หลักฐานวิดีโอใหม่ของ Peng Shuai ยังไม่เพียงพอ

หลักฐานวิดีโอใหม่ของ Peng Shuai ยังไม่เพียงพอ

หลักฐานวิดีโอใหม่ของ Peng Shuai ยังไม่เพียงพอ

หลักฐานวิดีโอใหม่ของ Peng Shuai ยังไม่เพียงพอ

มีรายงานว่าเมื่อวันเสาร์ในเครือของประเทศจีนนั้นได้โพสวิดีโอ 2 คลิป บน Twitter ของ Peng Shuai

โดยในเนื้อหาของวิดีโอนั้นเป็นการรับประทานอาหารเย็นกับโค้ชและเพื่อนๆของเธอในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

ซึ่งทาง Steve Simon ประธาน WTA ” ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับการได้พบข่าวยคราของเธอ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากนักว่าเธอนั้นเป็นอิสระและสามารถตัดสินใจและดำเนินการด้วยตนเองโดยไม่ถูกใครบังคับ หรือการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก ”

และเขาได้เขียนจดหมายถึง Qin Gang เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอมริกาเพื่อขอให้เขาหารือใน ” ปัญหาเร่งด่วน ” กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้โดยเร็วที่สุด

เชายังขอให้ Peng Shuai ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศจีนได้ หรือสามารถคุยกับเขาโดยตรงผ่านวิดีโอคอลสดโดยไม่มีใครอยู่ด้วย เนื่องจาก Peng Shuai ไม่ได้ติดต่อมาหาเขาโดยตรงกับ WTA ตั้งแต่มีข่าวของอดีตรองนายกรัฐมนตรีจีนในข้อหาการล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ในขณะเดียวกันทางรัฐบาลอังกฤษได้กล่าวว่า ทางหน่วยงานได้กำลังติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดและยังคงกังกลเช่นกัน และทาง โฆษกของสำนักงานต่างประเทศเครือรัฐและสำนักงานพัฒนา ได้ชี้แจงว่า ” ทางการจีนนั้นควรให้หลักฐานที่สามารถยืนยันความปลอดภัย และที่อยู่ของ Peng Shuai โดยด่วน และทุกคนควรได้รับการอนุญาตให้สามารถพูดออกมาได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีเสียงสะท้อนกลับมา เพราะเรื่องที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศทั้งหมด ทั่วทุกมุมของโลก ควรได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ”

โดยคณะกรรมการการจัดทัวร์หญิงอาชีพได้แจ้งว่า Peng Shuai และทางสมาคมเทนนิสแห่งประเทศจีนในกรุงปักกิ่ง

และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทางบรรณาธิการของ Global Times ซึ่งเป็นองค์กรสื่อในเครือรัฐของจีน ได้โพสคลิปของ Peng Shuai ที่เขานั้นได้ถ่ายไว้เมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ โดยเนื้อหานั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าถ่ายทำในวันเสาร์ตามเวลาของปักกิ่ง
นักวิเคราะห์

ถึงอย่างนั้น Kerry Allen วิเคราะห์สื่อของ BBC China ก็ตั้งคำถามถึงความถูกต้องของวิดีโอ เธอให้สาเหตุว่า Peng Shuai ในวิดีโอนั้นเหมือนกับว่าเธอถูกเบลอจากวิดีโอ

Steve Simon ” ผมนั้นดีใจมากที่ได้เห็นวิดีโอที่เผยแพร่โดยสื่อของรัฐจีน ซึ่งดูเหมือนว่าจะแสดง Peng Shuai ที่ร้านอาหารในปักกิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นแค่วิดีโอเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่พอ เพราะอย่างที่ผมได้บอกได้ตั้งแต่ตอนต้นว่า ผมยังคงกัวลเกี่ยวกับสุขภาพ และความปลอดภัยของ Peng Shuai และข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่กำลังถูกเซ็นเซอร์ และหวาดไว้ใต้พรม ซึ่งผมเข้าใจแล้วว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น และความสะมพันธ์ระหว่าง WTA กับ จีน นั้นต้องแยกจากกัน “

5 female athletes who changed sport

5 female athletes who changed sport

5 female athletes who changed sport

5 female athletes who changed sport

Back then, sports were just only for males. But as the times change, attitudes towards sports have become more open.

And more recently, it has also opened up to transgenders to compete in women’s competitions, but must undergo a 12-month checkup to ensure they are not using testosterone and that’s the way to make the proof that they are eligible to compete in the competition as a male either.

And in today’s society, it has begun to recognize that women’s skills are not inferior to men in many fields.

1. KATHRINE SWITZER
She was the first woman to compete in the 1967 Boston Marathon, a world-class event. in england She trained with the male contestants.

2.RACHEL YANKEY
She is the first female manager in the Premier League. In an interview with
“If it is for professional footballers to change their perspective on female footballers.

3.SHERYL SWOPES
A basketball player who signed with the WNBA in 1997, she has won three Olympic gold medals, and was also the first woman to use her name as Nike’s heavyweight title in 1995.

4. Liu Xiang
She is a female swimmer from China. She broke her first ever swimming world record at the 2002 Asian Games in which she backstroked in 26.98 seconds.

5. Ariya Jutanugarn
She is the first Thai female golfer to become No. 1 in the world.

She has won major prizes in the LPGA Tour group worth more than 32 million baht, she has also been awarded Golfer of the Year by Rolex.

Best Performance Award from the Rolex Annika Major Award, the highest paid golfer.And also the most top 10 finishers of the year. Earning $1 million in bonus prize money, Prome revealed that after competing in 2016.

เซาธ์เกต เผยสาเหตุที่ไร้ 3 นักเตะแมนเชสเตอร์

เซาธ์เกต เผยสาเหตุที่ไร้ 3 นักเตะแมนเชสเตอร์

เซาธ์เกต เผยสาเหตุที่ไร้ 3 นักเตะแมนเชสเตอร์

เซาธ์เกต เผยสาเหตุที่ไร้ 3 นักเตะแมนเชสเตอร์

ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ อย่าง แกเร็ธ เซาธ์เกต ให้สัมภาษณ์กับทางสื่อ เขาได้ออกมาเผยถึงสาเหตุที่ไร้ 3 นักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมไปถึงคัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ด้วย และได้เผยรายชื่อขุนพลสิงโตคำรามชุดสู้ ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ในเดือนนี้

แกเร็ธ เซาธ์เกต กล่าวว่า เจดอน ซานโช่ และเจสซี่ ลินการ์ด พลาดตำแหน่งในทีมชาติอังกฤษเนื่องจากขาดโอกาสในการลงเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ยังเปิดเผยถึงสาเหตุที่แข้งปีศาจแดงอีกคนอย่าง เมสัน กรีนวู้ด

รวมไปถึงแข้งที่กำลังฟอร์มดีของเชลซี อย่าง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย หลุดโผออกไป ในการประกาศรายชื่อ 25 ขุนพลทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ซานโช่ ต้องพบว่า ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่จะสร้างผลกระทบให้กับทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ หลังจากย้ายมาในราคา 73 ล้านปอนด์จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อช่วงฤดูร้อนและได้เล่นรวมทั้งหมด 85 นาทีในการแข่งขันห้านัดหลังสุดของแมนฯ ยูไนเต็ด ทางด้านลินการ์ด ยังประสบปัญหาในการลงเล่นในทัพปีศาจแดง และยังไม่ได้ออกสตาร์ทในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้เลย

ในขณะเดียวกัน กรีนวู้ด เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นของแมนฯ ยูไนเต็ดในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล เขายิงไปแล้ว 4 ประตูจาก 9 นัดในพรีเมียร์ ลีก แต่กลับถูกมองข้ามอีกครั้งจากเซาธ์เกตสำหรับเกมที่อังกฤษจะพบกับแอลเบเนียและซาน มาริโน่ ในเดือนพฤศจิกายนนนี้ โดยเมื่อถูกถามว่ากรีนวู้ดปฏิเสธการเรียกตัวหรือไม่ เซาธ์เกตตอบว่า

“เราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ในเดือนนี้ เราได้พบกับเขาในเดือนนี้และเข้าใจดีว่าเขาอยู่ตรงไหน” “เราได้คุยกันเมื่อเดือนที่แล้วกับผู้เล่นดาวรุ่ง เส้นทางและภาระของพวกเขาแตกต่างออกไป” “เขาอยู่ที่สโมสรฟุตบอลขนาดใหญ่ที่มีความคาดหวังสูง เขาตระหนักดีว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวไปสู่ฟุตบอลระดับทีมชาติ” “เราต้องการทำให้มันถูกต้องกับผู้เล่นอายุน้อยๆ สิ่งนี้เกิดขึ้นกับผู้เล่นส่วนใหญ่ในวัยนี้ มันเป็นเส้นทางที่คุ้นเคยกันดีสำหรับเราในการพัฒนาเยาวชน”

เซาธ์เกต ยังสนับสนุนซานโช่และลินการ์ด ให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมอังกฤษในอนาคต “กับเจสซี่และเจดอน พวกเขาไม่ได้เล่นฟุตบอลมากนักเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในตำแหน่งของพวกเขา” ผู้จัดการทีมทีมชาติอังกฤษกล่าว “หากคุณลงเล่นให้สโมสรเป็นประจำ คุณมีโอกาสที่ดีกว่ามากในการที่เราจะประเมินว่าคุณเล่นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกัน” “กับสองคนนี้ พวกเขาเจอการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมในตำแหน่งที่พวกเขาเล่น” “ทั้งสองคนเข้าใจดีว่าพวกเขาต้องลงเล่นให้สโมสรและเล่นให้ดี แล้วจากนั้นการติดทีมชาติอังกฤษจึงเป็นโบนัสสูงสุด พวกเขาทำได้ดีสำหรับเรา ผมแน่ใจว่าพวกเขาจะกลับมาอยู่กับเรา”

เซาธ์เกต ยังเชื่อว่าฮัดสัน-โอดอย ปีกของเชลซีพลาดโอกาสติดทีมชาติครั้งนี้เพราะปฏิเสธการติดทีมชาติอังกฤษชุดยู-21 โดยนักเตะวัย 20 ปีอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมของโธมัส ทูเคิล ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ของอังกฤษสำหรับรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่จะมาถึงกับแอลเบเนียและซานมารีโน โดยฮัดสัน-โอดอย ปฏิเสธโอกาสที่จะไปร่วมทีมชาติอังกฤษรุ่นยู-21 และเซาธ์เกตเปิดเผยว่า ปีกรายนี้ต้องการที่จะเบียดเข้าทีมชุดใหญ่ด้วยการสร้างฟอร์มที่น่าประทับใจในทีมเชลซี

เซาธ์เกต ยังเชื่อว่าฮัดสัน-โอดอย ปีกของเชลซีพลาดโอกาสติดทีมชาติครั้งนี้เพราะปฏิเสธการติดทีมชาติอังกฤษชุดยู-21 โดยนักเตะวัย 20 ปีอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมของโธมัส ทูเคิล ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ของอังกฤษสำหรับรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่จะมาถึงกับแอลเบเนียและซานมารีโน โดยฮัดสัน-โอดอย ปฏิเสธโอกาสที่จะไปร่วมทีมชาติอังกฤษรุ่นยู-21 และเซาธ์เกตเปิดเผยว่า ปีกรายนี้ต้องการที่จะเบียดเข้าทีมชุดใหญ่ด้วยการสร้างฟอร์มที่น่าประทับใจในทีมเชลซี

รายชื่อนักเตะทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ในเดือนพฤศจิกายน

ผู้รักษาประตู : แซม จอห์นสตัน (เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน), จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน), อารอน แรมส์เดล (อาร์เซนอล)

กองหลัง : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล), เบน ชิลเวลล์ (เชลซี), คอเนอร์ โคอาดี้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส), รีซ เจมส์ (เชลซี), แฮร์รี่ แม็คไกวร์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), ไทโรน มิงส์ (แอสตัน วิลล่า), ลุค ชอว์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), จอห์น สโตนส์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), ไคล์ วอล์คเกอร์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

กองกลาง : จู๊ด เบลลิงแฮม (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ลิเวอร์พูล), เมสัน เม้านท์ (เชลซี), คาลวิน ฟิลลิปส์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด), เดแคลน ไรซ์ (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด), เจมส์ วอร์ด-พร้าวส์ (เซาธ์แฮมป์ตัน)

กองหน้า : แทมมี่ อับราฮัม (อาแอส โรม่า), แจ็ค กรีลิช (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), ฟิล โฟเด้น (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์), มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), บูกาโย่ ซาก้า (อาร์เซนอล), ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

 

เจ้าของวลีคำว่า Here We Go

เจ้าของวลีคำว่า Here We Go

เจ้าของวลีคำว่า Here We Go

 

เจ้าของวลีคำว่า Here We Go

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เจ้าของคำว่า ‘Here We Go’ ระบุว่า อันโตนิโอ คอนเต้ เป็นเต็งหนึ่งที่จะเข้ามาคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และหากมีการยื่นข้อเสนอเข้าไป ซีเนดีน ซีดาน ก็จะไม่ปฏิเสธทีมอย่างแมนฯยูไนเต็ดเช่นกัน

ประวัติ คอนเต้

อันโตนีโอ คอนเต้ เกิด 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวอิตาลี ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016–17 คอนเต้ ได้เป็นผู้จัดการ ทีมเชลซี โดยได้รับการแต่งตั้ง ตั้งแต่ยังไม่จบ ฤดูกาล 2015–16 โดย ได้เซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี โดย คอนเต้ ได้คุมทีมเชลซีจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2018

เกียรติประวัติ

ผู้เล่น

ยูเวนตุส

  • ยูฟ่าคัพ (1): 1992–93
  • เซเรียอา (5): 1994–95, 1996–97, 1997–98, 2001–02, 2002–03
  • โกปปาอีตาเลีย (1): 1994–95, 2001–02 (รองชนะเลิศ), 2003–04 (รองชนะเลิศ)
  • ซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา (4): 1995, 1997, 1998 (รองชนะเลิศ), 2002, 2003
  • ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (1): 1995–96, 1996–97 (รองชนะเลิศ), 1997–98 (รองชนะเลิศ), 2002–03 (รองชนะเลิศ)
  • ยูฟ่าซูเปอร์คัพ (1): 1996
  • ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ (1): 1996
  • ยูฟ่าอินเตอร์โตโต้คัพ (1): 1999

อิตาลี

  • ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป: ยูโร 2000 (รองชนะเลิศ)
  • ฟุตบอลโลก: 1994 (รองชนะเลิศ)

ผู้จัดการทีม

บารี

  • เซเรียเบ (1): 2008-09

ซีเอนา

  • เซเรียบี: 2010-11 (รองชนะเลิศ)

ยูเวนตุส

  • เซเรียอา (1): 2011–12
  • ซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา (1): 2012
  • โกปปาอีตาเลีย: 2011–12 (รองชนะเลิศ)

อินเตอร์มิลาน

  • เซเรียอา (1): 2020–21
  • ยูฟ่ายูโรปาลีก: 2019–20 (รองชนะเลิศ)

เกียรติส่วนตัว

  • Albo Panchina d’Argento (1): 2008-09
  • Albo Panchina d’Oro (1): 2011-12
  • ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเซเรียอา (1): 2011-12
  • Trofeo Maestrelli Best Italian Manager (1): 2011-12

ประวัติ ซีดาน

ซีเนดีน ซีดาน เกิดวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1972 อดีตนักฟุตบอลอาชีพและผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศส

ซีดานเกิดที่เมือง มาร์แซย์ ประเทศฝรั่งเศส ในครอบครัวชาวแอลจีเรียอพยพ มีชื่อเต็มว่า ซีเนดีน ยาซีด ซีดาน (Zinedine Yazid Zidane) มีชื่อเล่นว่า “ซีซู” (Zizou) เริ่มเป็นนักฟุตบอลอาชีพขณะอายุ 17 ปี กับ กาน ของฝรั่งเศส จากนั้นก็มาประสบความสำเร็จกับ บอร์โด ใน ลีกเอิง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรก โดยเป็นผู้เล่นคนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของ ทีมชาติฝรั่งเศสใน ฟุตบอลโลก 1998 ซึ่งช่วยให้ฝรั่งเศสได้เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยแรก เมื่อเป็นผู้โหม่งทำประตูให้กับฝรั่งเศสนำ บราซิล คู่ชิงในรอบชิงชนะเลิศถึง 2 ประตู และยังช่วยให้ฝรั่งเศสได้ แชมป์ยูโร 2000 ในอีก 2 ปีต่อมา ซึ่งถือได้ว่าฝรั่งเศสนับเป็นชาติแรกที่ได้ทั้งแชมป์โลกและแชมป์ยูโรติดต่อกัน

 

 

สื่อเกาหลีอัพเดต ซน ฮึงมิน หลังลือติดโควิดชวดเจอสาลิกา

สื่อเกาหลีอัพเดต ซน ฮึงมิน หลังลือติดโควิดชวดเจอสาลิกา

สื่อเกาหลีอัพเดต ซน ฮึงมิน หลังลือติดโควิดชวดเจอสาลิกา

สื่อเกาหลีอัพเดต ซน ฮึงมิน หลังลือติดโควิดชวดเจอสาลิกา

หลังจากที่ มีข่าวลือ เดทกับ จีซู BLACKPINK ไปได้ไม่นาน ก็มีข่าวเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว โดยมีรายงานข่าวว่า ‘ซน ฮึงมิน’ เขาคือ 1 ใน 2 นักเตะ ของทีมที่ติดโควิด-19

ซนฮึงมิน นักเตะซุปตาร์ชาวเกาหลีใต้ ได้รับค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์สุดทึ่ง ก่อนถูกสื่อลือ กระหน่ำแอบซุ่มปลูกต้นรักกับ คิมจีซู พี่ใหญ่วง Blackpink

กลายเป็นเรื่อง Talk of the Town กันเลยทีเดียว เมื่อมีกระแสข่าวว่า ซนฮึงมิน กัปตันทีมชาติเกาหลีใต้อาจซุ่มกับ คิมจีซู หนึ่งในสมาชิกวง Blackpink วัย 26 ปี ซึ่งสื่อเกาหลีใต้เคยตีข่าวว่า ซนฮึงมิน บินไปปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ จีซู พี่ใหญ่วง Blackpink ไปร่วมงาน Paris Fashion Week ในฐานะ Global Brand Ambassador

แม้ว่าความสัมพันธ์ของ 2 ซุปตาร์ยังเป็นเพียงแต่ข่าวลือ แต่ทางด้านต้นสังกัดหรือตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายเอง ก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด

ซนฮึงมิน วัย 29 ปี ถือเป็นแข้งหลักของ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ โดยตลอดปีที่ผ่านมาทำประตูไปได้ 109 ประตู จากการลงเล่น 284 นัดในทุกรายการ และได้รับการยกย่อง ว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน โดยทั้งยิงและแอสซิสต์ทะลุเลขสองหลัก ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมาด้วย

โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ footballinsider247 ระบุว่า ซงฮึงมิน ได้รับค่าเหนื่อย 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (คิดเป็นเงินไทย 9,188,819 บาท) หากนับเป็นรายเดือนแล้วก็อยู่ที่ราว 275 ล้านบาทเลยทีเดียว

จากข่าวที่ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 ว่าผู้เล่นท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สองคนมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก ทำให้มีแนวโน้มว่าทั้งสองจะพลาดการแข่งขันของทีมเป็นจำนวน 3 เกมรวมถึงเกม ในวันนี้ที่ จะเจอกับนิวคาสเซิล งานนี้ก็มีการคาดเดากันอย่างกว้างขวางว่าใครคือผู้เล่นที่ติดเชื้อโควิด และสองชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือซน ฮึงมิน และ ไบรอัน กิล

แต่ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา สำนักข่าว Yonghap News ของเกาหลีใต้ซึ่งเทียบเท่ากับสำนักข่าว AP ได้รายงานข่าวที่อ้างถึง “แหล่งข่าวในท้องถิ่นที่คุ้นเคยกับสถานการณ์นี้” ที่กล่าวว่าการทดสอบโควิดของดาวเตะจากแดนกิมจิรายนี้ให้ผลเป็นลบและน่าจะทำให้เขาได้ลงเล่นที่เซนต์เจมส์ พาร์ค ในวันนี้ (อาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564)

แหล่งข่าวในเกาหลีใต้อาจมีการเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับซน ฮึงมิน ดังนั้นจึงน่าจะมีความสามารถในการค้นหาข้อมูลนี้ ซึ่งจะทำให้แฟนๆ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ มีความหวังอีกครั้งที่จะได้เห็น ‘ซนนี่’ ลงสนามในวันนี้แม้ว่าอาจมีข้อกังขาเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างเหล่านี้ อย่างไรก็ตามแฟนๆ อาจจะอยากได้ยินเรื่องแบบนี้จากอลาสแดร์ โกลด์ หรือแจ็ค พิตต์-บรู๊ค ซึ่งเป็นแหล่งข่าวของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่น่าเชื่อถือมากกว่า

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อลาสแดร์ โกลด์ ทวีตว่า “ผมเข้าใจความต้องการของโซเชียล มีเดีย ที่อยากทราบชื่อของผู้เล่นสเปอร์สสองคนที่มีผลตรวจเป็นบวก อย่างไรก็ตาม นอกจากวันนี้จะมีการทดสอบใหม่เพื่อยืนยันแล้ว มันก็ยังขึ้นอยู่กับพวกเขาที่ว่าต้องการที่จะเปิดเผยปัญหาด้านสุขภาพหรือไม่ พวกเขาอาจทำอย่างนั้นได้ แต่ก็เป็นทางเลือกของพวกเขา”

ทั้งนี้สเปอร์ส จะเดินทางไปเยือนนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลกันว่า ซน ฮึงมิน อาจไม่ได้ลงสนาม โดย Sky Sports รายงานว่า ทัพไก่เดือยทองมีผู้เล่นสองคนมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกและไม่สามารถเล่นได้ และ London Evening Standard ตั้งข้อสังเกตว่า ‘ซน ฮึงมิน’ อาจจะไม่ได้ลงเล่นใน เกมเจอทัพสาลิกาดง นั่นก็ทำให้เกิดความกังวลกันว่า ‘ซน’ คือหนึ่ง ในผู้เล่นที่ผลตรวจเป็นบวก แต่หากรายงานของ Yonhap เป็นจริง แข้งทีมชาติเกาหลีใต้ก็จะพร้อมลงสนามและถือเป็นข่าวดีของนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ และทีมเลยทีเดียว

 

 

 

เรอัล มาดริด เล็งตัวนักเตะเซลชี

เรอัล มาดริด เล็งตัวนักเตะเซลชี

เรอัล มาดริด เล็งตัวนักเตะเซลชี

เรอัล มาดริด เล็งตัวนักเตะเซลชี

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีลา เปิดเผยว่าได้ยกให้นักเตะฝีมือดีของเชลซีคนนึงเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ที่เขาต้องการซื้อตัวมาร่วมทัพให้ได้ในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคม 2022

นักเตะเซลชีอย่าง อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปราการหลังของเชลซี ได้ถูกจับตามองกลายเป็นเป้าหมายสูงสุดของเรอัล มาดริด ในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ หรือในช่วงของตลาดนักเตะนั้นเอง ทั้งนี้ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีกำลังจะหมดสัญญากับทัพสิงห์บลูส์ในช่วงซัมเมอร์หน้า

หลังจากปฏิเสธสัญญาใหม่ที่มีมูลค่าราว 125,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ดังนั้น เรอัล มาดริด จึงวางไว้ให้รูดิเกอร์ เป็น ‘เป้าหมายอันดับ 1’ ในปีหน้า เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าแข้งรายนี้สามารถเติมเต็มช่องว่างที่ของราฟาเอล วาราน และเซร์คิโอ รามอส ทิ้งไว้

 สื่อดังสัญชาติสเปน รายงานว่า เรอัล มาดริด กระตือรือร้นที่จะเซ็นสัญญากับ รูดิเกอร์ ในช่วงฤดูหนาวนี้ โดยเชื่อกันว่ายักษ์ใหญ่แห่งเวทีลา ลีก้า จะเริ่มเปิดการเจรจากับกองหลังเชลซีในเดือนมกราคม โดยที่คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมหวังว่ารูดิเกอร์ จะสามารถเติมเต็มช่องว่างที่รามอสทิ้งไว้จากการย้ายไปร่วมทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบฟรีๆ

ในช่วงชองซัมเมอร์ที่ผ่านมา และวารานซึ่งเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยมูลค่า 36 ล้านปอนด์ ทั้งรามอสและวาราน ต่างก็ใช้เวลาในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว 16 และ 10 ฤดูกาล ตามลำดับ ช่วยทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง 4 สมัย และลา ลีก้า สเปน 3 สมัย

อย่างไรก็ตาม ตัวรูดิเกอร์ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นมามากพอว่าคู่ควรที่จะอยู่ในทีมเรอัล มาดริด โดยนักเตะวัย 28 ปีรายนี้ติดทีมชาติเยอรมัน 47 นัด และมีบทบาทสำคัญในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของเชลซีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขายังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้ 2 สมัย, ยูโรป้า ลีก 1 สมัย และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ อีก 1 สมัย นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเชลซีจากโรม่าเมื่อปี  2017

อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด จะต้องต่อสู้กับคู่แข่งสำคัญอย่างบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีบุนเดสลีก้า โดยก่อนหน้านี้ รูดิเกอร์ ถูกขอให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวลือที่บอกว่าเขาอยู่ในสายตาของทัพเสือใต้ และปราการหลังทัพสิงโตน้ำเงินครามก็กล่าวว่าเขา ‘รู้สึกเป็นเกียรติ’ ที่ถูกเชื่อมโยงกับยักษ์ใหญ่แห่งบาวาเรีย แต่ยังคงมุ่งมั่นกับเชลซี

“แน่นอนครับว่า (ความสนใจของบาเยิร์น มิวนิก) ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผมและพิสูจน์ให้เห็นว่าผมทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว” เขากล่าว “แต่ผมจะไม่ปล่อยให้ตัวเองวอกแวก” “ผมมีภาระผูกพันกับสโมสรของผมในการทำงานให้ได้ดี ผมต้องพิสูจน์ตัวเองทุกเกมและอย่าปล่อยให้ตัวเองไขว้เขวไปกับข่าวลือ ผมตัดสินใจด้วยตัวเอง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร ผมรู้สึกดีกับที่ๆ ผมอยู่ตอนนี้”

ทำไมทีมชาติไทยต้องใช้ มาโน่ โพลกิ้ง

ทำไมทีมชาติไทยต้องใช้ มาโน่ โพลกิ้ง

ทำไมทีมชาติไทยต้องใช้ มาโน่ โพลกิ้ง

ทำไมทีมชาติไทยต้องใช้ มาโน่ โพลกิ้ง

คงไม่มีกระแสข่าวไหนในวงการฟุตบอลไทย จะร้อนแรงไปกว่าการแต่งตั้ง “มาโน่ โพลกิ้ง” อดีตกุนซือสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมารับงานเฮดโค้ชทีมชาติไทย ลุยศึกฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020

การตัดสินใจครั้งนี้สร้างเครื่องหมายคำถามในใจแฟนบอลช้างศึกหลายคน เพราะตลอดเวลา 7 ฤดูกาลกับทัพแข้งเทพ มาโน่ โพลกิ้ง ไม่เคยคว้าแชมป์ติดมือแม้แต่ฤดูกาลเดียว เมื่อมองไปยังความล้มเหลวที่ยาวนานขนาดนั้น เฮดโค้ชชาวเยอรมัน-บราซิลดูจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก

แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ  หากมองข้ามความสำเร็จในเรื่องของถ้วยแชมป์ไป มาโน่ โพลกิ้ง มีความเหมาะสมหลายประการที่เข้ากับสถานการณ์ของทีมชาติไทยในเวลานี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ล้มเหลวในเรื่องของผลการแข่งขัน แต่ยังขาดความคึกคักในกระแสวงกว้าง และการมองเป้าหมายระยะยาว

นั่งวิเคราะห์ว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ทีมชาติไทยเลือกใช้ มาโน่ โพลกิ้ง เข้ามาคุมทีมในเวลานี้ ? กับคำตอบที่แสดงให้เห็นว่า เวลาและโอกาส คือสิ่งสำคัญที่เฮดโค้ชรายนี้ต้องการมากที่สุด

ประสบการณ์เกือบ 10 ปี ในวงการฟุตบอลไทย

มาโน่ โพลกิ้ง อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ หรือเคยพาทีมฟุตบอลสักประเทศลุยศึกฟุตบอลโลก แต่สิ่งหนึ่งที่เฮดโค้ชชาวเยอรมัน-บราซิลได้เปรียบสองอดีตกุนซือทีมชาติไทยทั้ง มิโลวาน ราเยวัช และ อาคิระ นิชิโนะ คือการมีประสบการณ์คุมทีมฟุตบอลในประเทศไทยยาวนานเกือบ 10 ปี

อดีตนักเตะของ อาร์เมเนีย บีเลเฟลด์ เดินทางสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2011 เพื่อรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติไทย โดยมาโน่ติดสอยห้อยตาม วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันที่เข้ามากุมบังเหียนทัพช้างศึกในเวลานั้น ซึ่งสองคู่หูชาวเยอรมันเคยร่วมงานกันที่ตะวันออกกลางและยุโรปกับสโมสร อัล ไอน์ เอฟซี และ เอฟซี บากู

ตลอดระยะเวลาในแคมป์ทีมชาติไทยหนแรก มาโน่ ไม่ได้มีช่วงเวลาที่โดดเด่นหรือเป็นที่น่าจดจำอะไรนัก เพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่า วินฟรีด เชเฟอร์ ไม่ประสบความสำเร็จกับทัพช้างศึก ทำให้ชื่อเสียงของผู้ช่วยโค้ชชาวเยอรมัน-บราซิลย่อมหม่นหมองตามไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้น มาโน่กลับได้โอกาสชิมลางคุมทีมชาติไทยชุดเยาวชน U-22 ลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย 2013 รอบคัดเลือก

ทัพช้างศึกยุคนั้นอุดมไปด้วยดาวรุ่งที่จะก้าวเป็นซูเปอร์สตาร์ในอนาคต ทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ปกเกล้า อนันต์, อดิศักดิ์ ไกรษร และ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม แต่ด้วยเวลาเตรียมทีมที่มีเพียงหนึ่งสัปดาห์ มาโน่ จึงพาทีมชาติไทยชุดนี้ไปตกรอบที่ประเทศลาว ส่งผลให้ชื่อของเขาถูกวิจารณ์ยับเยินโดยแฟนบอลไทยไม่แพ้ลูกพี่เชเฟอร์

เมื่อ วินฟรีด เชเฟอร์ โบกมือลาทีมชาติไทยในปี 2013 มาโน่ที่เริ่มติดใจการคุมทีมในฐานะเฮดโค้ช จึงกระโดดมารับงานที่สโมสร อาร์มี่ ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นทีมระดับกลางของไทยลีกในเวลานั้น และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ตามเป้า พาทีมจบอันดับ 6 ของตารางไทยลีก ฤดูกาล 2013

มาโน่ จึงกระโดดมารับความท้าทายที่ใหญ่กว่ากับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในฤดูกาล 2014 แต่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้า จึงถูกปลดตั้งแต่กลางฤดูกาล เคราะห์ดีที่เขายังได้โอกาสจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังหนีตกชั้น และเป็นเฮดโค้ชชาวเยอรมัน-บราซิลคนนี้ที่นำความสดใหม่มาสู่ทัพแข้งเทพ พาต้นสังกัดจบอันดับ 8 ของตาราง จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด อย่างเต็มเปี่ยม

หลังจากนั้น มาโน่ โพลกิ้ง ก็คุมสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด อีก 6 ฤดูกาล เขาพัฒนาทัพแข้งเทพจากทีมที่เคยหนีตกชั้นมาตลอดสู่การเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว โดยผลงานที่ดีที่สุดของเขาคือการพา ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จบอันดับ 2 ของไทยลีก ฤดูกาล 2016 และ 2018 รวมถึงรองแชมป์รายการช้าง เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2017

