตันไทย คว้าแชมป์ร่วมกัน 5 รายการ ได้รองแชมป์โลก กับ รองแชมป์ออลอิงแลนด์อีกอย่างละสมัย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็น

ความสำเร็จที่เกินความตั้งใจ “กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ยอมรับว่าเหนื่อยมากครับ เพราะต้องเต็มที่ตลอดทั้งตอนแข่งและตอนซ้อม แต่ผลที่ออกมาก็ประสบความสำเร็จมากกว่าที่ฝันเอาไว้”

คลิกเพื่ออ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

บาส-ปอป้อ : เคล็ดลับการเล่นคู่ที่ทำให้ผลงานดีวันดีคืน จนกลายเป็นนักแบดมินตันคู่ผสมไทยที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษบาส-ปอป้อ : คู่หูแร็คทอง ถึงเวลาแบดมินตันไทยแจ้งเกิดในโอลิมปิก

ย้อนตำนาน แบดมินตันไทย ในศึกออล อิงแลนด์ โอเพ่น แชมป์เปี้ยนชิพเมย์ กันต์ บาส-ป้อ วิว-กิ๊ฟ และ ทัพแบดไทยพร้อม l 5 ประเด็นน่าจับตาศึกออลอิงแลนด์ 2020ย้อนรอย 6 เหตุการณ์ประวัติศาสตร์แบดมินตันไทยในชิงแชมป์โลก

ผลงานหมายเหตุ ทั้งหมดเล่นคู่กับ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

พ.ศ. 2564ชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม รายการ BWF World Tour Finals 2020 ประเทศไทยชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม รายการ Toyota Thailand Open 2020 ประเทศไทยชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม รายการ Yonex Thailand Open 2020 ประเทศไทย
พ.ศ. 2563รองชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม รายการ All England Open 2020 ประเทศอังกฤษ
พ.ศ. 2562ชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม รายการ Macau Open 2019 ประเทศมาเก๊าชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม รายการ Korea Open 2019 ประเทศเกาหลีใต้ชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม รายการ Singapore Open 2019 ประเทศสิงคโปร์
พ.ศ. 2560ชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม รายการ Swiss Open 2017 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *