5นักเตะ ที่ควรมีในเดือนสิงหา

5นักเตะ ที่ควรมีในเดือนสิงหา

5นักเตะ ที่ควรมีในเดือนสิงหา

5นักเตะ ที่ควรมีในเดือนสิงหา

การจัดทีมแฟนตาซีพรีเมียร์ลีกในแบบที่ต้องแข่งขันกันตลอดทั้งฤดูกาล สิ่งสำคัญคือต้องมีการวางแผนในระยะยาว และพยายามเลือกใช้นักเตะที่มีโอกาสได้ใช้งานต่อเนื่องเอาไว้ให้มากที่สุด ซึ่งต่างจากรูปแบบการจัดทีมลุ้นวีคต่อวีค ที่คุณไม่ต้องโฟกัสอะไรกับสัปดาห์อื่น
ในการแข่งขันลีกทัวร์นาเมนต์ประจำฤดูกาลใหม่ที่จะถึงนี้ หลังจากผ่านเกมวีคแรกไป คุณจะมีโควตาเปลี่ยนตัวแค่สัปดาห์ละ 2 คนเท่านั้น โดยไม่สามารถนำโควตาไปทบกับสัปดาห์อื่นได้ ถ้าไม่ใช่ในสัปดาห์ไหน ก็ถือว่าคุณสละสิทธิ์ ไม่ยอมเปลี่ยนตัวสัปดาห์นั้นไปฟรีๆ เลย
ส่วนการ์ดล้างทีม แม้จะใช้ได้เพื่อเปลี่ยนตัวได้ไม่จำกัดสำหรับสัปดาห์ถัดไป แต่ตลอดทั้งซีซั่น คุณจะสามารถใช้การ์ดนั้นได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ถ้าไม่จำเป็นก็ควรเก็บเอาไว้ก่อน รอใช้ตอนที่จะเป็นหมัดน็อค สำหรับพิชิตเงินรางวัล หรือตอนที่ทีมของคุณดูจะลุ้นคะแนนยากมากจริงๆ เท่านั้น
เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “ทีมชุดแรก” ที่ต้องจัดก่อนเข้าสู่เกมวีคที่ 1 ควรเป็นนักเตะที่สามารถลุ้นคะแนนได้ไปหลายๆ เกมวีค เพราะมันจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนตัวโดยไม่จำเป็นเอาไว้ได้ แถมเป็นผู้เล่นที่น่าจะลุ้นคะแนนได้สม่ำเสมออีกต่างหาก
และนี่คือ 5 นักเตะที่เราขอแนะนำว่าควรมีติดทีมเอาไว้ตั้งแต่แรก เพราะดูจากโปรแกรมเดือนสิงหาคม ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 เกมวีคแล้ว น่าจะเป็นนักเตะที่ทำคะแนนได้ไม่เลวเลย

บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ตำแหน่ง : กองกลาง
ค่าตัว : 12 M
ถึงแม้ว่าทีมปีศาจแดงจะได้ตัว เจดอน ซานโช่ เข้ามาเป็นอาวุธใหม่ในเกมรุกของฤดูกาลที่กำลังจะถึงนี้ แต่สุดท้ายแล้ว นักเตะคีย์แมนอันดับหนึ่งในเกมรุก ยังไงก็หนีไม่พ้นเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโปรตุเกสอยู่ดี
ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว บรูโน่ เหมาทั้งตำแหน่งดาวซัลโวประจำทีม (18 ประตู) และแอสซิสต์มากที่สุด (12 ลูก) ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แถมยังเป็นคนรับหน้าที่ทั้งยิงฟรีคิกและจุดโทษ นั่นทำให้สตาร์เจ้าของเสื้อเบอร์ 18 มีโอกาสโกยแต้มมากที่สุดในบรรดานักเตะผีแดงทุกคนเช่นเดิม
เหลือบดูจากโปรแกรม 3 นัดแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งจะเตะกันในเดือนสิงหาคมนี้ ที่จะพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด (เหย้า), เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน) และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (เยือน) ก็ไม่ใช่งานยากเย็นอะไร ถือว่ามี บรูโน่ ติดทีมไว้ น่าจะใช้ได้ยาวๆ หลายเกมวีคเลยทีเดียว

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

ตำแหน่ง : กองกลาง
ค่าตัว : 12.5 M
ปีกดาวยิงดีกรีทีมชาติอียิปต์ ยังคงเป็นกองกลางที่แพงที่สุดของ GG Live ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อ 4 ปีก่อน เขายิงในพรีเมียร์ลีกได้อย่างน้อย 19 ลูกได้ทุกฤดูกาล แถมยังทำแอสซิสต์รวมกันในลีกอีกถึง 33 ครั้ง ถือเป็นตัวรุกระดับเกรดพรีเมียมอย่างแท้จริง
ความยอดเยี่ยมของ ซาลาห์ ไม่เพียงแต่ผลงานที่จับต้องได้เสมอเท่านั้น แต่สถิติยังบอกว่า เขาสามารถทำประตูในเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นได้นานถึง 4 ฤดูกาลติดต่อกัน โดยเกมวีคแรกของฤดูกาล 2020-21 ถึงกับระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริกใส่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้เลยทีเดียว
โปรแกรมของ ลิเวอร์พูล 2 นัดแรกในซีซั่นนี้ ที่จะต้องบุกเยือน นอริช ซิตี้ ตามด้วยเปิดบ้านพบ เบิร์นลี่ย์ ถือว่าไม่ใช่งานยากเลย ส่วนนัดที่ 3 ที่จะได้เปิดบ้านพบ เชลซี ก็เป็นการเล่นต่อหน้าบรรดา เดอะ ค็อป ที่แอนฟิลด์ ด้วยสภาพทีมที่ดูจะฟิตสมบูรณ์ทุกตำแหน่ง
นั่นทำให้การเลือกสตาร์เด่นอันดับหนึ่งของ ลิเวอร์พูล อย่าง ซาลาห์ ติดทีมเอาไว้ จึงเป็นการเลือกที่ปลอดภัยมากๆ เผลอๆ คุณอาจจะเก็บไว้ใช้ตลอดทั้งซีซั่นโดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวออกได้เลยด้วย

เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ (แอสตัน วิลล่า)

ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู
ค่าตัว : 5.5 M
ผู้รักษาประตู คือตำแหน่งที่คุณไม่ควรจะเปลี่ยนมากที่สุดในเกมแฟนตาซีพรีเมียร์ลีก เพราะมันเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยช่วยให้คุณมีแต้มเยอะนัก ส่วนมากแล้วจะลุ้นได้แค่คะแนนจากคลีนชีต แต่ยากมากที่จะหวังได้จากคะแนนแอสซิสต์หรือทำประตู รวมไปถึงคะแนนจากการเซฟจุดโทษ ก็ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นสักเท่าไร
ระบบเก็บคะแนนของ GG Live จะแตกต่างจากของแฟนตาซีในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพรีเมียร์ลีก เพราะจะไม่มีคะแนนในส่วนของจำนวนการเซฟเพิ่มให้ ดังนั้น จึงต้องหวังพึ่งให้นายทวารที่เราเลือก ห้ามเสียประตูเด็ดขาดเป็นหลัก
การเลือกผู้รักษาประตูจากทีมใหญ่ๆ ก็เป็นเรื่องดี แต่ในระยะยาว มันอาจกระทบกับโควตานักเตะเอาต์ฟิลด์จากสโมสรเหล่านั้นไปด้วย เพราะฉะนั้น ผมจึงแนะนำว่า ลองพิจารณาเลือกผู้รักษาประตูที่มาจากทีมระดับกลางๆ หรือทีมเล็กๆ จะดีกว่า
แอสตัน วิลล่า แม้จะไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่ แต่พวกเขาคืออีกหนึ่งทีมที่โปรแกรมช่วงต้นซีซั่นไม่เจองานยากมากนัก
3 นัดแรกของทีมสิงห์ผงาดในฤดูกาล 2021-22 จะเป็นการบุกไปเยือน วัตฟอร์ด, เปิดบ้านพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และเปิดบ้านพบ เบรนท์ฟอร์ด ซึ่งล้วนเป็นเกมที่นายประตูทีมชาติอาร์เจนตินา มีโอกาสเก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด
มาร์ติเนซ เก็บคลีนชีตมากถึง 15 นัดในพรีเมียร์ลีกซีซั่นที่แล้ว ถือเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมมาก เผลอๆ นอกจากจะน่าเลือกใช้งานในช่วงต้นฤดูกาลใหม่นี้ เขายังอาจจะเป็นผู้รักษาประตูที่คุณควรเก็บไว้ใช้ยาวๆ ตลอดซีซั่นได้เลยด้วย

 ลุค ชอว์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ตำแหน่ง : กองหลัง
ค่าตัว : 5.5 M
แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเป็นแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดคนหนึ่งของยุโรปได้อย่างเต็มตัวในช่วงรอบปีที่ผ่านมา โดยในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว เขาทำแอสซิสต์ไป 5 ครั้ง ก่อนจะสานต่อฟอร์มสุดยอด ด้วยการแอสซิสต์อีก 5 ลูกได้อีกในศึกยูโร 2020 และเติมขึ้นไปยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศได้ด้วย
ชอว์ คือแบ็กซ้ายที่มีส่วนร่วมกับเกมรุกของทีมปีศาจแดงบ่อยครั้งอยู่แล้ว และดูเหมือนว่าในซีซั่น 2021-22 นี้ เขาน่าจะมีคะแนนจากคลีนชีตมากขึ้น จากการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังจะเปิดตัว ราฟาแอล วาราน เข้ามาเป็นปราการหลังคนใหม่ ซึ่งจะทำให้ทีมน่าจะเสียประตูยากขึ้นกว่าตอนที่ใช้ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เป็นตัวหลัก
โปรแกรมช่วงต้นซีซั่นของทีมปีศาจแดง ก็ไม่ได้เจองานยากอะไรด้วย เพราะฉะนั้น ด้วยราคาแค่ 5.5 M ถือว่าซื้อ ชอว์ ติดทีมไว้ตั้งแต่เดือนแรก แล้วเก็บไว้ยาวๆ ได้เลย

ลูก้าส์ ดีญ (เอฟเวอร์ตัน)

ตำแหน่ง : กองหลังค่าตัว : 5.5 M
การที่ เอฟเวอร์ตัน ได้ตัวกุนซืออย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ เข้ามา น่าจะช่วยปรับให้เกมของพวกเขามีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น และถ้าจะนึกถึงกองหลังทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินที่มีโอกาสลุ้นทำแต้มมากที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นแบ็กซ้ายจอมครอสบอลอย่าง ลูก้าส์ ดีญ
ดีญ ทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกมากถึง 7 ลูกมา 2 ซีซั่นติดต่อกัน ถือเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับนักเตะตำแหน่งกองหลัง
เมื่อบวกกับโปรแกรม 3 นัดแรกในเดือนสิงหาคมของ เอฟเวอร์ตัน ที่จะเจอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน (เหย้า), ลีดส์ ยูไนเต็ด (เยือน) และ ไบรท์ตัน (เยือน) ก็ถือว่าไม่ได้หนักจนเกินไปมาก ถือว่าการมี ดีญ ติดทีมไว้ แถมเป็นกองหลังที่ราคาไม่ได้แพงนัก จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

 

 

ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชาติอังกฤษ

ในรอบวันที่ผ่านมา ทีมชาติอังกฤษคือทีมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดยิ่งกว่าทีมอื่นๆ ในศึกยูโร 2020 จากการที่เพิ่งเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เยอรมนี ได้ 2-0 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ยูโร 2020 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
นี่คือการเอาชนะทีมอินทรีเหล็กในรอบน็อคเอาต์ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 55 ปี หลังจากทำได้ครั้งสุดท้ายในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1966 ที่ เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ซัดแฮตทริกพาอังกฤษชนะ 4-2 ซึ่งประตูนำ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของเกมดังกล่าว ยังคงเป็นที่ถกเถียงมาจนถึงปัจจุบัน ว่าลูกยิงของ เฮิร์สท์ ที่ซัดชนคานแล้วเด้งไปตกบริเวณเส้นประตูนั้น มันข้ามเส้นไปแล้วจริงหรือไม่
การเอาชนะ เยอรมนี ได้สำเร็จ ทำให้หลายคนเริ่มมองว่าอังกฤษมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่จะไปให้ถึงแชมป์ เพราะพวกเขาจะไม่เจอกับทีมใหญ่อีกจนกว่าจะถึงนัดชิงชนะเลิศ
ยูเครน ที่จะเป็นคู่ต่อสู้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย หรือทีมใดทีมหนึ่งระหว่าง สาธารณรัฐเช็ก กับ เดนมาร์ก ที่อาจจะได้เจอกัน ถ้าหาก แกเร็ธ เซาธ์เกต พาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศ ล้วนเป็นทีมที่ถูกประเมินว่ามีศักยภาพเป็นรองอังกฤษทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากอังกฤษผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้จริง พวกเขาจะได้เล่นที่ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม ในเกมที่เหลือทั้งหมด เพราะกรุงลอนดอนได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพทั้งรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ นั่นคือความได้เปรียบที่อาจจะช่วยให้ทีมสิงโตคำรามมีโอกาสสมหวังมากขึ้นไปอีก

วิเคราะห์เกมย้อนหลัง

พูดถึงประเด็นที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต สามารถลบล้างบาดแผลที่เขาเคยยิงจุดโทษพลาดสมัยเป็นนักเตะ จนทีมตกรอบรองชนะเลิศยูโร 1996 มันก็อาจจะช้าเกินไปเสียแล้ว
ผมจึงไปหาข้อมูลมาเพิ่มในประเด็นที่แตกต่างแทน และคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าสนใจ ที่ทีมชาติอังกฤษชุดนี้ เต็มไปด้วยนักเตะที่มีสายเลือดอังกฤษแท้ๆ น้อยกว่าผู้เล่นที่มีส่วนผสมของสัญชาติอื่น
จาก 11 ตัวจริงที่เอาชนะทีมของ โยอัคคิม เลิฟ ได้ 2-0 นัดล่าสุด พบว่ามีนักเตะที่เป็นสายเลือดชาวอังกฤษแท้ๆ เพียง 4 คนเท่านั้นที่ออกสตาร์ท นอกนั้นอีก 7 คนเป็นนักเตะที่มาจากครอบครัวของคนสัญชาติอื่นทั้งสิ้น
สำหรับนักเตะ 4 คนที่ว่า ซึ่งเป็นชาวอังกฤษแท้ๆ เลยนั้นประกอบด้วย จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูจาก เอฟเวอร์ตัน, จอห์น สโตนส์ เซนเตอร์แบ็กจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้, คีแรน ทริปเปียร์ แบ็กขวาจาก แอตเลติโก มาดริด และ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีนี้ไปดูกันว่าอีก 7 คนที่เหลือที่ได้ลงตัวจริงในเกมโค่นอินทรีเหล็ก มีส่วนเกี่ยวข้องกับสัญชาติอื่นอย่างไรบ้าง…
ศูนย์หน้าดาวยิงกัปตันทีมอย่าง แฮร์รี่ เคน มีคุณพ่อเป็นชาวไอริช 🇮🇪
ปีกที่เป็นดาวซัลโวประจำทีมในทัวร์นาเมนต์นี้อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลืมตาดูโลกที่ประเทศจาเมกา 🇯🇲 และอาศัยอยู่กับครอบครัวที่นั่นจนถึงอายุ 5 ขวบ
นอกจาก สเตอร์ลิ่ง แล้ว กองหลังเพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์ ก็มีสายเลือดของชาวจาเมกัน 🇯🇲 ในตัวด้วยเช่นกัน เพราะพ่อแม่ของเขาอพยพมาใช้ชีวิตที่อังกฤษในภายหลัง
บูคาโย่ ซาก้า ตัวริมเส้นดาวรุ่งของ อาร์เซน่อล เป็นลูกชายของพ่อแม่ชาวไนจีเรียน 🇳🇬
คาลวิน ฟิลลิปส์ กองกลางตัวห้องเครื่องจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด มีคุณพ่อเป็นชาวจาเมกา 🇯🇲 และคุณแม่เป็นชาวไอริช 🇮🇪 เขาเคยถูกทีมชาติจาเมกาทาบทามตัวให้เล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่มาก่อน แต่สุดท้ายก็เลือกเล่นให้อังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่เขาลืมตาดูโลก
ส่วนมิดฟิลด์ตัวรับจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อย่าง เดแคลน ไรซ์ แม้จะเกิดในกรุงลอนดอน แต่ปู่ย่าตายายก็มาจากไอร์แลนด์ 🇮🇪 ซึ่ง ไรซ์ เคยเล่นให้ทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์มาแล้วทุกชุด ซึ่งรวมถึงทีมชุดใหญ่มาแล้ว 3 นัดด้วย
แต่การไม่เคยลงเล่นให้ไอร์แลนด์ในเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการมาก่อน เปิดโอกาสให้เจ้าตัวยังสามารถเปลี่ยนมาเล่นให้ทีมชาติอังกฤษได้ ก่อนกลายเป็นตัวหลักอันดับหนึ่งในแผงมิดฟิลด์ยุคของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ในที่สุด
นอกจากนั้นแล้ว หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เคยมีสิทธิ์เลือกเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ หรือไม่ก็สาธารณรัฐไอร์แลนด์ก็ได้เช่นกันตามสัญชาติของต้นตระกูล หลังจากในช่วงที่ยังเป็นดาวรุ่ง เขาเคยติดทีมชุดเยาวชนแค่รุ่นยู-21 เพียงนัดเดียวเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนว่าโอกาสจะได้ติดทีมชาติชุดใหญ่ มันแทบจะยากเกินไปสำหรับเขา
แต่สุดท้ายพอ แม็กไกวร์ เติบโตมา เขาสามารถพัฒนาฝีเท้าให้กลายเป็นเซนเตอร์แบ็กระดับแถวหน้าของอังกฤษได้สำเร็จ เรื่องไปเล่นให้ไอร์แลนด์จึงไม่เคยเกิดขึ้น

ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ของทัพ ทรี ไลอ้อนส์ ชุดนี้ ที่ไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมพบกับทีมอินทรีเหล็ก ก็มีนักเตะที่เป็นสายเลือดอังกฤษแท้ๆ อีกแค่ 6 คนเท่านั้น
6 คนที่ว่า ได้แก่ อารอน แรมสเดล นายประตูจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, แซม จอห์นสโตน ผู้รักษาประตูของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, เบน ไวท์ กองหลังจาก ไบรท์ตัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันลิเวอร์พูล, เมสัน เมาน์ท มิดฟิลด์ตัวรุกเชลซี และ ฟิล โฟเด้น ปีกดาวรุ่งจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แจ็ค กรีลิช แนวรุกตัวทีเด็ดจาก แอสตัน วิลล่า เคยเล่นให้ทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ชุดเล็กมาแล้วตอนเป็นนักเตะวัยทีนเอจ 🇮🇪 เพราะพ่อแม่ของเขาเป็นชาวไอริช แต่ย้ายไปตั้งรกรากที่เมืองเบอร์มิงแฮม
เจดอน ซานโช่ ปีกจอมแอสซิสต์จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเตรียมย้ายไปซบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเร็วๆ นี้ เป็นลูกชายของชาวตรินิแดดและโตเบโก 🇹🇹
มาร์คัส แรชฟอร์ด มีบรรพบุรุษฝั่งแม่อพยพมาจากเซนต์คิตส์และเนวิส 🇰🇳 ประเทศที่เล็กที่สุดของซีกโลกตะวันตก ซึ่งตั้งอยู่บนแถบแคริบเบียน
ไทโรน มิงส์ กองหลังของ แอสตัน วิลล่า เป็นลูกหลานของปู่ย่าชาวบาร์เบโดส 🇧🇧 ประเทศที่อยู่ทางตะวันออกสุดของหมู่เกาะแคริบเบียน ในทวีปอเมริกาเหนือ
คอเนอร์ โคดี้ เซนเตอร์แบ็กจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ก็สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษชาวไอริช 🇮🇪
เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายจากเชลซี มีคุณพ่อเป็นชาวนิวซีแลนด์ 🇳🇿
รีซ เจมส์ วิงแบ็กขวาจากเชลซีอีกคน เป็นลูกชายของ ไนเจล เจมส์ คุณพ่อที่มีบรรพบุรุษมาจากฝั่งแอฟริกัน
จู๊ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์จากดอร์ทมุนด์ ซึ่งเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของทีมชุดนี้ ก็มีพ่อแม่เป็นลูกครึ่งแอฟริกันด้วยเช่นกัน
และคนสุดท้าย โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน หัวหอกตัวสำรองจาก เอฟเวอร์ตัน มีคุณพ่อเป็นลูกครึ่งแอฟริกัน-แคริบเบียน
ส่วน แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือของทีมชุดนี้ ซึ่งสมัยเป็นนักเตะเคยเป็นปราการหลังของทีมชาติ ถือเป็นชาวอังกฤษแท้ๆ หากไปย้อนดูประวัติวัยเด็ก และสืบดูต้นตระกูลของเจ้าตัว

เท่ากับว่าจากนักเตะทั้งหมด 26 คนของทีมชาติอังกฤษชุดสู้ศึกยูโร 2020 เป็นนักเตะสายเลือดแดนผู้ดีแท้ๆ 10 คน ส่วนอีก 16 คนมีส่วนผสมของสัญชาติอื่น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยูฟ่ารณรงค์ต่อต้านเรื่องการเหยียดสีผิว, เหยียดเชื้อชาติ และหวังว่ากีฬาฟุตบอลจะเป็นสื่อกลาง ให้ทุกคนไม่ว่าจะมาจากชาติไหน ล้วนมีความเป็นมนุษย์ไม่ด้อยไปกว่ากัน
สุดท้ายแล้ว เมื่อนักเตะทุกคนได้ลงไปเล่นภายใต้เครื่องแบบทีมชาติที่ตัวเองถูกรับเลือก ต่างมีความภาคภูมิใจกับโอกาสที่ได้รับ และมุ่งมั่นช่วยให้ทีมของตัวเองประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น…

ดาบิด ซิลบา

ดาบิด ซิลบา

ดาบิด ซิลบา

ดาบิด ซิลบา

ชื่อเต็ม : ดาบิด โฆซูเอ้ ฆิมิเนซ ซิลบา

วันเกิด: 8 มกราคม ค.ศ. 1986 (21 ปี)

เกิดที่ : อากวูเนกวิน, ประเทศสเปน

สัญชาติ : สเปน

ส่วนสูง : 173 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก / ปีก

ประวัติส่วนตัว

ซิลบา เริ่มเล่นฟุตบอลในทีมเยาวชนของ ยูดี เฟร์นานโด โดยเริ่มต้นในตำแหน่งผู้นีกษาประตู ก่อนจะผันมาเล่นปีก มี ไมเคิล เลาดรู๊ป เป็นไอดอลในการเล่น จากนั้นตอนอายุ 14 ปี ได้รับข้อเสนอให้มาเล่นทีมเยาวชนของ บาเลนเซีย ในเวลาต่อมาเส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

บาเลนเซีย ซิลบา เริ่มประเดิมระดับอาชีพในฤดูกาล 2004-05 ในระดับ เซกุนด้า กับการโดนยืมตัวที่ เออิบาร์ ลงเล่นเกมลีก 35 นัด ยิงได้ 5 ประตู หลังหมดสัญญายืมตัว ก็ถูกส่งไปเล่นอีกที่ เซลต้า บีโก้ ลงเล่น 34 เกม ยิง 4 ประตู ซิลบา กลับมาสู่ บาเลนเซีย ในซัมเมอร์ปี 2006 และกลายมาเป็นตัวเลือกแรกของทีมในวัยเพียง 20 ปี ใน 2 ฤดูกาลกับทีม เขาพลาดลงสนามแค่ 6 เกม และซัดได้มากถึง 14 ประตู ทำให้ในสิงหาคม 2008 เขาได้รับการต่อสัญญาไปอีก 5 ปี ท่ามกลางความสนใจของทีมใน พรีเมียร์ ลีก ต่อมาเขาคว้าแชมป์ โกปา เดอ เรย์ ในปี 2008 ซึ่งเป็นถ้วยแรกในชีวิตการเล่นบนสเปนของเขา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประกาศยืนยันเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่าจะสร้างอนุสาวรีย์ให้ซิลบาไว้ที่หน้าสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อตอบแทนผลงานของอดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติสเปน ที่ช่วยทีมกวาดแชมป์ครบทั้ง 14 โทรฟี่ ตลอดช่วงเวลา 10 ปีพอดี ที่นักเตะอยู่กับทีม

David Silva  คือนักเตะที่คว้าแชมป์ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ มากกว่าดาวยิงตัวเก่งอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ได้ไป 13 โทรฟี่ และอดีตกองหลังกัปตันทีมอย่าง แว็งซ็องต์ ก็องปานี ที่ได้ไป 12 รายการเสียอีก

ย้อนไปในปี 2010 ชื่อของ David Silva คือหนึ่งในกองกลางตัวรุกที่ดีที่สุดในโลก โดยสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวปั้นเกม และเล่นปีกได้ทั้ง 2 ฝั่ง

ซิลบา คือกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ยูโร 2008 แต่ในยุคนั้น ทีมเรือใบสีฟ้าไม่เคยได้เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยสักครั้ง และร้างแชมป์ลีกมานานกว่า 40 ปี แน่นอนว่าการจะดึงดูดผู้เล่นระดับนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากนักเตะคนนั้น เคยได้รับความสนใจอย่างจริงใจจากยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดอย่าง เรอัล มาดริด

ดิ แอธเลติก เผยเรื่องราวสมัยที่ ดาบิด ซิลบา ยังคงเป็นผู้เล่นของ บาเลนเซีย ในฤดูกาล 2009-10 เอาไว้ว่า หลังจบเกมที่ทีมค้างคาวบุกไปแพ้ราชันชุดขาว 2-0 ในศึก ลา ลีกา ช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่นดังกล่าว ทาง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของฝั่งเจ้าถิ่น ได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน ที่อยากได้กองกลางร่างเล็กไปอยู่ด้วย

เปเรซได้พาหลานชายของเขาทั้ง 2 คนไปที่ห้องแต่งตัวของฝั่งทีมเยือน เพื่อขอให้ซิลบาถ่ายรูปร่วมกับหลานชายของเขา และแจกลายเซ็นให้

ในวันนั้น ซิลบารู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ถูก เพราะเขากำลังเร่งรีบที่จะเก็บของขึ้นรถบัสของสโมสรเพื่อเดินทางกลับ เขาชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางเพื่อบอกว่าเขาต้องรีบไปแล้ว

แต่ทาง เปเรซ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของ เรอัล มาดริด รับหน้าที่ช่วยดูแลให้แทน พร้อมกับกล่าวติดตลกว่า “เอากระเป๋าของเขาไปที่ห้องแต่งตัวของเรา เพราะในปีหน้า ดาบิด จะมาอยู่กับเราแล้ว”

ซิลบายิ้มอย่างเขินอาย เขาถ่ายรูปร่วมกับหลานๆ ของเปเรซด้วยความรู้สึกที่อบอุ่น และในช่วงหลายสัปดาห์ถัดจากนั้น เขาเริ่มพิจารณาถึงโอกาสย้ายไปเล่นที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในตอนที่ เรอัล มาดริด ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงทุกอย่างที่จะได้ตัว ซิลบา ไปร่วมทีมแล้วนั้น จู่ๆ พวกเขาก็เปลี่ยนใจที่จะไม่เซ็นสัญญากับสตาร์จอมเทคนิครายนี้ซะดื้อๆ และเป็นการเปิดทางให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โผล่เข้ามาเจรจากับ บาเลนเซีย แทน

หลังจากที่ ซิลบา ย้ายไปอยู่กับทีมเรือใบสีฟ้าไม่นาน สื่อของสเปนเผยว่า สาเหตุที่ เรอัล มาดริด ล้มเลิกความสนใจในตัวของซิลบา เพราะทีมงานของฝั่งราชันชุดขาวไปรายงานกับ เปเรซ ว่า นักเตะคนนี้มีพฤติกรรมเสพติดปาร์ตี้ และชอบดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่ตรงสเปกผู้เล่นที่มีเกียรติสูงส่งที่สโมสรอยากจะเซ็นสัญญาด้วย

David Silva

ให้สัมภาษณ์กับสื่ออังกฤษในภายหลัง ตอนที่พา แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2012 ว่า “ผมไม่รู้ว่าข่าวลือพวกนั้นมันมาจากไหน ผมเป็นคนที่มีจิตสำนึกที่ดีมาตลอด และรักษาความเป็นมืออาชีพอยู่เสมอ”

“เรื่องนั้นมันไม่ได้ทำให้ผมโกรธหรอกนะ แต่แค่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจมาก พวกเขาสนใจผม และแม้ว่าพวกเขาอยากจะหยุดความสนใจด้วยเรื่องแบบนั้น ผมก็มีความสุขมากๆ กับการตัดสินใจที่ผมเลือกแล้ว”

แชมป์แรกที่ ซิลบา คว้าร่วมกับ แมนฯ ซิตี้ คือถ้วย เอฟเอ คัพ ในปี 2011 โดยที่ ยาย่า ตูเร่ เป็นคนยิงประตูชัยดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ และทำประตูในเกมนัดชิงเช่นกัน ด้วยการเฉือน สโต๊ค ซิตี้ 1-0

หลังจากนั้นในซีซั่น 2011-12 พวกเขาเสริมทัพด้วยซูเปอร์สตาร์ดังจาก ลา ลีกา ซึ่งตามมาเป็นตำนานของสโมสรอีกคนอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่

อเกวโร่ เข้ามายกระดับการจบสกอร์ และกลายเป็นดาวซัลโวประจำทีม พาซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในวินาทีสุดท้าย หลังเฉือน ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 3-2 ทำให้ได้แชมป์ลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 44 ปีอย่างใจหายใจคว่ำ ด้วยการมีผลต่างประตูได้-เสียเหนือกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด

หลังจากนั้นโทรฟี่แชมป์หลั่งใหลเข้าสู่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม นับไม่ถ้วน นับรวมแล้วในช่วงที่ ดาบิด ซิลบา เป็นนักเตะของพวกเขา แมนฯ ซิตี้ กวาดแชมป์ไป 14 รายการอย่างที่เราเกริ่นไป

แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 ครั้ง, ลีก คัพ 5 หน บวกกับ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อีก 3 ครั้ง โดยไม่เคยมีซีซั่นไหนเลย ที่ ซิลบา อยู่ในทีม แล้ว แมนฯ ซิตี้ จบฤดูกาลในลีกด้วยอันดับต่ำกว่าท็อปโฟร์

ฤดูกาล 2017-18 ที่ แมนฯ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นทีมที่ทำแต้มได้สูงที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกถึง 100 คะแนน ดาบิด ซิลบา มีส่วนกับการได้ประตูถึง 20 ลูก (ยิง 9 แอสซิสต์ 11) และมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของพีเอฟเอ

ขณะที่ฤดูกาลสุดท้ายที่ ซิลบา รับใช้ทีมเรือใบสีฟ้า แม้จะได้แค่แชมป์ คาราบาว คัพ เพียงถ้วยเดียว แต่ผลงานยิง 6 จ่าย 10 ในเกมลีก ก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของพีเอฟเออีกครั้งเป็นการสั่งลา

จุดเด่นของ ซิลบา คือการเป็นราชาแอสซิสต์ประจำทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาจ่ายให้เพื่อนยิงในลีกไปถึง 93 ครั้ง ถือเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก

นอกจากนั้นแล้ว สตาร์ทีมชาติสเปนยังยิงเองถึง 77 ประตู จากการลงสนาม 436 นัดรวมทุกรายการให้ทีมเรือใบสีฟ้า และเป็นผู้เล่นที่ลงสนามในเกมระดับยุโรปมากที่สุดของทีม ถึง 70 นัดด้วยกัน แบ่งเป็น ยูโรปา ลีก 14 นัด และ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 56 เกม

ในแถลงการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ประกาศยืนยันว่าจะสร้างอนุสาวรีย์ให้ ดาบิด ซิลบา มีการระบุไว้ว่า

“อนุสาวรีย์ของดาบิด จะถือเป็นสิ่งเตือนความทรงจำที่ยั่งยืน สำหรับช่วงเวลามหัศจรรย์ที่เขามอบให้เรา ไม่เพียงแต่ในฐานะนักฟุตบอลที่น่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นในฐานะทูตผู้สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งได้ทำหน้าที่ตัวแทนสโมสรแห่งนี้มาด้วยความสง่างามตลอดเวลา”

 

 

 

แดนนี่ อิงส์

แดนนี่ อิงส์

แดนนี่ อิงส์

แดนนี่ อิงส์

ประวัติ Danny Ings ( แดนนี่ อิงส์ ) เกิดวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 นักฟุตบอลชาวอังกฤษ ความสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว หรือ 1.78 เมตร ตำแหน่งกองหน้า ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสร เซาแธมป์ตัน สโมสรจากพรีเมียร์ลีก สวมเสื้อหมายเลข 9

แดนนี่ อิงส์ เริ่มต้นฟุตบอลในระดับเยาวชนอาชีพ กับสโมสร บอร์นมัธ จากประเทศอังกฤษ จนถึงปี 2009 หลังจากนั้นได้ย้ายไปเล่นในระดับสโมสรอาชีพ บอร์นมัธ ในปี 2009-2011 ระหว่างนั้นได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับ ดอร์เชสเตอร์ทาวน์เอฟซี ต่อมาในปี 2011-2015 ย้ายทีมมาค้าแข้งในทีมเบิร์นลี่ย์ ในปี 2011-2015 ต่อมาในปี 2015-2019 ย้ายมาค้าแข้งร่วมกับลิเวอร์พูล หลังจากนั้นอีกสี่ปีต่อมาได้ถูกยืมตัวให้มาเล่นกับสโมสร เซาแธมป์ตัน ในปี 2018-2019 หลังจากนั้นในปี 2019 ได้อยู่ร่วมค้าแข้งกับสโมสร เซาแธมป์ตันอย่างเต็มตัวและเป็นสโมสรในปัจจุบัน

Danny Ings เข้าร่วมเล่นฟุตบอลในระดับทีมชาติอังกฤษครั้งแรกเมื่อปี 2013-2015 ในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี จากนั้นปี 2015 ได้รับเลือกให้เล่นในนามทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งแรก

ศูนย์หน้าตัวเก่งของ เซาธ์แฮมป์ตัน กำลังพบกับความสุ่มเสี่ยงว่าจะเรียกความฟิตกลับมาไม่ทันเวลา ในการติดทีมชาติอังกฤษสู้ศึก ยูโร 2020 กลางปีนี้ หลังจากที่ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล กุนซือทีมนักบุญ เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยเผยว่าหัวหอกวัย 28 ปี อาจจะพลาดลงสนามให้ต้นสังกัด ตลอดเกมพรีเมียร์ลีกทั้ง 6 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

อิงส์ มีปัญหาบาดเจ็บที่แฮมสตริง จนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 57 ของเกมลีกนัดที่ เซาธ์แฮมป์ตัน บุกไปแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา และจนป่านนี้ เขายังไม่สามารถกลับมาซ้อมกับทีมได้ จึงชวดลงสนามในเกมที่จะเปิดบ้านรับมือ เลสเตอร์ ซิตี้ คืนวันศุกร์นี้อย่างแน่นอน

ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล เผยถึงอาการเจ็บแฮมสตริงล่าสุดของ อิงส์ ว่า “มันไม่ได้เลวร้ายไปกว่าที่เราดูในตอนแรก แต่มันก็ถือว่าหนักเอาการเหมือนกัน ที่ตอนนี้เขาจะต้องพลาดลงสนามไปหลายเกม”

“ผมไม่รู้เลยว่าเขาจะกลับมาลงเล่นในช่วงเกมท้ายๆ ได้หรือเปล่า”

“เราจะต้องเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในวันที่ 8 พฤษภาคม และเราต้องลงเล่นมากถึง 5 นัดในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งเราจำเป็นต้องมีนักเตะพร้อมใช้งานทุกคน”

แดนนี่ อิงส์ ถือเป็นศูนย์หน้าที่มีสถิติการทำประตูไว้ใจได้มากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขายิงไปถึง 22 ประตูในพรีเมียร์ลีก เป็นรองดาวซัลโวโดยตามหลัง เจมี่ วาร์ดี้ เพียงลูกเดียวเท่านั้น

ส่วนซีซั่นปัจจุบัน ถึงแม้เจ้าตัวจะพลาดการลงสนามไปถึง 7 เกม แต่ก็ยิงไปแล้ว 10 ประตู โดยยิงใส่ สเปอร์ส ได้ด้วยในเกมล่าสุดที่เขาลงเล่นแล้วบาดเจ็บ

ปัญหาอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งของ

แดนนี่ อิงส์ ส่งผลให้เขาพลาดการรับใช้ทีมชาติอังกฤษหลายนัดในช่วงหลังๆ โดยครั้งสุดท้ายที่เจ้าตัวลงสนามให้ทัพสิงโตคำราม คือเกมอุ่นเครื่องที่เปิดบ้านถล่ม เวลส์ 3-0 ซึ่ง อิงส์ ลงเล่นครบ 90 นาที และยิงประตูปิดท้ายของเกมนั้น

ศึกยูโร 2020 จะฟาดแข้งกันในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งถ้าหากอดีตหัวหอกลิเวอร์พูลหายเจ็บกลับมาไม่ทันเวลา น่าจะทำให้ แกเร็ธ เซาธ์เกต เหลือตัวเลือกตำแหน่งศูนย์หน้าเพียงแค่ 6 คน

กองหน้าชาวอังกฤษที่ถูกคาดหมายว่าน่าจะมีชื่อติดทีมลุยศึกยูโรกลางปีนี้ ประกอบด้วย แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส), มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯ ยูไนเต็ด), เมสัน กรีนวู้ด (แมนฯ ยูไนเต็ด), โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน (เอฟเวอร์ตัน), โอลลี่ วัตกิ้นส์ (แอสตัน วิลล่า) และ แพทริค แบมฟอร์ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด)

เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกของ เลสเตอร์ ซิตี้ เลิกเล่นทีมชาติไปนานแล้ว โดยในรายของ แบมฟอร์ด ยังไม่เคยติดทีมชาติอังกฤษมาก่อน ส่วน กรีนวู้ด มักมีชื่อเล่นให้ทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 21 ปีซะมากกว่า ขณะที่ในรายของ แทมมี่ อับราฮัม จากเชลซี ไม่ได้โอกาสลงสนามมานานมากแล้ว

แดนนี อิงส์ ศูนย์หน้า เซาแธมป์ตัน หมดสิทธิ์ล่าตาข่ายกระทั่งจบฤดูกาลนี้ อาจกระเทือนต่อตำแหน่งใน ทีมชาติอังกฤษ ชุดลุยศึกยูโร 2020

หัวหอกวัย 28 ปี ยังไม่กลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนๆ นับตั้งแต่บาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริง (ต้นขาด้านหลัง) ศึกพรีเมียร์ ลีก ซึ่งพ่ายแก่ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1-2 สัปดาห์ที่แล้ว (21 เม.ย.)

อดีตนักเตะ เบิร์นลีย์ และ ลิเวอร์พูล ถูกเรียกตัวกลับสู่แคมป์ “สิงโตคำราม” ซีซันนี้ และหวังจะได้รับความไว้วางใจจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือ เรียกใช้งานศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ซึ่งจะเปิดฉากวันที่ 11 มิถุนายน

ราล์ฟ ฮัสเซนฮุตเทิล กุนซือชาวออสเตรีย กล่าว “ตอนนี้เขาจะไม่ได้ลงสนามสักระยะ ผมไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาทันเกมสุดท้ายหรือไม่”

“เดอะ เซนต์ส” เหลือโปรแกรม 5 นัดสุดท้าย วันที่ 30 เม.ย. – 23 พ.ค. ก่อนพลพรรค “เดอะ ทรี ไลออนส์” ประเดิมสนามรอบแบ่งกลุ่ม พบ โครเอเชีย รองแชมป์โลก 2018 วันที่ 13 มิ.ย.

อิงส์ ยิงประตูที่ 10 เฉพาะลีกสูงสุด ฤดูกาลนี้ พบ สเปอร์ส และยิงประตูในนามทีมชาติครั้งสุด เกมกระชับมิตร ถล่ม เวลส์ 3-0 เดือนตุลาคม 2020

อิงส์ ไม่มีชื่อติดทีมชาติ เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เปิดสนามศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เนื่องจากบาดเจ็บขา

การที่ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล จะต้องอดใช้งาน แดนนี่ อิงส์ ไปอีกหลายเกม ถือว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับทีมนักบุญอย่างแท้จริง

สถิติระบุว่า จาก 7 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020-21 ที่ เซาธ์แฮมป์ตัน พลาดใช้งานดาวซัลโวประจำทีมรายนี้ พวกเขาชนะได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือเกมเปิดบ้านชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อเดือนพฤศจิกายน นอกนั้นอีก 6 นัด ทีมนักบุญพบกับความพ่ายแพ้ถึง 4 นัด เสมอไป 2 เกม

คาดว่านักเตะที่จะได้โอกาสลงสนามแทน อิงส์ น่าจะเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งอย่าง นาธาน เทลล่า ที่จะถูกดันขึ้นไปเล่นกองหน้าคู่กับ เช อดัมส์ โดยที่นักเตะอย่าง เนธาน เร้ดมอนด์ และ ทาคุมิ มินามิโนะ ก็อาจได้โอกาสออกสตาร์ทด้วย

 

 

 

เซร์คิโอ อเกวโร่

เซร์คิโอ อเกวโร่

เซร์คิโอ อเกวโร่

เซร์คิโอ อเกวโร่

เซร์คิโอ อเกวโร่ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวชื่อดังชาวอิตาเลียนซึ่งได้รับความน่าเชื่อถือมากที่สุดเรื่องการรายงานข่าวซื้อขาย ณ ชั่วโมงนี้ ยืนยันแล้วว่า เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา ที่สัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะหมดลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า กำลังจะย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน

โรมาโน่ ยืนยันว่า อเกวโร่ บรรลุข้อตกลงในการย้ายไปซบทีมอาซูลกราน่าเรียบร้อยแล้ว โดยเตรียมเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ยาวจนถึงปี 2023 ซึ่งตัวของ ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ ตกลงรับค่าเหนื่อยน้อยลงจากเดิม แต่จะมีโบนัสก้อนโต หากช่วยให้บาร์ซ่าคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้โรมาโน่ ยังเผยอีกว่า อเกวโร่ ปรารถนาจะย้ายไปซบ

มากที่สุด เพื่อหวังว่าจะมีโอกาสร่วมงานกับ ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์เพื่อนร่วมทีมชาติที่อาจจะยอมต่อสัญญากับทีม โดยที่ อเกวโร่ ปฏิเสธข้อเสนอจากหลายๆ ทีม ขณะที่ เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่อีกทีมในพรีเมียร์ลีกไม่เคยให้ความสนใจแต่อย่างใด

คาดว่า “เอล กุน” จะทำการตรวจร่างกายเพื่อจรด ปากกาเซ็นสัญญากับทีมชุดเลือดหมู-น้ำเงินภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ คัมป์ นู จะเกิดขึ้นหลังผ่านพ้นเกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ แมนฯ ซิตี้ จะพบกับ เชลซี คืนวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคมนี้

ซร์คิโอ อเกวโร่ คือดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์สโมสรของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการยิงไปถึง 258 ประตูจากการลงเล่น 388 นัดรวมทุกรายการ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้ 5 สมัย

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลปัจจุบัน อเกวโร่ มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนเรื้อรัง และสภาพความฟิตตกจากมาตรฐานเดิมลงไปมาก จึงได้โอกาส ลงสนามรวมทุกรายการเพียง 18 นัด และยิงได้ 4 ประตูเท่านั้น ซึ่ง 2 ลูกในจำนวนนั้นคือการยิงจุดโทษ

ณ เวลานี้ เจ้าตัวกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อเรียกความฟิตกลับคืนมาให้ได้ โดยมีลุ้นลงสนามอำลาแฟนบอลทีมเรือใบสีฟ้าจำนวน 10,000 คน ในเกมลีก นัดปิดฤดูกาล ที่จะพบ เอฟเวอร์ตัน คืนวันอาทิตย์นี้ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งจะมีพิธีมอบ ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกหลังจบเกมด้วย

ดาวยิงที่จะมีอายุครบ 33 ปีในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ ไม่ได้ลงสนามให้ทีมอีกเลย นับตั้งแต่เกมที่แพ้ เชลซี คาบ้าน 1-2 เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งเกมนั้น หัวหอกเจ้าของเสื้อเบอร์ 10 ยิงจุดโทษไม่เข้า เมื่อชิพบอลแบบประมาทไปเข้ามือ เอดูอาร์ เมนดี้ รับง่ายๆ ทำให้ทีมพลาดโอกาสนำห่าง 2-0 ในครึ่งแรก จนโดน เชลซี พลิกแซงชนะในครึ่งหลัง 1-2 แทน

นอกเหนือจากดีลของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่บาร์ซ่ากำลังจะได้ตัวไปร่วมทีมแบบฟรีๆ แล้ว ทางด้าน ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ยังรายงานอีกว่า ทีมอันดับ 3 ลา ลีกา สเปน ฤดูกาลนี้ เตรียมปิดดีลคว้าตัว เมมฟิส เดอปาย กองหน้าทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่กำลังจะหมด สัญญากับ โอลิมปิก ลียง มาเสริมทัพอีกคนเช่นกัน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา บาร์ซ่าได้เจรจาโดยตรง กับทนายคนใหม่ของ เมมฟิส ซึ่งทีมอาซูลกราน่าได้ยื่นสัญญาให้อดีตปีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 ปี แต่ตัวของนักเตะต้องการให้บาร์ซ่าปรับปรุงข้อเสนอในรายละเอียดบางส่วนก่อน ถึงจะยินยอมบรรลุข้อตกลง

ดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ได้ยืนยันกับตัวแทนของเขาว่า ตัวเขาต้องการย้ายไปค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ซึ่งด้วยวัย 27 ปีถือเป็นช่วงพีคของอาชีพค้าแข้ง และเขาต้องการให้อนาคตของตัวเองชัดเจน ก่อนไปช่วยทีมชาติเนเธอร์แลนด์สู้ศึก ยูโร 2020 กลางปีนี้

การที่ บาร์เซโลน่า เตรียมจะได้ทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร่ และ เมมฟิส เดอปาย ไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นหมายความว่า มีโอกาสอยู่เหมือนกันที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะไม่ต่อสัญญากับทีม ขณะที่ตัวรุกคนอื่นๆ ทั้ง อองตวน กรีซมันน์, อุสมาน เดมเบเล่ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก็มีโอกาสจะถูกขายออกไป

และแน่นอนว่าความเคลื่อนไหวของบาร์ซ่า ณ เวลานี้ ถือเป็นการยุติข่าวลือที่มีมานานหลายปี ว่าพวกเขาอยากได้ตัว เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิลเจ้าของสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกกลับไปร่วมทีมอีกครั้ง เพราะกำลังจะได้นักเตะตัวรุกฝีเท้าดีไปร่วมทีมแบบฟรีๆ ถึง 2 คนด้วยกันนั่นเอง

สำหรับนักเตะชื่อดังรายต่อไป ที่มีโอกาสย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า แบบไม่มีค่าตัวอีกคน อาจจะเป็น จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่ยังไม่ยอมต่อสัญญาใหม่กับ ลิเวอร์พูล ก็เป็นได้
มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีมชาวชิลีของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตือนบรรดาสโมสรต่างๆในยุโรปให้เลิกคิดดึงตัว เซร์คิโอ อเกวโร ไปร่วมทีมได้เลย เพราะไม่มีวันปล่อยตัวดาวยิงตัวเก่งรายนี้ออกจากทีมแน่นอน

อเกวโร ซัดไปแล้วถึง 31 ประตูจากการลงสนามทุกรายการให้ แมนฯซิตี้ ในฤดูกาลนี้ ทำให้มีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังได้รับความสนใจจากบรรดาบิ๊กทีมทั่วยุโรป ซึ่งเปเยกรินียืนยันว่าเขาไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ เพราะมั่นใจว่า “เอล กุน” จะไม่ย้ายทีมไปไหนแน่นอน

“ผมไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้เลย เพราะเราไม่ใช่ทีมที่จำเป็นต้องขายนักเตะ และผมก็คิดว่า เซร์คิโอ มีความสุขดีที่นี่ ดังนั้นมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ต้องย้ายทีม เขาไม่ใช่นักเตะที่มีไว้ขาย” เปเยกรินี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ประวัติ

ชื่อ : เซร์จิโอ ลีโอเนล อเกวโร่

เชื้อชาติ : อาร์เจนติน่า

วันเกิด : 2 มิถุนายน 1988

อายุ : 25 ปี

สถานที่เกิด : เมืองกิลเมส ประเทศอาร์เจนติน่า

ส่วนสูง : 172 ซม.

ต้นสังกัด : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ตำแหน่ง : กองหน้า

 

 

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่

ปิแรส ตำนานทีมปืนใหญ่ คือหนึ่งในสมาชิกของทีมชาติฝรั่งเศสชุดรุ่งเรืองที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 ต่อด้วยยูโร 2000
แม้อาจไม่ใช่กำลังสำคัญของทีมตราไก่ใน 2 ทัวร์นาเมนต์ที่ว่า แต่เขาเป็นคนทำแอสซิสต์ประวัติศาสตร์ ด้วยการกระชากผ่าน เดเมตริโอ อัลแบร์ตินี่ และ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ไปสุดเส้น

หลังฝั่งซ้าย ก่อนเปิดบอลตัดหน้า อเลสซานโดร เนสต้า ถวายพานให้ ดาวิด เทรเซเก้ต์ เอี้ยวตัวซัดปลิดวิญญาณ อิตาลี ในช่วง โกลเด้น โกล ของนัดชิงชนะเลิศ
ซึ่งหลังจากแอสซิสต์ลูกนั้นให้ทีมตราไก่ครองเจ้ายุโรปเพียง 2 วัน เขาเซ็นสัญญาร่วมทีม อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวเพียง 6 ล้านปอนด์

และแน่นอนว่านั่นคือหนึ่งในการซื้อตัวที่ดีที่สุดในชีวิตการคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ อย่างไม่ต้องสงสัย
อันที่จริง โรแบร์ ปิแรส ไม่ใช่คนสายเลือดฝรั่งเศส เขามีคุณพ่อชื่อ อันโตนิโอ เป็นชาวโปรตุเกส ส่วนคุณแม่ชื่อ มาริเบล เป็นชาวสแปนิช

ความรักระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่ของโรแบร์ เริ่มมาจากสงครามอาณานิคมโปรตุเกสช่วงทศวรรษที่ 70 ซึ่งโปรตุเกสต้องเกณฑ์คนหนุ่มเป็นกองกำลังทหารเพื่อไปทำศึกสงครามที่ประเทศแองโกลา
อันโตนิโอ ปิแรส ได้ตัดสินใจย้ายหนีสงครามเพื่อไปหาชีวิตที่ดีกว่าที่ดินแดนน้ำหอม และที่นั่นทำให้เขาได้พบรักกับหญิงสาวที่ชื่อ มาริเบล ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ให้กำเนิดเด็กชายที่กลายเป็นสุดยอดนักฟุตบอลในเวลาต่อมา

ถึงแม้ โรแบร์ ปิแรส จะลืมตาดูโลกที่เมืองแร็งส์ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส แต่ด้วยความที่ภาษาเฟร้นช์ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ นั่นทำให้เขาเจอความยากลำบากในการสื่อสารกับเพื่อนที่โรงเรียน
สิ่งที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง มีเพียงความรักในกีฬาฟุตบอล ที่พ่อกับแม่บังเกิดเกล้าของเขาปลูกฝังให้ตั้งแต่ยังเล็กเท่านั้น

อันโตนิโอ คุณพ่อของโรแบร์ เป็นแฟนบอลของ เบนฟิก้า และมักจะพาลูกชายไปดูตัวเองเล่นฟุตบอลทุกคืนวันเสาร์ ส่วนคุณแม่อย่าง มาริเบล ก็เป็นแฟนบอลตัวยงของ เรอัล มาดริด
ปิแรส เคยเผยว่า นักเตะที่เป็นไอดอลของเขาในวัยเด็กคือ มิเชล อดีตเพลย์เมกเกอร์ระดับตำนานของทีมราชันชุดขาว นั่นทำให้ตำแหน่งที่เขาเริ่มเล่นไม่ใช่ปีก แต่เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง

อันที่จริง ปิแรส ไม่ค่อยแน่ใจนักว่านั่นคือการตัดสินใจที่คุ้มค่า แต่เป็นเพราะมารดาบังเกิดเกล้าอย่าง มาริเบล ยืนหยัดว่าลูกชายคนเก่งของเขาจะต้องเอาดีกับการเป็นนักฟุตบอลให้ได้เท่านั้น
หลังจากเข้าฝึกในอะคาเดมี่ของ แร็งส์ ได้ 4 ปี พอถึงปี 1992 เขาก็เซ็นสัญญาร่วมทีม เม็ตซ์ ซึ่งในตอนนั้นยังเล่นในลีกสูงสุด ก่อนได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่หลังจากนั้นแค่ปีเดียว

ฟิลิปป์ ฮินช์แบร์เกอร์ อดีตโค้ชทีมสำรองของเม็ตซ์ คือบุคคลสำคัญที่ทำให้ โรแบร์ ปิแรส กลายเป็นปีกพรสวรรค์สูงในเวลาต่อมา
ปิแรส เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล เมื่อปี 2014 ว่า “เขาคือคนแรกที่จับผมไปเล่นเป็นปีกซ้าย ก่อนหน้านั้นผมเล่นตำแหน่งหมายเลข 10”

“ฮินช์แบร์เกอร์ได้เห็นการเล่นของผม และวันหนึ่งเขาเข้ามาบอกผมว่า “โรแบร์ ฉันรู้ว่านายไม่ได้ถนัดเท้าซ้าย แต่ฉันอยากให้นายลองไปเล่นตรงนั้น” ซึ่งผมก็แปลกใจ เพราะในตอนนั้นมีนักเตะถนัดขวาแค่ไม่กี่คน ที่เล่นเป็นปีกซ้าย”
และเรื่องราวหลังจากนั้นกลายเป็นประวัติศาสตร์ เมื่อ โรแบร์ ปิแรส พัฒนาตัวเองกลายเป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส

ตลอด 6 ฤดูกาลที่ ปิแรส เป็นนักเตะของ แอฟเซ เม็ตซ์ เขายิงไปถึง 47 ประตูจากการลงสนาม 195 นัดรวมทุกรายการ
ในฤดูกาล 1995-96 เขายิงในลีกสูงสุดฝรั่งเศสไปถึง 11 ลูก ช่วยให้ เม็ตซ์ จบฤดูกาลด้วยอันดับ 4

ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาเป็นตัวหลักช่วยให้ทีมคว้าแชมป์

เฟร้นช์ ลีก คัพ ไปครอง และนั่นคือแชมป์ระดับเมเจอร์รายการสุดท้ายของสโมสรมาจนถึงทุกวันนี้
ช่วงปี 1996 และ 1997 เบนฟิก้า ซึ่งเป็นทีมโปรดของคุณพ่อต้องการดึงตัวเขาไปเล่นที่โปรตุเกส แต่ ปิแรส ปฏิเสธโอกาสนั้น เพราะมองว่าเขากำลังไปได้สวยกับการเล่นฟุตบอลที่แดนน้ำหอม จึงยังไม่ต้องการรีบย้ายไปเล่นกับทีมใหญ่ในต่างแดน
การเล่นในลีกฝรั่งเศสต่อไปคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะในเดือนสิงหาคม 1996 โรแบร์ ปิแรส ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และรักษาตำแหน่งในทีมชาติเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

อันที่จริง ปิแรส เกือบคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกกับ เม็ตซ์ ตั้งแต่ซีซั่น 1997-98 แล้ว จากการที่ซัดไปถึง 11 ประตู แล้วช่วยให้ต้นสังกัดเก็บไปถึง 68 แต้มจาก 34 นัด
แต่มันน่าเสียดายที่ เม็ตซ์ มีผลต่างประตูได้-เสียเป็นรอง โมนาโก เพียง 5 ลูก ทำให้เขาได้แค่ตำแหน่งรองแชมป์ลีกไปอย่างน่าเจ็บปวด

อย่างไรก็ตาม ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้ โรแบร์ ปิแรส มีชื่อติดทีมตราไก่ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก ฟร้องซ์ 98 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ และหลังจบทัวร์นาเมนต์นั้น เขาคือส่วนหนึ่งของทีมชาติชุดแชมป์โลกสมัยแรก
ผลงานที่โดดเด่น

ยังทำให้ ปิแรส ได้เซ็นสัญญาไปร่วมทีม โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งเป็นสโมสรมหาอำนาจของประเทศในปี 1998 อีกด้วย
โดยค่าตัวในการย้ายไปร่วมทัพโอแอ็ม มีมูลค่าอยู่ที่ 5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นราคาที่แพงที่สุดของการซื้อขายระหว่าง 2 สโมสรในฝรั่งเศส ณ เวลานั้น

อย่างไรก็ตาม การย้ายไปเล่นให้สโมสรที่ใหญ่ขึ้นของประเทศ แถมเป็นการย้ายทีมด้วยค่าตัวไม่ใช่น้อยๆ มันกลับกลายเป็นทำให้ ปิแรส ลงเล่นภายใต้เครื่องแบบ มาร์กเซย ด้วยความกดดัน
จากที่เคยยิงในลีกสูงสุดได้ไม่น้อยกว่าฤดูกาลละ 10 ประตูได้ 3 ซีซั่นติดต่อกัน กลายเป็นว่าเขายิงให้ มาร์กเซย ในเกมลีกแค่ 8 ประตูตลอด 2 ฤดูกาลที่ค้าแข้งในถิ่น สต๊าด เวโรโดรม

ฤดูกาล 1998-99 ถือเป็นซีซั่นที่น่าเจ็บปวดสำหรับ ปิแรส เพราะ มาร์กเซย พลาดแชมป์ลีกด้วยการตามหลัง บอร์กโดซ์ เพียงคะแนนเดียว แถมยังแพ้ ปาร์ม่า ยับเยิน 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพด้วย

ถึงแม้ผลงานกับ มาร์กเซย จะน่าผิดหวัง แต่สำหรับการเล่นระดับทีมชาติ ถือว่า ปิแรส ยังมีประโยชน์กับทีม นั่นทำให้เขายังเป็นหนึ่งในทีมตราไก่ชุดคว้าแชมป์ยูโร 2000 โดยเป็นซูเปอร์ซับในนัดชิงชนะเลิศ

เมื่อทำแอสซิสต์ให้ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ซัดประตูโกลเด้นโกลดับฝันอิตาลี
ในช่วงซัมเมอร์ปี 2000 โรแบร์ ปิแรส ได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด ทีมโปรดของคุณแม่ซึ่งเพิ่งคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และคราวนี้เป็นอีกครั้งที่เขาปฏิเสธโอกาสไปร่วมทีมโปรดของบิดามารดา

ปิแรส มองว่า เขาอยากเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศสที่ตัวเขาเองเข้ากันได้ดี จึงตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม อาร์เซน่อล แทน เพราะมีทั้ง เธียร์รี่ อองรี กับ ปาทริค วิเอร่า เป็นกำลังหลัก

ขณะที่ ซิลแว็ง วิลตอร์ ก็กำลังจะย้ายจาก บอร์กโดซ์ ตามไปอยู่ด้วยเช่นกันปิแรส เคยเล่าให้ฟังว่า การปฏิเสธโอกาสไปร่วมทีมราชันชุดขาว แล้วไปเล่นที่อังกฤษแทน ทำให้คุณแม่ของเขาไม่พอใจอย่างมาก

ช่วงแรกๆ ที่ โรแบร์ ปิแรส เพิ่งย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกใหม่ๆ ถือว่าไม่ค่อยน่าจดจำมากนัก
การลงสนามให้ อาร์เซน่อล นัดแรกของ ปิแรส จบลงด้วยการที่ต้นสังกัดใหม่ของเขาพ่ายแพ้ โดยปีกเคราแพะถูกส่งลงสนามแทน เฟรดริก ลุงเบิร์ก ในครึ่งหลังของเกมที่บุกแพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-0

จากนั้น อาร์แซน เวนเกอร์ ลองส่ง ปิแรส ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกอีก 5 นัดติดต่อกัน ซึ่งแม้ว่าทีมปืนใหญ่จะไม่แพ้เลยใน 5 เกมนั้น แต่ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 7 ไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ให้เพื่อนได้เลยแม้แต่ลูกเดียวปิแรส เผยว่า เวนเกอร์ พยายามกระตุ้นให้เขาตัดสินใจในการเล่นให้เร็วขึ้น เพราะการเข้าปะทะของฟุตบอลที่อังกฤษเร็วกว่าที่ฝรั่งเศสมากนัก

และหลังจากนั้นไม่นาน ปิแรส ก็ค่อยๆ เรียกฟอร์มสุดยอดสมัยที่เคยโดดเด่นกับ เม็ตซ์ ตอนเป็นดาวรุ่งกลับคืนมา
ปิแรส ยิงประตูแรกในสีเสื้ออาร์เซน่อล ได้เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมปี 2000 โดยกระชากไปซัดใส่ ลาซิโอ ได้อย่างสุดสวย ช่วยให้ทีมปืนใหญ่ตามตีเสมออินทรีฟ้าขาวชุดดรีมทีมได้ถึงกรุงโรม 1-1

ในช่วงท้ายเกมของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม
ถัดจากนั้นเพียง 4 วัน เขาทำประตูแรกของตัวเองในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ช่วยให้ทีมบุกชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่มี แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ เป็นกุนซือได้ 2-1

ฤดูกาล 2000-2001

ถึงแม้ อาร์เซน่อล จะไม่มีแชมป์ติดมือ แต่ชื่อของ โรแบร์ ปิแรส ค่อยๆ เข้าไปอยู่ในใจแฟนบอล เดอะ กันเนอร์ส มากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยิงใส่คู่ปรับตลอดกาลอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้ถึง 2 ครั้ง ทั้งในลีก และเกม เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ มันยิ่งทำให้เขาเป็นที่รักของเด็กปืนอย่างรวดเร็ว
จากนั้นพอถึงฤดูกาล 2001-02 โรแบร์ ปิแรส ที่ปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ก็ระเบิดฟอร์มเทพกลายเป็นหนึ่งในปีกที่อันตรายที่สุดของพรีเมียร์ลีก

ถ้าหาก เธียร์รี่ อองรี คือพระเอกประจำทีม ตำแหน่งเพื่อนพระเอกที่มีบทบาทสำคัญที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น ปิแรส ที่ยิงไปถึง 14 ประตู และทำอีก 7 แอสซิสต์ในฤดูกาลนั้น
น 2001-02 จนถึง 2004-05 ถือเป็นช่วงเวลาที่ ปิแรส มีแชมป์ติดมือกับทีมปืนใหญ่ทุกปี ถ้าหากไม่ได้แชมป์ลีก ก็ต้องมีถ้วย เอฟเอ คัพ มาประดับบารมีได้ตลอด

พอถึงฤดูกาล 2005-06 เขาเจอปัญหาเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีม เพราะ ณ เวลานั้น ปิแรส อายุย่างเข้า 32 ปี และต้องการสัญญาเพิ่มอีก 2 ปี แต่สโมสรมีนโยบายต่อสัญญานักเตะอายุเกิน 30 แบบปีต่อปีเท่านั้น

การที่ อาร์แซน เวนเกอร์ เซ็นสัญญาคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ คเล็บ ตัวรุกจอมเทคนิคทีมชาติเบลารุสจาก สตุ๊ตการ์ท ในช่วงซัมเมอร์ปี 2005 ถือเป็นการลดโอกาสลงตัวจริงของ ปิแรส ไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ และนั่นคืออีกปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสรายนี้ ตัดสินใจอำลาทีมเมื่อจบซีซั่น

