ฮับบาร์ด ว่าที่นักกีฬาหญิงข้ามเพศคนแรกในโอลิมปิก

ฮับบาร์ด ว่าที่นักกีฬาหญิงข้ามเพศคนแรกในโอลิมปิก

ฮับบาร์ด ว่าที่นักกีฬาหญิงข้ามเพศคนแรกในโอลิมปิก

ฮับบาร์ด ว่าที่นักกีฬาหญิงข้ามเพศคนแรกในโอลิมปิก

นักยกน้ำหนัก ลอเรล ฮับบาร์ด จะกลายเป็น นักกีฬาข้ามเพศ คนแรกที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หลังจากได้รับเลือกจากนิวซีแลนด์สำหรับการแข่งขันของผู้หญิงที่โตเกียวเกมส์ การตัดสินใจตั้งขึ้นทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องการรวมและความเป็นธรรมในกีฬา

ฮับบาร์ดจะแข่งขันในประเภทซุปเปอร์เฮฟวี่เวทน้ำหนัก 87 กก. การเลือกของเธอเป็นไปได้โดยการปรับปรุงข้อกำหนดคุณสมบัติใหม่

นักยกน้ำหนักวัย 43 ปีรายนี้จะเป็นนักกีฬายกที่อายุมากที่สุดในการแข่งขันกีฬาประเภทยกน้ำหนักชายก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านในปี 2013

“ฉันรู้สึกขอบคุณ ความเมตตาและการสนับสนุนที่ชาวนิวซีแลนด์จำนวนมากมอบให้ฉัน” ฮับบาร์ดกล่าวในแถลงการณ์ที่ออกโดยคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งนิวซีแลนด์ (NZOC) เมื่อวันจันทร์

Hubbard มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่ปี 2015 เมื่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้ออกแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้นักกีฬาข้ามเพศสามารถแข่งขันในฐานะผู้หญิงได้หากระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำกว่า 10 นาโนโมลต่อลิตรเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือนก่อนการแข่งขันครั้งแรก

นักวิทยาศาสตร์บางคนกล่าวว่า แนวทางปฏิบัตินี้ช่วยบรรเทาข้อดีทางชีวภาพของผู้ผ่านวัยหนุ่มสาวได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งรวมถึงความหนาแน่นของกระดูกและกล้ามเนื้อ

ผู้สนับสนุนการรวมเพศยืนยันว่ากระบวนการของการเปลี่ยนแปลงลดข้อได้เปรียบอย่างมาก และความแตกต่างทางกายภาพระหว่างนักกีฬาหมายความว่าไม่มีสนามแข่งขันที่แท้จริง

Kereyn Smith ซีอีโอของ NZOC กล่าวว่า Hubbard ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของ IOC และ International Weightlifting Federation

“เรารับทราบว่าอัตลักษณ์ทางเพศในกีฬาเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนซึ่งต้องการความสมดุลระหว่างสิทธิมนุษยชนและความเป็นธรรมในด้านการเล่น” สมิธกล่าว

“ในฐานะทีมนิวซีแลนด์ เรามีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งของ …. การรวมและความเคารพต่อทุกคน”

รัฐบาลนิวซีแลนด์ให้การสนับสนุน

“ลอเรลเป็นสมาชิกของทีมโอลิมปิกของนิวซีแลนด์ เราภูมิใจในตัวเธอในฐานะที่เราเป็นนักกีฬาของเรา และจะคอยสนับสนุนเธอตลอดทาง” แกรนท์ โรเบิร์ตสัน รัฐมนตรีกระทรวงกีฬาและสันทนาการ กล่าวในแถลงการณ์

การยกน้ำหนักเป็นจุดศูนย์กลางของการถกเถียงเรื่องความยุติธรรมของนักกีฬาข้ามเพศที่แข่งขันกับผู้หญิง และการปรากฏตัวของฮับบาร์ดในโตเกียวอาจพิสูจน์ให้เห็นถึงความแตกแยก

Save Women’s Sport Australasia กลุ่มผู้สนับสนุนนักกีฬาหญิง วิจารณ์การเลือกของ Hubbard

“มันเป็นนโยบายที่ผิดพลาดจาก IOC ที่อนุญาตให้มีการคัดเลือกชายโดยสายเลือดอายุ 43 ปีที่ระบุว่าเป็นผู้หญิงเพื่อแข่งขันในประเภทผู้หญิง” กลุ่มกล่าวในแถลงการณ์

เหรียญทองของ Hubbard คว้าชัยชนะในการแข่งขัน Pacific Games ปี 2019 ที่ซามัว ซึ่งเธอได้ขึ้นโพเดี้ยมเหนือ Feagaiga Stowers แชมป์ Commonwealth Games ของซามัว ซึ่งจุดชนวนให้เกิดความโกรธเคืองในประเทศเจ้าภาพ

หัวหน้ายกน้ำหนักของซามัวกล่าวว่าการเลือกของฮับบาร์ดสำหรับโตเกียวจะเหมือนกับปล่อยให้นักกีฬา “ยาเสพติด”และกลัวว่าจะทำให้เหรียญของประเทศแปซิฟิกเล็ก ๆ เสียไป

นักยกน้ำหนักชาวเบลเยี่ยม Anna Vanbellinghen กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่าการอนุญาตให้ Hubbard แข่งขันที่โตเกียวนั้นไม่ยุติธรรมสำหรับผู้หญิงและ “เหมือนเรื่องตลกที่ไม่ดี”

สหพันธ์ยกน้ำหนักของออสเตรเลียพยายามขัดขวางไม่ให้ฮับบาร์ดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเครือจักรภพปี 2018 ที่โกลด์โคสต์ แต่ผู้จัดงานได้ทำการปฏิเสธ

ฮับบาร์ดถูกบังคับให้ถอนตัวหลังจากทำร้ายตัวเองระหว่างการแข่งขัน และคิดว่าอาชีพของเธอจบลงแล้ว

“ตอนที่แขนหักในการแข่งขัน Commonwealth Games เมื่อสามปีที่แล้ว ฉันได้รับคำแนะนำว่าอาชีพนักกีฬาของฉันน่าจะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว” ฮับบาร์ดกล่าวเมื่อวันจันทร์ โดยขอบคุณชาวนิวซีแลนด์

“แต่กำลังใจของคุณ กำลังใจของคุณ และอโรฮะ (ความรัก) ของคุณพาฉันผ่านความมืดมิด”

ริชชี่ แพตเตอร์สัน ประธานาธิบดีนิวซีแลนด์ ยกน้ำหนักโอลิมปิก กล่าวว่า ฮับบาร์ดมี “ความเพียรและความอุตสาหะ” ที่จะกลับมาจากอาการบาดเจ็บและสร้างความมั่นใจขึ้นใหม่

“เราตั้งตารอที่จะสนับสนุนเธอในการเตรียมการครั้งสุดท้ายของเธอที่โตเกียว” เขากล่าว

ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักหน่วงตามคาด สำหรับเรื่องราวของ “ลอเรล ฮับบาร์ด” นักยกน้ำหนักทีมชาตินิวซีแลนด์ กับประเด็นการเข้าแข่งขัน โอลิมปิก 2020 นี้ของเธอ

โดย ฮับบาร์ด กำลังจะเป็นนักกีฬาข้ามเพศคนแรกที่ได้ลงแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก เนื่องจากนิวซีแลนด์ยืนยันการเลือกเพศของเธอสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ในฐานะ “เพศหญิง” นั่นเอง

สำหรับ ฮับบาร์ด วัย 43 ปี จะเป็น 1 ใน 5 นักกีฬายกน้ำหนักจากนิวซีแลนด์ที่ได้เข้าร่วมมหกรรมกีฬาครั้งนี้ ซึ่งเธอจะเป็นนักยกน้ำหนักที่อายุมากที่สุดของการแข่งขันด้วย โดยจะร่วมชิงชัยในประเภทหญิงรุ่นน้ำหนัก 87 กิโลกรัม (192 ปอนด์) ขึ้นไป

ฮับบาร์ด เป็นบุตรของ ดิก ฮับบาร์ด อดีตนายกเทศมนตรีของเมืองอ็อกแลนด์ เธอเริ่มแข่งยกน้ำหนักในประเภทชาย ตามเพศสภาพกำเนิดมาตั้งแต่อายุ 20 ปี แต่ไม่เคยคว้าเหรียญรางวัลใดได้เลย ก่อนจะตัดสินใจแปลงเพศตอนอายุ 35 ปี เมื่อปี 2013 ซึ่งแน่นอนว่า พอแปลงเพศมาลงแข่งในประเภทหญิงแล้ว เธอสามารถคว้าเหรียญได้หลายเวทีมาก โดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญอย่าง เหรียญเงินชิงแชมป์โลก 2017 และ เหรียญทองแปซิฟิกเกมส์ 2019

ทั้งนี้ จากการที่ ฮับบาร์ด จะได้ลงแข่งขันในฐานะนักกีฬาข้ามเพศในรายการใหญ่อย่างโอลิมปิก ก่อให้เกิดประเด็นดราม่าตามมาจากแฟนกีฬาทั่วโลก ว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่? เพราะจากกล้ามเนื้อและฮอร์โมนในร่างกายตามเพศดั้งเดิมของเธอคือผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงเหมือนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ

อย่างไรก็ดี จากการที่คณะโอลิมปิกสากล มีข้อบังคับเอาไว้เมื่อปี 2015 ว่าด้วย เมื่อนักกีฬามีการเปลี่ยนเพศสภาพจากชายเป็นหญิง นักกีฬาผู้นั้นสามารถเข้าร่วมแข่งขันในประเภทหญิงได้ แต่จะต้องตรวจและมีค่าระดับ เทสโทสเตอโรน (ฮอร์โมนเพศชาย) ในร่างกายต้องต่ำกว่า 10 นาโนโมลด์ต่อลิตร ติดต่อกันเป็นเวลา 12 เดือน ซึ่งสมาพันธ์ยกน้ำหนักสากลก็ได้ใช้กฎนี้ตามด้วย

ที่ผ่านมา กฎนี้ยังเป็นที่ถกเถียงมากมาย โดยเฉพาะความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ว่า มันยุติธรรมจริงหรือไม่? เพราะมีผลวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าผู้ชายที่ผ่านวัยเจริญพันธุ์มาแล้ว แม้จะกินยากดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเอาไว้ แต่เจ้าตัวก็ยังได้เปรียบในเรื่องความแข็งแกร่ง, ความหนาแน่นของมวลกล้ามเนื้อ, กระดูก และพละกำลัง มากกว่าเพศหญิงโดยกำเนิดอยู่ดี

กีฬาเบสบอล เเข่งกันยาวนาน

กีฬาเบสบอล เเข่งกันยาวนาน

กีฬาเบสบอล เเข่งกันยาวนาน

กีฬาเบสบอล เเข่งกันยาวนาน

โดยปกติเเล้วการดูกีฬาอย่าง ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล​ นั้นมักจะใช้เวลาในการรับชมไม่นานมาก ส่วนใหญ่จะไม่เกิน 1.30 – 2 ชม. อาจจะมีเลทเพิ่มมานิดหน่อย เเต่สำหรับกีฬาที่ใช้ไหวพริบ เเละยาวนานอย่าง “เบสบอล” นั้นใช้เวลาอย่างต่ำถึง 3 ชม.

ต้องกล่าวก่อนเลยว่า กีฬานี้อาจจะไม่ใช่ กีฬา ที่คนไทยคุ้นเคยกันมากนักเนื่องจากไม่ค่อยนิยมในประเทศไทย เนื่องด้วยกฏการเเข่งขันที่ค่อนข้างจะซับซ้อนเมื่อเทียบกับกีฬาประเภทอื่น เเต่ถ้าหากคุณเข้าใจกฏการเเข่งขันของกีฬานี้เเล้ว ก็ถือว่าเป็นกีฬาที่สนุกอย่างมากกีฬาหนึ่งเลยหล่ะ

ตามที่กล่าวไปข้างต้น ด้วยกฏที่ซับซ้อนเเละช่วงระยะเวลาการเล่นที่ยาวนานถึง 9 Innings ซึ่งในเเต่ละช่วง Innings นั้นไม่ได้จำกัดเวลา อยู่ที่ว่าฝ่ายตีเเละฝ่ายรับนั้นจะหมดเมื่อไหร่ในเเต่ละ Innings เเละอีกกฏหนึ่งคือ กีฬานี้มันไม่มีกฏการเสมอเพื่อเเบ่งเเต้มด้วย ทำให้จำเป็นต้องหาผู้ชนะในเเต่ละนัดด้วยการขยาย Innings ไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีผู้ชนะ เเละวันนี้ผมจะมาเล่าการเเข่งขันสุดอลเวงของกีฬานี้ที่กินเวลากว่าครึ่งวันให้ได้อ่านกันครับ

ในฤดูกาลนี้นั้นมีการเเข่งขันคู่ระหว่าง San Diego Padres ซึ่งเปิดสนามต้อนรับ LA Dodgers วันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในศึก MLB หรือลีกเบสบอลเมืองลุงเเซมนั่นเอง ซึ่งความสนุกของนัดนี้คือ ทั้ง 2 ทีมใช้เวลาเเข่งถึง 16 Innings โดยกินระยะเวลาถึง 5 ชั่วโมงกับอีก 43 นาที ที่น่าสนใจคือ คู่นี้เเข่งเวลา 9โมงเช้าเวลาไทย นั่นเท่ากับว่าเวลาที่สหรัฐจะเป็นเวลา 3 ทุ่ม ถ้าบวกรวมเวลาที่เเข่งไปก็จะเท่ากับตี2.43ของที่นั่น

เกมเริ่มมาใน Innings​ ที่ 2 เป็นเจ้าบ้านได้เเต้มเเรกจาก 1 รััันของ Will Myer เเละเราก็ต้องรอกันถึง Innings ที่ 8 ทางฝ่ายของ Dodgers นั้นได้ Homerun จาก Will Smith ทำให้ตีเสมอมาเป็น 1-1 ซึ่งความสนุกมันเริ่มจากตรงนี้เนื่องจากผู้เล่นทั้ง 2 ฝั่งไม่สามารถทำเเต้มกันได้ในระยะเวลาที่เหลือ จึงต้องทำการเพิ่ม Innings ไปจนกว่าจะหาผู้ชนะเจอ

เเต่เจ้ากรรม ทั้ง2ทีมกลับทำอะไรกันไม่ได้เลย ผู้ใช้ทวิตเตอร์ของทั้ง 2 ทีมจึงมีการโพสเรื่องราวเกี่ยวกับทีมระหว่างเเข่งขัน บ้างกล่าวว่า “โอ้พระเจ้า นี่เป็นครั้งเเรกเลยที่ผมได้ดูการเเข่งขันสดๆหลังจากตื่นนอนช่วงเช้าตรู่”  หรือเเม้กระทั่งผู้ชมในสนามเองยังกล่าวในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า   “วันนี้ผมพาลูกมาชมเกมนี้ด้วย สงสัยจะต้องเขียนใบลาป่วยให้กับลูกเเละผมเเล้วหล่ะมั้ง”   ซึ่งก็เป็นสีสันให้กับเกมการเเข่งขันอย่างมาก

ที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่านั้นคือ ใน Innings ที่ 15 ทางฝั่ง Dodgers ได้ทำโฮมรันทำให้นำห่างเป็น 1 ต่อ 3 โลกทวิตเตอร์จึงสนั่นไปด้วยกองเชียร์ของทีมผู้มาเยือน ทุกคนล้วนคิดว่าเกมนี้คงจบเเล้ว เเต่ทว่า…

ฝั่งเจ้าบ้านกลับโชว์อภินิหารทำโฮมรันกลับมาได้จาก Fernando Tartis JR. กลายเป็นเสมอ 3 ต่อ 3 คราวนี้ทวิตฝั่งเจ้าบ้านกลับมาบ้าคลั่งอีกครั้ง เเม้เเต่ผู้ชมในสนามเองก็ไม่เชื่อในสายตาตัวเอง

เเต่สุดท้ายสถานการณ์มักสร้างฮีโร่ขึ้นมาเสมอ ทางฝั่ง Dodgers มีลูกฮึดทำโฮมรันได้จาก Rookie ของทีมอย่าง AJ Pollock กลายเป็น 3 ต่อ 5 ซึ่งหลังจากนั้นเกมก็ดำเนินจนถึงจุดสิ้นสุดเสียที

ภายหลัง 5 ชม.อันยาวนานทวิตเตอร์ทางการของ LA Dodgers ได้มาโพสเรียกเสียงฮาด้วยรูปภาพของใบลาหยุดซึ่งรองรับโดยสโมสรซึ่งเรียกเสียงฮือฺฮาพอสมควร เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ได้มีเสียง​วิพากษ์วิจารณ์​จากผู้ชมบางส่วนว่าทางลีกควรเปลี่ยนกฏกติกาโดยนำผลเสมอกลับมาใช้ เพื่อไม่ให้กินระยะเวลาเเข่งที่ยาวนานเท่านัดนี้อีก บางส่วนได้เสนอเเนะว่า หากผ่าน Inining ที่ 11 ไปเเล้วทั้ง 2 ฝั่งไม่สามารถเอาชนะกันได้ให้ผลเป็นเสมอกัน เเต่ก็ไม่ได้มีการตอบรับจากลีกเเต่อย่างใด

จากสถิติที่ผ่านมานัดนี้ไม่ใช่นัดที่มีจำนวน Innings มากที่สุด ซึ่งนัดที่มีจำนวน Innings เเข่งกันมากที่สุดคือ 26 Innings ในปี 1920 ระหว่างทีม Brooklyn Robin เเละ Boston Braves โดยผลจบที่เสมอกัน 1 -​ 1 ซึ่งตอนนั้นยังมีกฏการเสมออยู่ เเต่ถ้านับกันตามช่วงเวลาเเล้ว เเมตที่ยาวนานที่สุดที่มีบันทึกไว้คือ 8 ชั่วโมงกับอีก 6 นาที ซึ่งเป็นคู่ระหว่าง Chicago White sox เเละ Milwaukee Brewers ผลคือเจ้าบ้านชนะไปด้วยสกอร์ 7 – 6

กีฬาเบสบอลถือเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกาเเละญี่ปุ่น อีกทั้งยังถูกบรรจุเข้าไปในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเเล้ว เเละถือเป็นกีฬาหนึ่งที่สร้างความสนุก ความเร้าใจ ได้ไม่ต่างจากกีฬาชนิดอื่นเลยทีเดียว

เปิดศึกสนุกเกอร์ พังงา ภูเก็ต อีมิเน้น แจกครึ่งล้าน

เปิดศึกสนุกเกอร์ พังงา ภูเก็ต อีมิเน้น แจกครึ่งล้าน

เปิดศึกสนุกเกอร์ พังงา ภูเก็ต อีมิเน้น แจกครึ่งล้าน

เปิดศึกสนุกเกอร์ พังงา ภูเก็ต อีมิเน้น แจกครึ่งล้าน

นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคม กีฬาบิลเลียด แห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าวกาารจัดการแข่งขัน สนุกเกอร์ “อีมิเน้นท์ แอร์ – ทรู

ไทยแลนด์ แร็งกิ้ง เซอร์กิต 2021” รายการที่ 2 จ.พังงา และรายการที่ 3 จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นงานแถลงข่าวผ่านระบบโปรแกรม ZOOM โดยมี นายวสุพล สุนทรวสุ ตำแหน่ง หัวหน้าเจ้าหน้าที่นวัตกรรม บริษัท อีมีเน้นแอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, นายศักดา รัตนสุบรรณ อุปนายกสมาคม,นายรณภพ ชำนาญ ประธานสมาคมสนุกเกอร์ จ.พังงา และวีรพล สวรรค์พิทักษ์ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัทอีมืเน้นท์ แอร์(ประเทศไทย)จำกัด ร่วมในงานแถลงข่าว

“บิ๊กฮง”สุนทร จารุมนต์ นายกสอยคิวได้กล่าวว่า การ แข่งขันสนุกเกอร์ ไทยแลนด์ แร็งกิ้ง เซอร์กิต รายการที่ 2 หรือรายการ อีมิเน้นท์แอร์ – ทรู พังงาคัพ”

จะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 18-23 ตุลาคม 64 ซึ่งเป็นจังหวัดใหม่ที่รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ต้องขอขอบคุณคุณรณภพ ชำนาญ ประธานชมรมสนุกเกอร์ จ.พังงา

ที่ช่วยประสานงานให้รายการนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของจังหวัด ถัดจากรายการที่ 2 เพียง 2 วัน การแข่งขัน รายการที่ 3 รอบ 16 คนสุดท้ายจะเริ่มขึ้นต่อเลย ที่ จ.ภูเก็ต

ระหว่างวันที่ 25-30 ตุลาคม 64 ซึ่งเชื่อว่าทั้ง 2 จังหวัดจะได้รับความสนใจจากแฟนสนุกเกอร์ชาวไทยอย่างมากเหมือนรายการแรก ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ซึ่งมีผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสดของทางทรูวิชั่น และเพจของสมาคมเป็นจำนวนมาก โดยมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา และการแข่งขันรายการนี้จะเป็นเกมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นทุกปีอย่างแน่นอน

ขณะที่นายวสุพล สุนทรวสุ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ นวัตกรรม บ. อีมิเน้นแอร์ กล่าวว่า อีมิเน้นท์แอร์ ได้เข้ามาสนับสนุนการแข่งขันสนุกเกอร์ของ สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประพเทศไทย มาตั้งแต่ปี 63 โดยเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนการแข่งจันสนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย พร้อมทั้ง มีรางวัลพิเศษให้สำหรับนักกีฬาที่สามารถทำแม็กซิมั่มเบรค 147 แต้ม ได้ในรอบสุดท้าย จะมอบทองหนัก 20 บาท หรือคิดเป็นเงินรางวัล 500,000 บาทในการแข่งขันสนุกเกอร์ 15 แดง และมาในปีนี้ อีมิเน้นแอร์ ยังได้เข้ามาสนับสนุนการแข่งขันสนุกเกอร์ ไทยแลนด์ แร็งกิ้ง เซอร์กิต ตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งการแข่งขันในปีนี้ ถึงแม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ห้ามมีผู้ชม ทางอีมิเน้นท์ ได้มาหารือกับทางสมาคมกีฬาบิลเลียด อยากให้การแข่งขันมีสีสัน จึงได้จัดให้มีการติดตั้งจอแอลอีดี ไว้รอบสนามแข่งขันพร้อมทั้งแสงสีเพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้ชมทางบ้านได้เห็นถึงความคึกคักของเกมการแข่งขัน

“นอกจากนี้ อีมิเน้นท์ แอร์ ยังได้จัดให้มีกิจกรรมร่วมสนุกสำหรับผู้ชมทางบ้าน โดยสามารถทายคู่ชิงชนะเลิศว่าเป้นนักกีฬาคนใด, พร้อมทั้งทายสกอร์เบรคสูงได้เท่าไหร่ โดยจะมีรางวัลเสื้ออีมิเน้นท์แอร์ อย่างดีมอบให้ สนามละ 20 ตัวที่สนาม และถ้าท่านใดทายสกอร์เบรคสูงสุดได้ถูกต้อง จะได้เครื่องปรับอากาศ ขนาด 9,000 BTU 1 เครื่อง

และในสนามสุดท้ายรายการชิงแชมป์ประเทศไทย ถ้าแฟนสนุ้กทางบ้านทายคู่ชิงชนะเลิศถูกต้องจะได้รับ เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU รวมแล้วกว่า 120,000 บาท โดยผู้ร่วมสนุกทุกท่านสามารถเข้าไปร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซด์ เฟสบุ๊ค Eminent Air” วสุพล กล่าว

ด้านนายรณภพ ชำนาญ ประธานสมาคมสนุกเกอร์ จ.พังงา เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจ จ.พังงา เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน สนุกเกอร์ไทยแลนด์ แร็งกิ้ง เซอร์กิต

รายการที่ 2 ซึ่งยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้จัดการแข่งขัน ถึงแม้จะไม่มีชมในสนามแข่งขัน แต่มีการถ่ายทอดสดผ่านเพจของสมาคมทุกคู้ และมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ในรอบ 8 คนสุดท้าย จนถึงรอชิงชนะเลิศ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา ซึ่งเรามีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลายแห่ง และเชื่อว่าการแข่งขันรายการที่ 2 จะประสบความสำเร็จอย่างสูง

 

ฮีโร่ผู้เป็นตำนาน บอริส เบคเกอร์

ฮีโร่ผู้เป็นตำนาน บอริส เบคเกอร์

ฮีโร่ผู้เป็นตำนาน บอริส เบคเกอร์

ฮีโร่ผู้เป็นตำนาน บอริส เบคเกอร์

วิมเบิลดัน

การแข่งขันเทนนิสที่ยิ่งใหญ่มีมนต์ขลังที่สุดในโลก ต้องยกให้ “วิมเบิลดัน” โดยในปีนี้กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน -11 กรกฎาคม

 เทนนิส วิมเบิลดัน รายการ แข่งขัน ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นศึกแกรนด์สแลมที่ 3 ของปี ถัดจากออสเตรเลียนโอเพน และเฟรนช์โอเพน ก่อนจะปิดท้ายปีด้วยรายการ ยูเอสโอเพน

เสน่ห์ของ “วิมเบิลดัน” ที่ยังคงเอกลักษณ์ คือเป็นการแข่งขันแกรนด์สแลมรายการเดียวในปัจจุบันที่แข่งขันบนคอร์ทหญ้า และผู้เล่นต่างต้องสวมชุดขาว

ตำนานความยิ่งใหญ่และเรื่องราวของศึกเทนนิสรายการนี้มีมากมาย แต่หากจะนับถึงความสุดยอดและเหลือเชื่อที่สุด เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 1985 หรือเมื่อ 35 ปีก่อน

เมื่อไอ้หนูวัย 17 จากเยอรมัน “บอริส เบ็คเกอร์” ที่เทิร์นโปรเล่นอาชีพมาแค่ปีเดียวกลับผงานคว้าแชมป์ยิ่งใหญ่ ด้วยวัยที่น้อยที่สุด 17 ปี 227 วัน จนกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์กีฬาโลกของวงการเทนนิสวิมเบิลดันที่ไม่มีใครทำได้

บอริส เบคเกอร์

แทบทุกปีเมื่อการแข่งขันเทนนิสรายการสำคัญนี้กลับมาบรรจบ หลายคนต้องพูดถึงปรากฏการณ์ “บอริส เบคเกอร์” แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีทำได้ใกล้เคียง และไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้หรือไม่

เป็นบันได 3 ขั้น สู่ความสำเร็จใน 3 ปีที่เกิดขึ้นได้ยาก นับจากแข่งขันสมัครเล่นในวัย 15 ต่อมาอายุ 16 เทิร์นโปรเป็นนักเทนนิสอาชีพ ก่อนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในวงการเทนนิสโลกด้วยแชมป์แกรนด์สแลมรายการยิ่งใหญ่ “วิมเบิลดัน” ในอายุ 17 หลังเล่นอาชีพในปีเดียว

 ก่อนพิสูจน์ตัวเองว่าเก่งจิง ด้วยการสานต่อความยิ่งใหญ่โดยการรักษาแชมป์ “วิมเบิลดัน” สำเร็จในปีต่อมาด้วยวัย 18 ในปี 1986 และคว้าแชมป์สมัยที่สามในอีก 3 ปีต่อมา

 นอกจากนี้ยังสามารถคว้าแชมป์รายการแกรนด์สแลมจาก ออสเตรเลียน โอเพ่น อีก 2 สมัย และแชมป์ ยูเอส โอเพ่น 1 สมัย  มีเพียงแกรนด์สแลมคอร์ตดินรายการเดียวคือ “เฟรนช์ โอเพ่น” ที่ไม่สามารถหยิบแชมป์ได้ ทำดีที่สุดคือการเข้ารอบรองชนะเลิศ 3 ครั้ง

 นอกเหนือประสบความสำเร็จส่วนตัว ในฐานะชาวเยอรมัน “บอริส เบคเกอร์” ยังทำผลงานในนามทีมชาติ ด้วยการคว้าเหรียญทอง กีฬาโอลิมปิก 1992 ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ในการแข่งขันประเภทชายคู่ โดยคู่กับ มิชาเอล สติช

และที่สำคัญคือการพาทีมชาติเยอรมันคว้าแชมป์เดวิส คัพ การเทนนิสประเภททีมชิงแชมป์โลก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แถมเป็นแชมป์สองสมัยติดต่อกันในปี 1988-1989

 จุดขายอันเป็นเครื่องหมายการค้าของ “เบคเกอร์” คือการตีลูกที่หนัก จนได้ฉายา “ไอ้ปืนใหญ่” เป็นนักเทนนิสถนัดขวาและตีแบ็คแฮนด์ด้วยมือเดียว ถือเป็นการเล่นด้วยพรรสวรรค์ เป็นที่ตั้ง

 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะซึมซับการเล่นเทนนิสมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจาก “คาร์ล ไฮซ์ เบคเกอร์” พ่อของ “บอริส เบคเกอร์” มีอาชีพเป็นสถาปนิก เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์เทนนิสในเมืองไลเมน ประเทศเยอรมันบ้านเกิดทำให้ “เบคเกอร์” เรียนรู้การเล่นเทนนิส ตั้งแต่จำความได้

 ในวัย 7 ขวบ “เบคเกอร์” เข้าไปเป็นสมาชิกของทีม “บาเดน เทนนิส เอสโซซิเอชั่น” เพื่อร่วมฝึกซ้อมและเรียนรู้อย่างจริงจัง ร่วมแข่งขันเทนนิสเยาวชนเยอรมันครั้งแรกเป็นสามารถคว้าแชมป์มาครอบได้

 เมื่อวัยเพียง 11 ขวบ ในปี 1978 “เบคเกอร์” ลาออกจากโรงเรียนในระดับประถม เพื่อเข้าเรียนเทนนิสเป็นหลักกับสหพันธ์เทนนิสเยอรมัน โดยมีโค้ชคู่ใจคือ “กินเธอร์ บอส” ชาวเยอรมันที่เกิดในโรมาเนีย เมื่อฝีมือแกร่งกล้าจึงเริ่มออกตระเวณแข่งขัน โดยในช่วงแรก “เบคเกอร์” ถนัดในการเล่นประเภทชายคู่ ร่วมกับทีมกวาดแชมป์ระดับเยาวชนหลายรายการ

 กระทั่งเมื่อโตขึ้นจึงหันมาเล่นในประเภทเดี่ยว และลุยในระดับสมัครเล่นเพียงปีเดียว ก็เข้าสู่นักเทนนิสอาชีพในวัย 16 ปี

 ปีต่อมาแทบไม่มีใครคาดคิดว่า “บอริส เบคเกอร์” จะสร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นเยอรมันคนแรกผงาดคว้าแชมป์ชายเดี่ยววิมเบิลดัน ด้วยเอาชนะ “เควิน เคอร์เรน” 3-1 เซต พร้อมสร้างสถิติเป็นแชมป์ชายเดี่ยวแกรนด์สแลมชายที่อายุน้อยที่สุดที่อายุ 17 ปี 227 วัน

 ก่อนที่จะตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยการป้องกันแชมป์ในปีต่อมาโดยการปราบมือ 1 โลกเวลานั้น “อีวาน เลนเดิ้ล” นักเทนนิสเช็ก หลังจากสู้กันมาธารอนถึง 5 เซต

 แต่น่าเสียดายในปี 1987 “เบคเกอร์” ตกรอบสองหลังพ่ายพลิกให้ “ปีเตอร์ ดูฮาน” มือรองบ่อนของออสเตรเลีย

 แต่แล้วในปีต่อมา “เบ็คเกอร์” กลับมาเล่นชิงชนะเลิศอีกครั้ง แต่ทำได้แค่รองแชมป์หลังพ่ายให้กับ “สเตฟาน เอ็ดเบิร์ก” มือ 2 โลกจากสวีเดน

 เก็บความแค้นมาปีเต็ม “เบคเกอร์” เข้าชิงชนะเลิศกับ “เอ็ดเบิร์ก” อีกครั้งในปี 1989 และสามารถล้างแค้นสำเร็จ พร้อมคว้าแชมป์ “วิมเบิลดัน” เป็นสมัยที่สามอย่างยิ่งใหญ่ ก่อนที่จะไปกระชากรายการแกรนด์สแลม “ยูเอส โอเพ่น” อีกรายการด้วยการชนะ “อีวาน เลนเดิ้ล”

 ในปี 1990 เบคเกอร์ พบกับ เอ็ดเบิร์ก เป็นปีที่สามติดต่อกันในการแข่งขันวิมเบิลดันรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันดุเดือดและสูสีสู้กันถึง 5 เชต ก่อน “เอ็ดเบิร์ก” ชนะไปในที่สุด

 หลังจากนั้น “เบ็คเกอร์” แทบไม่ได้เข้าใกล้แชมป์ “วิมเบิล” สมัยที่ 4 จนกระทั่งในปี 1997 เบ็คเกอร์ แพ้ พีต แซมปราส นักเทนนิสอเมริกันในรอบก่อนรองชนะเลิศที่วิมเบิล 8 คนสุดท้าย หลังจากการแข่งขันครั้งนั้น ประกาศเลิกเล่น ก่อนจะคืนคำกลับมาอีกครั้งหลังหายไปสองปี ในปี 1999 แต่ก็ตกรอบ 4 เมื่อพ่ายให้กับ “แพทริค ราฟเตอร์” นักเทนนิสออสซี่จึงประกาศเลิกเลินอีกครั้งขณะวัย 32 ปี

 ตลอดอาชีพ “เบคเกอร์” คว้าแชมป์ชายเดี่ยว 49 รายการ และอีก 15 รายการจากประเภทชายคู่ ทำเงินรางวัลกว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบพันล้านบาท เป็นอันดับ 13 ของนักเทนนิสที่ทำเงินรายได้สูงสุดตลอดกาล

 หลังวางมือจากวงการเทนนิสอาชีพ “บอริส เบคเกอร์” ทำงานเป็นผู้บรรยายรายการโทรทัศน์ พร้อมก่อนหันไปเป็นโค้ชสอนให้กับ “โนวัค โจโควิช” มือ 1 โลกคนปัจจุบันนานถึง 3 ปี ก่อนใช้ชีวิตเสเพล ดื่มสุราอย่างหนักทำให้ชีวิตตำต่ำ กระทั่งหย่าร้างกับภรรยานางแบบคนดังชาวดัตซ์ “บาร์บาร่า ลิลลี่”

 กระทั่งถูกศาลในกรุงลอนดอนสั่งเป็นบุคคลล้มละลาย เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจส่วนตัวที่ลงทุนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และสเปน ทำให้มีหนี้สินมูลค่าสูงถึง 44 ล้านปอนด์ หรือราวเกือบ 2 พันล้านบาท

 ล่าสุด “เบคเกอร์” ตกเป็นข่าวดังอีกครั้งเมื่อประกาศขายถ้วยแชมป์วิมเบิลดันออกมาขายในราคาสูงถึง 1 ล้านปอนด์ เพื่อหาเงินมาใช้จ่าย

 ปัจจุบันตำนานวิมเบิลดัน พักอาศัยอยู่ที่ลอนดอนและยังรับงานผู้บรรยายกีฬาโดยเฉพาะเทนนิส เพราะแม้ว่าชีวิตจะตกต่ำเพียงใด

 แต่ความเป็น “ตำนาน” ยังขายได้เสมอ

                       

รวมดาราโลก vs อิตาลี แมตช์ในฝัน

รวมดาราโลก vs อิตาลี แมตช์ในฝัน

รวมดาราโลก vs อิตาลี แมตช์ในฝัน

รวมดาราโลก vs อิตาลี แมตช์ในฝัน

ฟุตบอลในโลกแห่งความจริงสร้างความสุขได้มากแค่ไหน ฟุตบอลในเกมก็คงทำได้ไม่แพ้กัน นั่นคือเหตุผลที่เด็กผู้ชายหลายคนติดเกมฟุตบอลอมตะอย่าง Winning Eleven กันตั้งแต่เป็นเด็กน้อยจนกลายเป็นเด็กหนวด

โลกแห่งเกมสวยงามเสมอ หยิบจับเอา นักเตะ ที่ตัวเองชอบมายัดรวมไว้ทีมเดียวกันและพาทีมคว้าแชมป์ แค่นี้ก็ฟินสุด ๆ แล้ว

อย่างไรก็ตามในปี 1998 เหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับวิดีโอ เกม ที่สุดก็เกิดขึ้นบนโลกแห่งความจริง เมื่อเหล่าทวยเทพมารวมตัว นักเตะที่แฟน ๆ ไม่คิดว่าจะได้เห็นพวกเขามารวมตัวอยู่ในทีมเดียวกันในฐานะทีมรวมดาราโลก

และนี่คือทีมรวมดาราโลกที่แท้ทรูไม่มีจกตา เป็นการพบกันของนักเตะแห่งยุคจริง ๆ  เก่งจริง ดังจริง ทั้ง โรนัลโด้ R9, กาเบรียล บาติสตูตา และ ซีเนดีน ซีดาน รวมไปถึงคนอื่นอีกมากมาย

ออลสตาร์ในเกม กับ โลกแห่งความจริง

ขึ้นชื่อว่าเกมอะไรก็ง่ายและเป็นไปได้ทั้งหมด มันคือโลกสมมุติที่คุณจะจัดให้นักเตะคนไหนมาอยู่ในทีมของคุณก็ได้ อย่างไรก็ตามสำหรับคอวินนิ่ง (Winning Eleven หรือ Pro Evolution Soccer ในเวลาต่อมา หรือ eFootball ในปัจจุบัน) ต่างรู้กันดีว่าทีมรวมดาราในความทรงจำนั้นเคยเกิดขึ้นหนึ่งครั้ง ในตัวเกมวินนิ่งภาค 3 ซึ่งในภาคนั้นหากใครรู้วิธีทำสูตรเรียกทีมลับออกมา คุณจะได้พบกับ 2 ทีมที่สมบูรณ์แบบที่สุด

บน บน ล่าง ล่าง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา … นี่คือวิชาลับที่ใครก็รู้กัน หากกดสูตรนี้ในเกมของค่าย Konami คุณจะได้บางสิ่งที่พิเศษกว่าการเล่นทั่วไป สำหรับ วินนิ่ง 4 สูตรดังกล่าวจะทำให้คุณได้ทีมรวมดารา 2 ทีม นั่นคือรวมดารายุโรป (สีน้ำเงิน) และรวมดาราโลก (สีเหลือง) นั่นเอง

ทีมยุโรปจะเต็มไปด้วยนักเตะที่กำลังพีคในยุคนั้น ไล่ตั้งแต่หลังไปหน้า ปีเตอร์ ชไมเคิล, ราอูล กอนซาเลซ, ซีเนดีน ซีดาน, โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ, ดาวอร์ ซูเคอร์ และ ไมเคิล โอเว่น คือตัวแทนของความบันเทิงที่เหมาะสำหรับทุกคน ชอบตัวเทคนิคก็มีพร้อม ชอบตัวสปีด 9 วิ่งเร็วปานจรวดก็มีให้

แต่ที่สุดยอดจริง ๆ คือทีมรวมดาราสีเหลือง หรือที่ในเกมใช้ชื่อทีมว่า World XI ต่างหาก เพราะนี่คือการรวมเอาไอคอนความโหดของนักเตะที่ดีที่สุดในเกมมารวมกัน โรแบร์โต้ คาร์ลอส, โรนัลโด้, กาเบรียล บาติสตูตา และ แพทริก เอ็มโบม่า … แค่นี้ก็ไม่ต้องคุยกันแล้ว 2 นักเตะที่วิ่งเร็วที่สุดในเกม รวมกับอีก 2 นักเตะที่ยิงแบบวัวตายความล้ม นั่นทำให้ทีมสีเหลืองถือว่ารวมสุดยอดขุุนพลระดับตำนานที่สร้างความฟินเป็นปรากฏการณ์ได้อย่างแท้จริง

นั่นคือโลกแห่งวิดีโอเกม … อย่างไรก็ตามทีม ๆ นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลกฟุตบอลของจริงทั้งสิ้น สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ รวมดาราโลก หรือ World XI เคยมีทีมจริง และมีมาตั้งแต่ราว ๆ 80 ปีก่อนแล้วอีกต่างหาก

เรื่องราวของทีม World XI บนโลกแห่งความจริงนั้น เกิดขึ้นจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ FIFA ตั้งแต่ปี 1938 หรือหลังจากที่ฟุตบอลโลกเริ่มแข่งขันไปได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น (ฟุตบอลโลกครั้งแรกจัดขึ้นในปี 1930)

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าว FIFA ไม่ได้มีชาติสมาชิกมากมายเหมือน ณ ปัจจุบัน ดังนั้นการจูงใจของ FIFA เพื่อรวบรวมสมาชิกจากชาติทั่วโลกจึงจำเป็นจะต้องมีการสมนาคุณกันสักหน่อย ด้วยการให้สิทธิพิเศษหลาย ๆ อย่าง นอกจากจะได้เล่นในรายการที่ FIFA รับรอง มีเงินสนับสนุบการพัฒนาทีมแล้ว สิทธิ์ในการแข่งขันกับทีมรวมดาราโลกก็อยู่ใน 1 ผลประโยชน์ที่ FIFA มอบให้สมาชิกเช่นกัน

ชาติแรกที่ได้รับสิทธิ์ลงเล่นกับทีมรวมดาราโลกคือ ทีมชาติอังกฤษ … ข้อมูลจากหนังสือ Soccer in the 1930s: Simple or Sublime? โดย แจ็ค โรลลิน ระบุว่า เกมเมื่อปี 1938 ทีมชาติอังกฤษ เปิดบ้านชนะ รวมดารายุโรป (ซึ่งบางครั้งก็เรียกเป็น รวมดาราโลก) 3-0

นอกจากนี้ ยังมีเกมที่ รวมดาราโลก พบกับ สหราชอาณาจักร ที่สกอตแลนด์เมื่อปี 1947 เฉลิมฉลองการที่ 4 ชาติผู้ให้กำเนิดกีฬาลูกหนัง (อังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์, ไอร์แลนด์เหนือ) กลับเข้าเป็นสมาชิกของ FIFA และ รวมดาราโลก พบ อังกฤษ ฉลองครบ 90 ปี ของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ เมื่อปี 1953

แต่เกมที่ FIFA ระบุว่าคือเกมแรกของทีมรวมดาราโลก หรือ World XI อย่างเป็นทางการ คือเกมที่ทีมชาติอังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์ ชนะ World XI 2-1 ฉลองครบรอบ 100 ปีของเอฟเอเมื่อปี 1963 และหลังจากนั้นก็มีการจัดทีม FIFA World XI มาลงแข่งขันตามวาระต่าง ๆ ของชาติสมาชิกเรื่อยมาไปจนถึงงานการกุศลต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ทีมรวมดาราโลก ในช่วงเวลาต่าง  ๆ นับตั้งแต่ครั้งแรก ก็แทบไม่มีใครคนไหนเรียกได้ว่าเป็นออลสตาร์ระดับโลก กล่าวคือเป็นการรวมเอานักเตะทีดีที่สุด ไม่ว่าจะทั้งในเรื่องของภาพลักษณ์ ความสามารถ และความสำเร็จก็ตาม

ครั้งแรก ๆ FIFA มักจะใช้นักเตะในยุโรปลงเล่นในฐานะรวมดาราโลก เนื่องจากรวมตัวกันง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ขณะที่หลังจากที่ยุคที่การคมนาคมสามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้งโลกแล้ว การรวมเอานักเตะตัวเป้งมาเจอกันในสนามก็ยังเป็นเรื่องยากอีกอยู่ดี เพราะบางคนก็ขอถอนตัว ไม่เข้าร่วม  ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เพราะนี่ไม่ใช่กิจกรรมบังคับที่ FIFA สามารถบังคับนักเตะได้ พวกเขาต้องเต็มใจที่จะมาเล่นเกมนี้กันเองเท่านั้น ดังนั้นมันจึงยากมาก ๆ ที่จะได้เห็นการจัดเต็มแบบไม่มีกั๊กสำหรับตัวนักเตะของทั้ง 2 ทีมที่ต้องพบกัน ไม่ว่าจะเป็นชาติแม่งานหรือทีมรวมดาราโลกก็ตาม

แต่ที่สุดแล้วแมตช์ในฝันก็เกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อปี 1998 เพราะมันคือวันที่เราได้เห็นทีมรวมดาราโลกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยจัดเกมการกุศลมา vs หนึ่งในทีมแถวหน้าของโลกฟุตบอลอย่าง อิตาลี นั่นเอง

และนี่คือหนึ่งความทรงจำที่ประทับใจไม่รู้ลืม จากวันที่โลกแห่งวินนิ่งมาบรรจบกับโลกแห่งความเป็นจริงอย่างลงตัว แม้จะให้ดูย้อนหลัง ณ วันนี้ก็ยังคลาสสิกไม่เสื่อมคลาย

