แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

(Kasper Schmeichel) ย้ายมาร่วมทัพ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2011 เข้ามามีบทบาทสำคัญกับทัพจิ้งจอกสยามตั้งแต่วันแรกที่เช็กอินในถิ่น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม แม้ว่า ปี

เตอร์ ชไมเคิ่ล พ่อของเขาจะสร้างชื่อให้กับตัวเองจากการเป็นผู้ รักษาประตู ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่แคสเปอร์ เลือกที่จะเริ่มต้นอาชีพนักเตะกับทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แคสเปอร์ ประเดิมสนามในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อเดือนสิงหาคม 2007 ลงเล่นไปอีก 7 นัด ก่อนจะถูกปล่อยตัวไปเล่นแบบ ยืมตัวไปเล่นแบบ ยืมตัวกับหลายสโมสรในลีกล่างของอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น ดาร์ลิงตัน, บิวรี่, ฟัลเคิร์ก, คาร์ดิฟฟ์ และโคเวนทรี

จอมหนึบจากเมืองโคนมตัดสินใจแยกทางกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2009 แล้วโยกไปเล่นให้กับ น็อตต์ส เคาน์ตี้ เพื่อร่วมงานกับอดีตผู้จัดการทีมเรือใบสีฟ้าอย่าง สเวน-โกรัน อีริคส์สัน แคสเปอร์ โชว์ฟอร์มสุดแกร่งที่เมโดว์ เลน ลงสนามไปทั้งสิ้น 43 นัดพาทีมแม็กพายส์คว้าแชมเปี้ยน

ชิพ ช่วงซัมเมอร์เดียวกันนั้น ลงสนามไปทั้งสิ้น 40 นัด ก่อนถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติเดนมาร์กชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2011

อีกเพียงหนึ่งเดือนให้หลังเลสเตอร์ ซิตี้ ได้ประกาศยืมยันคว้าตัว ชไมเคิ่ล มาร่วมทัพด้วยสัญญา 3 ปี และเป็นการรียูเนี่ยนกันอีกครั้งกับสเวน-โกรัน อีริคส์สัน

แม้จะย้ายมาอยู่ เลสเตอร์ ได้เพียงซีซั่นแรกแต่ แคสเปอร์ ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้คะแนนโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำปี ควบด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเพื่อนร่วมอาชีพ ยิ่งกว่านั้น แคสเปอร์ ยังถูกเรียกติดทีมชาติชุดสู้ศึกยูโร 2012 อีกด้วย

ฤดูกาล 2012-13 เป็นอีกปีที่ แคสเปอร์ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ผลงานการเซฟของเขาช่วยชีวิตต้นสังกัดเอาไว้หลายครั้ง ฟอร์มอันยอดเยี่ยมในเกมกับ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2013 ทำให้เขาได้รับแชมเปญช่วงเวลาแห่งฤดูกาลไปครอง

ฟอร์มการเล่นระดับ 5 ดาวในซีซั่นดังกล่าวทำให้ แคสเปอร์ ได้โอกาสลงเล่นกับทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ถูกใส่ชื่อเป็นตัวจริงในเกมกระชับมิตรกับ มาซิโดเนีย ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้รับการโหวตให้อยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของศึกแชมเปี้ยนชิพ

ฤดูกาล 2013-14 แคสเปอร์ ยังคงมีอิทธิพลกับฟอร์มการเล่นของ เลสเตอร์ ซิตี้ อย่างต่อเนื่องช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และมันก็ทำให้เขาได้เข้าไปอยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

แคสเปอร์  ตกเป็นเป้าหมายของทีมใหญ่หลายทีมทว่าทุกทีมก็ต้องอกหักไป หลังจากที่เจ้าตัวตัดสินใจต่อสัญญาออกไปอีก 4 ปี

ซีซั่นแรกของ ในพรีเมียร์ลีกไม่ค่อยน่าจดจำนัก เขาประสบปัญหาอาการบาดเจ็บจบพลาดลงสนามไปหลายเดือน แต่หลังจากที่สลัดปัญหาตรงนั้นกลับมาแล้ว ฟอร์มการเซฟอันสุดยอดของ แคสเปอร์ ก็ช่วยให้เลสเตอร์ รอดตกชั้นได้ในที่สุด

ฤดูกาล 2015-16 เป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ ชไมเคิ่ล ในอาชีพค้าแข้ง เขาไม่เคยพลาดลงสนามให้กับเลสเตอร์เลย เซฟไปทั้งหมด 107 ครั้ง เก็บคลีนชีตได้ 15 นัด พาทีมผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

แม้ว่าจะมีข่าวลือหนาหูว่า แคสเปอร์ จะย้ายออกจากทีมจากการที่มีทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายทีมให้ความสนใจ แต่ แคสเปอร์ ก็ตกลงต่อสัญญากับทีมออกไปอีก 5 ปี จนถึงปี 2021 ใน

ฤดูกาล 2016-17  มีโอกาสได้ลงเล่น ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แคสเปอร์ เซฟจุดโทษสำคัญในเกมกับเซบีญ่า ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในเกมนัดที่ 2 และ เจ้าตัวมีส่วนอย่างยิ่งกับการพาทีมไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *