เที่ยวเกาะล้าน

เที่ยวเกาะล้าน

เที่ยวเกาะล้าน

เที่ยวเกาะล้าน

เกาะล้าน พัทยา – ใครที่กำลังหาที่เที่ยวทะเลใกล้ๆ กรุงเทพ แบบน้ำใสกิ๊ง ชายหาดสวย ทรายนุ่มเป็นสีขาว ถ่ายรูปปัง แถมยังมีกิจกรรมเยอะแยะให้เราได้ทำ และมีคาเฟ่-ร้านอาหารมากมายอีก แน่นอนว่าคำตอบนี้คงต้องเป็นเกาะล้านแน่นอน เพราะที่นี่นั้นมีครบทุกสิ่งจริง และมาเที่ยว

ง่ายมากด้วยนะเออ เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม แล้วเราไปเที่ยวเกาะล้านกับรีวิวนี้กันดีกว่าเด้อวิธีไปเกาะล้านจากกรุงเทพด้วยรถสาธารณะ

วิธีที่คนนิยมในการไปเที่ยวเกาะล้าน จากกรุงเทพด้วยรถสาธารณะนั้น ก๊อตขอแนะนำให้เรานั่งรถตู้ ไม่ก็รถทัวร์ โดยทั้งสองแบบนี้ เราสามารถเลือกขึ้นได้ที่สถานขนส่งเอกมัย หรือ สถานีขนส่ง

หมอชิตนั่นเอง ส่วนรถตู้ตรงหมอชิตนั้น เราจะต้องไปขึ้น สถานีรถตู้จตุจักรใหม่ (อยู่ตรงข้ามกับสถานีขนส่งหมอชิต) นะ ทั้งนี้ก๊อตขอเขียนเฉพาะอันที่ก๊อตได้ใช้บริการจริงๆ เนอะ

⚡️🚌 การเที่ยวเกาะล้านรอบนี้ของก๊อตนั้น เลือกขึ้นรถตู้ที่สถานีรถตู้จตุจักรใหม่ ในราคา 150 บาท/คน ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ส่งตรงถึงท่าเรือแหลมบาลีฮายเลย ส่วน

ขากลับนั้น ก๊อตแนะนำให้เราเดินอ้อมมาด้านหลังลานจอดรถท่าเรือแหลมบาลีฮาย ตรงนั้นจะมีคิวรถทัวร์ + รถตู้ไปหมอชิตอยู่ ซึ่งก๊อตขึ้นที่นี่กลับกรุงเทพในราคา 150 บาท/

คน เหมือนเดิม แล้วลงที่ BTS หมอชิตได้ด้วยเช่นกัน ถือว่าค่อนข้างสะดวกมากเลยทีเดียว

ธีการข้ามฝั่งจาก พัทยา <-> เกาะล้านสำหรับวิธีการข้ามจากท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา ไปยังเกาะล้านนั้น จะมีอยู่

สองแบบด้วยกัน คือเรือเมล์ และเรือสปีดโบ้ท ซึ่งแตกต่างกันที่ราคาและความเร็วนั่นเอง

1. เรือเมล์ – 30 บาท ระยะเวลา 40 นาที

สำหรับเรือเมล์ จะเป็นเรือขนาดใหญ่ที่คนส่วนมากนิยมขึ้นข้ามฝั่งจากพัทยาไปยังเกาะล้าน เพราะราคาเค้าถูกม๊าก

เพียงแค่ 30 บาท/คน แต่ใช้เวลาเดินทางนานหน่อย ประมาณ 30-40 นาที และยังมีเส้นทางเดินเรือที่เราสามารถเลือกได้สองทางคือ แหลมบาลีฮาย (พัทยา) <-> ท่าหน้า

บ้าน และ แหลมบาลีฮาย (พัทยา) <-> หาดตาแหวน 

2. เรือสปีดโบ้ท – 150 บาท/คน ระยะเวลา 15 นาที

สำหรับใครที่เร่งรีบ หรือไปแล้วเรือเมล์พึ่งออกแล้วขึ้เกียจจะรอล่ะก็ เรือสปีดโบ้ทคือคำตอบ เพราะสามารถเดินทางจาก

ท่าเรือแหลมบาลีฮายไปถึงเกาะล้านได้ภายในเวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง ส่วนใครที่ไม่ชอบหรือกลัวเวลาเรือกระโดด

หรือโยกรุนแรงไปตามคลื่นล่ะก็ นี่จะแนะนำให้เรานั่งเรือเมล์แทน เพราะเรือสปีดโบ้ทขับเร็วมาก และถ้าวันไหนที่คลื่นแรงล่ะก็ แทบอ้วกแบบจริงจังที่เที่ยวเกาะล้าน ชายหาด-จุดชมวิว-ร้านอาหารและคาเฟ่

ทั้งหมดด้านล่างนี้ เป็นที่เที่ยวเกาะล้านทั้งหมดที่ก๊อตได้ไปมาล่าสุด โดยแบ่งออกเป็นทั้ง

ชายหาด จุดชมวิว ร้านอาหารและคาเฟ่ รวมที่พักที่ก๊อตได้ไปนอนมา โดยลิสในตารางด้านล่างนี้ จะแบ่งตามประเภทเฉยๆ แต่ไม่ได้เรียงตามการเรียงลำดับการเขียนในรีวิวนี้เนอะ สำหรับใครที่สนใจที่เที่ยวไหน สามารถคลิกที่ชื่อเพื่ออ่านแต่ละอันได้เลย 😆

หาดตาแหวน เป็นหาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเกาะล้านเลย ด้วยความที่ตัวหาดตาแหวนเองนั้นค่อนข้างที่จะสวยอยู่แล้ว แถมตัวหาดเองยังยาวและกว้าง น้ำทะเลก็ใสปิ๊งซึ่งเราสามารถ

ลงไปเล่นได้อีก แถมริมหาดยังเรียงรายด้วยร้านอาหาร โรงแรม บาร์ เซเว่น และยังมีท่าเรือที่สามารถนั่งตรงมาจากแหลมบาลีฮายที่พัทยาได้ด้วย ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เลยไม่ค่อยแปลกใจ

ว่าทำไมหาดตาแหวนถึงป๊อปขนาดนี้ เพราะหากเรามาพักแถวหาดตาแหวน แล้วแค่อยากมาชิลๆที่เกาะล้านล่ะก็ อยู่หาดตาแหวนที่เที่ยวคือครบหมดจริงๆ ถือว่าดีเลยแหละ

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ด้านข้างหาดตาแหวนนั้นมี หาดสังวาลย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหาดเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่เคียงคู่กัน ซึ่งเราสามารถเดินผ่านท่าเรือของหาดตาแหวนและทะลุมายังหาดสังวาลย์ได้

เลย โดยก่อนเข้าตัวหาดสังวาลย์นั้น จะมีสะพานไม้สีขาวพร้อมจุดชมวิวหาดสังวาลย์ที่หลายคนมักจะมาถ่ายรูปตรงนี้จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของหาดนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

หาดสังวาลย์ นี้ถือเป็นหาดเล็กๆ ที่เราสามารถหลบหนีความวุ่นวายจากหาดตาแหวนได้ โดยริมหาดเองก็มีบาร์และร้านอาหารสองสามร้าน ที่เราสามารถไปนั่งชิลๆ กินลมชมวิวทะเลได้ด้วยเช่น

กัน ยังไงถ้าหากเราได้มาเที่ยวหาดตาแหวนแล้ว การมาเดินที่สังวาลย์ด้วย ก็ถือเป็นอะไรดีและเปลี่ยนบรรยากาศได้เหมือนกัน

หาดเทียน ถือเป็นชายหาดในเกาะล้านที่ตัวก๊อตเองรักและชอบมากที่สุด ด้วยความเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่านเหมือนหาดอื่นๆ และน้ำทะเลของหาดเทียนเองก็ใส หาดก็กว้างอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ ก๊อตเลยขอยกหาดเทียนให้สวยอันดับหนึ่งในใจก๊อตเอง โดยให้คะแนนเต็มสิบแบบไม่หักเลยแหละน้า

สำหรับการมาเที่ยวหาดเทียนนั้น เราต้องจอดรถมอเตอร์ไซค์ตรงริมหาดทางด้านซ้ายสุด จากนั้นค่อยเดินตามสะพานลัดเลาะตามฝั่งเข้ามายังหาดเทียน ซึ่งถ้าใครที่พกเสื่อหรือผ้าปูมาด้วย

เราสามารถเลือกที่นั่งดีๆ ตามชายหาดแล้วปูผ้านั่งเล่นได้ หรือถ้าใครที่ไม่ได้เอามา เราสามารถเช่าเสื่อกับคนแถวนั้นได้ในราคา 50 บาท แล้วอยู่ได้ทั้งวันเลยล่ะ ส่วนใครที่อยากมานอนตรง

หาดเทียน เท่าที่รู้มีอยู่หนึ่งโรงแรมที่ค่อนข้างดีเลยคือ โรงแรมเทียนนารา (Tien Nara) เด้อ

สำหรับคนที่อยากถ่ายรูปตัวเองในหาดเทียนให้ดูชิคขึ้นมาหน่อย เราสามารถนั่งที่บาร์ของ โรงแรมเทียนนารา (Tien Nara) เค้าได้ เพียงแค่สั่งเครื่องดื่มเค้า ซึ่งราคาก็ไม่แรงเลย

อย่างน้ำมะพร้าวปั่นนั้น แก้วละ 50 บาทเท่านั้นเอ๊ง ส่วนถ้าใครอยากนั่งแบบสบายๆ ก็เช่าผ้าใบเขาได้ โดยเค้าจะคิดคนละ 50 บาท/คน นั่งได้ทั้งวันแบบไม่จำกัดเหมือนกัน

ส่วนใครที่อยากอัพความเก๋ขึ้นไปอีกร้อยเท่า ที่เทียนนาราเองก็มีให้เช่าเรือพายคายัคแบบใส ในราคา 400-500 บาท/ชั่วโมง รวมถึง SUP Board ราคา 300-400 บาท/ชั่วโมง ใครที่ชอบ

เล่นกิจกรรมทางนี้แนวนี้ ที่หาดเทียนเค้ามีพร้อม และถ้าโชคดีเราอาจจะได้เจอน้องห่านออกมาวิ่งเล่นน้ำตรงหาดเทียนด้วย เสียดายที่ก๊อตเจอน้องงง

หาดแสม ถืออีกหาดที่น่ามาแวะเวียนเที่ยวด้วยเหมือนกันนะ เพราะตัวหาดเองมีความยาวประมาณ 800 เมตร มีทั้งร้านอาหาร และที่นั่งผ้าใบให้เรามาเช่านั่งกินข้าว หรือนั่งชิลๆ จิบอะไร

เย็นๆ กันได้เลย ส่วนใครที่ขี้เกียจจะนั่งเปื่อย ก๊อตแนะนำให้เราเดินเล่นถ่ายรูปที่หาดแสมก็ได้ เพราะทั้งสองฝั่งของหาดนั้นมีจุดที่น่าสนใจ อย่างเช่นด้านขวาสุดจะมี พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำรูป

ปลากระเบน (แต่ไม่เปิด) ตั้งโดดเด่นเคียงคู่กับหาดแสมอยู่ ตัวก๊อตเองไม่ได้เดินไปทางนั้น แต่เห็นเค้าบอกว่าตรงพิพิธภัณฑ์มีศาลานั่งเล่นที่เราสามารถเห็นวิวหาดแสมสวยๆ ได้ด้วย

ส่วนด้านซ้ายของตัวหาดแสมนั้นเป็นแนวโขดหินสีน้ำตาลทอดยาวออกไป จนถึงภูเขาที่มีสะพานให้เราเดินเล่นยาวๆ เพื่อไปยังอีกหาดเล็ก ตัวก๊อตเองเดินมาทางฝั่งนี้ แล้วตอนนั้นคือ

ชอบม๊าก เพราะวิวสวย อีกทั้งโขดหินตรงฝั่งนี้ยังไม่เหมือนหาดไหนในเกาะล้านอีกด้วย ถือเป็นอะไรที่ดีมาก แต่เสียดายนิดหน่อยที่ตอนนั้นก๊อตไม่ได้เดินต่อไปยังสะพาน และเดินให้สุดเพื่อ

ไปอีกฝั่ง เพราะพึ่งมารู้ทีหลัง หลังจากเห็นรูปเพื่อนใน Instagram คือ มันจะเป็นทรายและโขดหินเล็กๆ ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วอย่างสวย ซึ่งถ้าใครมีเวลาว่าง และอยากลองเดินสำรวจ ก็ลองเดินกันได้เล้ย

หาดตายาย เป็นอีกหนึ่งหาดยอดฮิตบนเกาะล้านที่ขับรถมอเตอร์ไซค์มาได้ง่ายและสะดวกมาก โดยหาดตายายเองเป็นหาดเล็กๆ ที่เราสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนาน รวมถึงยังมีโซนโขดหินฝั่งซ้ายที่เราสามารถไปถ่ายรูปได้อย่างชิคๆ ด้วย

ตัวก๊อตเองคิดว่าหาดตายายยังสวยสู้หาดอื่นไม่ค่อยได้เท่าไหร่ อาจจะเพราะตอนที่ก๊อตไปเที่ยวนั้นไม่มีแดดเลย มันเลยทำให้บรรยากาศชายหาดและทะเลมันดูหมองๆ ไปนิด ซึ่งนี่จะบอกว่า การถ่ายรูปทะเลให้สวย น้ำดูใสเป็นสีฟ้า ต้องมาตอนแดดจ้าๆ เท่านั้นเด้อ 5555

ตรงหาดตายาย จริงๆ มันมีหาดลับที่ไม่มีชื่อ ซ่อนอยู่ทางฝั่งขวาของหาดตายายด้วยนะ โดยตรงนั้นมันจะมีทางเดินทะลุผ่านสวนต้นกระบองเพชรเพื่อไปยังหาดลับนี้อยู่ ซึ่งถ้าใครได้ไป และได้เห็นต้นกระบองเพชร นั่นคือมาถูกทางแล้วว!

หาดลับ (ข้างหาดตายาย) ตรงนี้ เป็นอีกหาดที่สวยเอาเรื่องเหมือนกัน เหมาะกับการมาถ่ายภาพแลนด์สเคป แต่อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับการลงเล่นน้ำเท่าไหร่ เพราะหาดนี้เต็มไปด้วยโขด

หิน และไม่ได้มีพื้นที่ชายหาดเยอะมากนั่นเอง // ใครที่มาเที่ยวหาดตายายแล้ว ก็ลองเดินแวะมาหาดนี้ด้วยก็ได้น้า เดินมาประมาณ 20-30 เมตรเอ๊ง คือใกล้มาก

เกาะล้าน พัทยา – ใครที่กำลังหาที่เที่ยวทะเลใกล้ๆ กรุงเทพ แบบน้ำใสกิ๊ง ชายหาดสวย ทรายนุ่มเป็นสีขาว ถ่ายรูปปัง แถมยังมีกิจกรรมเยอะแยะให้เราได้ทำ และมีคาเฟ่-ร้านอาหารมากมาย

อีก แน่นอนว่าคำตอบนี้คงต้องเป็นเกาะล้านแน่นอน เพราะที่นี่นั้นมีครบทุกสิ่งจริง และมาเที่ยวง่ายมากด้วยนะเออ เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม แล้วเราไปเที่ยวเกาะล้านกับรีวิวนี้กันดีกว่าเด้อ

เที่ยวเมืองเจ้าภาพ ยูโร 2020

เที่ยวเมืองเจ้าภาพ ยูโร 2020

เที่ยวเมืองเจ้าภาพ ยูโร 2020

เที่ยวเมืองเจ้าภาพ ยูโร 2020

บูคาเรสต์ ของ ประเทศโรมาเนีย ได้รับเลือกเป็น 1 ในเจ้าภาพฟุตบอลยูโร 2020  เป็นเมืองหลวงที่อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์และลักษณะที่ทันสมัย จุดตัดของอาคารเป็นที่น่าสนใจแต่น่าสนใจสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ โบสถ์ในศตวรรษที่ 1617 และ อาคารศิลปะใหม่และอาคารนีโอคลาสสิกรอดแผ่นดินไหวสงครามและคอมมิวนิสต์ในภายหลัง ในยุคการเมืองอาคารอิฐทิ้งความประทับใจของตัวเองและพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ของรัฐสภาที่สร้างขึ้นโดยอดีตเผด็จการนิโคลัสซีซาร์ วันนี้เราจะพาไป เที่ยวเมืองเจ้าภาพ ยูโร 2020

เมืองเก่า

เป็นส่วนหนึ่งของการตั้งถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดในบูคาเรสต์ โดยมีโครงสร้างย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 15 และ 16 ทั่วบริเวณนั้นเป็นที่นั่งของเจ้าชายโรมาเนีย ศูนย์การค้า สถานที่สักการะ และทางแยกสำหรับนักเดินทาง มันสามารถอยู่รอดได้ในยุค 80 ของ Ceausescu โดยทำลายหนึ่งในห้าของเมืองเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ของเมืองหลวงแห่งสังคมนิยมใหม่ หลังจากใช้เวลาหลายสิบปีในฐานะสลัม เมืองเก่าส่วนใหญ่ได้รับการปรับปรุงและตกแต่งใหม่ อาคารเก่าได้รับการบูรณะอย่างสวยงาม แต่ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่รอการจับฉลาก ความแตกต่างทำให้ถนนคนเดินและถนนที่ปูด้วยหินมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เรียงรายไปด้วยร้านหนังสือ โรงละคร ร้านอาหาร และร้านกาแฟแม่และเด็ก

ที่ตั้ง: ระหว่าง Calea Victoriei ไปทางทิศตะวันตก Bulevardul Bratianu ทางทิศตะวันออก มีแม่น้ำ Dambovita ทางทิศใต้และ Regina Elisabeta ทางทิศเหนือ

 

รัฐสภา

รัฐสภาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในบูคาเรสต์ เป็นอาคารบริหารที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากเพนตากอน) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมยักษ์ใหญ่ที่อ้างว่าเป็นอาคารที่หนักที่สุดในโลก มีห้องพักมากกว่า 3,000 ห้อง ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 330,000 ตารางเมตร สร้างด้วยหินอ่อนและเหล็กกล้า เดิมเรียกว่า People’s House มีวิสัยทัศน์ของอดีตเผด็จการ Nicolae Ceausescu ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวและเป็นที่นั่งของรัฐบาล เขาได้รื้อถอนสถานที่สักการะ โรงงาน โรงงาน สวนสาธารณะ ส่วนหนึ่งของเมืองเก่า และย่านใกล้เคียงทั้งหมด ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา ชาวโรมาเนีย 20,000 คนต้องเผชิญกับความยากจน และสถาปนิก 700 คนทำงานในลักษณะพระราชวัง นีโอคลาสสิก ส่วนเล็กๆ ที่ยังไม่เสร็จมีสำนักงานใหญ่ของรัฐสภาโรมาเนียและพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งชาติ