 เป็นนัดสุดท้ายของ โรแบร์ ปิแรส

มันควรเป็นเกมที่น่าจดจำ เพราะมันคือนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ บาร์เซโลน่า โดยที่เขาพาทีมปืนใหญ่ผ่านเข้าชิงฟุตบอลรายการใหญ่สุดของยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แต่การโดนใบแดงของ เยนส์ เลห์มันน์ ตั้งแต่นาทีที่ 18 บีบบังคับให้ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องเปลี่ยนนักเตะเอาต์ฟิลด์ออกจากสนาม 1 คนเพื่อส่งผู้รักษาประตูลงไปทำหน้าที่แทน
และคนที่โชคร้ายก็คือ ปิแรส ที่ต้องโดนเปลี่ยนให้ มานูเอล อัลมูเนีย ลงไปแทน ทำให้เขามีเวลาในสนามเพียงแค่ไม่ถึง 20 นาที

ปิแรส ต้องอำลาทีมปืนใหญ่ก่อนที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จะเปิดใช้งานในปี 2006 เสียอีก
โดยเกียรติประวัติของเขากับ อาร์เซน่อล คือแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และแชมป์ เอฟเอ คัพ อีก 2 ครั้ง โดยติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ได้ถึง 3 ฤดูกาล จากช่วงเวลา 6 ปีที่เขาเล่นที่อังกฤษในปี 2006

โรแบร์ ปิแรส ที่กลายเป็นนักเตะไม่มีค่าตัว เกือบย้ายไปเล่นที่สกอตแลนด์กับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส อยู่แล้ว แต่เขาเลือกเซ็นสัญญาย้ายไปเล่นที่สเปนกับ บียาร์เรอัล แทน เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับคุณแม่ที่ใช้ชีวิตในแดนกระทิงดุ

เพราะด้วยอายุที่โรยราลงไปเยอะ ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จนักกับการค้าแข้งที่ บียาร์เรอัล 4 ปี ตามด้วยไปเล่นกับ แอสตัน วิลล่า เป็นช่วงสั้นๆ ในครึ่งหลังของซีซั่น 2010-11 แล้วจึงว่างเว้นจากฟุตบอลอาชีพนาน 3 ปี ก่อนคัมแบ็กไปเล่นในลีกอินเดียเมื่อปี 2014 และประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2016

 

 

 

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล

โคนาเต้ ซบลิเวอร์พูล   มีความต้องการคว้าตัว อิบราฮิม่า โกนาเต้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฝรั่งเศสรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีของ แอร์เบ ไลป์ซิก ไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้จริง

หลังจากที่ปัญหาปราการหลังตัวกลางบาดเจ็บยกแผงในซีซั่นนี้ สร้างความเสียหายอย่างหนัก จนทำให้ทีมหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างรวดเร็ว

โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาตามเวลาไทย ดิ แอธเลติก อีกหนึ่งสื่อกีฬาเจ้าใหญ่ ได้รายงานก่อนว่า ทีมหงส์แดงกำลังพยายามสรุปข้อตกลงกับ ไลป์ซิก เพื่อคว้า โกนาเต้ เข้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์ให้ได้ โดยตัวนักเตะมีค่าฉีกสัญญากับต้นสังกัดมูลค่า 40 ล้านยูโร

สำหรับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ย้ายจาก โซโชซ์ มาอยู่กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2017 โดยเซ็นสัญญากัน 5 ปีเขาเคยเป็นตัวหลักในฤดูกาล 2018-19 ที่ได้ลงตัวจริงในเกมลีกมากถึง 28 นัด

เพราะ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ มีปัญหาเจ็บเข่าในช่วงครึ่งหลังของซีซั่นนั้น แต่ช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา โกนาเต้ มักเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องหายหน้าไปนานบ่อยครั้งแทน

โดยเจ้าตัวเป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ถูกส่งลงสนามในเกมเจอหงส์แดงทั้ง 2 นัดในศึก UCL ส่วนโอกาสการลงเล่นในบุนเดสลีกา ก็ถูกส่งลงสนามเพียง 9 นัดเท่านั้น โดยได้เป็นตัวจริงเพียง 4 เกม

อย่างไรก็ตามด้วยส่วนสูงถึง 194 เซนติเมตร และมีทีเด็ดในการเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่หลายๆ ทีม ไม่ว่าจะเป็น เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะโผล่เข้ามาแสดงเจตนารมณ์หวังปิดดีลให้ได้ในตอนนี้บีบีซี

ได้เผยอีกว่า ลิเวอร์พูลยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะใช้ออปชั่นซื้อขาด โอซาน คาบัค กองหลังทีมชาติตุรกีวัย 21 ปีที่ยืมตัวมาจาก ชาลเก้ 04 ตั้งแต่เดือนมกราคมมาใช้งานจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้หรือไม่

โดยราคาออปชั่นซื้อขาด คาบัค จากทีมราชันสีน้ำเงินอยู่ที่ 18 ล้านปอนด์ ซึ่งจะเริ่มมีผลในเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป

จากการที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ และ โฌแอล มาติป ล้วนเจ็บหนักต้องพักยาว แถมกองกลางกัปตันทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่สามารถถอยลงไปรับบทเซนเตอร์ฮาล์ฟจำเป็น ก็ปิดเทอมไปแล้วอีกคน ทำให้ คาบัค

กลายเป็นเซนเตอร์แบ็กตัวเลือกแรกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในเวลานี้ และมีส่วนช่วยให้ทีมเอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยสกอร์ 2-0 ทั้งเหย้าและเยือน ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ผ่านมา

ขณะที่ เบน เดวิส เซนเตอร์แบ็กอีกคนที่ทีมเพิ่งดึงตัวเข้ามาเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2021 จากทีมในแชมเปี้ยนชิพอย่าง เปรสตัน นอร์ธเอนด์ ยังไม่มีโอกาสลงสนามให้ลิเวอร์พูลเลยแม้แต่วินาทีเดียว โดยนักเตะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เลือกใช้ยืนเซนเตอร์คู่กับ คาบัค ในช่วงหลัง กลายเป็น เนธาเนียล ฟิลลิปส์ ซะส่วนใหญ่

ถ้าหาก ลิเวอร์พูล สามารถปิดดีลคว้าตัว อิบราฮิม่า โกนาเต้ ไปร่วมทีมได้จริง จะทำให้ แอร์เบ ไลป์ซิก ต้องเสียเซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศสออกจากทีมหลังจบฤดูกาลปัจจุบันถึง 2 คน หลังจาก ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ปราการหลังตัวเก่งตกลงย้ายไปซบ บาเยิร์น มิวนิค ล่วงหน้าแล้ว ด้วยค่าฉีกสัญญามูลค่า 42.5 ล้านยูโร

ไลป์ซิก ได้เตรียมหากองหลังตัวใหม่มาร่วมทีมแต่เนิ่นๆ แล้ว โดยตกลงเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวโครเอเชียวัย 19 ปีมาจาก ดินาโม ซาเกร็บ ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีก่อนด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร ไม่รวมออปชั่นเสริม และให้ต้นสังกัดเดิมยืมตัวไปใช้งานต่ออีก 1 ซีซั่นในฤดูกาลนี้

ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซิมาคาน เซนเตอร์ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสของ สตราส์บูร์ก ทีมใน ลีก เอิง ก็เพิ่งตกลงย้ายไปซบ ไลป์ซิก ล่วงหน้าอีกคนเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร

ส่วนทางด้าน ลิเวอร์พูล ถ้าหากคว้า โกนาเต้ ไปร่วมทัพได้สำเร็จ จะถือเป็นการซื้อนักเตะจากสโมสรในกลุ่ม เร้ด บูลล์ โดยตรงเป็นรายที่ 3 ต่อจาก นาบี เกอิต้า ที่คว้าตัวจาก ไลป์ซิก และ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่ซื้อจาก ซัลซ์บวร์ก

โคนาเต้ เป็นกองหลังยุคใหม่ที่มีความสามารถในการพาบอลขึ้นไปข้างหน้าโดยที่ตำแหน่งของเขามักจะอยู่ที่ฝั่งขวาทั้งในแผน 2 และ 3 เซ็นเตอร์

1. ด้วยความสูงที่ 193 เซนติเมตร เทียบเท่ากับ เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ เขาจึงชนะการดวลกลางอากาศเป็นจำนวนมากและด้วยร่างกายที่กำยำการเข้าปะทะจึงเป็นอีกจุดแข็งของเขาไปโดยปริยาย

2. ต้องระวังเรื่องอาการบาดเจ็บแม้จะเพิ่งอายุ 21 ปี แต่ โคนาเต้ มาพร้อมกับประวัติการบาดเจ็บที่โชกโชนซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเล็กน้อยในช่วงที่ยังอยู่กับอะแคเดมีของ โซโชซ์ เขาจำต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่สะโพก ก่อนที่ในฤดูกาล 2019/20 เขาจะต้อง เข้ารับการผ่าตัดซ้ำอีกถึง 2 ครั้งในด้วยอาการเดิม

จนทำให้สามารถลงสนามไปได้เพียง 8 เกมเท่านั้นในขณะที่ฤดูกาลนี้เจ้าตัวต้องพักฟื้นจากอาการเจ็บข้อเท้าไปอีก 2 เดือนด้วยกัน

3. ภาษาไม่ใช่ปัญหาโคนาเต้ ยอมรับว่าลำบากเล็กน้อยเรื่องการเรียนภาษา เยอรมัน ในช่วงแรกๆที่ย้ายมายัง ไลป์ซิก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ผ่านมันมาได้ แถมในตอนนี้เจ้าตัวมีพื้นฐานภาษา อังกฤษ ที่เข้าขั้นดีอยู่แล้ว จนเกือบจะเหมือนกับว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะย้ายไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ยังไงยังงั้นเลย

4. ความเร็วเป็นเลิศราล์ฟ รังนิค อดีตผู้อำนวยการสโมสร ไลป์ซิก เคยเปิดเผยว่า โคนาเต้ เป็นผู้เล่นที่เร็วที่สุดในทีมหากนับเฉพาะการสปริ้นท์ระยะ 100 เมตร ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะเป็นปัญหาหากเขาต้องดวลกับเหล่าตัวรุกความเร็วสูงในเกาะ อังกฤษ

5. มี รามอส เป็นไอดอล
การยอมรับว่ามี เซร์คิโอ รามอส เป็นไอดอลอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักใน ลิเวอร์พูล เมื่อมองย้อนกลับไปว่าว่าแข้งชาว สเปน เคยมีประวัติไม่ค่อยดีกับซูเปอร์สตาร์ในทีมมาก่อน

ซีดานถอนตัว เรอัลมาดริด

ซีดานถอนตัว เรอัลมาดริด

ซีดานถอนตัว เรอัลมาดริด

ซีดานถอนตัว เรอัลมาดริด

ซีเนอดีน ซีดาน ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งกุนซือ เรอัล มาดริด เป็นครั้งที่ 2 เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่พาทีมจบฤดูกาลแบบมือเปล่าในซีซั่น 2020-21 โดยมีผลทันที ซึ่งทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วด้วย
แถลงการณ์ของ เรอัล มาดริด เผยว่า “สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ขอประกาศว่า ซีเนอดีน ซีดาน ได้ตัดสินใจยุติช่วงเวลาปัจจุบันของเขาในการเป็นเฮดโค้ชของสโมสรของเราแล้ว”

“ตอนนี้เราต้องเคารพการตัดสินใจของเขา และขอขอบคุณ สำหรับ ความเป็นมืออาชีพ, การอุทิศตน และแพชชั่นของเขา รวมถึงความสำคัญของเขาต่อ เรอัล มาดริด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”ซีดาน คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด และมรดกที่เขาทิ้งไว้นั้น มันยิ่งกว่าความสำเร็จที่เขาทำได้ทั้งในฐานะกุนซือและนักเตะของสโมสรเรา”
“เขาตระหนักดีว่าเขาจะอยู่ในใจของแฟนบอล เรอัล มาดริด และเขาจะมี เรอัล มาดริด เป็นบ้านของเขาอยู่เสมอ”

ย้อนไปในปี 2018 ซีดาน ก็เคยประกาศ ลาออกจากตำแหน่ง เฮดโค้ชทีมราชันชุดขาวแบบสุดช็อคมาแล้ว ทั้งที่ ณ เวลานั้น เขาเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน แล้วเป็น จูเลน โลเปเตกี ที่เข้าไปคุมทีมแทน ก่อนที่ ซีดาน จะกลับไปรับตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว รอบที่ 2 ในเดือนมีนาคม 2019
ซีดาน ซึ่งยังไม่เคยรับงานคุมสโมสรอื่นมาก่อน สามารถคว้าแชมป์ร่วมกับ เรอัล มาดริด ในฐานะกุนซือใหญ่รวมกันทั้งหมด 11 รายการ