แต่ท้ายที่สุด มาโน่ก็มาถึงทางตันกับสโมสรแห่งนี้ หลังจากตลอด 7 ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาไม่เคยพาทีมคว้าแชมป์ได้แม้แต่ถ้วยเดียว จึงโบกมือลาทีมไปในช่วงเลกแรกของฤดูกาล 2020-21 ซึ่งถือเป็นการปิดช่วงเวลาคุมทีมรอบแรกในประเทศไทย เพราะหลังจากนั้น มาโน่ย้ายไปหาประสบการณ์ใหม่ที่เวียดนามกับสโมสร โฮจิมินห์ ซิตี้

เข้าใจนักเตะและวัฒนธรรมไทย 

ตั้งแต่การเข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติไทย เมื่อปี 2011 จนถึงวินาทีสุดท้ายบนเก้าอี้เฮดโค้ช ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เมื่อปี 2020 มาโน่ ถือว่าคลุกคลีกับวงการ ฟุตบอลไทย มานานเฉียด 10 ปี หากเรามองไปที่ความสำเร็จที่ว่างเปล่าจากผลงาน 0 แชมป์ ใน 10 ปี เฮดโค้ชชาวเยอรมัน-บราซิลย่อมไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักสำหรับทีมชาติไทย

แต่ผลงานที่ผ่านมาของ มิโลวาน ราเยวัช และ อาคิระ นิชิโนะ แสดงให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จในอดีตไม่ได้การันตีถึงผลงานที่ดีกับทีมชาติไทย และถ้าเรามองย้อนไปถึง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ประสบความสำเร็จมากมายกับทัพช้างศึก ก่อนเขาจะเข้ามารับงานตรงนี้ในปี 2013 เกียรติศักดิ์ประสบความสำเร็จแค่การคว้าแชมป์ถ้วย ก. กับ ชลบุรีเอฟซี เมื่อปี 2009

หมู ปากน้ำ วางไม้คิวหันไปขายกุนเซียง

หมู ปากน้ำ วางไม้คิวหันไปขายกุนเซียง

หมู ปากน้ำ วางไม้คิวหันไปขายกุนเซียง

หมู ปากน้ำ วางไม้คิวหันไปขายกุนเซียง

สถานการณ์โรคระบาด ” โควิด-19 ” ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ความเดือดร้อนเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ในทุกวงการ หลายประเทศ ” ล็อกดาวน์ ” ปิดการเดินทางเข้าออก โลกแทบหยุดหมุน การ กีฬา ทุกประเภทได้รับผลกระทบถ้วนหน้า รวมถึงการแข่งขันสนุ้กเกอร์

 ศึกสอยคิว ชิงเงินล้านยกเลิกไปหลายรายการ แถมรายการที่เข้มขลังอย่างสนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลก ที่ครูซิเบิลเธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ เดิมทีจะออกสตาร์ตในวันที่ 18 เม.ย. ถูกเลื่อนออกไป โดยกำหนดการแข่งขันอีกครั้งนั้นในเดือนกรกฎาคม หรือ สิงหาคม

 แต่ทั้งนี้ฝ่ายจัดไม่มีการการันตีใดๆ ว่าจะเป็นไปตามนั้นเพราะต้องมีการประเมินสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปลอดภัยทั้งนักกีฬา, ผู้ชม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

 เนื่องเพราะประเทศอังกฤษ ติดอันดับการระบาดต้นๆ ของโลก ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเมื่อ 9 เมษายน พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 วันเดียวถึง 938 ศพ ทำให้ผู้เสียชีวิตในประเทศพุ่งไปอยู่ที่ 7,111 ศพ และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 61,474 ราย

ด้วยเหตุดังกล่าว 4 นักสอยคิวไทย ที่มีลุ้นเข้าแข่งขันในโรงละคร “ครูซิเบิ้ล” ประกอบด้วย “เอฟ นครนายก” เทพไชยา อุ่นหนู, “ซันนี่ อาร์แบค” อรรนิธิ์ ส่งเสริมสวัสดิ์, “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” รัชพล ภู่โอบอ้อม และ “หมู ปากน้ำ” นพพล แสงคำ มือ 42 ของโลก ยังต้องรอคอยอย่างไร้กำหนด

 หลังสนุ้กเกอร์โลก ประกาศยกเลิกรายการที่เหลือและเลื่อนศึกชิงแชมป์โลกเมื่อปลายเดือนมีนาคม ทำให้นักสอยคิวไทยที่พำนักและเก็บตัวที่ประเทศอังกฤษต้องเดินทางกลับบ้าน พร้อมเข้าระบบการกักตัว 14 วัน

 “ช่วงกักตัวอยู่ที่บ้าน วันสองวันแรกว่างมาก เล่นแต่โทรศัพท์ วันที่สามเริ่มเครียดไม่มีอะไรทำเลยออกมาขายกุนเซียง”

 ยอดนักสอยคิวอนาคตไกล “หมู ปากน้ำ” ลำดับความคิดให้ฟังหลังต้องวางคิวด้วยสถานการณ์บังคับ เลยต้องมาจับขายกุนเซียงหาเลี้ยงชีพ

 “หมู ปากน้ำ” กล่าวว่า ไม่รู้ว่าสถานการณ์โควิดจะจบลงเมื่อไหร่ ในขณะที่รายได้ที่เคยรับจากการแข่งขันสนุ้กเกอร์หายไปจึงคิดหารายได้ โชคดีที่ข้างบ้านมีโรงงานกุนเซียงเลยไปคุยกับทางเจ้าของโรงงานและเขายินดีให้ความช่วยเหลือ จึงรับมาขายตั้งแบรนด์ตัวเองเป็น “หมูน้อย ร้อยร้าน” ขายทางเพจเป็นหลัก แบ่งเป็นถุงราคา 99 บาท บรรจุ 500 กรัม มียอดขายที่ดีจนต้องทำขายเองโดยมีพ่อกับแม่มาช่วยกันทำ

 ถึงตอนนี้ยอดนักสอยคิวโลก ยอมรับว่าผลตอบรับดีเกินคาด ภายหลังออกสื่อทางโทรทัศน์ “แฉ” กระทั่งมีออร์เดอร์มากกว่า 500 ต่อวัน ทั้งมีการแสดงตัวขอเป็นตัวแทนจำหน่าย ทำให้คิดถึงการขยายกิจการจนเป็นโรงงาน   สำหรับ “นพดล แสงคำ” ในวัย 28 ปี เกิดเมื่อ 15 กรกฎาคม 2535 ที่บ้านเกิด จ.สมุทรปราการ จนเป็นที่มาฉายา “หมู ปากน้ำ”

 จากเด็กน้อยย่านปากน้ำที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็น “นักร้อง” แต่กลับต้องเข้าสู่สังเวียนนักแม่นรูเนื่องเพราะที่บ้านมีกิจการโต๊ะสนุ้กเกอร์ และเริ่มจับไม้คิวตั้งแต่อายุ 11 ปี ก่อนที่จะมาจริงจังในวัย 14

 ด้วยพรสวรรค์การฝึกซ้อมจริงจังแค่ปีเดียวก็พา “หมู ปากน้ำ” เข้าเส้นทางสนุ้กเกอร์อย่างราบหรู เข้าชิงและคว้าแชมป์รายการสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรองแชมป์สนุกเกอร์นักเรียน ภาคกลาง 1 จ. นครปฐม และรองแชมป์สนุกเกอร์นักเรียน ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2551 เมื่อวัยเพียง 15 ย่าง 16

 ก่อนเปรี้ยงปร้างในรายการสมัครเล่นคว้าเหรียญทอง สนุ้กเกอร์ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ 2 สมัยซ้อน ปี 2551-2552 และทำ 3 เหรียญทอง กีฬานักเรียน ที่ จ.สุโขทัย

 ในปีเดียวกันขณะวัยแค่ 17 ปี “หมู ปากน้ำ” ขึ้นทำเนียบยอดสนุ้กเกอร์ดาวรุ่งของโลกทันที หลังเดินทางไปคว้าแชมป์เยาวชนโลก ที่ประเทศอิหร่าน และเข้าชิงอีกครั้งในปี 2554 ที่ประเทศแคนาดาแต่คราวนี้ได้แค่รองแชมป์ เพราะไปพ่าย “แมน นครปฐม” ธนวัฒน์ ถิรพงศ์ไพบูลย์

 ก่อนกลับมาคว้าแชมป์เยาวชนเอเซีย ปี 2556 ที่ประเทศอินเดีย ชนะ มูฮัมหมัด มาจิด อาลี จากปากีสถาน 6-5 เฟรม

 หลังโกยแชมป์ระดับสมัครเล่นมากมายทั้งในและต่างประเทศ “หมู ปากน้ำ” จึงมุ่งมั่นลุยศึกสอยคิวในระดับอาชีพ
ผลงานกระฉ่อนโลกให้เป็นที่จดจำเกิดขึ้นในปีที่แล้ว

 เมื่อพบกับอดีตแชมป์โลกหลายสมัยและมือ 1 โลกเวลานั้น “มาร์ค เซลบี้” ในรายการเวลล์ โอเพ่น 2019 มีการถ่ายทอดสดทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยปรากฏว่า “หมู ปากน้ำ” ทำแม็กซิมั่มเบรก 147 แต้มไม้เดียว แม้จะแพ้ตกรอบ แต่ทำให้โลกรู้จัก ก่อนอันดับจะขยับสูงอยู่ที่ 29 หลังรายการนี้

 ในปีนี้ “หมู ปากน้ำ” มุ่งหวังเข้าไปแข่งขันในรอบสุดท้ายสนุ้กเกอร์ศึกแชมป์โลกที่ “ครูซิเบิ้ล” แต่กำหนดการรอบคัดเลือกที่ต้องเริ่ม 18 เมษายน เลื่อนออกไป และรายการอื่นยกเลิก ทำให้ยอดนักสอยคิวอนาคตไกลต้องวางคิวชั่วคราว เพื่อหันไปขายกุนเซียงสร้างรายได้

 แต่ยืนยันจะไม่ทิ้งฝันในอาชีพนักสนุ้กเกอร์อย่างแน่นอน

ปรากฏการณ์ความสวยงามบนพื้นน้ำในพาราลิมปิก

ปรากฏการณ์ความสวยงามบนพื้นน้ำในพาราลิมปิก

ปรากฏการณ์ความสวยงามบนพื้นน้ำในพาราลิมปิก

ปรากฏการณ์ความสวยงามบนพื้นน้ำในพาราลิมปิก

“เด็กบางคนร้องไห้เพราะสำลักน้ำ และไม่ต้องการจะว่ายน้ำอีกต่อไป แต่หนูไม่เคยเป็นแบบนั้น เพราะหนูแค่พยายามพัฒนาตัวเอง แล้วเดินหน้าต่อไป”

นี่คือประโยคจากปากของ เจียง ยูหยาน นักว่ายน้ำเหรียญทองชาวจีน ซึ่งเรื่องราวของเธอคงไม่พิเศษกว่านัก กีฬา รายอื่นเท่าไหร่นัก หากเด็กที่พูดประโยคข้างต้น ไม่เคยถูกผู้คนเรียกว่า “ตัวประหลาดครึ่งคน” 

เจียง ยูหยาน เคยเป็นเด็กโชคร้ายที่สูญเสียแขนและขาด้านขวา เนื่องจากอุบัติเหตุในวัยเด็ก แต่วันนี้เธอยืนหยัดในฐานะเจ้าของสถิติโลก และคว้าเหรียญทอง พาราลิมปิก เกมส์ ด้วยอายุเพียง 16 ปี … เธอก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

อุบัติเหตุเปลี่ยนชีวิต

เจียง ยูหยาน เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ปี 2004 เธอเติบโตขึ้นมาในจังหวัดเช่าซิง ทางตะวันออกของประเทศจีน ตามคำบอกเล่าของผู้คนที่เคยพบเห็นยูหยานในวัยเด็ก ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอเป็นเด็กร่าเริง สนุกสนาน และชอบออกไปวิ่งเล่นตามท้องถนน

เมื่ออายุ 4 ขวบ ยูหยานซึ่งกำลังอยู่ในวัยซุกซนได้ที่ ออกไปวิ่งเล่นตามท้องถนนอย่างเคย แต่เรื่องราวไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้น เมื่อรถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความประมาท คนขับรถมองไม่เห็นเด็กตัวน้อยที่กำลังเดินเล่นอยู่บนท้องถนน ยูหยานถูกชนเข้าอย่างจัง ซ้ำราย แขนและขาด้านขวาของเธอ ถูกบดทับจนแหลกละเอียดโดยล้อรถคันดังกล่าว

หวัง ฉีฟาง คุณแม่ของยูหยานหัวใจแตกสลายทันทีที่เห็นลูกน้อยครวญครางด้วยความเจ็บปวด เคราะห์ดีที่เธอยังมีสติมากพอจึงรีบนำตัวยูหยานไปส่งโรงพยาบาลได้ทัน แต่ถึงแม้จะช่วยชีวิตลูกสาวสุดที่รักไว้ได้ คุณหมอจำเป็นต้องแจ้งข่าวร้ายให้ครอบครัวทราบว่า ทีมแพทย์จำเป็นจะต้องตัดแขนและขาข้างขวาของยูหยาน เพื่อรักษาชีวิตของเธอไว้

“ลูกสาวสุดที่รักของฉันต้องกลายเป็นคนพิการ มันรู้สึกเหมือนฟ้ากำลังถล่มลงมา ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าเธอจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ?” คุณแม่ของยูหยานเปิดใจถึงอุบัติเหตุที่เกือบทำลายชีวิตลูกสาวของเธอ

นับจากอุบัติเหตุในวันนั้น ชีวิตของยูหยานต้องเจอกับความยากลำบากกว่าที่เด็กวัย 4 ขวบคนหนึ่งจะรับไหว เธอเดินเข้าออกโรงพยาบาลอีกหลายครั้ง เพื่อทำการผ่าตัดรักษากระดูกส่วนเกินที่ยังเหลือในแขนและขาด้านขวา ยิ่งกว่านั้น ร่างกายของเธออ่อนแอลงมาก ความร่าเริงที่เธอเคยมี ดูเหมือนจะหายไปจากตัวของยูหยาน

เนื่องจากความเป็นกังวลของผู้เป็นแม่ที่แสดงออกมาให้เห็นชัดเจน คุณหมอที่ทำการรักษายูหยานจึงแนะนำให้ฉีฟางพาลูกสาวของเธอไปเข้าคอร์สฝึกฝนกีฬาว่ายน้ำ โดยคุณหมอแนะนำว่า กีฬาว่ายน้ำจะช่วยให้จิตใจของยูหยานฟื้นฟู และเร่งการเจริญเติบโตของร่างกาย

ฉีฟางทำตามคำแนะนำของคุณหมอ เธอพายูหยานในวัย 8 ขวบลงสระว่ายน้ำเป็นครั้งแรก แม้จะมีแขนและขาเพียงข้างเดียว ในใจของเธอจินตนาการถึงภาพลูกสาวที่จะกลับมาเป็นเด็กร่าเริงอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่า ลูกสาวของเธอจะสร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นนักว่ายน้ำเจ้าของเวลาสถิติโลกในเวลาต่อมา

จากตัวประหลาด สู่เจ้าของเวลาสถิติโลก

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เด็กหญิงผู้มีแขนขาเพียงข้างเดียว จะแหวกว่ายบนพื้นน้ำเหมือนคนปกติทั่วไป แต่โลกในศตวรรษที่ 21 ก้าวไปไกลเกินกว่าที่ข้อจำกัดของร่างกายจะขัดขวางศักยภาพของมนุษย์ มีครูสอนว่ายน้ำมากมายบนโลกที่รู้วิธีฝึกฝนผู้พิการให้เป็นสุดยอดนักกีฬา ยูหยานจึงเริ่มต้นว่ายน้ำ และหวนคืนความสนุกแก่ชีวิตอีกครั้ง

อุปสรรคร้ายกาจที่สุดซึ่งขัดขวางยูหยานและความสำเร็จที่รอเธออยู่ข้างหน้า ไม่ใช่พื้นน้ำหรือธรรมชาติ แต่เป็นจิตใจของมนุษย์ที่คับแคบ และไม่เห็นว่าผู้คนที่แตกต่างไปจากปกติเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ยูหยานต้องทนฟังคำดูถูกจากคำพูดของเด็กร่วมสระว่ายน้ำที่เรียกเธอว่า “ตัวประหลาดครึ่งคน” และไล่เธอออกจากสระว่ายน้ำด้วยความรังเกียจ

ยูหยานแสดงให้เห็นว่าคนเราไม่สามารถตัดสินกันได้ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก จิตใจของเธอแข็งแกร่งกว่าคนปกติทั่วไปหลายเท่านัก เธอนำแรงดูถูกที่ได้รับมาเปลี่ยนเป็นแรงผลักดัน ยูหยานฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน ไม่นานนัก ยูหยานจึงกลายเป็นเด็กที่ว่ายน้ำเก่งที่สุดในสระแห่งนั้น แม้เธอจะมีแขนและขาน้อยกว่าคนอื่นอย่างละหนึ่งข้างก็ตาม

“เด็กบางคนร้องไห้เพราะสำลักน้ำ และไม่ต้องการจะว่ายน้ำอีกต่อไป แต่หนูไม่เคยเป็นแบบนั้น เพราะหนูแค่พยายามพัฒนาตัวเอง แล้วเดินหน้าต่อไป” เจียง ยูหยาน กล่าวถึงแรงผลักดันที่ทำให้เธอเป็นสุดยอดนักกีฬา

เมื่อเห็นความตั้งใจของลูกสาว ฉีฟางจึงเริ่มพายูหยานตระเวนแข่งขันว่ายน้ำในประเทศจีน จนสามารถคว้าแชมป์แห่งชาติมาครองได้สำเร็จในปี 2011 ก่อนก้าวไปประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ ด้วยการคว้าเหรียญทองจากมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2018 ส่งผลให้ชื่อของยูหยานเริ่มถูกพูดถึงในวงการว่ายน้ำระดับโลก

ยูหยานไม่เสียเวลามากในการสร้างชื่อเสียงของตนให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยวัยเพียง 14 ปี นักว่ายน้ำชาวจีนรายนี้สามารถกวาด 3 เหรียญทองจากการแข่งขันประเภทฟรีสไตล์ 100 เมตร, ฟรีสไตล์ 400 เมตร, ผีเสื้อ 50 เมตร และ 2 เหรียญทองแดงจากประเภทฟรีสไตล์ 50 เมตร และกรรเชียง 100 เมตร

แค่การคว้าแชมป์โลก 3 ประเภทด้วยวัย 14 ปี ก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากพออยู่แล้ว แต่ยูหยานยังทำให้โลกหันมามองด้วยการจารึกสองเวลาสถิติโลกในการแข่งฟรีสไตล์ 400 เมตร และผีเสื้อ 50 เมตร ด้วยเวลา 5 นาที 13.32 วินาที และ 34.86 วินาที ตามลำดับ

ความมหัศจรรย์ที่สุดของเธออยู่ที่เวลาสถิติโลกในประเภทผีเสื้อ ซึ่งเป็นรองเวลาสถิติโลกของบุคคลทั่วไปเพียง 10 วินาที เท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก หากพิจารณาจากสรีระร่างกายของยูหยาน ที่ว่ายน้ำด้วยแขนขาเพียงข้างเดียว แต่กลับทำเวลาได้ไม่แพ้คนปกติเลย

ชีวิตอีกด้านในสระน้ำ

เมื่อพูดถึงเคล็ดลับความสำเร็จของยูหยาน ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้นการฝึกซ้อมอย่างหนัก เธอเปิดเผยว่า ตัวเองใช้เวลาในสระว่ายน้ำเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง และต้องว่ายน้ำเป็นระยะทางไม่ต่ำกว่าวันละ 10 กิโลเมตร ด้วยการว่ายน้ำที่หนักขนาดนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเธอจะประสบความสำเร็จตั้งแต่วัยเยาว์

เคล็ดลับสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ยูหยานผลักดันตัวเองจนเป็นนักว่ายน้ำฝีมือดีได้ ที่แม้แต่คนปกติทั่วไปยังให้การยอมรับในความสามารถ คือความรู้สึกเป็นอิสระที่เธอได้สัมผัสยามแหวกว่ายบนพื้นน้ำ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ยูหยานไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย นับตั้งแต่วันที่เธอสูญเสียแขนและขาจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น

“คุณไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำยันหรือขาเทียมในน้ำ ฉันสามารถใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายกำหนดทิศทางและเป้าหมายที่ฉันอยากเดินทางไปได้ด้วยตัวเอง” ยูหยาน เปิดใจถึงความรู้สึกยามใช้ชีวิตบนพื้นน้ำ

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ยูหยานได้รับฉายาว่า “Flying Fish” เพราะความสวยงามยามเธอแหวกว่ายในสระว่ายน้ำ ไม่ต่างจากปลาที่ปราศจากแขนขา แต่กลับโบยบินอย่างสวยงามไม่ต่างจากนกบนท้องฟ้า แสดงให้เห็นถึงอิสรภาพของยูหยาน ที่สามารถเคลื่อนไหวตามใจต้องการ ตราบใดก็ตามที่เธออยู่บนพื้นน้ำ

ในวันที่ยูหยานเดินทางสู่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2020 หญิงสาววัย 16 ปี ยอมรับถึงความประหม่าที่จะได้กลับลงสู่การแข่งขันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี แต่อีกใจหนึ่ง เธอก็มีความสุขมากที่จะได้กลับไปสู่โลกของเธออีกครั้ง

เมื่อการแข่งขันจบลง ยูหยาน สามารถคว้าเหรียญทองในประเภทผีเสื้อ 50 เมตรมาครอง พร้อมกับทำลายสถิติโลกของตัวเองลงได้ด้วยเวลา 34.56 วินาที ในการแข่งขันรอบคัดเลือก ซึ่งยูหยานได้เปิดใจถึงความสำเร็จครั้งนี้ ซึ่งอาจหมายถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเกี่ยวกับชีวิตของเธอในอนาคต

“นี่คือประสบการณ์พาราลิมปิกครั้งแรกของฉัน และในแง่ของเป้าหมายส่วนตัว มันคือการเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง แน่นอนว่า มันน่าตื่นเต้นมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด ฉันคิดว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางบทใหม่ในชีวิตของฉัน”

ยูหยานกำลังบอกใบ้ถึงการวางมือของเธอหรือไม่ ? แม้จะมีการยืนยันจากสื่อในประเทศจีนว่า ยูหยานถือเป็นเด็กเรียนดีและทำข้อสอบได้คะแนนเต็ม 100 แต้ม ในวิชาคณิตศาสตร์ได้เป็นประจำ ไม่แน่ว่าความสำเร็จในพาราลิมปิกเกมส์ อาจเป็นจุดสูงสุดของเธอในฐานะนักกีฬาคนพิการ ก่อนจะหันหลังกลับไปใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงร่วมกับคนปกติทั่วไปอีกครั้ง

“สำหรับคุณมันอาจดูเหมือนเป็นเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับฉันมันคือตลอดกาล” ประโยคที่ยูหยานบอกกับผู้สื่อข่าวหลังคว้าเหรียญทองพาราลิมปิก บอกอะไรเราได้หลายอย่าง…

แต่ไม่ว่าเธอจะหมายความมันว่าอะไร ยูหยานแสดงให้เห็นแล้วว่า ผู้พิการทางร่างกายสามารถประสบความสำเร็จและมีความสุขกับชีวิตของตัวเองได้หากมีจิตใจที่เข็มแข็ง และพร้อมที่จะพุ่งไปยังเป้าหมายที่ตั้งมั่นไว้ด้วยความตั้งใจที่แท้จริง

ดาร์เรน แคมป์เบลล์ นักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิก

ดาร์เรน แคมป์เบลล์ นักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิก

ดาร์เรน แคมป์เบลล์ นักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิก

ดาร์เรน แคมป์เบลล์ นักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิก

“มันเหมือนกับผมใช้ชีวิตอยู่ในโลกสองใบที่แตกต่างกัน” ดาร์เรน แคมป์เบลล์ กล่าว

“ผมมีโลกนี้ที่เป็นนักกรีฑา และมีอีกโลกกับเพื่อนของผม กับคนที่โตมาด้วยกัน พวกเขาปกป้องผม ผมจึงต้องปกป้องพวกเขา” 

