กราบพระ วัดใหญ่ชัยมงคล

กราบพระ วัดใหญ่ชัยมงคล

กราบพระ วัดใหญ่ชัยมงคล

กราบพระ วัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ชัยมงคลถือว่าเป็นวัดมีความสำคัญทางประวัติศาตร์มากที่สุดและเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นธรรมดาที่จะพบเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมายังวัดแห่งนี้ จุดสนใจของวัดใหญ่ชัยมงคลนี้ คือเรื่องราวทางประวัติศาตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ชมเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา ด้านหลังวัดมีตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ผู้นับถือศรัทธาเข้ามากราบไหว้ นอกจากนี้ บริเวณ รอบๆ ยังมีมีสวนหย่อมที่สวยงามให้พักผ่อนอีกด้วยนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวอยุธยาจึงไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ประวัติ วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นคือในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิปดีที่ 1 หรืออีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระเจ้าอู่ทองพระมหากษัตริย์ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.1900 กรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุดศพเจ้าแก้ว ซึ่งทิวงคตด้วยอหิวาตกโรคขึ้นมาเผา ที่ปลงศพนั้นโปรดให้สถาปนาเป็นพระอาราม นามว่า วัดป่าแก้ว

ต่อมาคณะสงฆ์สำนักวัดป่าแก้วบวชเรียนมา จากสำนักรัตนมหาเถระ ในประเทศศรีลังกาคณะสงฆ์นี้ได้เป็นที่เคารพเลื่อมใสแก่ชาวกรุงศรีอยุธยาเป็นอันมาก ทำให้ผู้คนต่างมาบวชเรียนในสำนักสงฆ์คณะป่าแก้วมากขึ้น สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง จึงทรงตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายนี้เป็นสมเด็จพระวันรัตน มีตำแหน่งเป็นพระสังฆราชฝ่ายขวาคู่กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายคันถธุระ

เรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์ของวัดป่าแก้วมีอยู่ว่า อุโบสถของวัดเคยเป็นที่ซึ่งคณะคิดกำจัดขุนวรวงศาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์มาประชุมเสี่ยงเทียนอธิษฐาน ครั้งนั้นได้รับผลสำเร็จจึงอัญเชิญพระเฑียรราชาลาผนวช ขึ้นครองราชสมบัติทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิพ.ศ. ๒๑๐๔ ในรัชกาลของสมเด็จพระมหาจักรพรรดินั้นเอง ได้มีพระบรมราชโองการให้เอาสังฆราชวัดป่าแก้วไปสำเร็จโทษ ฐานฝักใฝ่ให้ฤกษ์ยามแก่ฝ่ายกบฎพระศรีศิลป์ พ.ศ. ๒๑๓๕ ในแผ่นดินของพระนเรศวรมหาราช มีเหตุการณ์สำคัญที่ชวนให้เข้าใจว่ามีการสร้างปฎิสังขรณ์เจดีย์ประธานวัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์ที่ได้ชัยชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่า จึงทำให้เชื่อว่าเป็นที่มาของชื่อวัดใหญ่ชัยมงคล

จุดที่น่าสนใจ เจดีย์ชัยมงคลอนุสรณ์แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงรบชนะ มังกะยอชวาพระมหาอุปราชของหงษาวดี ที่ต.หนองสาหร่าย จ.สุพรรณบุรีในครั้งนั้นพม่าได้ยกทัพเข้ามาในขอบขันฑสีมา สมเด็จพระนเรศวรฯ และสมเด็จพระเอกาทศรถผู้เป็นพระอนุชาจึงได้นำทัพไปรับศึก และได้ขับช้างเข้าไปอยู่ในวงล้อมของข้าศึกทีคอยระดมยิงปืนเข้าใส่พระและพระคชาธาร โดยที่เหล่าแม่ทัพนายกองวิ่งตามพะรองค์มาไม่ทันพระองค์จึงประกาศด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า พระเจ้าพี่เราจะยืนอยู่ไยในร่มไม้เล่าเชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มีกษัตริย์ที่จะได้ยุทธหัตถีแล้ว พระอุปราชของพม่าจึงไสยช้างออกมากระยุทธถีด้วยกันในการทำยุทธหัตถีครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรได้ทรงใช้พระแสงพลผ่ายฟาดฟันพระอุปราชขาดตะพายแล่ง

เมื่อกลับมาสู่พระนครแล้ว พระองค์ก็จะลงโทษเหล่าทหารที่ตามพระไปไม่ทันตอนกระทำศึกยุทธหัตถี ซึ่งมากฏระะเบียบแล้วต้องโทษถึงขึ้นประหารชีวิต ช่วงเวลาที่รออาญาสมเด็จพระพันรัตน พระสังฆราชพร้อมด้วยพระสงฆ์ 25 รูปได้ขอให้พระนเรศวรพระราชทานอภัยยกเว้นโทษให้กับทหารเหล่านั้น โดยให้เหตุผลว่าพระองค์เปรียบดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แวดล้อมด้วยหมู่มารก่อนที่จะตรัสรู้ เป็นการประกาศเกียรติและบารมีความกล้าหาญและเก่งกาจของพระองค์ให้ขจรกระจายไปทั่วแคว้นทั่วแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรจึงโปรดให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความมีน้ำพระทัยของพระองค์ ที่มีต่อเหล่าทหารเหล่านั้น และพระะราชทานนามว่า“เจดีย์ชัยมงคล”

วัดใหญ่ชัยมงคล มีชื่อเดิมว่า “วัดป่าแก้ว” หรือ “วัดพระยาไทย” โดยสันนิษฐานว่าพระเจ้าอู่ทองเป็นผู้โปรดให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นในราว พ.ศ. 1900 เพื่อใช้เป็นสำนักของเหล่าพระสงฆ์ที่ไปบวชเรียนมาจากสำนักพระวันรัตน์มหาเถรในประเทศลังกา ซึ่งมีชื่อเรียกนิกายนี้ว่า “คณะป่าแก้ว” ซึ่งในภายนิกายนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในสมัยอยุธยา จนมีการตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายป่าแก้วเป็นสมเด็จพระวันรัตน์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายขวา คู่กับพระพุทธโฆษาจารย์เป็นอธิบดีสงฆ์ฝ่ายคันถธุระซึ่ง มีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายซ้าย

หลังจากนั้นวัดแห่งนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดเจ้าพระยาไท” สันนิษฐานว่าเกิดจากที่พระเจ้าอู่ทองทรงสร้างวัดป่าแก้วขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ณ บริเวณที่ใช้ถวายพระเพลิงพระศพของเจ้าแก้วเจ้าไท หรืออาจมาจากการที่วัดแห่งนี้เป็นที่ประทับของพระสังฆราชฝ่ายขวา ซึ่งในสมัยโบราณเรียกพระสงฆ์ว่า “เจ้าไท” คำว่าเจ้าพระยาไทจึงมีหมายถึงตำแหน่งพระสังฆราช
วัดใหญ่ชัยมงคลถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่สมัยเสียกรุงครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 จนกระทั่งมีได้มีพระภิกษุ สามเณร รวมทั้งแม่ชีกลุ่มหนึ่ง โดยการนำของพระฉลวย สุธมโม ที่เข้ามาดูแลวัดที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม และได้พระครูภาวนาพิริยคุณ เจ้าอาวาสของวัดยม อำเภอบางบาล เข้ามารับช่วงดูแลต่อ วัดใหญ่ชัยมงคลจึงเปลี่ยนสถานะจากวัดร้างมาเป็นวัดราษฏร์ในปี พ.ศ. 2500

– รถยนต์ส่วนตัว  จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้หลายเส้นทางดังนี้

                       ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ขับผ่านประตูน้ำพระอินทร์ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

                       ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) แล้วข้ามสะพานนนทบุรีหรือสะพานนวลฉวี ไปยังจังหวัดปทุมธานีต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวงหมายเลข 3111) เลี้ยวแยกขวาที่อำเภอเสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบเส้นทางที่เหมาะสมเพิ่มเติมได้จากแอปพลิเคชัน Google Map

           – รถตู้ นักท่องเที่ยวสามรถขึ้นรถตู้กรุงเทพ-อยุธยาได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต หรือบริเวณห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 60 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและจุดขึ้นลงรถ

           – รถไฟ นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟที่วิ่งเส้นทางสายเหนือจากสถานีหัวลำโพง ลงที่สถานีพระนครศรีอยุธยา โดยมีขบวนรถไฟให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.20 – 22.45 น. ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 15 บาทสำหรับรถไฟชั้น 3 นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยที่เบอร์ 1690

รถยนต์ส่วนตัว วัดไชยวัฒนารามตั้งอยู่บริเวณนอกเกาะอยุธยา โดยใช้เส้นทางวิ่งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยสะพานกษัตราธิราช เมื่อลงจากสะพานให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นขับตรงไปอีกประมาณ 750 เมตร จะพบกับตัววัด (มีที่จอดรถบริการที่หน้าวัด)

             – รถตุ๊กตุ๊ก ภายในตัวเมืองอยุธยามีรถตุ๊กตุ๊กให้บริการในอัตรา 20-40 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับระยะทาง สำหรับการเหมารถ ค่าเช่าตุ๊กตุ๊กต่อชั่วโมงจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 200 บาท

             – Grabcar พื้นที่จ.อยุธยามีระบบเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน Grab ให้บริการ โดยสามารถตรวจสอบอัตราค่าโดยสารแต่ละครั้งได้บนหน้าจอก่อนที่จะกดเรียกรถไปยังสถานที่ต่างๆ

การเข้ากราบนมัสการ  – พระพุทธไสยาสน หรือพระนอนที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของวัดใหญ่ชัยมงคล ประดิษฐานอยู่บนพื้นที่เดิมซึ่งเคยเป็นพระวิหารเก่าในอดีต แต่ปัจจุบันคงเหลืออยู่เพียงแค่ส่วนของฐานเท่านั้น องค์พระพุทธไสยาสน์มีลักษณะเป็นสีขาว ห่มคลุมด้วยจีวรตลอดทั้งร่าง ถือเป็นจุดแรกที่นักท่องเที่ยวและศาสนิกชนมักจะแวะชมและทำการสักการะบูชาเมื่อเดินเข้าสู่บริเวณตัววัด

– พระเจดีย์ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวนมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชของหงสาวดี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระพิโรธต่อบรรดาแม่ทัพนายกองที่ตามทัพเข้าไปช่วยเหลือไม่ทัน จึงต้องการสั่งประหารชีวิต แต่สมเด็จพระวันรัตน์ได้ทูลขอพระราชทานชีวิตของแม่ทัพนายกองเหล่านั้นไว้ และได้ทูลแนะนำให้ทรงสร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้นแทนการประหารชีวิต สมเด็จพระนเรศวรทรงเห็นด้วยและดำริให้สร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้น ในพ.ศ. 2135 และถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาจนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเยือนวัดใหญ่ชัยมงคลได้ตลอดทั้งปี

วัดใหญ่ชัยมงคลถือว่าเป็นวัดมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดและเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นธรรมดาที่จะพบเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมายังวัดแห่งนี้ จุดสนใจของวัดใหญ่ชัยมงคลนี้ คือเรื่องราวทางประวัติศาตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ชมเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา ด้านหลังวัดมีตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ผู้นับถือศรัทธาเข้ามากราบไหว้ นอกจากนี้ บริเวณ รอบๆ ยังมีมีสวนหย่อมที่สวยงามให้พักผ่อนอีกด้วยนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวอยุธยาจึงไม่ควรพลาดเลยครับผม

รีวิวจากบุคคลที่เข้านมัสการ

วัดใหญ่ชัยมงคล เกาะอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งในสมัยอยุธยานะคะ สถาปัตยกรรมอันโดดเด่น ภายในวัดยังมีเจดีย์ที่สูงที่สุดในสมัยนั้นด้วยคะ พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคลไว้ให้พุทธศาสนิกาชนมากราบไหว้สักการะ

โดยปกติหากอยู่ในสภาวะทั่วไป จะมี นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมามากมาย อาทิ ญี่ปุ่น จีน และ นักโบราณต่างที่ชอบการมาท่องเที่ยวแนวประวัติศาสตร์แบบนี้คะ ..หากมาที่นี่ แวะ กราบพระพุทธรูปปางต่างๆ และถวายปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงวัด รวมถึง ถวายน้ำมันตะเกียง ทองคำเปลว ธูปเทียนนำไปเองคะ และพวงมาลัยสวยๆๆ ก่อนกลับขอพร ปิดทองคำเปลวด้วยนะคครับ

วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญทางประวิติศาสตร์ของอยุธยา ต้องมีวัดนี้รวมอยู่ด้วย เป็นวัดที่ใหญ่โต กว้างขวาง เจดีย์ชัยมงคล ตั้งสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ภายในวัด ปัจจุบันก็ยังคงความสวยงามในแบบที่เป็นซากปรักหักพัง รวมถึงพระนอนด้านข้างเจดีย์ก็ยังคงความสวยงามให้เราได้สักการะกันจนถึงทุกวันนี้ เป็นวัดที่ยังคงสวยสมบูรณ์แบบอยู่มากๆ เลย

…วัดใหญ่ชัยมงคล (พระนครศรีอยุธยา) คงเป็นเป้าหมายแรกๆของนักท่องเที่ยวที่อยากมาไหว้พระที่อยุธยา ทางวัดมีระบบการจัดการที่ดี ทั้งที่จอดรถ,ร้านค้า,บริเวณรอบๆวัด ทำให้ไม่ปัญหารับนักท่องเที่ยวได้เยอะ

…ส่วนตัวชอบโบราณสถานที่วัดใหญ่ชัยมงคลมากๆ ใหญ่โตสวยงามและยังดูสมบูรณ์ คงเป็นเหตุผลที่หลายคนมาที่นี่ ทำให้นักท่องเที่ยวเยอะมาก จึงขาดความเงียบสงบ ความร่มเย็นไป แต่ก็ยังเป็นวัดที่แนะนำว่าควรต้องมา ถ้ามีทริปไหว้พระอยุธยา ผมเองก็มาเที่ยวไหว้พระที่วัดนี้มากกว่า 5 ครั้งแล้ว เข้ากราบนมัสการพรองค์ท่านแต่งกายสุภาพเรียบร้อยด้วยชุดไทยหรือชุดสีขาวน่ะครับจะดูสง่างาม

วัดใหญ่ชัยมงคล เกาะอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งในสมัยอยุธยานะคะ สถาปัตยกรรมอันโดดเด่น ภายในวัดยังมีเจดีย์ที่สูงที่สุดในสมัยนั้นด้วยคะ พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคลไว้ให้พุทธศาสนิกาชนมากราบไหว้สักการะขาวน่ะครับจะดูสง่างาม วัดใหญ่ชัยมงคลถือว่าเป็นวัดมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดและเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นธรรมดาที่จะพบเห็นนักท่อง