ส.บอลไทยแต่งตั้ง มาโน โพลกิ้ง คุมช้างศึก

ส.บอลไทยแต่งตั้ง มาโน โพลกิ้ง คุมช้างศึก

ส.บอลไทยแต่งตั้ง มาโน โพลกิ้ง คุมช้างศึก

ส.บอลไทยแต่งตั้ง มาโน โพลกิ้ง คุมช้างศึก

เป็นทางการ! ‘ส.บอลไทย’ แต่งตั้ง ‘มาโน โพลกิ้ง’ คุมทัพช้างศึก ‘มาดามแป้ง’ แจงเหตุเฟ้นกุนซือ

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ประกาศแต่งตั้ง มาโน โพลกิ้ง นั่งแท่นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการ เพื่อสู้ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020

มาโน โพลกิ้ง กุนซือชาวเยอรมัน-บราซิล เข้ามาทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2012 โดยเริ่มจากการเป็นผู้ช่วย โค้ช ของ วิลฟรีด เชเฟอร์ กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ก่อนจะผันตัวไปคุมทีมระดับสโมสรในไทยยาวนานถึง 8 ปี ได้แก่ อาร์มี่ ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก่อนจะย้ายไปคุมทีม โฮจิมินห์ ซิตี้ ในศึกวีลีก ในฤดูกาล 2020/21

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทยชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เผยว่า “การแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 เป็นรายการสำคัญที่กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งเหลือเวลาการทำงานอีกเพียง 2 เดือน ไม่ใช่เพียงไทยที่อยากเป็นจ้าวอาเซียน แต่ทุกทีมก็มุ่งหวังเช่นกัน ในสถานการณ์รุมเร้ามากมาย ทั้งอันดับโลกที่ตกลง และสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศที่ทำให้การแข่งขันไทยลีกต้องเดินตามโปรแกรม  การเตรียมทีมของทีมชาติไทยมีน้อยมาก เราจึงมีความจำเป็นต้องเลือกโค้ชที่มีความเข้าใจและรู้จักทรัพยากรนักฟุตบอลไทยดีที่สุด ซึ่งเราก็มีความมั่นใจในศักยภาพของมาโน ว่าจะนำประสบการณ์ทั้งหมดมาช่วยทำให้เป้าหมายของทีมชาติไทยสำเร็จ”

”ทราบถึงความคิดเห็นของแฟนบอลว่าต้องการโค้ชหลายๆ คน แต่ในความจริงแล้วทุกอย่างมีความยาก เพราะต้องดูในรายละเอียดต่างๆ ประกอบด้วย เราพยายามอย่างเต็มที่แล้วบนพื้นฐานที่สามารถทำได้ ซึ่ง มาโน โพลกิ้ง ตอบโจทย์ทีมชาติไทยทุกข้อในเวลานี้ ที่สำคัญ นี่ยังไม่ใช่มาสเตอร์แพลน และผลการแข่งขันรายการนี้จะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถกับอนาคตของทีมชาติไทยของเขาต่อไป”

พร้อมกันนี้ ยังประกาศแต่งตั้ง จเด็จ มีลาภ และ หนึ่งฤทัย สระทองเวียน สองผู้ฝึกสอนระดับโปรไลเซนส์ มากประสบการณ์ทั้งการแข่งขันในประเทศ และระดับนานาชาติ เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนคนไทย เพื่อสอดประสานการทำงานในเชิงเทคนิค การบริหารจัดการภายในของทีมชาติไทยชุดดังกล่าว โดยยังมีทีมงานผู้ฝึกสอนและสตาฟฟ์จากสมาคมฯ ซึ่งมีความพร้อม ร่วมทำงานเพื่อเป้าหมายของทีมชาติไทย

โดย “มาดามแป้ง” ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ครั้งนี้เป็นงานรวมใจ ต้องใช้ทีมเวิร์คในการทำงาน จึงให้ความสำคัญของทีมผู้ฝึกสอนคนไทย ที่มีความรู้ ความสามารถอยู่ในแถวหน้าของประเทศ ซึ่ง เซอร์จเด็จ, โค้ชหนึ่งฤทัย ต่างก็เรียนหลักสูตรโปรไลเซนส์ร่วมกับมาโน มีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี”

“โดยเฉพาะโค้ชหนึ่งฤทัยที่แม้จะเป็นผู้หญิง แต่ก็สร้างประวัติศาสตร์พาทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกถึง 2 สมัยติดต่อกันมาแล้ว ความละเอียดอ่อนของผู้หญิงจะเข้ามาช่วยเรื่องการบริหารจัดการงานหลังบ้านของทีมร่วมกับแป้ง ความเป็นครูบาอาจารย์ที่สั่งสมองค์ความรู้ฟุตบอลไทยมากมาย แป้งเชื่อว่าทั้งสองคนจะเป็นส่วนช่วยเติมเต็มการทำงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทีมชาติไทยในเวลานี้”

สำหรับ การแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2564 – 1 มกราคม 2565 ซึ่งจะประกาศประเทศเจ้าภาพภายในปลายเดือนกันยายนนี้

โดยคาดว่าจะเป็นการช่วงชิงกันระหว่าง ไทย และ สิงคโปร์ ซึ่งโปรแกรมการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ ของไทย มีดังนี้

 5 ธันวาคม 2564
–  ผู้ชนะรอบคัดเลือก (บรูไน หรือ ติมอร์ เลสเต) พบ ไทย

 11 ธันวาคม 2564
– ไทย พบ เมียนมาร์

 14 ธันวาคม 2564
– ฟิลิปปินส์ พบ ไทย

18 ธันวาคม 2564
– ไทย พบ สิงค์โปร์

สำหรับ มาโน โพลกิ้ง เพิ่งแยกทางกับ โฮจิมินห์ ซิตี้ เอฟซี หลังหมดสัญญาพอดีระหว่าง วีลีก 2021 ตัดจบการแข่งขัน  โดยก่อนหน้านี้ ผ่านประสบการณ์คุมทีมในไทยลีกมาแล้ว หลายสโมสรทั้ง อาร์มี่ ยูไนเต็ด , สุพรรณบุรี เอฟซี และ ทรู แบงค็อกฯ รวมถึง ยังเคยเป็นมือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ในทีมชาติไทยชุดใหญ่ ระหว่างปี 2012-2013

ปรากฏการณ์ความสวยงามบนพื้นน้ำในพาราลิมปิก

ปรากฏการณ์ความสวยงามบนพื้นน้ำในพาราลิมปิก

ปรากฏการณ์ความสวยงามบนพื้นน้ำในพาราลิมปิก

ปรากฏการณ์ความสวยงามบนพื้นน้ำในพาราลิมปิก

“เด็กบางคนร้องไห้เพราะสำลักน้ำ และไม่ต้องการจะว่ายน้ำอีกต่อไป แต่หนูไม่เคยเป็นแบบนั้น เพราะหนูแค่พยายามพัฒนาตัวเอง แล้วเดินหน้าต่อไป”

นี่คือประโยคจากปากของ เจียง ยูหยาน นักว่ายน้ำเหรียญทองชาวจีน ซึ่งเรื่องราวของเธอคงไม่พิเศษกว่านัก กีฬา รายอื่นเท่าไหร่นัก หากเด็กที่พูดประโยคข้างต้น ไม่เคยถูกผู้คนเรียกว่า “ตัวประหลาดครึ่งคน” 

เจียง ยูหยาน เคยเป็นเด็กโชคร้ายที่สูญเสียแขนและขาด้านขวา เนื่องจากอุบัติเหตุในวัยเด็ก แต่วันนี้เธอยืนหยัดในฐานะเจ้าของสถิติโลก และคว้าเหรียญทอง พาราลิมปิก เกมส์ ด้วยอายุเพียง 16 ปี … เธอก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

อุบัติเหตุเปลี่ยนชีวิต

เจียง ยูหยาน เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ปี 2004 เธอเติบโตขึ้นมาในจังหวัดเช่าซิง ทางตะวันออกของประเทศจีน ตามคำบอกเล่าของผู้คนที่เคยพบเห็นยูหยานในวัยเด็ก ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอเป็นเด็กร่าเริง สนุกสนาน และชอบออกไปวิ่งเล่นตามท้องถนน

เมื่ออายุ 4 ขวบ ยูหยานซึ่งกำลังอยู่ในวัยซุกซนได้ที่ ออกไปวิ่งเล่นตามท้องถนนอย่างเคย แต่เรื่องราวไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้น เมื่อรถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความประมาท คนขับรถมองไม่เห็นเด็กตัวน้อยที่กำลังเดินเล่นอยู่บนท้องถนน ยูหยานถูกชนเข้าอย่างจัง ซ้ำราย แขนและขาด้านขวาของเธอ ถูกบดทับจนแหลกละเอียดโดยล้อรถคันดังกล่าว

หวัง ฉีฟาง คุณแม่ของยูหยานหัวใจแตกสลายทันทีที่เห็นลูกน้อยครวญครางด้วยความเจ็บปวด เคราะห์ดีที่เธอยังมีสติมากพอจึงรีบนำตัวยูหยานไปส่งโรงพยาบาลได้ทัน แต่ถึงแม้จะช่วยชีวิตลูกสาวสุดที่รักไว้ได้ คุณหมอจำเป็นต้องแจ้งข่าวร้ายให้ครอบครัวทราบว่า ทีมแพทย์จำเป็นจะต้องตัดแขนและขาข้างขวาของยูหยาน เพื่อรักษาชีวิตของเธอไว้

“ลูกสาวสุดที่รักของฉันต้องกลายเป็นคนพิการ มันรู้สึกเหมือนฟ้ากำลังถล่มลงมา ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าเธอจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ?” คุณแม่ของยูหยานเปิดใจถึงอุบัติเหตุที่เกือบทำลายชีวิตลูกสาวของเธอ

นับจากอุบัติเหตุในวันนั้น ชีวิตของยูหยานต้องเจอกับความยากลำบากกว่าที่เด็กวัย 4 ขวบคนหนึ่งจะรับไหว เธอเดินเข้าออกโรงพยาบาลอีกหลายครั้ง เพื่อทำการผ่าตัดรักษากระดูกส่วนเกินที่ยังเหลือในแขนและขาด้านขวา ยิ่งกว่านั้น ร่างกายของเธออ่อนแอลงมาก ความร่าเริงที่เธอเคยมี ดูเหมือนจะหายไปจากตัวของยูหยาน

เนื่องจากความเป็นกังวลของผู้เป็นแม่ที่แสดงออกมาให้เห็นชัดเจน คุณหมอที่ทำการรักษายูหยานจึงแนะนำให้ฉีฟางพาลูกสาวของเธอไปเข้าคอร์สฝึกฝนกีฬาว่ายน้ำ โดยคุณหมอแนะนำว่า กีฬาว่ายน้ำจะช่วยให้จิตใจของยูหยานฟื้นฟู และเร่งการเจริญเติบโตของร่างกาย

ฉีฟางทำตามคำแนะนำของคุณหมอ เธอพายูหยานในวัย 8 ขวบลงสระว่ายน้ำเป็นครั้งแรก แม้จะมีแขนและขาเพียงข้างเดียว ในใจของเธอจินตนาการถึงภาพลูกสาวที่จะกลับมาเป็นเด็กร่าเริงอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่า ลูกสาวของเธอจะสร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นนักว่ายน้ำเจ้าของเวลาสถิติโลกในเวลาต่อมา

จากตัวประหลาด สู่เจ้าของเวลาสถิติโลก

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เด็กหญิงผู้มีแขนขาเพียงข้างเดียว จะแหวกว่ายบนพื้นน้ำเหมือนคนปกติทั่วไป แต่โลกในศตวรรษที่ 21 ก้าวไปไกลเกินกว่าที่ข้อจำกัดของร่างกายจะขัดขวางศักยภาพของมนุษย์ มีครูสอนว่ายน้ำมากมายบนโลกที่รู้วิธีฝึกฝนผู้พิการให้เป็นสุดยอดนักกีฬา ยูหยานจึงเริ่มต้นว่ายน้ำ และหวนคืนความสนุกแก่ชีวิตอีกครั้ง

อุปสรรคร้ายกาจที่สุดซึ่งขัดขวางยูหยานและความสำเร็จที่รอเธออยู่ข้างหน้า ไม่ใช่พื้นน้ำหรือธรรมชาติ แต่เป็นจิตใจของมนุษย์ที่คับแคบ และไม่เห็นว่าผู้คนที่แตกต่างไปจากปกติเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ยูหยานต้องทนฟังคำดูถูกจากคำพูดของเด็กร่วมสระว่ายน้ำที่เรียกเธอว่า “ตัวประหลาดครึ่งคน” และไล่เธอออกจากสระว่ายน้ำด้วยความรังเกียจ

ยูหยานแสดงให้เห็นว่าคนเราไม่สามารถตัดสินกันได้ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก จิตใจของเธอแข็งแกร่งกว่าคนปกติทั่วไปหลายเท่านัก เธอนำแรงดูถูกที่ได้รับมาเปลี่ยนเป็นแรงผลักดัน ยูหยานฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน ไม่นานนัก ยูหยานจึงกลายเป็นเด็กที่ว่ายน้ำเก่งที่สุดในสระแห่งนั้น แม้เธอจะมีแขนและขาน้อยกว่าคนอื่นอย่างละหนึ่งข้างก็ตาม

“เด็กบางคนร้องไห้เพราะสำลักน้ำ และไม่ต้องการจะว่ายน้ำอีกต่อไป แต่หนูไม่เคยเป็นแบบนั้น เพราะหนูแค่พยายามพัฒนาตัวเอง แล้วเดินหน้าต่อไป” เจียง ยูหยาน กล่าวถึงแรงผลักดันที่ทำให้เธอเป็นสุดยอดนักกีฬา

เมื่อเห็นความตั้งใจของลูกสาว ฉีฟางจึงเริ่มพายูหยานตระเวนแข่งขันว่ายน้ำในประเทศจีน จนสามารถคว้าแชมป์แห่งชาติมาครองได้สำเร็จในปี 2011 ก่อนก้าวไปประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ ด้วยการคว้าเหรียญทองจากมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2018 ส่งผลให้ชื่อของยูหยานเริ่มถูกพูดถึงในวงการว่ายน้ำระดับโลก

ยูหยานไม่เสียเวลามากในการสร้างชื่อเสียงของตนให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยวัยเพียง 14 ปี นักว่ายน้ำชาวจีนรายนี้สามารถกวาด 3 เหรียญทองจากการแข่งขันประเภทฟรีสไตล์ 100 เมตร, ฟรีสไตล์ 400 เมตร, ผีเสื้อ 50 เมตร และ 2 เหรียญทองแดงจากประเภทฟรีสไตล์ 50 เมตร และกรรเชียง 100 เมตร

แค่การคว้าแชมป์โลก 3 ประเภทด้วยวัย 14 ปี ก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากพออยู่แล้ว แต่ยูหยานยังทำให้โลกหันมามองด้วยการจารึกสองเวลาสถิติโลกในการแข่งฟรีสไตล์ 400 เมตร และผีเสื้อ 50 เมตร ด้วยเวลา 5 นาที 13.32 วินาที และ 34.86 วินาที ตามลำดับ

ความมหัศจรรย์ที่สุดของเธออยู่ที่เวลาสถิติโลกในประเภทผีเสื้อ ซึ่งเป็นรองเวลาสถิติโลกของบุคคลทั่วไปเพียง 10 วินาที เท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก หากพิจารณาจากสรีระร่างกายของยูหยาน ที่ว่ายน้ำด้วยแขนขาเพียงข้างเดียว แต่กลับทำเวลาได้ไม่แพ้คนปกติเลย

ชีวิตอีกด้านในสระน้ำ

เมื่อพูดถึงเคล็ดลับความสำเร็จของยูหยาน ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้นการฝึกซ้อมอย่างหนัก เธอเปิดเผยว่า ตัวเองใช้เวลาในสระว่ายน้ำเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง และต้องว่ายน้ำเป็นระยะทางไม่ต่ำกว่าวันละ 10 กิโลเมตร ด้วยการว่ายน้ำที่หนักขนาดนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเธอจะประสบความสำเร็จตั้งแต่วัยเยาว์

เคล็ดลับสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ยูหยานผลักดันตัวเองจนเป็นนักว่ายน้ำฝีมือดีได้ ที่แม้แต่คนปกติทั่วไปยังให้การยอมรับในความสามารถ คือความรู้สึกเป็นอิสระที่เธอได้สัมผัสยามแหวกว่ายบนพื้นน้ำ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ยูหยานไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย นับตั้งแต่วันที่เธอสูญเสียแขนและขาจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น

“คุณไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำยันหรือขาเทียมในน้ำ ฉันสามารถใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายกำหนดทิศทางและเป้าหมายที่ฉันอยากเดินทางไปได้ด้วยตัวเอง” ยูหยาน เปิดใจถึงความรู้สึกยามใช้ชีวิตบนพื้นน้ำ

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ยูหยานได้รับฉายาว่า “Flying Fish” เพราะความสวยงามยามเธอแหวกว่ายในสระว่ายน้ำ ไม่ต่างจากปลาที่ปราศจากแขนขา แต่กลับโบยบินอย่างสวยงามไม่ต่างจากนกบนท้องฟ้า แสดงให้เห็นถึงอิสรภาพของยูหยาน ที่สามารถเคลื่อนไหวตามใจต้องการ ตราบใดก็ตามที่เธออยู่บนพื้นน้ำ

ในวันที่ยูหยานเดินทางสู่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2020 หญิงสาววัย 16 ปี ยอมรับถึงความประหม่าที่จะได้กลับลงสู่การแข่งขันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี แต่อีกใจหนึ่ง เธอก็มีความสุขมากที่จะได้กลับไปสู่โลกของเธออีกครั้ง

เมื่อการแข่งขันจบลง ยูหยาน สามารถคว้าเหรียญทองในประเภทผีเสื้อ 50 เมตรมาครอง พร้อมกับทำลายสถิติโลกของตัวเองลงได้ด้วยเวลา 34.56 วินาที ในการแข่งขันรอบคัดเลือก ซึ่งยูหยานได้เปิดใจถึงความสำเร็จครั้งนี้ ซึ่งอาจหมายถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเกี่ยวกับชีวิตของเธอในอนาคต

“นี่คือประสบการณ์พาราลิมปิกครั้งแรกของฉัน และในแง่ของเป้าหมายส่วนตัว มันคือการเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง แน่นอนว่า มันน่าตื่นเต้นมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด ฉันคิดว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางบทใหม่ในชีวิตของฉัน”

ยูหยานกำลังบอกใบ้ถึงการวางมือของเธอหรือไม่ ? แม้จะมีการยืนยันจากสื่อในประเทศจีนว่า ยูหยานถือเป็นเด็กเรียนดีและทำข้อสอบได้คะแนนเต็ม 100 แต้ม ในวิชาคณิตศาสตร์ได้เป็นประจำ ไม่แน่ว่าความสำเร็จในพาราลิมปิกเกมส์ อาจเป็นจุดสูงสุดของเธอในฐานะนักกีฬาคนพิการ ก่อนจะหันหลังกลับไปใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงร่วมกับคนปกติทั่วไปอีกครั้ง

“สำหรับคุณมันอาจดูเหมือนเป็นเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับฉันมันคือตลอดกาล” ประโยคที่ยูหยานบอกกับผู้สื่อข่าวหลังคว้าเหรียญทองพาราลิมปิก บอกอะไรเราได้หลายอย่าง…

แต่ไม่ว่าเธอจะหมายความมันว่าอะไร ยูหยานแสดงให้เห็นแล้วว่า ผู้พิการทางร่างกายสามารถประสบความสำเร็จและมีความสุขกับชีวิตของตัวเองได้หากมีจิตใจที่เข็มแข็ง และพร้อมที่จะพุ่งไปยังเป้าหมายที่ตั้งมั่นไว้ด้วยความตั้งใจที่แท้จริง

อลิก้า ชมิดท์ นางฟ้าในโอลิมปิก

อลิก้า ชมิดท์ นางฟ้าในโอลิมปิก

อลิก้า ชมิดท์ นางฟ้าในโอลิมปิก

อลิก้า ชมิดท์ นางฟ้าในโอลิมปิก

แฟนกีฬาจะได้เห็นดอกไม้งามแห่งวงการ กรีฑา โลก อย่าง อลิก้า ชมิดท์ นางฟ้านักกรีฑาชาวเยอรมัน วัย 22 ปี ใน โอลิมปิก โตเกียว 2020 นี้อย่างแน่นอน ในฐานะนักวิ่ง 4X400 ม.หญิง ของทีมชาติเยอรมัน หลังเจ้าตัวยืนยันเตรียมลุยโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกในชีวิต

สำหรับ อลิก้า ชมิดท์ สาวสวยเซ็กซี่ นัยน์ตาคม ถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาสาวสวยอีกหนึ่งราย ที่มีแฟนๆติดตามอย่างล้นหลามโดยในอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ มีผู้ติดตามมากถึง 1.7 ล้านคน

ส่วนเวลาว่างนอกเหนือจากการฝึกซ้อม เธอยังรับงานในวงการบันเทิง โดยเป็นทั้งนางแบบ พรีเซนเตอร์สินค้า อีกทั้งยังเคยถูกทาบทาบมาร่วมงานโฆษณากับบรรดานักเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังในบุนเดสลีกา ในฐานะที่มีสปอนเซอร์เป็นสินค้าค่ายเดียวกัน

เชื่อว่าแฟนกีฬาหนุ่มๆหลายคน น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอไม่น้อย สำหรับ อลิกา ชมิดท์ นักวิ่งสาวดาวรุ่งชาวเยอรมนี  ยกให้เป็นนักกรีฑาที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกมาแล้ว หลังเธอชอบถ่ายรูปอวดเรือนร่างสุดเอ็กซ์ให้แฟนๆได้ฮือฮาอยู่เสมอ

สำหรับลมกรดสาววัย 22 ปี เริ่มเป็นที่รู้จักหลังสามารถคว้าเหรียญเงิน รายการวิ่งผลัด 4×400 เมตร ในศึกกรีฑาชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ก่อนที่ในเดือนกรกฎาคม 2019 เธอกับเพื่อนลมกรดหญิงเมืองเบียร์ จะคว้าเหรียญทองแดง วิ่งผลัด 4×400 เมตร กรีฑาชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุต่ำกว่า 23 ปี มาครองได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ชมิดท์ เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของแดนอินทรีเหล็ก ระยะที่เธอถนัดได้แก่ 200, 400 เมตร ทั้งทางตรงและข้ามรั้ว รวมถึงระยะ 800 เมตร ซึ่งเตรียมเข้าร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่จะมีขึ้นในอีกราวสองเดือนข้างหน้า นอกจากนี้ เธอยังเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์กีฬายี่ห้อดังอย่าง พูม่า อีกด้วย

