เที่ยวสวีเดน

เที่ยวสวีเดน

เที่ยวสวีเดน

เที่ยวสวีเดน

เที่ยวสวีเดน   ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สงบ งดงามไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่จากยุคกลาง นักเดินทางหลายคนจึงใฝ่ฝันที่จะมาเยือนประเทศนี้สักครั้ง

สวีเดน  หรือ  ราชอาณาจักรสวีเดน (Kingdom of Sweden)เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิก (Nordic Country) ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่

    1. เดนมาร์ก
    2. นอร์เวย์
    3. ฟินแลนด์
    4. ไอซ์แลนด์
    5. สวีเดน

ที่มาของกลุ่มประเทศนอร์ดิกเกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ และธงชาติของทั้ง 5 ประเทศในกลุ่มนี้ต่างก็มีรูปไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์บนธงชาติทั้งสิ้น การไปเที่ยวสวีเดน นักท่องเที่ยวสัญชาติอเมริกันไม่ต้องทำวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย ต้องทำ Schengen visa ที่สามารถผ่านเข้าประเทศในแถบยุโรป 26 ประเทศ

สวีเดน  มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปเยือน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น

กรุงสตอกโฮล์ม   เป็นเมืองหลวงของประเทศสวีเดนที่ได้ชื่อว่าเป็น Beauty on Water ความงามบนผิวน้ำ ราชินีแห่งทะเลบอลติก เพราะเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เก็บรวบรวมเรื่องราวของเมืองในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ไว้มากมาย มีสถานที่ๆ พลาดไม่ได้ได้แก่ พระราชวังหลวง Stockholms  Slott ที่ประทับของราชวงศ์สวีเดน ย่าน Old Town เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวที่แปลกตาและสวยงาม ชิมกาแฟ อ่านหนังสือได้รอบเมือง

เมืองวิสบี   เมืองเก่าแก่ที่สำคัญของยุคกลาง ที่ชาวไวกิ้งมาสร้าง ยังถูกเก็บรักษาในสภาพเดิม ให้นักท่องเที่ยวและชาวสวีเดนมา ชมเมืองสวยงามและพักผ่อนตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 12 ร่วมงานเทศกาลที่จัดทุกเดือนกันยายน ชาวเมืองแต่งกายแบบพื้นบ้าน เลี้ยงสังสรรค์กันในบรรยากาศชุมชนโบราณที่น่าอบอุน หรือเดินทางไปชมชายหาดสวยๆที่เกาะ Faro และชมกำแพงหินรูปวงกลม Ringmurenกับสวนดอกไม้ที่ทำให้เมืองนี้ได้ชื่อว่าเมืองแห่งกุหลาบ

เมืองสมอลันด์  เมืองทางใต้ที่มีความสมบูรณ์ของป่าไม้ ทะเลสาบ มีหลายสถานที่ให้เราปั่นจักรยานเที่ยวเล่นชมบ้านเรือนและความเป็นอยู่นอกเมืองของชาวสวีเดน ฟาร์มต่างๆ และโรงนาก็ยังมีให้เห็นอาจดูว่าเมืองนี้ค่อนข้างกันดาร แต่ก็เป็นจุดกำเนิดของอาณาจักรเฟอร์นิเจอร์ที่ดังไปทั่วโลกอย่าง IKEA ที่เราจะเห็นทั้งโรงแรมดีไซน์เก๋ และไปเที่ยว KostaBoda Art Gallery ชมโรงงานแก้ว ภูมิปัญญาของชาวสวีเดนที่ตกทอดมาถึงรุ่นหลัง

เมืองสกาเนีย  เป็นที่ตั้งของวิหารลูเธอแลน ที่เก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 สร้างจากหินแกรนิตและตกแต่งด้วยศิลปะบาซิลิกา ความสวยงามและความขลังของหอคอยคู่ กับหอนาฬิกา สื่อถึงกษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ของสวีเดน ทำให้ผู้ที่มาเที่ยวสวีเดนต้องมาสัมผัสสักครั้ง

ปราสาทคาลมาร์  (Kalmar slott หรือ Kalmar Castle) ปราสาทที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรเนซอง ในปราสาทมีเมนูอาหารยุคศตวรรษที่ 16 ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสด้วย

เมืองเก่า (Gamla Stanหรือ The Old Town) ตั้งอยู่ในเมืองสตอกโฮล์ม พื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมย้อนยุคให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอย่างจุใจ ถนนช้อปปิ้งที่จำหน่ายของที่ระลึกมากมาย

ปราสาทโดรทนิงโฮล์ม (Drottningholm Palace) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสตอกโฮล์ม พระราชวังที่ประทับของราชวงศ์ในยุคก่อน พระราชวังแห่งนี้ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ  (Swedish Museum of National Antiquities) พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเอาของโบราณในยุคไวกิ้ง ซึ่งเป็นชนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในแถบสแกนดินีเวีย ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของโบราณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานฝีมือที่ทำจากเงินและทอง ไปจนถึงกระดูกและอาวุธของคนในยุคนั้น

หมู่เกาะสตอกโฮล์ม (Stockholm Archipelago) หมู่เกาะขนาดเล็ก กว่า 3,000 เกาะ แต่ละเกาะมีความน่าสนใจที่เป็นเอกลักษณ์ของตน และที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มีสไตล์การท่องเที่ยวสอดรับกับเอกลักษณ์ของเกาะแต่ละเกาะ

เมืองอุปซอลา (Gamla Uppsala) เมืองเก่าที่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของสวีเดนในยุคไวกิ้ง ในเมืองนี้จึงมีโบราณสถานและโบราณวัตถุหลายอย่างให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม

เมืองลุนด์ (Lund) เมืองเก่าแก่ที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยลุนด์ ว่ากันว่าประชากรของเมืองนี้ส่วนใหญ่เป็นคนที่ทำงานในมหาวิทยาลัยลุนด์ ลุนด์เป็นเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ในสวีเดน จุดที่น่าสนใจสำหรับเมืองนี้ คือ วิหารลูเธอแรน (Lundsdomkyrka)

โบสถ์เก่าแก่ประจำเมืองลุนด์ จุดที่น่าสนใจ คือ วิหารหินแกรนิตที่ตกแต่งด้วยสไตล์บาซิลิกาแบบนิกายโรมันคาทอลิก และหอคอยคู่ รอบๆ วิหารแห่งนี้ มีสวนหญ้าขนาดย่อมให้นั่งพักผ่อน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้เดินเล่นชมแผงขายของที่ตั้งอยู่ประปรายในบริเวณจตุรัสกลางเมือง

มืองโกเธนเบิร์ก (Gothenburg) หรือ เมืองเยอเตบรี ซึ่งเมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่งทางตะวันตก ที่เป็นศูนย์รวมการศึกษา เทคโนโลยี การขนส่ง การต่อเรือ ที่นี่มีทั้งมหาวิทยาลัยสำคัญ สถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่ใช้หินตัดเป็นวัสดุก่อสร้างได้อย่างสวยงาม ชมพิพิธภัณฑ์และอนุเสาวรีย์เทพโพไซดอนที่ชาวไวกิ้งนับถือ นั่งเรือชมเมืองและอู่ซ่อมเรือขนาดใหญ่และอีกแห่งที่พลาดไม่ได้คือพิพิธภัณฑ์ของเมืองนั่นเอง

เมืองมัลโม (Malmo) เมืองใหญ่อันดับสามของสวีเดน เป็นเมืองที่อยู่ติดกับประเทศเดนมาร์ก ในอดีตเมืองแห่งนี้เคยเป็นเมืองอุตสาหกรรม

เมืองคีรูนา (Kiruna) เมืองทางตอนเหนือของสวีเดน ตั้งอยู่ในเขต Lapland หรือ พื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ สวีเดน และนอร์เวย์ ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล เป็นดินแดนมหัศจรรย์สำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมการผจญภัยแลการเล่นกีฬา เช่น สโนว์บอร์ด ตกปลาน้ำแข็ง นอกจากนี้โรงแรมน้ำแข็ง (The Ice Hotel)

เมืองชุนด์สวาล (Sundsvall) และเขตรากุนดา (Ragunda) เมืองที่สมเด็จพระปิยมหาราชเคยเสด็จประพาส ที่เมืองบิสโกเด้น (Bisgarden) มีพระบรมราชานุสรณ์ของพระองค์ ธรรมชาติที่งดงาม เมืองที่เงียบสงบ ความโดดเด่นในเรื่องการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าแก่ เป็นเสน่ห์ของสวีเดน เมืองที่ใครหลายๆ คนอยากเก็บไว้เป็นอีกจุดหมายในการเดินทางไปเยือน

เมืองอูเมโอ (Umea) เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการเดินป่าแบบสแกนดิเนเวียต้องมาที่ Lapland’s Wilderness (เลปแลนด์เป็นป่าเก่าแก่ที่กินพื้นที่ในหลายประเทศแถบสแกนดิเนเวีย) เมืองนี้เป็นทั้งประตูสู่เลปแลนด์ และเป็นปากอู่แม่น้ำ จึงเป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่งของวัฒนธรรมชาวยุโรป ในเมืองมีทั้งดนตรี อาหาร เครื่องดื่มในวิถีคนพื้นบ้านของสวีเดน

เที่ยวสวีเดนด้วยตัวเอง หากจะเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า “ค่าครองชีพในประเทศสวีเดนสูงกว่าค่าครองชีพในประเทศไทยไหม” คำตอบที่ได้คงไม่พ้น “สูงกว่า” แน่นอน เพราะประเทศสวีเดนใช้สกุลเงินโครนอร์สวีเดน (SEK) ค่าเงิน 1 SEK เท่ากับเงินไทยประมาณ 4-6 บาท โดยประมาณ

สภาพอากาศที่สวีเดน แบ่งออกเป็น 4 ฤดู ได้แก่

    1. ฤดูหนาว (winter)ตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึง เดือนมีนาคม อากาศหนาวเย็นมาก หิมะตก อุณหภูมิระหว่าง 2 ถึง -20 องศา สำหรับตอนเหนือของสวีเดน ฤดูหนาวจะยาวนานถึง 8 เดือน
    2. ฤดูใบไม้ผลิ (spring) ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง พฤษภาคม อากาศในฤดูนี้เปลี่ยนแปลงง่าย บางวันก็มีฝนตก
    3. ฤดูร้อน (summer) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม อากาศอบอุ่น ประมาณ 25 องศาเซลเซียสขึ้นไป ตอนกลางวันจะยาวกว่าตอนกลางคืนมาก จะสว่างเร็วและมืดช้า ในวันที่ยาวนานที่สุด แม้เวลาจะล่วงเลยถึงเที่ยงคืนแล้ว ก็ยังคงเห็นแสงพระอาทิตย์บนท้องฟ้า
    4. ฤดูใบไม้ร่วง (autumn) ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนอากาศค่อนข้างมืดครึ้ม แปรปรวน อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 5 ถึง 12 องศาเซลเซียส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *