NBAจากลีกบาสเกตบอลไม่มีคนดูสู่ธุรกิจ2ล้านล้าน

NBAจากลีกบาสเกตบอลไม่มีคนดูสู่ธุรกิจ2ล้านล้าน

NBAจากลีกบาสเกตบอลไม่มีคนดูสู่ธุรกิจ2ล้านล้าน

NBAจากลีกบาสเกตบอลไม่มีคนดูสู่ธุรกิจ2ล้านล้าน

NBA ย่อมาจาก National Basketball Association ก่อตั้งขึ้นในปี 1949
โดยเป็นการรวมตัวกัน ระหว่างลีก บาสเกตบอล ของสหรัฐอเมริกา 2 ลีก

คือ Basketball Association of America (BAA) ก่อตั้งในปี 1946 และ National Basketball League (NBL) ก่อตั้งในปี 1937 แม้ในปัจจุบัน NBA จะมีทีมบาสเกตบอลถึง 30 ทีม  แต่ในช่วงเริ่มแรกนั้น NBA มีทีมบาสเกตบอลทั้งหมดเพียง 17 ทีม แถมในช่วงเริ่มต้น NBA ก็ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะในปี 1955 มีทีมบาสเกตบอลแข่งขันกันเพียง 8 ทีมเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้ NBA กลับมาเป็นที่นิยม และกลับมาเติบโตได้ มาจากการปรับโครงสร้างการแข่งขันขึ้นใหม่ เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาการแข่งขัน
เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างถูกสร้างสรรค์และออกแบบมาอย่างดีแล้ว
ก็ส่งผลให้ความนิยมและรายได้ของ NBA เพิ่มขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ทีนี้เรามาดูกันว่าการหารายได้ของ NBA เป็นอย่างไร ?
NBA เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของความหลากหลายของช่องทางการหารายได้
ซึ่งก็คือการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงไม่กี่ช่องทาง
โดยรายได้หลักของ NBA มาจาก 4 ช่องทางด้วยกันคือ
1. ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด
รายได้ส่วนนี้ ถือเป็นรายได้หลักของ NBA ซึ่งในปี 2016 NBA ได้มีการเซ็นสัญญากับสื่อกีฬายักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง ESPN และ Turner Sports ด้วยสัญญา 9 ปี มูลค่าราว 720,000 ล้านบาท
หรือเฉลี่ยปีละ 80,000 ล้านบาท สำหรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันของ NBA
โดยสัญญานี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 180% จากสัญญาเดิมที่ได้ 29,000 ล้านบาทต่อปี
และแต่ละทีมสามารถเซ็นสัญญาถ่ายทอดสดกับสื่อท้องถิ่นได้อีกด้วย
นอกจากนี้ NBA ยังมีระบบสตรีมมิง ชื่อว่า NBA League Pass ที่ให้ผู้ชมสามารถเลือกซื้อได้ทั้งแบบ รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ทำให้ผู้ชมทั่วโลกสามารถรับชมการแข่งขันได้แบบถูกลิขสิทธิ์
2. ลิขสิทธิ์ทางด้านสินค้าและการสนับสนุนจากสปอนเซอร์
ถึงแม้จะไม่ใช่รายได้ที่มีสัดส่วนที่มาก แต่ก็มีสินค้าหลากหลายแบรนด์ที่พร้อมจะร่วมสนับสนุนกับ NBA
อย่างเช่น การซื้อป้ายโฆษณาบนเสื้อนักกีฬา ซึ่งป้ายดังกล่าวมีขนาดประมาณบัตรประชาชนเท่านั้น แต่กลับมีมูลค่าที่สูงมาก
ในปี 2019 ป้ายแบรนด์เหล่านี้ทำรายได้ให้กับ NBA กว่า 4,500 ล้านบาท
อย่างเช่น Rakuten แบรนด์ E-commerce จากญี่ปุ่น ที่ยอมจ่ายถึง 600 ล้านบาทต่อปี
ให้กับทีม Golden State Warriors เพื่อซื้อโฆษณาบนเสื้อดังกล่าว
หรือจะเป็นสัญญากับ Nike แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาอันดับหนึ่งของโลก
ที่ยอมจ่าย 30,000 ล้านบาทให้กับ NBA เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายชุดบาสเกตบอลของ NBA ทั้ง 30 ทีมเป็นระยะเวลา 8 ปี ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าของสัญญาเดิมที่เคยทำร่วมกับ Adidas
และ Nike จะต้องจ่ายค่าเครื่องแต่งกายของนักกีฬาใน NBA เป็นมูลค่ากว่า 3,750 ล้านบาทต่อปี ซึ่งคาดว่ามากกว่าที่ Adidas เคยจ่ายให้ถึงเท่าตัว เช่นกัน
3. รายได้จากการจำหน่ายตั๋วเข้าชมในสนาม
น่าแปลกใจที่รายได้ส่วนนี้กลับไม่ใช่รายได้หลักของแต่ละทีม เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ชมสามารถรับชมผ่าน ระบบออนไลน์ได้ทุกที่ แต่มีรายงานว่าในฤดูกาล 2019/2020 ค่าใช้จ่ายในการเข้าชมการแข่งขัน 1 เกมสำหรับครอบครัว 4 คน ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายหลัก ๆ เช่น ค่าตั๋ว ค่าที่จอดรถ และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตกเฉลี่ยเกมละ 13,000 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.5% จากฤดูกาลก่อนหน้า
4. รายได้จากต่างประเทศ
NBA ได้มีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศมาหลายปีแล้ว และได้กลายมาเป็นรายได้สำคัญของลีก โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งมีการประเมินว่า NBA มีรายได้จากประเทศจีนปีละกว่า 15,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้รวมถึงดีลระหว่าง NBA กับ Tencent บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนด้วยสัญญา 5 ปี 45,000 ล้านบาท
ในการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันจาก NBA เพียงรายเดียวในจีน
และกลยุทธ์สำคัญที่ผลักดันให้ NBA สามารถขยายไปยังต่างประเทศได้
ก็คือการเปิดรับนักกีฬาต่างชาติเข้ามาในลีกมากขึ้น โดยในฤดูกาล 2019/2020 มีจำนวนนักกีฬาที่ไม่ได้ถือสัญชาติอเมริกันกว่า 108 คน จาก 38 ประเทศ ซึ่งคิดเป็น 4 เท่าของฤดูกาล 1994/1995
กลยุทธ์นี้ได้ช่วยเพิ่มฐานคนดูของ NBA ในต่างแดน เพราะสำหรับบางประเทศที่กีฬาบาสเกตบอลยังไม่เป็นที่นิยม และไม่มีทีมที่คุ้นเคยไว้ตามเชียร์ คนดูก็สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการเชียร์นักกีฬาของประเทศตัวเอง

เลสเตอร์ ซิตี้ ซื้อขาย 2021

เลสเตอร์ ซิตี้ ซื้อขาย 2021

เลสเตอร์ ซิตี้ ซื้อขาย 2021

เลสเตอร์ ซิตี้ ซื้อขาย 2021

จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาล   ที่แล้ว เรียกว่าตกม้าตายตอนจบเลย เนื่องจาก เลสเตอร์ ติด 1 ใน 4 ของพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปียนลีก มาตลอด มาพลาดท่าแพ้ในนัดสุดท้าย ทำให้หล่นไปที่อันดับ 5 เมื่อจบฤดูกาล

ย้ายเข้า

สำหรับตลาดซื้อขายหน้าร้อน 2021-2022 ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ มีการเสริมทัพที่ดีเลยทีเดียว มีการใช้เงินถึง 55 ล้านปอนด์ ดึง 3 ผู้เล่น กับที่เซ็นฟรีและยืมตัว อีกอย่างละคน รวมเป็น 5 ราย โดยแต่ละรายที่เข้ามา จะทำให้เกิดการแข่งขัน เพราะทุกรายพร้อมที่จะเข้ามาแย่งตำแหน่งตัวจริงได้ทันที

  • แพตสัน ดาก้า (เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก, 23 ล้านปอนด์)
  • บูบาการี่ ซูมาเร (ลีลล์, 17 ล้านปอนด์)
  • ไรอัน เบอร์ทรานด์ (เซาธ์แฮมป์ตัน, ฟรี)
  • ยานนิก เวสเตอร์การ์ด (เซาธ์แฮมป์ตัน, 15 ล้านปอนด์)
  • อเดโมลา ลุคแมน (ไลป์ซิก, ยืมตัว)

ย้ายออก

สำหรับผู้เล่นที่ย้ายออก มี 5 ราย เท่ากับผู้เล่นที่ย้ายเข้ามา แต่ส่วนใหญ่ เป็นผู้เล่นที่หมดสัญญาและแขวนสตั๊ต มีเพียงรายเดียวที่เป็นการขาย แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยค่าตัวออกมา

  • เดนนิส แพรต (โตริโน่, ยืมตัว)
  • ราชิด เกซซาล (เบซิคตัส, ไม่เปิดเผยค่าตัว)
  • เวส มอร์แกน (แขวนสตั๊ด)
  • คริสเตียน ฟุคส์ (หมดสัญญา)
  • แมทธิว เจมส์ (หมดสัญญา)
  • ผู้เล่น 5 รายที่เสริมเข้ามาทำให้ มีขุมกำลังเชิงลึกที่ดีขึ้นมามากเลยทีเดียว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทีมมักมีปัญหาในช่วงท้ายของฤดูกาล เนื่องจากมีนักเตะอยู่น้อยเกินไป การมีนักเตะฝีเท้าดีเข้ามา ทำให้เกิดการแข่งขัน แต่ละคนต้องพัฒนาตังเอง เพื่อไม่ให้อยู่ในม้านั่งสำรอง และจะทำให้ทีมสามารถโรเตชั่น เพื่อเก็บความสดได้มากขึ้น

    ความหวังและความน่าจะเป็น

    เลสเตอร์ ซิตี้ พลาดตั๋ว   ยูฟ่า    แชมเปียนลีก ไปในนัดสุดท้าย ปีนี้เสริมทัพเพิ่มเพื่อตั๋วใบนี้แน่นอน แต่กำแพงที่ขวางอยู่ล้วนเป็นทีมใหญ่ ที่เสริมทัพเพื่อไปสู่แชมป์ เลสเตอร์ เสริมทีมได้ดีก็จริง แต่จะเพียงพอหรือไม่ ช่วงต้นฤดูกาลอาจเบียดกันไปเรื่อย ๆ แต่หากปัญหาช่วงท้ายฤดูกาลกลับมาหลอกหลอน อาจทำให้ความหวังที่ตั้งไว้ เป็นความหวังที่ยังไม่อาจทำได้ในปีนี้

วิเคราะห์ เอลเช่ VS แอธเลติก บิลเบา

วิเคราะห์ เอลเช่ VS แอธเลติก บิลเบา

วิเคราะห์ เอลเช่ VS แอธเลติก บิลเบา

วิเคราะห์ เอลเช่ VS แอธเลติก บิลเบา

คืนวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลา 03.00 น.(เช้าวันอังคาร) จะเป็นการพบกันระหว่าง เอลเช่ ทีมอันดับ 17 อันดับสุดท้ายที่รอดพ้นการตกชั้นเมื่อฤดูกาลก่อน จะเปิดบ้านต้อนรับการมา

เยือนของ แอธเลติก บิลเบา ทีมที่ได้อันดับ 10 เมื่อฤดูกาลก่อน

สถิติการเจอกัน 5 นัดหลังสุด ถือว่าเท่ากันก็น่าจะได้ เพราะเป็นฝ่ายชนะกันไปทีมละ 2 ครั้ง และเสมอกันในฟุตบอลถ้วย โกปา เดลเรย์ ก่อนที่ทางเจ้าบ้าน เอลเช่ จะแพ้จุดโทษไป

เอลเช่

เทรนเนอร์ชาวสแปนิช ฟราน เอสกริบา เสริมทัพด้วยการคว้าตัว เปโดร บีกาส, เอ็นโซ่ โรโก้, ฮวน โมฮิก้า และยืมตัว กิโก้ กาซิย่า มารวมทั้งเซ็นสัญญาถาวรกับ อิวาน โฮเซ่ มาร์โคเน่ กับ

ลูคัส โบเย่ สองนักเตะที่ยืมตัวมา

ระบบการเล่น 4-4-2 ผู้รักษาประตู เอ็ดการ์ บาเดีย แผงหลัง เฮลิเบลตัน ปาลาซิออส, กอนซาโล่ เบร์ดู, เปโดร บีกาส, โฆเซม่า ซานเชซ กองกลาง โฆซาน เฟร์นานเดซ, ราอูล กูตี, อิวาน โฮ

เซ่ มาร์โคเน่, ฟีเดล เด ลา ตอร์เร่ หน้าคู่เป็น ลูคัส โบเย่, กีโด้ การ์รีโย่

แอธเลติก บิลเบา

เทรนเนอร์ มาร์เซลิโน่ การ์เซีย โตรัล ค่อนข้างมั่นใจในทีมชุดเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทีม มีเพียงผุ้เล่นดาวรุ่งที่เสริมมาเข้าทีมชุดเล็ก แต่ก็ไม่ได้มีผู้เล่นตัวหลักที่ย้ายออกไป

ระบบการเล่น 4-4-2 ผู้รักษาประตู อูไน ซิโมน แผงหลัง ออสการ์ เด มาร์กอส, เยเรย์ อัลวาเรซ, อินญิโก้ มาร์ติเนซ, มิเกล บาเลนเซียก้า กองกลาง อเล็กซ์ เบเรนเกร์, อูไน วินเซดดอร์, ดานี่ การ์

เซีย, อิเกร์ มูเนียอิน หน้าคู่เป็น ราอูล การ์เซีย, อินญากี้ วิลเลียมส์

วิเคราะห์

ทีมเยือน แอธเลติก บิลเบา ที่ได้แชมป์ สแปนิช ซุปเปอร์คัพ 2020-2021 เมื่อต้นปี เล่นเป็นทีมเยือนไม่ดีเท่าไหร่ แพ้ถึง 9 และชนะได้เพียง 3 นัด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ต้องออกไปเยือน เอลเช่

ในนัดเปิดสนาม เทียบกับ เอลเช่ ที่เล่นในบ้านได้ค่อนข้างเหนียวแน่น แพ้ยาก ทำให้ทีมเยือนต้องเหนื่อยได้ตลอด

 

ราคาเปิดมาให้ทีมเยือน บิลเบา เป็นต่อ ปป.-10 ขยับลงมา 1 กิกจาก ปป. ขาว ทำให้น่าหันไปทางเจ้าบ้านมากกว่า เพราะคู่นี้ถือว่าเป็นบอล 3 หน้า เลยก็ได้ เมื่อมีราคา ปป. มาค่ำไว้ ทำให้อยู่ทางเจ้าบ้านถือ 2 หางไว้ไม่เสียเปรียบ เสมอมาก็คิดซะว่าเป็นกำไร

 

วิเคราะห์ โมนาโก vs ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค

วิเคราะห์ โมนาโก vs ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค

วิเคราะห์ โมนาโก vs ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค

วิเคราะห์ โมนาโก vs ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค

โมนาโก อันดับ 3 ลีกเอิง ฤดูกาลที่แล้วผ่าน สลาเวีย ปราก มาได้ในรอบที่แล้ว รอบนี้ต้องมาเจอกับ ชัคต้าร์ โดเน็ตส์ รองแชมป์จาก ยูเครน พรีเมียร์ลีก ที่รอบก่อนเอาชนะ ราซิ่ง เกงค์ มาได้ โดย

ในรอบนี้จะเตะกันที่สนาม สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ บ้านของ โมนาโก ก่อนในนัดแรก คู่นี้เคยลงแข่งกันก็แต่การเตะกระชับมิตรในปี 2015 ที่ทาง ชัคต้าร์ เอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-0

โมนาโก ของโค้ช นิโก้ โควัช ยังขาด กีเยร์โม่ มารีปาน กับ เครแป็ง ดิอัตต้า ที่บาดเจ็บอยู่ โดยฤดูกาล ลีกเอิง นี้เปิดมา 2 นัด ยังหาชัยชนะไม่เจอ เก็บได้เพียงแต้มเดียว จากการเสมอ 1 นัด และแพ้ 1 นัด

ระบบการเล่น 3-4-2-1 ผู้รักษาประตู อเล็กซานเดอร์ นูเบล แนวรับ รูเบน อากีลาร์, อั๊กเซล ดีซาซี่, เบอนัวต์ บาเดียชิล แผงกลาง เกลซอน มาร์ตินส์, โอเรเลียง ชูอาเมนี่, ยุสซูฟ โฟฟาน่า, คาโย่ เอ็นรีเก้ ตัวรุกใช้ เควิน โฟลลันด์, อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน หน้าเป้าเป็น วิสซาม เบน เยแดร์

ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค ได้ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ มาเป็นโค้ชคนใหม่ ฤดูกาลนี้ผ่านมา 4 นัด เก็บได้ 9 คะแนน จากการชนะ 3 และแพ้ไป 1 นัด โดยผู้เล่นหลักพร้อมลงสนามเกือบทั้งหมด

ระบบการเล่น 4-1-4-1 ผู้รักษาประตู อานาโตลี ตรูบิน กองหลัง โดโด้, มาร์ลอน, วีเตา, มีโคล่า มัตวีเยนโก้ ตัวรับหน้ากองหลัง มาร์กอส อันโตนิโอ แผงกลาง มาเตอุส เตเต้, ทาราส สเตปาเนนโก้, มายคอน, อลัน พาทริค หน้าเป้าเป็น ลาสซิน่า ตราโอเร่

 

ราคาเปิดมาให้เจ้าบ้าน โมนาโก เป็นต่อที่ราคา 1/2+1 ขาว สำหรับคู่นี้ยังไม่เคยเจอกันอย่างเป็นทางการ ถ้าดูจากชื่อชั้น ตัวผู้เล่น และความเป็นเจ้าบ้านแล้ว โมนาโก ดูจะได้เปรียนอยู่ไม่น้อย

แต่ด้วยฟอร์มการเล่นในตอนนี้ แม้ว่าจะได้เล่นในบ้าน แต่ดูแล้วไม่ได้เหนือกว่าทีมเยือนมากนัก และด้วยราคาที่เปิดมา ทำให้รู้สึกว่าน่าอยู่ทีมเยือนมากกว่า เพราะถ้าจะถึงแพ้ก็คงไม่ขาด และมีโอกาสที่จะยันเสมอได้สูงเลยทีเดียว

ชัคต้าร์ โดเน็ตส์ค ไม่เสร็จแน่นอน

เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก vs บรอนด์บี้

เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก แชมป์ออสเตรีย บุนเดสลีก้า จะเปิดสนาม เร้ดบูลล์ อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของ บรอนด์บี้ แชมป์เดนิชซูเปอร์ลีกา ที่จะลงเล่นรอบคัดเลือก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก เป็นนัดแรกของทั้ง 2 ทีม โดยสองทีมนี้ยังไม่เคยเจอกันมาก่อน

เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ของเทรนเนอร์คนใหม่ แมตเธียส ไยส์เลอ ที่เปิดฤดูกาลมาแล้ว 4 นัด เก็บ 12 แต้มเต็ม นัดนี้ผู้เล่นตัวหลักอยู่กันครบพร้อมลงสนามทั้งหมด

ระบบการเล่น 4-3-1-2 ผู้รักษาประตู ฟิลิปป์ โคห์น แนวรับ ราสมุส คริสเตนเซ่น, อูมาร์ โซเล่ต์,

มักซิมิเลียน โวเบอร์, อันเดรียส อุลเมอร์ แผงกลาง อองตวน แบร์เนด, โมฮาเหม็ด กามาร่า, นิโกลัส เซวัลด์ ตัวรุก เบรนเด้น อารอนสัน และหน้าคู่ เบนจามิน เชชโก้, คาริม อาเดเยมี่

บรอนด์บี้ ของเทรนเนอร์ นีลส์ เฟรเดริกเซ่น ออกสตาร์ทฤดูการใหม่ได้ย่ำแย่มาก โดยลงเล่นไป 5 นัด เก็บได้เพียง 3 แต้ม จากการเสมอ 3 และแพ้ไป 2 นัด แล้วยังมีปัญหาผู้เล่นติดเชื้อไวรัสโค

วิด-19 ทั้ง ซิเกิร์ด โรสเต็ด, โทเบียส บอร์คีเอ็ต, โยซิป ราโดเซวิช, คริสเตียน คัพพีส, มาธีอัส เกรฟ กับ โธมัส มิคเคลเซ่น

ระบบการเล่น 3-4-1-2 ผู้รักษาประตู มัดส์ เฮอร์มานเซ่น กองหลัง อันตอน สคิปเปอร์, อันเดรียส มักซ์โซ่, เควิน เชียมเบ้ กองกลาง อันเดรียส บรูส, มอร์เท่น เฟรนดรุป, อานีส เบน ซลีมาเน่, เควิน เมนซาห์ ตัวรุก ซีม่อน เฮดลุนด์ คู่หน้าใช้ มิเคล อูห์เร่, อันดรีย่า พาฟโลวิช

 

ราคาเปิดมาให้เจ้าบ้าน ซัลซ์บวร์ก เป็นต่อมากถึง 2+21/2 -10 จากผลงานของทางเจ้าบ้านที่ชนะรวดมาตลอด บวกกับฟอร์มที่ย่ำแย่ของทีมเยือน คู่นี้อาจมองว่าราคาแพงมาก แต่ก็ไม่มาก

พอสำหรับสายใจถึง เชื่อว่าเจ้าบ้าน ซัลซ์บวร์ก จะชนะแล้วก็ชนะขาดด้วยสกอร์ที่ทะลุราคาต่ออย่างแน่นอน

ซัลซ์บวร์ก ใจถึงพึ่งได้

เชอร์ริฟฟ์ vs ดินาโม ซาเกร็บเชอร์ริฟฟ์ แชมป์จาก มอลโดว่า ที่ผ่านการชนะ ตูต้า ดูร์เรส, อลาช

เคิร์ท และ เซอร์เวน่า ซเวซด้า มาแล้ว 3 รอบ โดยรอบนี้จะต้องมาเจอกับ ดินาโม ซาเกรบ ที่เอาชนะ วาลูร์ เรคยาวิก, โอโมเนีย นิโคเซีย และ ลีเกีย วอร์ซอว์ มาแล้ว 3 รอบเหมือนกัน

 

ราคาเปิดมาให้ทีมเยือน ซาเกรบ เป็นต่อ 1/2 -10 จากชื่อชั้นของลีกในประเทศ เพียงแต่ว่าเจ้าบ้าน เชอร์ริฟฟ์ เองก็มีประสบการณ์ในบอลถ้วยสโมสรยุโรปอยู่พอสมควรและยังเตะในบ้านได้ดี

มาก ด้วยราคาที่เปิดมาให้ทีมเยือนเหมือนเสมอเป็นแพ้ จึงน่าอยู่ทางเจ้าบ้านมากกว่า

เชอร์ริฟฟ์ เอาอยู่

 

แฟร้งค์เฟิร์ต vs เอาก์สบวร์ก

แฟร้งค์เฟิร์ต vs เอาก์สบวร์ก

แฟร้งค์เฟิร์ต vs เอาก์สบวร์ก

แฟร้งค์เฟิร์ต vs เอาก์สบวร์ก

เวลา 20.30 น. เจ้าบ้าน แฟร้งค์เฟิร์ต  จะเปิดสนาม  ดอยซ์ แบงค์ อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของ เอาก์สบวร์ก โดยนัดแรกเจ้าบ้าน แฟร้งค์เฟิร์ต บุกไปแพ้ ดอร์ทมุนด์ 2-5 ส่วนทีมเยือน เอาก์สบวร์ก เปิดบ้านแพ้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 0-4

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด เป็นเจ้าบ้าน แฟร้งค์เฟิร์ต ดีกว่า โดยชนะได้ 3 ครั้ง และแพ้ 2 ครั้ง แต่ 3 นัดที่ชนะเป็น 3 ครั้งล่าสุด ยิงได้ 10 ประตู และไม่เสียประตูเลย

แฟร้งค์เฟิร์ต เทรนเนอร์ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ นัดนี้ไม่มี เซบาสเตียน โรเด้ กับ อัลมามี่ ตูเร่ ที่ไม่พร้อมลงสนาม

เอาก์สบวร์ก เทรนเนอร์ มาร์คุส ไวน์เซียร์ล นัดนี้ไม่มี โทเบียส ชโตเบิล กับ อัลเฟร็ด ฟินน์โบกาสัน ที่บาดเจ็บ ส่วน ดาเนียล คาลิจิวรี่ ติดโควิด-19 และต้องเช็คฟิต เซร์คิโอ กอร์โดบา

ราคาเปิดมาให้เจ้าบ้าน แฟร้งค์เฟิร์ต เป็นต่อ 1 -10 นัดแรก แฟร้งค์เฟิร์ต ไปเปิดหน้าแลกกับ ดอร์ทมุนด์ เลยโดนมาเยอะ นัดนี้ได้เตะในบ้าน คงเดินหน้าบุกเหมือนเดิม และการที่ทีมเยือนเป็น เอาก์สบวร์ก ที่หลังไม่ดีอยู่แล้ว มีโอกาสที่จะยิงจนลูกได้เสียกลับมาบวกได้เลย

สกอร์ที่คาด 3-0

  • แฟร้งค์เฟิร์ต กินนิ่ม

ไฟร์บวร์ก vs ดอร์ทมุนด์

เจ้าบ้าน ไฟร์บวร์ก จะเปิดสนาม ไดรซาม สตาดิดอน ต้อนรับการมาเยือนของ ดอร์ทมุนด์ โดยในนัดแรก ไฟร์บวร์ก บุกไปเสมอ บีเลเฟลด์ 0-0 ส่วน ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านอัด แฟร้งค์เฟิร์ต 5-2

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด เป็นทีมเยือน ดอร์ทมุนด์ ที่ทำได้ดีกว่า เอาชนะไป 3 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง และแพ้ 1 ครั้ง แต่เมื่อฤดูกาลก่อนที่สนามแห่งนี้ เจ้าบ้านชนะไปด้วยสกอร์ 2-1

ไฟร์บวร์ก เทรนเนอร์ คริสเตียน ชไตรช์ นัดนี้จะขาดเพียงแค่ นิลส์ เพเทอร์เซ่น ที่เจ็บ ส่วน มานูเอล กูลเด้ น่าจะผ่านฟิตลงได้

ดอร์ทมุนด์ เทรนเนอร์ มาร์คุส โรเซ่ นัดนี้ขาดทั้ง ธอร์กกาน อาซาร์, มาเตย์ โมเร่ย์, มาร์เซล ชเมลเซอร์ และ แดน อักเซล ซากาดู ที่บาดเจ็บ ส่วน เอ็มเร่ ชาน และ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ น่าจะผ่านฟิตแล้ว

ราคาเปิดมาให้ทีมเยือน ดอร์ทมุนด์ เป็นต่อที่ราคา 1 -10 เป็นราคาที่น่าวัดไปทาง ทีมเยือน ดอร์ทมุนด์ มากกว่า ดูแล้วมีโอกาสชนะสูง เจ้าบ้านรุกไม่ดี ยิงไม่คม แล้วเตะในบ้านต้องเปิดหน้าแลก ยิ่งตอนนี้ ฮาลันด์ ยิ่งเล่นยิ่งดี มีโอกาสที่จะบุกยิงขาดเลยด้วยซ้ำ

สกอร์ที่คาด 1-3

เลเวอร์คูเซ่น vs มึนเช่นกลัดบัค

คู่สุดท้ายของวัน เจ้าบ้าน เลเวอร์คูเซ่น จะเปิดสนาม ไบอารีน่า ต้อนรับการมาเยือน ของ มึนเช่นกลัดบัค โดยนัดเปิดสนาม เลเวอร์คูเซ่น บุกไปเสมอ ยูเนี่ยน เบอร์ลิน มา 1-1 ส่วนทีมเยือน กลัดบัค เปิดบ้านเสมอแชมป์เก่า 9 สมัยรวด บาเยิร์น มาด้วยสกอร์ 1-1 เหมือนกัน

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด เป็นทางเจ้าบ้านที่เอาชนะได้มากกว่า โดยชนะ 3 ครั้ง และแพ้ 2 ครั้ง ส่วนเมื่อฤดูกาลก่อนก็เป็น เลเวอร์คูเซ่น ที่ชนะได้ทั้ง เหย้าและเยือน

เลเวอร์คูเซ่น เทรนเนอร์ เคราร์โด เซโออาเน่ นัดนี้จะขาด คาริม เบลลาราบี้, เอ็ดมงด์ ทัปโซบา และ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ ที่บาดเจ็บ ส่วน ลูคัส อลาริโอ กับ ฟลอเรียน เวิร์ทซ์ ต้องเช็คฟิต

มึนเช่นกลัดบัค เทรนเนอร์ อาดี้ ฮุตเตอร์ นัดนี้จะขาด รามี่ เบนเซไบนี่, มามาดู ดูดูเร่ และ คูอาดิโอ โกเน่ ที่ยังบาดเจ็บอยู่

ราคาเปิดมาให้เจ้าบ้าน เลเวอร์คูเซ่น เป็นต่อที่ราคา ปป.-5 เป็นราคาที่เปิดมา เหมือนจะล่อให้อยู่ทางทีมเยือน เพื่อขอผลเสมอ แต่อยากบอกว่า ถ้าจะวัดคู่นี้ให้วัดเจ้าบ้านไปเลย มีโอกาสเสมอสูงก็จริง แต่ถ้าจะมีผู้ชนะต้องเป็นเจ้าบ้านแน่นอน

สกอร์ที่คาด 2-1

 

ยูเนี่ยน เบอร์ลิน VS มึนเซ่นกลัดบัค

ยูเนี่ยน เบอร์ลิน VS มึนเซ่นกลัดบัค

ยูเนี่ยน เบอร์ลิน VS มึนเซ่นกลัดบัค

ยูเนี่ยน เบอร์ลิน VS มึนเซ่นกลัดบัค

เวลา 20.30 น. เจ้าบ้าน ยูเนี่ยน เบอร์ลิน  จะเปิดสนาม  สตาดิโอน อันแดร์ อัลเทน ฟอร์สเตเรย ต้อนรับการมาเยือนของ โบรุสเซีย มึนเซ่นกลัดบัค

สถิติการพบกัน จาก 4 นัดที่พบกันมา เป็นผลงานที่เท่ากัน คือเสมอกัน 2 ครั้ง และชนะแพ้กันไปทีมละ 1 ครั้ง ส่วนเมื่อฤดูกาลก่อน ผลออกมาเสมอกัน 1-1 ทั้ง 2 นัด

ยูเนี่ยน เบอร์ลิน

เจ้าบ้าน  ของเทรนเนอร์  อูร์ส ฟิสเชอร์ พาทีมลงสนามในลีกมาแล้ว 2 นัด ไม่ชนะ แต่ก็ไม่แพ้ เสมอมา 2 นัดรวด มี 2 คะแนน ได้ 3 ประตู และเสีย 3 ประตู จากการ เปิดบ้านเสมอ เลเวอร์คูเซ่น และ บุกไปเสมอ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในนัดนี้จะไม่มี มาร์วิน ฟรีดิรช ที่ติดโทษแบน เพียงคนเดียว นอกนั้นพร้อมลงสนาม

มึนเซ่นกลัดบัค

ทีมเยือน ของเทรนเนอร์ อาดี้ ฮุตเตอร์ พาทีมลงสนามในลีกมาแล้ว 2 นัด มี 1คะแนน ยิงได้ 1 ประตู เสีย 5 ประตู จากการเปิดบ้านเสมอแชมป์เก่า บาเยิร์น ต่อด้วยบุกไปแพ้ เลเวอร์คูเซ่น ในนัดนี้จะไม่มี ชเตฟาน ไลเนอร์, มามาดู ดูกูเร่, มาร์คุส ตูราม และ คูอาดิโอ โกเน่ ที่บาดเจ็บทั้งหมด ส่วน เดนิส ซากาเรีย กับ บรีล เอ็มโบโล่ ต้องทดสอบความฟิต

ราคาเปิดมา ให้เจ้าบ้าน ยูเนียน เป็นต่อ ปป.-5 คู่นี้เป็นคู่ที่มองเหมือนจะมีโอกาสเสมอกันสูง แต่ดูจากฟอร์มการเล่นแล้ว ยูเนี่ยน ดูจะคงเส้นคงวากว่า ยิ่งทีมเยือนเล่นนอกบ้านได้ไม่ดีนัก เป็นโอกาสที่ดีของเจ้าบ้านที่จะเก็บ 3 คะแนนเต็ม หรือหากใครมีราคาแค่ เสมอเจ้าบ้าน หรือ บวกสิบ ให้จิ้มทางเจ้าบ้านไว้ได้เลย

สกอร์ที่คาด 2-1

  • ยูเนียนกินนิ่ม

โวล์ฟบวร์ก VS ไลป์ซิก

เวลา 22.30 น. คู่สุดท้าย เป็นการพบกันระหว่าง เจ้าบ้าน โวล์ฟบวร์ก จะเปิดสนาม โฟล์คสวาเก้น อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของ รองแชมป์เก่า ไลป์ซิก

สถิติการพบกัน จาก 16 นัดที่เคยเจอกันมา เป็นทางทีมเยือน ไลป์ซิก ที่ดีกว่า เอาชนะได้ 7 ครั้ง เสมอ 6 ครั้ง แพ้ 3 ครั้ง แต่ 5 นัดหลังเสมอกันไปถึง 4 ครั้ง และ ไลป์ซิก ชนะได้ 1 ครั้ง ฤดูกาลก่อนเป็น การเสมอกันในลีกทั้ง 2 นัด และอีกนัดเป็น ไลป์ซิก ชนะได้ในบอลถ้วย เดเอฟเบโพคาล

โวล์ฟบวร์ก

เจ้าบ้าน ของเทรนเนอร์ มาร์ก ฟาน บอมเมล พาทีมลงสนามในลีกมาแล้ว 2 นัด ชนะรวด เก็บ 6 แต้มเต็ม ยิงได้ นัดแรกเอาชนะ โบคุ่ม นัดที่ 2 บุกไปชนะ แฮธ่า ยิงได้ 3 ประตู เสียเพียงประตูเดียว ในนัดนี้จะไม่มี เปาโล โอตาวิโอ กับ วิลเลียม บาดเจ็บ ส่วน วูท เวกฮอร์สท์ กับ ฟีลิกซ์ เอ็นเมชา ต้องเช็คฟิต

ไลป์ซิก

ทีมเยือน ของเทรนเนอร์ เจสเซ่ มาร์สช์ พาทีมลงสนามในลีกมาแล้ว 2 นัด มี 3 คะแนน ยิงได้ 4 ประตู เสีย 1 ประตู จากการบุกไปแพ้ ไมนซ์ ต่อด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ สตุ๊ตการ์ท ในนัดนี้จะไม่มี มาร์เซล ฮัลส์เทนแบร์ก กับ มาร์เซโล่ ซารัชชี่ ที่บาดเจ็บ ส่วน อังเคลินโญ่ กับ เบนยามิน เฮนริคส์ ต้องเช็คฟิต

ราคาเปิดมา ให้ทีมเยือน ไลป์ซิก เป็นต่อ ปป.-10 ราคาเปิดมาแค่นี้เนื่องจากเจ้าบ้าน โวล์ฟบวร์ก ฟอร์มดีมาก และทีมเยือนเองก็ยังไม่แน่นอน แต่ถ้าราคาเปิดมาแค่นี้ยังน่าอยู่ทีมเยือนมากว่า เชื่อว่านัดนี้ ไลป์ซิก จะไม่แพ้ เลือกเสียหูกับกินเต็มไปดีกว่า

สกอร์ที่คาด 1-2

 

สวิตเซอร์แลนด์ VS อิตาลี

สวิตเซอร์แลนด์ VS อิตาลี

สวิตเซอร์แลนด์ VS อิตาลี

สวิตเซอร์แลนด์ VS อิตาลี

ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป รอบแบ่งกลุ่ม คืนนี้ เวลา 01.45 น. เจ้าบ้าน สวิตเซอร์แลนด์ ทีมอันดันที่ 2 ของกลุ่ม C จะเปิดสนาม เซนต์ จาค็อป พาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ อิตาลี อันดับ 1 ของกลุ่ม

สถิติการพบกัน

5 นัดหลังสุดที่พบกัน เป็นทางด้านทีมเยือน อิตาลี ที่ทำได้ดีกว่า โดยเอาชนะไปได้ 2 ครั้ง เสมอ

3 ครั้ง ไม่แพ้เลย ส่วนครั้งสุดท้ายเป็นการพบกันในศึก ยูโร 2020 รอบสุดท้าย กลุ่ม A อิตาลี เอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-0

สวิตเซอร์แลนด์

เทรนเนอร์ วลาดิเมียร์ เพ็ตโควิช พาทีมลงสนามในรายการนี้มาแล้ว 2 นัด ชนะรวด เก็บ 6 คะแนนเต็ม ยิงได้ 4 ประตู เสีย 1 ประตู อยู่ในอันดับ 2 ของกลุ่ม ในนัดนี้จะไม่มี เซอร์ดาน ชากิรี่,

มาริโอ กาฟราโนวิช, บรีล เอ็มโบโล่, อีเรย์ คอมาร์ต,โลริส เบนิโต และ เควิน เอ็มบาบู ล่าสุดเป็นทาง กรานิต ชาคา ติดโควิดไม่พร้อมลงสนาม

ระบบการเล่นที่คาด 3-5-2 ผู้รักษาประตู ยานน์ ซอมเมอร์ กองหลัง นิโก้ เอลเวดี้, ริคาร์โด้ โรดริเกซ, มานูเอล อาคานยี่ กองกลาง ซิลวาน วิดเมอร์, ฌิบริล โซว, สตีเว่น ซูเบอร์, เรโม่ ฟรอยเลอร์, ริคาร์โด้ โรดรีเกซ กองหน้า รูเบน วาร์กาส, ฮาริส เซเฟโรวิช

อิตาลี

เทรนเนอร์แชมป์ยุโรปล่าสุด โรแบร์โต้ มันชินี่ พาทีมลงสนามในรายการนี้มาแล้ว 4 นัด ชนะ 3 นัด เสมอ 1 นัด เก็บได้ 10 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม ในนัดนี้จะไม่มี อันเดรีย เบล็อตติ ส่วนทางด้าน มาร์โก แวร์รัตติ ต้องรอทดสอบความฟิต

ระบบการเล่นที่คาด 4-3-3 จานลุยจิ ดอนนารุมม่า กองหลัง อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี่ กองกลาง นิโกโล่ บาเรลล่า,

มานูเอล โลคาเตลลี่, จอร์จินโญ่ กองหน้า ลอเรนโซ่ อินซินเย่, ชิโร่ อิมโมบิเล่, เฟเดริโก้ เคียซ่า

วิเคราะห์

เจ้าบ้าน สวิตเซอร์แลนด์ ตามหลังจ่าฝูง อิตาลี อยู่ถึง 4 คะแนนก็จริง แต่แข่งน้อยกว่าถึง 2 นัด ทำให้โอกาสยังเปิดกว้างสำหรับกลุ่มนี้ หรืออาจจะดูเหลื่อมไปทางด้านอันดับ 2 อย่าง สวิตเซอร์

แลนด์ ด้วยซ้ำ หากนัดนี้มีผลแพ้ชนะ ทีมที่ชนะก็น่าจะได้แชมป์กลุ่ม แต่ถ้าออกเสมอ จะเป็นผลดีกับเจ้าบ้านมากกว่าทีมเยือน

ราคาเปิดมา ให้ทีมเยือน อิตาลี เป็นต่อ 1/2 -5 ราคานี้ต้องอยู่เจ้าบ้านไว้ก่อน เจ้าบ้าน สวิตเซอร์แลนด์ หากชนะนัดที่แข่งน้อยกว่า จะมีแต้มขึ้นนำ ดังนั้นนัดนี้คงเล่นแบบไม่ชนะไม่เป็นไร

แต่ต้องไม่แพ้ ส่วนทีมเยือน อิตาลี ถึงแม้จะเป็นต่อ แต่ก็คงจะเล่นแบบไม่แพ้ไว้ก่อนเช่นกัน แล้วไปวัดกันวันที่เตะในบ้าน สุดท้ายแล้วความตั้งใจที่เล่นแบบไม่แพ้ จะทำให้คู่นี้เสมอกันแน่นอน

 

เนย์มาร์

เนย์มาร์

เนย์มาร์

เนย์มาร์

หากใครที่เป็นคอบอล หรืออาจจะเพิ่งติดตามฟุตบอลโลก 2014 คงจะคุ้นหูกับชื่อของ เนย์มาร์ ยอดกองหน้าทีมชาติบราซิล ที่มีลีลาที่โดดเด่น ทั้งความเร็ว เทคนิค และความสามารถเฉพาะตัวนั้น คือว่าหาตัวจับได้ยาก และในฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ เนย์มาร์เองก็ดูเหมือนจะกลายเป็นดาวจรัสแสงที่มีแต่คนกล่าวถึง และเป็นความหวังที่จะพาทีมบราซิลคว้าแชมป์โลกให้ได้ วันนี้ กระปุกดอทคอม ก็มีประวัติของเนย์มาร์ มาฝากกัน

เนย์มาร์ มีชื่อเต็มคือ เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซานโตส จูเนียร์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ที่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล โดยมีคุณพ่อเนย์มาร์ ซีเนียร์ ซึ่งเป็นอดีตนักฟุตบอล คอยเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอลและเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญ เนย์มาร์มีน้องสาว 1 คน เขาสูง 175 เซนติเมตร

ในปี พ.ศ. 2542 เนย์มาร์ ได้ย้ายบ้านไปอยู่ที่เมือง เซา วิเซนเต้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลเยาวชนให้กับทีม Portuguesa Santista จากนั้นเนย์มาร์จึงย้ายไปเล่นฟุตบอลเยาวชนให้กับทีมที่ใหญ่กว่าอย่างทีมซานโตส (Santos) โดยเขาเริ่มเซ็นสัญญากับทีมซานโตสในปี พ.ศ. 2546 และได้เข้าร่วมเล่นฟุตบอลในทีมเยาวชน ซึ่งทีมนี้เคยเป็นแหล่งผลิตนักฟุตบอลชื่อดังมากมายอย่าง คูติญโญ่, เปเล่, โรบินโญ่ เรียกว่าประสบความสำเร็จในการเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว

เมื่ออายุ 14 ปี เขาก็ได้มีโอกาสเดินทางไปสเปนเพื่อเล่นฟุตบอลกับทีมเรอัล มาดริด ที่ในตอนนั้นมีซูเปอร์สตาร์ล้นทีมอย่าง ซีดาน, เบ็คแฮม, โรแบร์โต้ คาร์ลอส  ต่อมา เมื่ออายุ 15 ปี เนย์มาร์ก็มีรายได้จากการเล่นฟุตบอลถึงเดือนละ 10,000 รีล (ประมาณ 1.4 แสนบาท) และเมื่ออายุ 16 ปี เงินเดือนของเนย์มาร์ก็ขยับมาที่ 125,000 รีล (1.8 แสนบาท)

 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

หากใครที่เป็นคอบอล หรืออาจจะเพิ่งติดตามฟุตบอลโลก 2014 คงจะคุ้นหูกับชื่อของ เนย์มาร์ ยอดกองหน้าทีมชาติบราซิล ที่มีลีลาที่โดดเด่น ทั้งความเร็ว เทคนิค และความสามารถเฉพาะตัวนั้น คือว่าหาตัวจับได้ยาก และในฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ เนย์มาร์เองก็ดูเหมือนจะกลายเป็นดาวจรัสแสงที่มีแต่คนกล่าวถึง และเป็นความหวังที่จะพาทีมบราซิลคว้าแชมป์โลกให้ได้ วันนี้ กระปุกดอทคอม ก็มีประวัติของเนย์มาร์ มาฝากกันค่ะ

ประวัติชีวิตของเนย์มาร์
มีชื่อเต็มคือ เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซานโตส จูเนียร์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ที่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล โดยมีคุณพ่อเนย์มาร์ ซีเนียร์ ซึ่งเป็นอดีตนักฟุตบอล คอยเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอลและเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญ เนย์มาร์มีน้องสาว 1 คน เขาสูง 175 เซนติเมตร

ในปี พ.ศ. 2542 เ ได้ย้ายบ้านไปอยู่ที่เมือง เซา วิเซนเต้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลเยาวชนให้กับทีม Portuguesa Santista จากนั้นเนย์มาร์จึงย้ายไปเล่นฟุตบอลเยาวชนให้กับทีมที่ใหญ่กว่าอย่างทีมซานโตส (Santos) โดยเขาเริ่มเซ็นสัญญากับทีม

ซานโตสในปี พ.ศ. 2546 และได้เข้าร่วมเล่นฟุตบอลในทีมเยาวชน ซึ่งทีมนี้เคยเป็นแหล่งผลิตนักฟุตบอลชื่อดังมากมายอย่าง คูติญโญ่, เปเล่, โรบินโญ่ เรียกว่าประสบความสำเร็จในการเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว

เมื่ออายุ 14 ปี เขาก็ได้มีโอกาสเดินทางไปสเปนเพื่อเล่นฟุตบอลกับทีมเรอัล มาดริด ที่ในตอนนั้นมีซูเปอร์สตาร์ล้นทีมอย่าง ซีดาน, เบ็คแฮม, โรแบร์โต้ คาร์ลอส  ต่อมา เมื่ออายุ 15 ปี

ก็มีรายได้จากการเล่นฟุตบอลถึงเดือนละ 10,000 รีล (ประมาณ 1.4 แสนบาท) และเมื่ออายุ 16 ปี เงินเดือนของเนย์มาร์ก็ขยับมาที่ 125,000 รีล (1.8 แสนบาท)

 เนย์มาร์ บนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2552  ได้ลงประเดิมสนามเป็นครั้งแรกในฐานะนักฟุตบอลอาชีพกับทีมซานโตส ทั้งที่เขาเพิ่งจะมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ซึ่งเนย์มาร์ก็สามารถสร้างความ

ประทับใจได้เป็นอย่างมากในฤดูกาลแรก เขาสามารถพังประตูได้ถึง 14 ประตูจากการลงสนาม 48 นัด และในฤดูกาลต่อมา เนย์มาร์ก็สามารถพาทีมซานโตสเถลิงชัยคว้าฟุตบอลลีกในประเทศ

ได้สำเร็จ และเขาก็ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลอีกด้วย ซึ่งจากผลงานทำประตู 42 ประตูใน 60 เกม ในช่วง 2 ฤดูกาลแรก จึงทำให้ทีมหลาย ๆ ทีมในอังกฤษ ทั้งเวสต์แฮม

ยูไนเต็ด และทีมเชลซี ต่างสนใจในตัวของเนย์มาร์ และเสนอเงินก้อนโตให้เขาไปร่วมทีม แต่เนย์มาร์ก็ยังยืนยันที่จะอยู่กับทีมซานโตสต่อไป

ในปี พ.ศ. 2554 สามารถพาทีมซานโตส คว้าถ้วยแชมป์ Copa Libertadores เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ พ.ศ. 2506 จนทำให้มีข่าวว่า ทีมเรอัล มาดริด สนใจที่จะดึงตัวเนย์มาร์ไปอยู่ด้วย

และพร้อมที่จะเซ็นสัญญาล่วงหน้าทันที จนทำให้ประธานสโมสรซานโตส ตัดสินใจขยายสัญญากับร์ออกไป ในปีเดียวกันนี้ เนย์มาร์ยังได้รับรางวัล FIFA Puskas Award ซึ่งเป็นรางวัล

ที่มอบให้กับลูกยิงสุดสวยในแต่ละฤดูกาล และเขายังได้รับรางวัล นักฟุตบอลดีเด่นของทวีปอเมริกาใต้ ประจำปี พ.ศ. 2554 อีกด้วย

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2555 เนย์มาร์สามารถพาทีม ซานโตส คว้าถ้วยแชมป์ฟุตบอลลีกได้อีกครั้ง เขาพังประตูไปได้ถึง 20 ประตูและได้รับการโหวตให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำ

ฤดูกาลและกองหน้ายอดเยี่ยม อีกครั้งยังมีชื่อเข้าชิงรางวัล  2012 FIFA Puskas Award และได้รับรางวัล นักฟุตบอลดีเด่นของทวีปอเมริกาใต้ ประจำปี พ.ศ. 2555 ซึ่งในปีนี้ ก็มีข่าวออกมา

ว่า ทางสโมสรซานโตส ได้ตัดสินใจที่จะขายเนย์มาร์ ให้กับยอดทีมจากสเปนอย่างทีม บาร์เซโลน่า แล้ว แต่เนย์มาร์ก็ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 25 เมษายน 2556 ที่คุณพ่อ

และตัวแทนของได้ออกมาเผยว่า เนย์มาร์ได้ย้ายไปอยู่กับทีมบาร์เซโลน่า และสุดท้าย ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2556 เนย์มาร์ก็ได้กล่าวอำลาทีมซานโตสทั้งน้ำตา เพื่อที่จะไปตามล่าฝันที่ประเทศสเปน

ในวันที่ 3 มิถุนายน 2556 สโมสรบาร์เซโลน่า ได้ออกมาเปิดเผยว่า เนย์มาร์ได้ผ่านการทดสอบร่างกายและได้เซ็นสัญญากับสโมสรเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสัญญานั้นจะอยู่ยาวถึงเดือนมิถุนายน 2561 โดยเชื่อกันว่า สัญญาซื้อขายตัวของเนย์มาร์อยู่ที่ 87.2 ล้านยูโร (3.8 พันล้านบาท) ถือ

เป็นสถิติการย้ายตัวที่สูงที่สุดตลอดกาล 10 อันดับ มีสัญญาปล่อยตัวที่ 190 ล้านยูโร (8.3 พันล้านบาท) เนย์มาร์พังประตูแรกให้กับทีมบาร์เซโลน่า ในแมตช์ที่ชนะกับทีมชาติไทยด้วยสกอร์

7-1 โดยที่ ได้ลงสนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกให้กับทีมบาร์เซโลนาในนัดที่บาร์เซโลน่าสามารถเอาชนะเลบันเต้ 7-0 และยิงลูกแรกในลาลีก้าในแมตช์ที่บาร์เซโลน่าชนะเรอัล โซเซียดัด 4-1

เนย์มาร์เริ่มติดทีมชาติบราซิลตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี จนกระทั่งตอนที่เขาอายุ 18 ปี เนย์มาร์ก็ถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ เขาลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ครั้งแรกในนัดกระชับมิตรกับ

ทีมชาติสหรัฐอเมริกา  ซึ่งเองก็สามารถพังประตูได้ และทำให้บราซิลเอาชนะสหรัฐอเมริกาได้ 2-0 นอกจากนี้ ในทัวร์นาเมนต์ 2011 South American Youth

Championship เยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ทำประตูได้สูงที่สุด ด้วยการทำประตูถึง 11 ประตู รวมทั้ง 2 ประตูในรอบชิงชนะเลิศ จนทำให้บราซิลคว้าชัยในถ้วยนี้ไปครอง นั่นจึงทำให้ในปี พ.ศ. 2556 หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ได้ตัดสินใจใส่ชื่อของเนย์มาร์ เข้าร่วมในศึกฟุตบอล คอน

เฟเดอเรชันส์ คัพ  (Confederations Cup) ที่จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล และ ยังสามารถพังประตูทีมชาติสเปนได้ จนทำให้บราซิลสามารถเอาชนะสเปนไปด้วยสกอร์ 3-0 และคว้า

แชมป์ในบ้านตัวเอง พร้อมกับที่ ได้รับรางวัลลูกบอลทองคำ สำหรับนักเตะยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์อีกด้วย

 

ชากลาร์ โซยุนชู

ชากลาร์ โซยุนชู

ชากลาร์ โซยุนชู

ชากลาร์ โซยุนชู

  (Caglar Soyuncu)  เกิดวันที่  23  พฤษภาคม  ค.ศ.1996  นักฟุตบอลชาวตุรกี ความสูง 1.86 เมตร  หรือ  6 ฟุต 1 นิ้่ว  ตำแหน่งกองหลัง  เล่นให้กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้  ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ  สวมเสื้อหมายเลข 4

ประวัติความเป็นมาในระดับสโมสร

เริ่มต้นการ เล่นฟุตบอล ระดับเยาวชนครั้งแรกในปี  2006-2011 ร่วมกับสโมสร Menemen Belediyespor เป็นสโมสรเยาวชนในตุรกี   ต่อมาได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสร

Bucaspor เพียงสองปีต่อมา  ได้ย้ายสโมสรไปเล่นกับ Gumusorduspor เพียงแค่ปีเดียว

หลังจากนั้นไม่นานก็ย้ายสโมสรอีกครั้ง  ซึ่งก้าวขึ้นมาเล่นในระดับสโมสรอาชีพร่วมกับ Altınordu เมื่อปี 2014-2016 เป็นสโมสรอาชีพในตุรกี จากนั้นในปี 2016-2018 ย้ายลีกมา

ค้าแข้งในเยอรมัน เพื่อร่วมเล่นให้กับ เซาท์ไฟรบูร์ก แต่ก็อยู่ในลีกเยอรมันเพียงแค่สองปี หลังจากนั้นก็ย้ายมาค้าแข้งในประเทศอังกฤษ ร่วมเล่นกับสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ในปี 2018

การเข้าร่วมเล่นกับสโมสรเลสเตอร์ที่มีการเซ็นสัญญา 5 ปี และการลงเล่นในนัดแรกของเขาคือการได้พบกับเวสต์แฮม และผลงานที่เขายิงประตูแรกให้กับสโมสรเป็นนักที่ต้องพบกับคริสตัล

พาเลซ และผลการแข่งขันในนัดนั้น เลสเตอร์ซิตี้ก็ชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 จึงเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขาได้อย่างมากที่เป็นกองหลังแล้วทำประตูให้กับสโมสร

ประวัติการเล่นทีมชาติของ

เริ่มต้นเล่นฟุตบอลทีมชาติตุรกีครั้งแรกในปี 2014 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี, ปี 2015 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี, ปี 2015 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี, ปี 2015 รุ่นเยาวชนอายุไม่

เกิน 21 ปี, ปี 2016 ทีมชาติตุรกีชุดใหญ่เป็นครั้งแรก

กับรูปแบบการเล่นของเขาที่มีความแข็งแกร่งและไหลลื่นเข้าจังหวะได้อย่างดี ด้วยความสูงของเขาที่สามารถเล่นได้อย่างแข็งแกร่งอีกทั้งการเล่นลูกกลางอากาศก็ทำได้อย่างยอด

เยี่ยม เป็นกองหลังที่ได้รับการชื่นชอบจากสื่อ เมื่อครั้งที่เล่นในลีกเยอรมันก็ได้รับความชมอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นกองหลังที่มีความว่องไว ไหวพริบดี

 

จอนนี่ อีแวนส์

จอนนี่ อีแวนส์

จอนนี่ อีแวนส์

จอนนี่ อีแวนส์

ตำแหน่ง กองหลัง, เซ็นเตอร์แบ็ค
วันเกิด 3 มกราคม 1988 (33 ปี)
สถานที่เกิด เบลฟาสต์, ไอร์แลนด์ เหนือ
น้ำหนัก 77
ส่วนสูง 188

ทีมชาติ ไอร์แลนด์ เหนือ
เข้าร่วมทีม 1 กรกฎาคม 2006

จอนนี่ อีแวนส์ เด็กหนุ่มจากเบลฟาสต์ เซ็นเตอร์แบ็ครูปร่างสูง และปราดเปรียว เขาเป็นกองหลังคนหนึ่งที่มีความฉลาด มีร่างกายที่แข็งแรง และมีความสามารถในการจ่ายบอลที่ดี ซึ่งนั่น

ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาได้ขึ้นมามีชื่อในทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ เขาก็ยังมีชื่อติดทีมชาติไอร์แลนด์ เหนือ ตั้งแต่ก่อนที่จะได้ลงสนามให้กับทีมปีศาจแดงแดงนัดแรกเสียอีก

ในฤดูกาล 2005/06 อีแวนส์ ซึ่งมีอายุเพียง 17 ปีมีชื่อในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชุดแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่อีแวนส์ก็มีโอกาสไม่มากในทีมชุดใหญ่ จนกระทั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ขาย เชราร์ด ปิเก้ ออกไปในช่วงซัมเมอร์ปี 2008 ทำให้ในฤดูกาล 2008/09 เขาได้มีโอกาสลงสนามให้ทีมปีศาจแดงมากขึ้น

เมื่อใดก็ตามที่เรียกใช้จอนนี่ อีแวนส์ เขาจะปรากฏตัวพร้อมความสงบนิ่งเสมอ ไม่ว่าจะลงเล่นในเกมใหญ่อย่างที่ซานซิโร่ หรือที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ความสามารถในการรับมือกับความ

กดดันของเขานั้นเหลือเชื่อมากจริงๆ

ฮีโร่ในดวงใจของเขาตั้งแต่เด็กคือ รอย คีน และทั้งคู่ก็เคยร่วมงานกันในช่วงที่คีน รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมซันเดอร์แลนด์ และตอนนั้นอีแวนส์ก็เล่นให้ทีมแมวดำด้วยสัญญายืมตัว เขา

เป็นนักเตะตัวสำคัญของทีม และช่วยให้ทีมได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก

อีแวนส์ กลับมาลงเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นัดแรกในช่วงกลางฤดูกาลปี 2007/08 ในเกมที่พบกับโคเวนทรี และหลังจากนั้นคีน ก็ขอยืมตัวเขากลับไปเล่นให้ซันเดอร์แลนด์อีก 6 เดือน

หลังจากกลับมาจากซันเดอร์แลนด์ เขาก็ได้ลงสนามทุกนัดในเกมปรีซีซั่น 2008/09 ถือว่าเขาเป็นนักเตะที่มีพัฒนาอย่างโดดเด่นมากคนหนึ่ง และเขาก็เริ่มกลายเป็นนักเตะตัวหลักใน

ทีมชุดใหญ่ คอยเติมเต็มทีมในแนวรับ เมื่อใดก็ตามที่ขาดนักเตะหลักอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ หรือ เนมานย่า วิดิช เขาก็ถูกเรียกใช้เสมอในทุกรายการ ทั้งนัดชิงถ้วยสโมสรโลก และ

ลีกคัพนัดชิงชนะเลิศ เขาได้ลงสนามในพรีเมียร์ ลีก 16 นัดในปีนี้ และในปี 2009/10 เขาก็ได้ลงสนามอีก 18 นัด จากนั้นก็ถูกเรียกใช้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงที่ริโอ เฟอร์ดินานด์มี

อาการบาดเจ็บในปี 2010/11 แต่เขาก็ต้องแข่งขันแย่งตำแหน่งกองหลังตัวกลางกับ คริส สมอลลิ่ง ที่เพิ่งเซ็นสัญญาร่วมทีมในซัมเมอร์ปี 2010 แต่เขาก็ได้ลงสนามช่วยทีมถึง 13 นัด

และเป็นอีกปีหนึ่งที่เขาได้เหรียญแชมป์พรีเมียร์ ลีก กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในฤดูกาล 2011/12 เป็นฤดูกาลหนึ่งที่เขาโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดตั้งแต่สวมเสื้อปีศาจแดง ด้วยการบาดเจ็บยาวของเนมานย่า วิดิช เปิดโอกาสให้เขาได้ลงสนาม 28 นัด และมีฟอร์มการเล่น

ที่ยอดเยี่ยมหลายนัด และเขาก็ยังทำประตูแรกให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในวันที่ 18 มีนาคม 2012 ในเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ได้ 5-0

เกียรติประวัติกับทีม

พรีเมียร์ ลีก 2008- 2009 , 2010- 2011, 2012 -2013
ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2008

ลีก คัพ 2008 -2009,  2009-2010
คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2008 , 2010,  2011,  2013

เกียรติประวัติกับทีมสำรอง และเยาวชน

พรีเมียร์  ลีก  สำรอง  นอร์ท 2005-2006
เซ็นทรัล ลีก นอร์ท 2005

พรีเมียร์ ลีก สำรอง เนชั่นแนล เพลย์ออฟ 2006
แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ 2006