แน่นอนว่าด้วยหน้าตาสะสวยระดับดารา ประกอบกับหุ่นนักกีฬาที่เป็นนางแบบได้สบายของเธอ ทำให้ เพลย์บอย (Playboy) นิตยสารเซ็กซี่ชื่อดังระดับโลก ได้ลองพยายามติดต่อทาบทาม พร้อมทุ่มไม่อั้น จีบสาวชมิดท์มาร่วมงานให้ได้ แต่อย่างไรก็ดี ชมิดท์ก็ยืนยันเสียงแข็ง ตอบปฏิเสธไปทุกรอบ

“มีผู้หญิงคนอื่นที่น่าดึงดูดกว่ามากมาย โดยเฉพาะในอินสตาแกรม ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงโดนพวกเขา (Playboy) ติดต่อหลายครั้งขนาดนี้ แต่ส่วนตัวแล้ว ฉันขอทุ่มเทให้อาชีพนักกีฬาเหนือสิ่งอื่นใด” ชมิดท์ กล่าว

สำหรับหนุ่มๆ หรือสาวกวงการรันนิ่ง สามารถติดตามเธอได้ทางอินสตาแกรมส่วนตัว  alicasmd  ซึ่งตอนนี้มีคนติดตามมากกว่า 1.6 ล้านคนเลยทีเดียว

ปัจจุบัน เอลิก้า อายุ 22 ปี เธอทำงานเป็นโค้ชฟิตเนส ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังแห่ง บุนเดสลีกา เยอรมัน ส่วนผลงานกรีฑา เธอโด่งดังมาตั้งแต่ยังเป็นนักกีฬาเยาวชน เมื่อสามารถคว้าเหรียญเงินจากการแข่งกรีฑาเยาวชนชิงแชมป์ยุโรป ในประเภทวิ่งผลัด 4X400 เมตรหญิง เมื่อปี 2017

แม้เป็นแค่เหรียญเงิน และเป็นการวิ่งผลัด แต่ความสวยและเซ็กซี่ทะลุเกินพิกัด กระทั่งสื่อเยอรมันนำไปเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักและถูกใครต่อใครพากันชื่นชมถึงความสวย จนสื่อของออสเตรเลียอย่าง “Busted Coverage” ให้สมญานามต่อท้ายชื่อของเธอว่า “The Sexiest Athlete in the World”

ด้วยฉายาที่ได้รับในฐานะนักกรีฑาที่สวยเซ็กซี่ที่สุดในโลก แน่นอนว่าจากความโด่งดังจึงมีวงการมายาที่เข้ามาทาบทามทั้งการแสดง นางแบบหรือภาพยนตร์ แต่ดูเหมือน “เอลิก้า ชมิดท์” ไม่ให้ความสำคัญมากนัก เธอยังมุ่งมั่นในเรื่องการวิ่ง และอีก 2 ปีต่อมา “ชมิดท์” สร้างฝันต่อเนื่อง เมื่อได้เหรียญทองแดงจากการแข่งกรีฑาเยาวชนชิงแชมป์ยุโรป ในประเภทวิ่งผลัด 4X400 เมตรหญิง ตามด้วยเหรียญเงิน วิ่งผลัด 4X400 เมตรหญิง ในรายการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ได้อีกด้วย

 

หลังพ้นวัยทีนด้วยรูปร่างหน้าตาที่สะสวยราวกับนางแบบ นิตยสารชื่อดังสำหรับท่านชาย “เพลย์บอย” มองเห็นแววถึงกับอดทนไม่ไหวจึงส่งเทียบเชิญให้เธอมาร่วมงานด้วย ทว่า ชมิดต์ ตอบปฏิเสธ เพราะเธอมีจุดยืนและแน่วแน่ในเส้นทางของตัวเอง คือการวิ่งที่เธอมุ่งมั่นจนติดทีมชาตเยอรมัน พร้อมให้สัมภาษณ์ออกสื่อถึงการทาบทามของ “เพลย์บอย” ว่า “ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รับเลือก มีผู้หญิงเป็นพันๆ คนบนอินสตาแกรมที่ดูดีและน่าสนใจ” พร้อมทิ้งท้ายอย่างคมกริบ “สำหรับฉัน กีฬาต้องมาก่อนเสมอ”

เชื่อว่าในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 หนนี้ ชมิดต์ จะเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆในลู่วิ่งอย่างแน่นอน โดยการแข่งขันกรีฑา จะเริ่มในวันที่ 30 ก.ค. 64 นี้

 

ปารีส โอลิมปิก 2024

ปารีส โอลิมปิก 2024

ปารีส โอลิมปิก 2024

ปารีส โอลิมปิก 2024

เมื่อ โอลิมปิก โตเกียว 2020 ปิดฉากลงในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2021 ปารีสจะเป็นเมืองที่รับไม้ต่อในการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 33 หรือที่เรียกว่า โอลิมปิก ปารีส 2024  หรือ Paris 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม-11 สิงหาคม ค.ศ. 2024 โดยเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพในมหกรรมกีฬาโลกของเมืองหลวงแห่งฝรั่งเศสอีกครั้งในรอบ 100 ปี

ปารีสเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1900 และครั้งที่สองเมื่อ ค.ศ.1924 จึงนับเป็นมหานครลำดับที่ 2 ต่อจากลอนดอนที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่ 3 (ลอนดอนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี ค.ศ.1908, 1948 และ 2012) โดยการจัดงานในปี ค.ศ.2024 จะเน้นเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและจำกัด โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 10,500 คน (จาก 11,092 คนในโอลิมปิกโตเกียว 2020) และมี 32 ชนิดกีฬา 329 ประเภทการแข่งขัน (จาก 33 ชนิดกีฬา และ 339 ประเภทการแข่งขันในโตเกียว)

นอกจาก สเกตบอร์ด ปีนหน้าผา และกระดานโต้คลื่น 3 ชนิดกีฬาใหม่ที่บรรจุเพิ่มเข้ามาครั้งแรกในโอลิมปิกโตเกียว 2020 ที่ยังคงอยู่ในรายการแข่งขันของ โอลิมปิก ปารีส 2024 อีก 1 ชนิดกีฬาใหม่ที่ผู้ชมจะได้เห็นเป็นครั้งแรกในโอลิมปิกอีก 3 ปีข้างหน้าคือ การแข่งขัน เบรกแดนซ์

“เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ” ซึ่งเป็นปรัชญาหลักแห่งชาติของฝรั่งเศสได้มีการสอดแทรกผ่านสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่นตราสัญลักษณ์ เหรียญรางวัล และจำนวนตัวเลขนักกีฬาหญิงที่เข้าร่วมแข่งขันซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่จำนวนนักกีฬาหญิงและชายมีสัดส่วนเท่ากันคือ 50:50 ทั้งนี้ทางเจ้าภาพยังพยายามลดการสร้างอาคารใหม่แบบถาวร และให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมทั้งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) ดังเช่นที่โอลิมปิก โตเกียว 2020 ประสบความสำเร็จมาแล้วเรื่องการสร้างนวัตกรรมสังคมสีเขียว

Sarakadee Lite รวบรวมไฮไลต์ที่จะเกิดขึ้นในโอลิมปิกฤดูร้อนอีก 3 ปีข้างหน้าที่ปารีสซึ่งทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันยืนยันว่าพร้อมสุด ๆ

ตราสัญลักษณ์โอลิมปิก ปารีส 2024 : เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ

คอนเซ็ปต์เรื่องความเสมอภาคฉายชัดในตราสัญลักษณ์ประจำการแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่การแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิกจะใช้ตราสัญลักษณ์เดียวกันโดยไม่แบ่งแยก องค์ประกอบหลักในการออกแบบประกอบด้วย 3 สิ่งคือ เหรียญทอง คบเพลิง และ มารีอานน์ (Marianne) สตรีผู้เป็นตัวแทนแห่งเสรีภาพและเสมอภาคของฝรั่งเศส

เหรียญรางวัลโดย ฟิลิปป์ สตาร์ค : ชัยชนะเพื่อการแบ่งปัน

ขึ้นชื่อว่าเป็นผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ไอเดียสุดล้ำชาวฝรั่งเศส ฟิลิปป์ สตาร์ค (Philippe Starck) เหรียญรางวัลโอลิมปิก ปารีส 2024 ย่อมไม่ธรรมดา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิกอีกเช่นกันที่เหรียญรางวัล 1 เหรียญสามารถแยกได้อิสระออกจากกันเป็น 4 เหรียญ โดยสตาร์คให้เหตุผลว่าเบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬามีมือที่มองไม่เห็นมากมายที่ช่วยผลักดันพวกเขาจนประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นเหรียญรางวัลจึงออกแบบมาเพื่อ “แบ่งปัน” โดยนักกีฬาสามารถส่งต่อความภูมิใจแห่งชัยชนะให้คนที่เขารักได้

“โดยปกติแล้วเหรียญรางวัลมักเป็นประจักษ์พยานบอกว่า ฉันทำได้ ฉันชนะแล้ว แต่ความจริงคือชัยชนะนั้นไม่ได้ได้มาโดยลำพังแต่เป็นเรื่องของทีมสปิริต ผมจึงอยากให้เหรียญรางวัลนี้สะท้อนเรื่องนี้ ถ้าผู้ชนะต้องการแบ่งปันช่วงเวลาสำคัญนี้เขาสามารถแบ่งเหรียญอีก 3 เหรียญให้คนอื่น ๆ ได้” สตาร์ค ผู้ซึ่งเคยออกแบบคบเพลิงสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 1992 ที่ฝรั่งเศสและเก้าอี้สุดฮิต Louis Ghost ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารออกแบบ Dezeen

สนามกีฬาที่เชื่อมโยงกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ของกรุงปารีส เช่น หอไอเฟล (La Tour Eiffel) พระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles) ปลาส เดอ ลา กงกอร์ด (Place de la Concorde) ถนนช็องเซลีเซ (Avenue des Champs-Élysées) และแม่น้ำแซน (La Seine) จะเป็นฉากหลังของสนามแข่งขันของโอลิมปิกและพาราลิมปิกที่จะถ่ายทอดไปทั่วโลกโดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศได้อย่างดี

ตามมาสเตอร์แพลนของโอลิมปิก ปารีส 2024 ที่ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิก Populous ร่วมกับบริษัทวิศวกรรม Egis สนามแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดซึ่งคาดว่าจะรองรับผู้ชมได้ถึง 12,000 คน จะสร้างขึ้นชั่วคราวบริเวณ ช็อง เดอ มาร์ส (Champ de Mars) สวนสาธารณะบริเวณฐานของหอไอเฟล ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็นที่สังหารหมู่เมื่อค.ศ.1791 สืบเนื่องจากภายหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสและพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงหลบหนีจากการจองจำที่พระราชวังตุยเลอรี และทรงถูกจับอีกครั้งระหว่างหลบหนีไปถึงเมืองวาแรน (Varennes) ประชาชนหลายหมื่นคนได้มาชุมนุมกันที่ ช็อง เดอ มาร์ส เพื่อเรียกร้องให้มีการลงโทษพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แต่กองกำลังติดอาวุธฝ่ายนิยมเจ้าได้นำกำลังทหารเข้าปราบปราม มีการยิงปืนเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 50 คน