1 แชมป์ที่ว่า แบ่งเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ปีซ้อน ระหว่างปี 2016-2018, แชมป์ ลา ลีกา 2 สมัยผ่านการคุมทีม 2 ช่วง ในปี 2017 และ 2020 ขณะที่แชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า และแชมป์สโมสรโลก ก็เคยคว้าได้รายการละ 2 ครั้ง โดยมีเพียงแชมป์ โกปา เดล เรย์ เพียงถ้วยเดียวเท่านั้น ที่เขาไม่เคยคว้าได้
อย่างไรก็ตามในฤดูกาล 2020-21 ที่เพิ่งจบลงไป ถือเป็นปีที่น่าผิดหวังสำหรับ เรอัล มาดริด ที่ไม่มีการลงทุนเสริมทัพ

โดยในซีซั่นที่ผ่านมา ทัพ “โลส บลังโกส” ตกรอบ โกปา เดล เรย์ ตั้งแต่รอบ 32 ทีมสุดท้าย, จอดป้ายศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไว้ที่รอบรองชนะเลิศ และได้แค่รองแชมป์ ลา ลีกา ตามหลังคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แอตเลติโก มาดริด ที่การันตีแชมป์ในวันสุดท้าย 2 คะแนน
มาร์ก้า สื่อเจ้าดังแดนกระทิงดุเผยว่า ซีดาน เริ่มรู้สึกไม่มีความสุขกับบทบาทกุนซือทีมราชันชุดขาว

ตั้งแต่ตอนที่พาทีมตกรอบรองชนะเลิศ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า ตามด้วยตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายถ้วย โกปา เดล เรย์ ด้วยน้ำมือของทีมจากลีกระดับ 3 อย่าง อัลโกยาโน่ เมื่อเดือนมกราคม โดยมองว่าสื่อไม่ให้ความเคารพเขามากเท่าที่ควร และกระพือข่าวว่าเขาอาจจะต้องอำลาทีมตั้งแต่ตอนนั้น
อย่างไรก็ตาม
ช่วงหลังจากนั้น ซีดาน กลับมาพาทีมทำผลงานได้ดีจนมีลุ้นแชมป์รายการใหญ่อีกครั้ง เมื่อไม่แพ้ใครในลีกแม้แต่นัดเดียวตั้งแต่ขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ (ชนะ 13 เสมอ 5) และทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึงแม้สุดท้ายจะเสียแชมป์ลีกให้ แอตเลติโก มาดริด และตกรอบ UCL ด้วยน้ำมือของ เชลซี ก็ตาม
เท่ากับว่า ซีดาน อำลาทีมราชันชุดขาว ด้วยสถิติพาทีมลงแข่งไป 263 นัดรวมทุกรายการ คว้าชัยชนะได้ถึง 174 นัด (66%) โดยกวาดแชมป์ได้ถึง 11 โทรฟี่

ณ เวลานี้ ดูเหมือนว่าสถานี ต่อไปที่เป็นไปได้ มากที่สุดที่ ซีดาน จะได้ไปคุมทีมต่อ น่าจะเป็น ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ทีมยักษ์ใหญ่แห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่เพิ่งพลาดแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้
มีรายงานว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของ เปแอสเช ต้องการกลับไปคุม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่อังกฤษอีกครั้ง หลังจากที่สโมสร ปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ออกไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว และตั้ง ไรอัน เมสัน คุมทีมแบบขัดตาทัพแทน

ขณะที่ ยูเวนตุส อีกหนึ่งอดีตต้นสังกัดของ ซีดาน สมัยเป็นนักเตะ ที่มีข่าวว่าต้องการคว้าตัว ซิซู ไปคุมทีมแทน อันเดรีย ปีร์โล่ ที่ผลงานไม่ดีนัก ก็เตรียมแต่งตั้ง มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กลับไปเป็นเทรนเนอร์อีกครั้ง
ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แฟนบอลบาง ส่วนอาจต้องการเห็น ซีดาน ไปเป็นผู้จัดการทีมแทน โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ที่ยังคว้าโทรฟี่ให้ทีมไม่สำเร็จ น่าจะยังไม่มีความคิดปลดกุนซือชาวนอร์เวย์ออกจากตำแหน่งในตอนนี้

สำหรับว่าที่กุนซือคนต่อไปของ เรอัล มาดริด ณ เวลานี้ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่เพิ่งแยกทางกับ อินเตอร์ มิลาน กลายเป็นเต็งหนึ่งแบบโดดๆ
ซึ่งนอกจาก คอนเต้ แล้ว กุนซือ ชื่อดังคนอื่นๆ ที่ตกเป็นข่าวว่าอาจได้คุมทีมราชันชุดขาวเป็นคนต่อไป ยังมีชื่อของ โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ที่จะว่างงานหลังจบศึก ยูโร 2020 กลางปีนี้ รวมไปถึง ราอูล กอนซาเลซ อดีตตำนานดาว ยิงของสโมสรอีกด้วย

โกปา อเมริกา2021

โกปา อเมริกา2021

โกปา อเมริกา2021

โกปา อเมริกา2021

ที่โปรแกรมนัด เปิดสนามถูกวางไว้เป็นวันที่ 13 มิถุนายนนี้ จำเป็นต้องวิ่งวุ่นหาเจ้าภาพใหม่ กะทันหัน โดยเหลือเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ซะแล้ว หลังจากช่วงเช้าที่ผ่านมา
สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ หรือ คอนเมโบล ประกาศถอนสิทธิ์ การเป็นเจ้าภาพของอาร์เจนตินา เนื่องจากการแพร่ระบาด อย่างหนักของเชื้อโคโรน่าไวรัสในดินแดนฟ้าขาว
แถลงการณ์จากคอนเมโบลเผยว่า “คอนเมโบล ขอเรียนแจ้งว่า จากการพิจารณาสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน เราต้องตัดสินใจระงับการจัดการแข่งขัน โกปา อเมริกา ในอาร์เจนตินา”
“ซึ่ง คอนเมโบล กำลังประเมินข้อเสนอจากประเทศอื่นๆ ที่แสดงความสนใจในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ระดับทวีปครั้งนี้อยู่ ซึ่งเราจะประกาศการอัพเดทในเร็วๆ นี้”
เดิมที ศึก โกปา อเมริกา มีแพลนจะจัดขึ้นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการแข่งขันยูโร แต่จากการแพร่ระบาด อย่างหนักหน่วงของเชื้อโควิด-19 เมื่อปีก่อน
ทำให้ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทั้งหมด ต้องเลื่อนออกมาจัดการแข่งขัน ในปีนี้แทน
โกปา อเมริกา 2021 จะถือเป็นครั้งที่ 47 ของทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ แห่งชาติอเมริกาใต้ โดย อาร์เจนตินา กับ โคลอมเบีย ได้รับการโหวตให้เป็น เจ้าภาพร่วมกันในตอนแรก ซึ่งจะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ รายการนี้มีเจ้าภาพร่วม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา 2 ชาติที่ถูกวางตัวให้เป็นเจ้าภาพ กลับเต็มไปด้วยปัญหาต่างๆ จนน่าเป็นห่วงว่าสุดท้ายใน ปีนี้จะจัดการแข่งขันได้หรือไม่
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2021 รัฐบาลโคลอมเบีย ได้ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นเจ้าภาพอย่างกะทันหัน หลังจากที่ประชาชนชาว โคลอมเบียประท้วง ต่อต้านการปฏิรูปกฎ หมายจัดเก็บภาษีของรัฐบาลอย่างหนัก ท่ามกลาง สถานการณ์การ แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่ปลอดภัย ทำให้ อาร์เจนตินา ได้รับการเสนอ ให้เป็นเจ้าภาพเดี่ยวแทน
ขณะที่สถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในดินแดนฟ้าขาว ถือว่าน่ากลัวมาก ในเดือนนี้ โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา อาร์เจนตินาทำลายสถิติประเทศในการมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันเดียวมากที่สุด นั่นคือติดเชื้อ เพิ่มในวันนั้นถึง 41,080 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสะสมล่าสุด (ข้อมูลจากเว็บ Worldometer ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2021) ก็ทะลุสูงถึง 77,456 คนเข้าไปแล้ว
ด้วยสถานการณ์ ดังกล่าว ทำให้รัฐบาลอาร์เจนตินา ต้องเข้มงวดกับมาตรการ ล็อคดาวน์ เพิ่มมากขึ้น นั่นทำให้การจัด อีเวนท์กีฬาใหญ่ๆ ในช่วงนี้เป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไม่มีแฟนบอลเข้าชมเกมในสนามก็ตาม
มีการคาดการณ์ว่า ชิลี หรือไม่ก็ สหรัฐอเมริกา อาจจะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการ แข่งขัน โกปา อเมริกา นี้แทน แต่ต้องจับตาดูว่า 2 ชาตินี้มีใครที่จะเตรียมความพร้อมทันเวลาหรือไม่
สำหรับรูปแบบการแข่งขันศึก โกปา อเมริกา 2021 ที่วางไว้ในครั้งนี้
จะเป็นการแข่งขันระหว่าง ทีมในอเมริกาใต้ทั้ง 10 ชาติล้วนๆ โดยไม่มีประเทศรับเชิญจากทวีปอื่น หลังจากที่ ออสเตรเลีย กับ กาตาร์ ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันไป เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา10 ชาติจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม ดังนี้
กลุ่ม A : อาร์เจนตินา, โบลิเวีย, อุรุกวัย, ชิลี และ ปารากวัย
กลุ่ม B : โคลอมเบีย, บราซิล, เวเนซุเอลา, เอกวาดอร์ และ เปรู
หลังจบรอบแรก จะคัดเอา 4 ทีมที่คะแนนดีที่สุดของแต่ละกลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่จะแข่งกันแบบน็อคเอาต์ต่อไป โดยโปรแกรมนัดชิงชนะเลิศ ถูกกำหนดไว้เป็นวันเสาร์ที่10กรกฎาคมนี้ ตามเวลาที่อเมริกาใต้ หรือเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม
ตามเวลาประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ล่าสุด ถือว่ามีความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก ที่ศึก โกปา อเมริกา 2021 จะไม่เกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้

เมื่อถอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าภาพทั้งโคลอมเบีย และอาร์เจนตินา แล้วใครจะรับหน้าเสื่อเจ้าภาพศึกโคปา อเมริกา 2021 ล่ะ

โดยการแข่งขันโคปา อเมริกา มีกำหนดการลงทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค. 64

หากมานับนิ้วถึงตอนนี้เหลืออีกประมาณ 10 วันที่การแข่งขันจะเปิดฉากขึ้นแล้วเจ้าภาพการแข่งขันดันถอนออกไปซะหมดแล้วจะทำยังไง

แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคอนเมโบล คงมีในใจอยู่แล้วว่าจะให้ประเทศไหนรับหน้าเสื่อจัดการแข่งขันแทนเพราะถ้าหากไม่มีก็คงไม่กล้าที่จะถอนสิทธิ์เจ้าภาพของทั้งสองชาติแน่นอนตอนที่ทราบข่าวอาร์เจนตินาโดนถอน ก็มานั่งนึกอยู่ว่าประเทศไหนที่มีศักยภาพในการจัดการแข่งขันแบบปัจจุบันทันด่วน

ซึ่งก็คิดว่าคงไม่พ้น “บราซิล” ที่มองจากภาพรวมแล้ว พร้อมที่สุดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องสนาม, สาธารณูปโภค และที่สำคัญการระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลงไปอย่างมาก ถ้านับจากปีที่ แล้วที่บราซิล คนตายจากไวรัส ตัวนี้จนติดอันดับท็อปทรีของโลกเลยทีเดียว

และสุดท้ายไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่โคปา อเมริกา 2021 ก็ได้เจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งก็ไม่ได้ผิดจากที่คาดเอาไว้นั่นก็คือ “บราซิล”

แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีโปรแกรม ออกมาว่าใช้สนามไหนแข่ง โปรแกรมการแข่งขันเป็นยังไง ทาง คอนเมโบล แจ้งว่าจะออกมา ประกาศให้ได้เร็วที่สุด

ซึ่งงานนี้ คนที่ปวดหัวก็คือทีมต่างๆ ที่ร่วมแข่งขันเพราะมา ถึงตอนนี้ โรงแรมก็ยัง ไม่ได้จอง โปรแกรมการ แข่งขันก็ยังไม่มี สนามแข่งขัน อยู่ตรงไหนบ้างก็ไม่รู้ สนามฝึกซ้อมจะได้ใช้อะไรบ้าง อื่นๆอีกมากมาย

สมาพันธ์ลูกหนัง อเมริกาใต้ (คอนเมโบล) ประกาศยืน ยันเรื่องการเลือก บราซิล เป็นเจ้าภาพชาติใหม่ที่จะจัดการแข่งขันศึกโคปา อเมริกา 2021

ศึกชิงแชมป์แห่ง ชาติอเมริกาใต้ ครั้งนี้ต้องเจอปัญหา อย่างหนัก ไล่ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก เมื่อปีก่อน ทำให้ต้อง เลื่อนมาจัดการแข่งขัน ในปีนี้แทน ต่อด้วยการต้องเปลี่ยนแปลงชาติ เจ้าภาพจากเดิมที่ จะให้โคลอมเบีย และอาร์เจนตินาเป็น เจ้าภาพร่วมกันสองชาติ