เขาคือนักวิ่งประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร ด้วยดีกรีเหรียญทองระดับยุโรปและระดับโลก รวมทั้งเหรียญทองใน โอลิมปิก จนได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษชั้น MBE

เติบโตจากย่านเสื่อมโทรม

มีคนเคยบอกไว้ว่า “คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกเส้นทางของตัวเองได้” และชีวิตของ ดาร์เรน แคมป์เบลล์ ก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น เขาเกิดในย่านเซล เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ และเติบโตขึ้นมาในแฟลตเอื้ออาทร ด้วยการเลี้ยงดูของ มาร์วา ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว

อันที่จริง เขามีชื่อตอนเกิดว่า ดาร์เรน แกรนท์ ตามนามสกุลของพ่อ แต่การที่พ่อจากไปตั้งแต่เขายังไม่รู้ความ แถมกว่าจะได้พบกันครั้งแรกก็ปาเข้าไปตอนเขาอายุ 13 ปีแล้ว ทำให้ ดาร์เรน เอาคืนด้วยการเปลี่ยนมาใช้ แคมป์เบลล์ ซึ่งเป็นนามสกุลของแม่

โลกสองใบที่ต่างกัน 

แม้ว่า แคมป์เบลล์ จะมีชีวิตในวัยเด็กที่อัตคัด แต่เขาก็มีพรสวรรค์ในการเล่นกีฬาเป็นสิ่งทดแทน ด้วยรูปร่างที่กำยำ ทำให้เขาโดดเด่นทั้ง ฟุตบอล และกรีฑา และมีความฝันว่าวันหนึ่งเขาจะไปโชว์ฝีไม้ลายมือในโอลิมปิกให้ได้

จุดเริ่มต้นของความฝันเกิดขึ้นในปี 1984 เมื่อ แคมป์เบลล์ ได้เห็น คาร์ล ลูอิส นักกรีฑาผิวดำชาวอเมริกัน กวาด 4 เหรียญทองจากการแข่งขัน วิ่ง 100 เมตร วิ่ง 200 เมตร วิ่งผลัด 4×100 เมตร และกระโดดไกล ในโอลิมปิก ที่ลอสแอนเจลิส

อันที่จริงในตอนนั้น เขาก็เป็นนักวิ่งอนาคตไกล เมื่อถูกแม่ส่งมาเรียนที่ Sale Harriers ซึ่งเป็นสถาบันฝึกนักกรีฑาโดยเฉพาะตั้งแต่ปี 1980 หลังได้เห็นผลงานอันน่าทึ่งของ ดาร์เรน ในกีฬาสีของโรงเรียน

หวิดสิ้นชื่อ 

แคมป์เบลล์ ยังใช้ชีวิตแบบโลกสองใบต่อไปเรื่อย ๆ ด้านกรีฑาเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จนก้าวขึ้นไปติดทีมเยาวชนของสหราชอาณาจักร ก่อนจะคว้าเหรียญทองมาคล้องคอได้ถึง 2 เหรียญ ในกรีฑาเยาวชนชิงแชมป์ยุโรป ที่กรีซ ในปี 1991

ส่วนชีวิตชาวแก๊ง ก็ยังดำเนินไปอย่างที่เคยเป็นมา เขามักจะใช้เวลาว่างหลังการฝึกซ้อมไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนชาวแก๊งที่ตอนนี้ขยายใหญ่ขึ้น หลังไปจับมือกับแก๊งอื่น หรือบางครั้งก็ยกพวกต่อยตีกับแก๊งฝั่งตรงข้ามอยู่เป็นประจำ

แต่สิ่งนี้ก็ทำให้เขาเกือบเหลือแค่ชื่อ เมื่อครั้งหนึ่งเขาดันไปเจอกับแก๊งคู่อริ ที่อาร์นเดล เซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้าในเมืองแมนเชสเตอร์ แต่อีกฝั่งหนึ่งมีอาวุธ สิ่งที่เขาไม่มีติดตัวในขณะนั้น และกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์เฉียดตายที่สุดครั้งหนึ่งของเขา

การเสียชีวิตของคนใกล้ตัว ทำให้ แคมป์เบลล์ กลับมาทบทวนอนาคตของตัวเองอีกครั้ง แม้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องยากที่ต้องเอาตัวเองออกไปจากมิตรสหายที่ผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เขาก็ต้องทำ เพราะไม่อย่างนั้น วันหนึ่งอาจจะเป็นตัวเขาเองที่เป็นคนนอนอยู่ในโลง

ชีวิตใหม่ที่ไม่มีชาวแก๊ง 

นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ แคมป์เบลล์ ต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีเพื่อนร่วมแก๊ง แต่มันอาจจะเป็นเรื่องดี เมื่อมันทำให้เขามีเวลาฝึกซ้อมมากขึ้น ก่อนจะเฉิดฉายในศึกกรีฑาเยาวชนชิงแชมป์โลก 1992 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการคว้าเหรียญทองในรายการวิ่งผลัด 4×100 เมตร รวมถึงอีก 2 เหรียญเงิน ในรายการวิ่ง 100 และ 200 เมตร

ผลงานที่โดดเด่น ทำให้ แคมป์เบลล์ ได้รับข้อเสนอมากมาย และตัดสินใจเลือกไปอยู่กับ มัลคอล์ม อาร์โนลด์ ที่เป็นโค้ชของ โคลิน แจ็คสัน นักกระโดดข้ามรั้วเหรียญเงินโอลิมปิก 1988 ซึ่งทำให้เขาต้องย้ายไปอยู่เมืองนิวพอร์ต ทางตอนใต้ของเวลส์

เขามากินอยู่หลับนอนกับครอบครัวของโค้ชอาร์โนลด์ ที่เปลี่ยนเขาจากดาวเด่นสมัยเยาวชนมาเป็นนักกรีฑาอย่างเต็มตัว และได้รับใช้ทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก หลังถูกเลือกติดทีม 4×100 เมตร สหราชอาณาจักร ในศึกชิงแชมป์โลก ที่เมืองชตุทท์การ์ท ประเทศเยอรมัน ในปี 1993

แคมป์เบลล์ บอกว่าในตอนนั้นเขาจิตใจย่ำแย่อย่างหนัก จนถึงขนาดต้องพึ่งพายาเสพติดในช่วง 2 ปีนั้น แต่สุดท้ายเขาก็รู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด จึงตัดสินใจเลิกยา และหวนกลับมาซ้อมกรีฑาอีกครั้งในปี 1995 จนติดทีม 4×100 เมตร ผ่านเข้าไปเล่นในโอลิมปิก 1996 ที่แอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา

ทว่า ไม่มีปาฏิหาริย์สำหรับตัวเขา เมื่อทีมสหราชอาณาจักรทำไม้ตกในรอบรองชนะเลิศ หมดสิทธิ์เข้าไปชิงเหรียญทองอย่างน่าเสียดาย แต่ครั้งนี้ แคมป์เบลล์ ไม่เหมือนคราวก่อนแล้ว เขาใช้ความผิดหวังเป็นแรงผลักดันเพื่อก้าวต่อไป

อันที่จริง แคมป์เบลล์ ถือเป็นนักล่าเหรียญตัวยง เพราะนอกจากเหรียญทองในโอลิมปิกแล้ว เขายังเป็นเจ้าของเหรียญทองแดงวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก 2003 เหรียญทองวิ่งผลัด 4×100 เมตร ในกรีฑาชิงแชมป์ยุโรป 2006 และเหรียญเงินในรายการวิ่ง 100 เมตรของปี 2002

เขาคือหนึ่งในนักวิ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสหราชอาณาจักร และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษชั้น MBE ในปี 2005 แต่ภายใต้ความสำเร็จนี้ สิ่งที่เขาให้เครดิตมากที่สุดคือชีวิตในวัยเด็ก ที่เป็นเสมือนพลังพิเศษสำหรับเขา