อารยสถาปัตย์และสัดส่วน 50:50 ของนักกีฬาชาย-หญิง

ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 กล่าวว่าหมู่บ้านนักกีฬาซึ่งตั้งอยู่บริเวณแซน-แซ็ง-เดอนี (Seine-Saint-Denis) ได้รับการออกแบบให้เป็นอารยสถาปัตย์ 100% โดยการปรับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ อาคารสถานที่ รวมถึงการคมนาคมขนส่ง สารสนเทศและการสื่อสาร และบริการต่าง ๆ ให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไป โดยหวังให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างการดีไซน์แบบอารยสถาปัตย์ครบวงจรให้แก่โครงการอื่น ๆ ในฝรั่งเศส

 

ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้งรายการกีฬา ONE Championship

ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้งรายการกีฬาONEChampionship

ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้งรายการกีฬาONEChampionship

ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้งรายการกีฬาONEChampionship

ชื่อของ “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” นักธุรกิจลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นอาจไม่เป็นที่รู้จักสำหรับคนไทยมากนัก เนื่องจากหากย้อนกลับไปหลังพิษเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในช่วงปี 2540 เขาต้องระหกระเหินไปใช้ชีวิตที่อเมริกาพร้อมกับคุณแม่ชาวญี่ปุ่นและน้องชายเนื่องจากคุณพ่อทอดทิ้งไปแบบไม่ใยดี ความหวังเรื่องอนาคตใหม่ที่อเมริกายากเย็นแสนเข็ญ บ่อยครั้งเขา แม่และน้องชายกอดคอกันร้องไห้เพราะมองไม่เห็นฝั่งฝัน

แต่เพราะหัวใจนักสู้ที่เขาบอกว่าซึมซับจากการหัดเล่น “ มวยไทย ” ที่เมืองไทยตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนปัจจุบันเขากลายเป็นเจ้าของธุรกิจ อีโวลฟ์ MMA* (Evolve Mixed Martial Arts) และผู้ก่อตั้งรายการ กีฬา  ONE Championship* ที่มีคนดูการถ่ายทอดสดเยอะที่สุดของเอเชีย

นี่คือชีวิตจริงของคนสู้ชีวิตที่ Sanook! Men อยากให้ทุกคนรู้จักเขามากยิ่งขึ้น และเพราะสาเหตุใดเขาจึงก้าวผ่านความลำบากต่างๆ มากมาย และก้าวขึ้นสู่การเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านได้ทั้งๆ ที่ต้นทุนชีวิตติดลบ

ยกที่ 1 ครอบครัวแตกแยก อดมื้อกินมื้อ ไร้อนาคต
สมัยก่อนพ่อเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่แถบภาคตะวันออกของประเทศไทย ตอนนั้นผมอายุประมาณ 13-14 จำได้ว่าบ้านเราเป็นครอบครัวที่มีกิน สุขสบาย มีคนขับรถ มีทุกอย่าง แต่พอเจอพิษเศรษฐกิจปี 2535และปี 2540 ก็เลยล้มหมดทุกอย่าง ชีวิตเริ่มลำบาก แม่เลยบอกว่าผมต้องไปอเมริกาจะได้มีอนาคต เราก็เลยตัดสินใจไปอเมริกา ชีวิตที่นั่นไม่ได้สบาย ลำบากมากได้กินข้าววันละมื้อ ใช้เงินแค่ 4 เหรียญต่อวัน ปั่นจักรยานส่งอาหาร ทำงาน ได้นอนวันละ 3-4 ชั่วโมง และก็สอนมวยชาวต่างชาติที่เขาชอบมวยไทย

เพราะตอนอยู่เมืองไทยผมชอบไปเล่นๆ กับเพื่อนๆ ที่ค่ายศิษย์ยอดธงเลยทำให้ได้วิชามวยติดตัวมาเลยเอาความรู้ตรงนี้มาหาเงินด้วย ผมอยากช่วยครอบครัวด้วย น้องชายก็ไม่มีเงินและก็ต้องดูแลแม่เราลำบากมาก บางครั้งแอบเห็นคุณแม่อดแม่บอกไม่หิวเพื่อให้เราได้กินอิ่ม ช่วงนั้นผมร้องไห้บ่อยมาก ภาพนั้นยังติดตา ร้องไห้เพราะไม่มีอนาคต บ้านไม่มี ไม่มีทางออก มันเหนื่อยมากแต่ก็บอกตัวเองว่าต้องสู้เราโดนทิ้งจากพ่อและถูกผลักให้กลายเป็นหัวหน้าครอบครัวแบบไม่ได้ตั้งตัวช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตยากลำบากมาก

ยกที่ 2 ความดื้อรั้นกอบกู้ชีวิต
ผมเรียนจบปริญญาตรี B.A. in Economic เศรษฐศาสตร์ จาก Tufts University และก็มาต่อปริญญาโท MBA ที่ Harvard Business School ที่ผมมีเงินเรียนเพราะไปขอทุนที่อเมริกา ใครที่สอบติด Harvard ก็ไปยื่นขอทุน และที่เรียนต่อโทเพราะคนอเมริกาเขารู้ว่าใครเรียน MBA Harvard นั้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกคุณจะทำงานที่ไหนก็ได้ทุกบริษัทอยากได้ไปร่วมงาน เราจะมีโอกาสมากขึ้น และหลังจากเรียนที่ Harvard สองปีแม่บอกว่าอยากให้ทำงานปกติกับบริษัท

แต่ผมรู้สึกอยากสร้างบริษัทของเองมากกว่า โดนแม่ห้ามไม่ให้ทำเพราะเราเคยล้มมาแล้วเคยมีบทเรียนกับมันแล้ว และเราจนเราไม่มีเงินด้วยแม่กลัวมากๆ แต่ผมก็เลือกทำเลยไปยืมเงินและหาเงินมาประมาณ 1000- 2000 เหรียญและสร้างบริษัท Internet Software ทำไปซักระยะก็ขายหุ้นให้พาร์ทเนอร์ไป ได้เงินมา 300- 400 ล้านบาท และก็มาทำงานด้านการลงทุนธุรกิจการเงินการลงทุนแห่ง Wall Street ใช้เวลากว่า 10 ปีกว่าจะตั้งตัวได้

ยกที่ 3 กลับสู่วงการหมัดมวย
สำหรับผมคุณแม่เป็นแรงผลักดันให้เสมอ ท่านมักจะพูดบ่อยๆ ว่า “ชาตรีเป็นคนพิเศษ ยูทำได้ และหากมีโอกาสต้องช่วยโลกให้โอกาสกับทุกคน” ตอนอายุ 19 ผมเขียนฝันในกระดาษ ค่ายมวยคือสิ่งที่ 3 ที่ผมอยากทำ ผมอยากมีค่ายที่ดูแลนักมวยจริงๆ เพราะว่าเจอสิ่งที่ไม่ค่อยโอเคเยอะ อย่างบางคนเป็นแชมป์มีเงินมาก มีศักดิ์ศรีพอเลิกกลายเป็นคนจนทันที มักจะโดนคนในวงการโกง ผมเคยถามตัวเองว่าเราอายุ 35-36 แล้วมีเงินหลายพันล้านจากการทำธุรกิจ

เรามีเงินมากขึ้น แต่ทำไมรู้สึกไม่มีความสุข เรามีบ้าน เรามีรถหลายคันเหมือนคนอื่นแต่ชีวิตไม่ค่อยมีความหมาย เลยกลับมาเอเชียแล้วก่อสร้าง Evolve MMA ที่สิงคโปร์ เป็นองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดและมีแชมป์โลกในสังกัดมากที่สุดในโลก ครูสอนได้รับการรับรองจากหลายสถาบันแนวหน้า ผมก็เริ่มสร้าง ONE Championship เป็นสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนท์ บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ถ่ายทอดสดไป 70 ประเทศประมาณ 1 พันล้านครัวเรือนทั่วโลก ผมมาคิดว่าทำไมเอเชียเราถึงไม่มี อย่างอเมริกา มี NFL NBA เอเชียไม่ค่อยมีอะไรทั้งๆ ที่เอเชียมีศิลปะการป้องกันตัวที่มีประวัติมากมาย มีคาราเต้ เทควันโด กังฟู มวยไทย ทุกประเทศมีศิลปะป้องกันตัว ตรงนี้นอกจากเป็นโอกาสธุรกิจแล้วมวยไทยช่วยผมจากคนจนให้เป็นนักธุรกิจได้จนถึงทุกวันนี้

ยกที่ 4 บทเรียน ข้อคิด กับชีวิตชนะน๊อค
การทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จของผมมี 5 อย่าง อย่างที่ 1 คุณต้องทำสิ่งที่คุณรักอยู่ในใจเพราะไม่ว่าคุณจะลำบากแค่ไหนถ้าจะตายก็ยังได้ทำในสิ่งที่คุณรักและชอบ อย่างที่ 2 คุณต้องมีต้นแบบชีวิตให้ตัวเองถ้าคุณอยากรวย อยากเป็นแชมป์มวย ต้องทำยังไงคุณต้องทำอย่างไรต้องศึกษาต้นแบบชีวิตที่คุณอยากเป็นเหมือนเขาหามาซัก 4-5 คนแล้วค้นหาชีวิตของเขาแต่ถ้าเกิดมีโอกาสคุณต้องลองคุยกับเขาด้วย อย่างที่ 3 ในทุกวันที่คุณตื่นเช้าคุณต้องคิดว่าชีวิตเราต้องพยายามโตขึ้น ดีขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ ต้องมีความคิดอย่างนั้นในทุกๆ อย่างของชีวิตเราจะเป็นอะไรก็ตาม ธุรกิจ ครอบครัว อะไรก็ได้พัฒนาและพึ่งตัวเอง อย่างที่ 4 คือให้ตัวเองอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีคุณก็จะเป็นคนแบบนั้น

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มคนกินเหล้าเสพยาเสพติดคุณก็จะเป็นแบบคนพวกนั้น ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มคนที่ดี ขยัน อดทน คุณก็จะเป็นแบบนั้นด้วย อย่างสุดท้ายอย่ายอมแพ้เด็ดขาดคุณต้องใจสู้ถ้าอยากทำความฝันสำเร็จและต้องเข้าใจในชีวิต คนเรามันต้องมีทุกช่วงทั้งความลำบาก ผิดพลาด ร้องไห้ เสียใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอแค่ใจคุณสู้นี่คือ 5 อย่างสู่ความสำเร็จ

ปัญหา อุปสรรค และความยากเข็ญต่างๆ ในชีวิต หากใจเราสู้ ชีวิตย่อมไม่มีอะไรยาก เพราะหลังผ่านพ้นขวากหนามเหล่านั้น ความสำเร็จคือฝั่งฝันที่เราจะมีโอกาสได้ชื่นชมกับมันอย่างภาคภูมิเสมอ

* MMA ย่อมาจาก Mix Martial Art คือกีฬาที่รวมศิลปะป้องกันตัวของหลายๆ ประเทศเข้าด้วยกันเช่นมวยไทย มวยสากล ยูโด มวยปล้ำ คาราเต้ แซมโบ มวยปล้ำ ฯลฯ โดยเริ่มต้นราวๆ 20 ปีก่อน

*ONE Championship คือรายการถ่ายทอดสดกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียมีคนดูมากกว่า 1 พันล้านครัวเรือน รอบโลก รวมถึงบริษัท Evolve MMA ซึ่งมีเขาเป็นเจ้าของได้รับขนานนามจาก CNN ว่าเป็นองค์กรสอนศิลปะการป้องกันตัวอันดับ 1 ในเอเชีย