เริ่มจากฝั่งของ โคลอมเบีย ตัดสินใจถอนตัวไปก่อน เนื่องจาก มีเหตุประท้วงครั้งใหญ่ภายในประเทศ ต่อด้วยอาร์เจนตินา ซึ่งยังต้องเผชิญปัญหาโควิด-19 ระบาดหนัก ทำให้ทางคอนเมโบลตัดสินใจ เปลี่ยนมา เลือกให้บราซิล เป็นเจ้าภาพแบบชาติเดียวแทน

องค์พระปฐมเจดีย์

องค์พระปฐมเจดีย์

องค์พระปฐมเจดีย์

องค์พระปฐมเจดีย์

พญากง พญาพาน เป็นตำนานประจำถิ่นของจังหวัดนครปฐม เป็นชื่อที่รับรู้กันแพร่หลายทั่วไป บ้างเรียกว่า ตำนานพระปฐมเจดีย์ ต้นเค้าของเรื่องได้รับอิทธิพลมาจากคัมภีร์ปุราณะ

คือเรื่องพญากังสะ (กงฺส) ฆ่าพระราชบิดาเพื่อชิงราชสมบัติ และตามฆ่าลูกชายของพระนางเทวกี ภายหลังถูกพระกฤษณะสังหาร เรื่องดังกล่าว ได้แพร่หลายมากจนภายหลังมีการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่เป็นแบบฉบับของไทยเพื่อใช้ผูกเรื่อง สำหรับอธิบายโบราณสถานหรือสถานที่ต่างๆ

องค์พระปฐมเจดีย์ ตำนานพญากงพญาพาน (ตำนานองค์พระปฐมเจดีย์) นิทานเรื่องอุษา บารส (ตำนานพระพุทธบาทบัวบก) อย่างไรก็ตามตำนานพญากงพญาพานฉบับที่เก่าที่สุด ปรากฏอยู่ในพงศาวดารเหนือที่เป็นการเรียบเรียงเรื่องราวมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งในพงศาวดารเหนือกล่าวถึงยุคสมัยของเรื่องพญากง พญาพาน ว่าอยู่ในช่วงประมาณต้นกรุงศรีอยุธยา

พญากงได้ครองเมืองกาญจนบุรี (บางสำนวนว่าเป็นเมืองนครชัยศรี) มีพระมเหสีรูปโฉมงดงาม เมื่อพระมเหสีทรงพระครรภ์โหรหลวงได้ทำนายว่าจะได้พระราชโอรสเป็นผู้มีบุญ และจะได้เป็นใหญ่ภายหน้า แต่จะเป็นผู้ฆ่าพระราชบิดาเมื่อครบ กำหนดพระมเหสีก็ประสูติพระกุมาร

ขณะที่ข้าราชบริพารได้เอาพานไปรองรับ บังเอิญหน้าผากของพระกุมาร กระทบขอบพานเป็นแผล พญากงได้สั่งให้นำพระกุมารไปทิ้งตามยถากรรม ยายหอมไปพบเข้านำไปเลี้ยงไว้ และตั้งชื่อว่า พาน
ครั้นเมื่อเด็กชายพานโตขึ้นยายหอมก็นำไปฝากให้เล่าเรียนที่วัด พานเป็นเด็กฉลาด สมภารวัดผู้เป็นอาจารย์จึงรักใคร่เอ็นดู มีวิชาอะไรก็สอนให้หมดอาจารย์ได้นำพานไปฝาก ให้เข้ารับราชการกับเจ้าเมืองราชบุรี พานเป็นคนปัญญาดี เรียบร้อยและขยัน จึงเป็นที่โปรดปรานของเจ้าเมืองราชบุรีมาก จนถึงกับรับไว้เป็นโอรสบุญธรรม

สมัยนั้น เมืองราชบุรีขึ้นกับเมืองกาญจนบุรี (บางสำนวนว่าเมืองนครชัยศรี) พระยาราชบุรี ต้องส่งเครื่องบรรณาการทุกปี พญาพานเป็นผู้มีฝีมือในการรบจึงชักชวน ให้เจ้าเมืองราชบุรีแข็งเมืองยกกองทัพไป ปราบพญายาพานเป็นแม่ทัพออกไป รบกับพญากง ทั้งสองทำยุทธหัตถีกัน ในที่สุดพญากงก็ถูกฟันด้วยของ้าวคอขาดตายในที่รบ
เมื่อพญาพานเข้ายึดเมืองกาญจนบุรี (บางสำนวนว่าเมืองนครชัยศรี) ได้แล้ว ย่อมได้ทั้งราชสมบัติตลอดจนพระมเหสีของพญายากงด้วย แต่ในขณะที่จะเข้าไปหาพระมเหสีนั้น เทวดาได้แปลงกายเป็นแมวแม่ลูกอ่อนให้ลูกกินนมขวางประตูไว้ แล้วร้องทักเสียก่อน พญายาพานจึงได้อธิษฐานว่า ถ้าพระมเหสีเป็นแม่ของตนจริงก็ขอให้มีน้ำนมไหลซึมออกมา ก็เห็นน้ำนมไหลออกมาจริง จึงได้รู้ว่าทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน

พญายาพานจึงสำนึกได้ว่าได้กระทำปิตุฆาตฆ่าพระราชบิดา และโกรธที่ยายหอมปิดบังความจริง ด้วยโทสะจริตจึงสั่งให้นำยายหอมไปฆ่าเสีย ต่อมาด้วยความสำนึกผิด ที่ได้ฆ่าพระราชบิดาและยายหอมผู้มีพระคุณ จึงได้สร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่ สูงชั่วนกเขาเหินตามคำแนะนำของพระอรหันต์ คือ พระปฐมเจดีย์ ที่เมืองนครชัยศรี (ปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม) เพื่อเป็นการล้างบาปที่ฆ่าพระราชบิดาให้บรรเทาลงบ้าง และสร้างพระประโทณเจดีย์ (ปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม)

เพื่อล้างบาปที่ฆ่ายายหอมตำนานเรื่องพญากง พญาพานแพร่หลายอย่างมากในภาคกลางโดยเฉพาะในจังหวัดนครปฐมและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ จังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นตำนานประจำถิ่นที่ใช้อธิบายประวัติความเป็นมาของพระปฐมเจดีย์ พระประโทณเจดีย์

ตลอดจนชื่อหมู่บ้าน ตำบล ตลอดจนแม่น้ำลำคลองต่างๆ ในจังหวัดนครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา เช่น บ้านถนนขาด (ถนนที่พญากงกับพญาพานใช้สู้รบกัน) บ้านสามพราน (บริเวณที่นายพรานสามคนช่วยกันหาช้างให้พญาพานไปรบกับพญากง) บ้านดอนยายหอม (บริเวณที่ตั้งบ้านเรือนยายหอม)

นอกจากนี้ยังมีการเล่าสืบต่อกันมาในรูปแบบต่างๆ ในมุขปาฐะ เช่น เพลงขอทานเรื่องพญากง พญาพาน เพลงฉ่อยเรื่องพญากง พญาพาน เพลงอีแซวเรื่องพญากง พญาพาน ลิเกเรื่องพญากง พญาพาน เพลงรำโทนเรื่องพญากง พญาพาน แหล่นอกเรื่องพญากง พญาพาน เพลงทรงเครื่องเรื่องพญากง พญาพาน เป็นต้น

ส่วนรูปแบบลายลักษณ์พบสมุดไทยที่หอสมุดแห่งชาติ ๙ ฉบับ รวมถึงมีการตีพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบของโรงพิมพ์ราษฎร์เจริญ (วัดเกาะ) และโรงพิมพ์อื่นๆ อีกจำนวนมาก และยังคงมีการตีพิมพ์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีศาลพญากง ตั้งอยู่บริเวณตลาดทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ใกล้กับพระปฐมเจดีย์ และศาลยายหอม ซึ่งมี ๓ แห่ง ได้แก่ พระปฐมเจดีย์ วัดพระประโทณเจดีย์ และวัดดอนยายหอม ยังปรากฏสืบมาจนปัจจุบัน และเป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดนครปฐมอย่างยิ่ง

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ขณะทรงผนวช ได้เสด็จธุดงด์มานมัสการ ทรงเห็นพระเจดีย์ยอดปรางค์สูง 42 วา เมื่อทรงลาผนวชได้ขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อปีพุทธศักราช 2396 ทรงโปรดให้ก่อพระเจดีย์ใหม่ห่อหุ้มองค์เดิมไว้ สูง 120 เมตร กับ 45 เซติเมตร พร้อมสร้างวิหารคต 2 ชั้น ทั้ง 4 และระเบียงโดยรอบทิศ แต่งานไม่ทันเสร็จพระองค์ก็เสด็จสวรรคต ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็กจพระจุลจอมเกล้าเจ้ายอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดปฏิสังขรณ์จัดสร้างหอระฆัง และประดับกระเบื้องจนสำเร็จ เมื่อถึงรัชกาลที่ 6 ปฏิสังขรณ์พระวิหารหลวง เขียนภาพพระเจดีย์องค์เดิมและภาพต่าง ๆ ไว้ที่ ผนัง รื้อมุขวิหารด้านทิศเหนือสร้างใหม่ เพื่อประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชบูชนียบพิตร และรัชกาลที่ 7 โปรดให้สร้างพระอุโบสถใหม่

นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงทำการบูรณปฏิสังขรณ์ต่อเติมในครั้งนั้น จนเวลารวมมาเป็นร้อยปีเศษ ก็ไม่ได้ทำการบูรณะอีกเลย มีแต่เพียงซ่อมแซมเล็กน้อย ที่ชำรุดบางส่วนเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อปีพุทธศักราช 2509 ทางวัดพบว่าตัวองค์พระปฐมเจดีย์มีรอยแตกร้าวหลายแห่ง พระเบื้องที่ระดับหลุดร่วงลงมา จึงได้แจ้งเรื่องยังไปรัฐบาลสมัยนั้น เพื่อทำการบูรณะใหม่ ซึ่งใช้เวลาในการบูรณะร่วมถึง 8 ปี

และสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงพระปฐมเจดีย์แล้วนั้นก็คือ การไปกราบนมัสการพระร่วงโรจนฤทธิ์ ชื่อเต็มคือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรโมภาส มหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร แต่ประชาชนทั่วไปจะเรียกว่า หลวงพ่อพระร่วง หรือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ เมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ดำรง พระยศเป็นสมเด็จพระยุพราช ได้เสด็จ ตรวจค้นโบราณสถานในมณฑล ฝ่ายเหนือ เมื่อ พ.ศ. 2452 พบพระพุทธรูปชำรุด องค์หนึ่งจมในพื้น วิหาร วัดโบราณในเมืองศรีสัชนาลัย โปรดให้ขุดขึ้น พบพระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท

ที่ยังดีไม่ชำรุดมีลักษณะ งดงามต้องตาม พระราชหฤทัย จึงโปรดให้เชิญลงมา กรุงเทพมหานคร ครั้งเสด็จเถลิง ถวัลยราชสมบัติ จึงโปรด ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทำรูปหุ่นขี้ผึ้ง ปฏิสังขรณ์ปั้นให้เสร็จบริบูรณ์เต็มองค์ ตั้งการพระราชพิธี เททองที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อ พ.ศ.2456 เป็นพระยืนปางห้ามญาติ หล่อ ด้วยโลหะ ครั้นแล้วเสร็จ

อัญเชิญประดิษฐานไว้ที่ซุ้มวิหารทิศ ตรงบันได ใหญ่เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 โดยพระร่วงโรจนฤทธิ์จะมีขนาดความสูงเมื่อวัดจากพระบาทถึงพระเกศราว 12 ศอก 4 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ศิลปะแบบสุโขทัย ประทับยืนอยู่บนฐาน โลหะทองเหลืองลายบัวคว่ำบัวหงาย อีกทั้งบริเวณใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ยังบรรจุพระราชสรีรางคาร ในรัชกาลที่ 6 ไว้ด้วย

นอกจากพระร่วงโรจนฤทธิ์แล้ว ยังมี ศาลเจ้าพ่อปราสาททอง พระพุทธไสยาศน์ และพระศิลาขาว สิ่งที่ผู้คนนิยมทำเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เมื่อมาพระปฐมเจดีย์ นั่นก็คือ การเดินรอบพระอารามชั้นนอก หรือชั้นในก็ได้ให้ครบ 3 รอบ

เพื่ออธิฐานจิตขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สมปรารถนา แต่สำหรับท่านใดที่ต้องการขอพรเรื่องเรียนต่อ แนะนำให้ขอพรกับพระศิลาขาว เพราะชาวนครปฐมเชื่อกันว่าพระศิลาขาวจะนำพรมาให้เด็กๆ ที่ตั้งใจเรียน ให้สมปรารถนากับโรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้