ที่อยู่: Strada Izvor 2-4, บูคาเรสต์

 

วิหารโรมาเนียน

Athenaeum George Enescu Philharmonic, Athenium of the Romanian Athenaeum เป็นวิหารที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง อาคารสมัยศตวรรษที่ 19 ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Albert Galleron มีลักษณะคล้ายกับวิหารกรีกโบราณที่มีโดมสูง 41 เมตรและเสาอิออนหกแถว ภายในมีล็อบบี้เพดานทองคำเปลวที่ตกแต่งอย่างวิจิตร ระเบียงลดหลั่น และบันไดวนหินอ่อน หอประชุมขนาด 652 ที่นั่งขึ้นชื่อด้านเสียงและวิจิตรศิลป์อันยอดเยี่ยม จิตรกรรมฝาผนังยาว 70 เมตรและสูงสามเมตรที่หมุนวนไปรอบๆ ห้องโถงที่กลมกลืนกับภาพจากประวัติศาสตร์โรมาเนีย

ที่อยู่: Strada Benjamin Franklin 1-3, บูคาเรสต์

 

โบสถ์ Stavropoleos Tiny

อันเงียบสงบและสวยงาม โบสถ์ Stavropoleos สร้างขึ้นในปี 1724 โดยนักบวชชาวกรีก Ioanikie Stratonikeas ด้วยทางเข้าที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงเรียงรายไปด้วยเสา โบสถ์สไตล์ Brâncovenesc จึงเป็นจุดเด่นที่โดดเด่นในบูคาเรสต์ โบสถ์ออร์โธดอกซ์มีงานแกะสลักหินที่ทำจากไม้ รวมถึงองค์ประกอบโรมาเนียและไบแซนไทน์ ล้อมรอบด้วยลานภายในที่ตกแต่งอย่างสวยงามซึ่งเต็มไปด้วยสุสานสมัยศตวรรษที่ 18 คุณสามารถชื่นชมจิตรกรรมฝาผนังและไอคอนไม้ต่างๆ คอมเพล็กซ์ของโบสถ์เคยรวมโรงแรมและอารามไว้ด้วย แต่ทั้งสองถูกทำลาย คริสตจักรบูรณะหลายครั้งหลังจากที่เกิดความเสียหายแผ่นดินไหว

ที่อยู่: Strada Stavropoleos 4, บูคาเรสต์

 

วิหารเก่าและโบสถ์เก่า

ในเมืองเก่าวิหารเก่าเป็นวังโบราณของเจ้าชายเชเชนรวมถึงวลาดเตเปสหรือที่รู้จักในชื่อวลาดจักรพรรดิผู้ให้กำเนิดเรื่องราวของแดร็กคิวล่า การตามล่าของ Bram Stoker รูปปั้นของเจ้าชายชาวโรมาเนียผู้โด่งดังที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสิ่งที่เหลืออยู่ในอดีต รวมทั้งกำแพงศาล ซุ้มโค้ง และเสาหลายต้น
เจ้าชาย Mircea Ciobanul แห่งศตวรรษที่ 16 ได้ปรับปรุงพระราชวังหลังการปกครองของ Vlad the Impaler และพระองค์ทรงขยายพื้นที่รอบๆ เมือง Lipscani ให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าของบูคาเรสต์ด้วยการก่อตั้งชุมชนช่างฝีมือ ในปี ค.ศ. 1559 ชิโอบานุลได้สร้างโบสถ์ วิหารเก่าแก่ข้างวัง เป็นเวลาสองศตวรรษต่อมา เป็นที่ที่เจ้าชายโรมาเนียจะสวมมงกุฎ นอกจากนี้ ควรค่าแก่การเยี่ยมชมคือ พิพิธภัณฑ์ Old Court ซึ่งมีเครื่องปั้นดินเผาและสิ่งประดิษฐ์ที่พบในระหว่างการขุดค้นทางโบราณคดีรอบๆ ซากปรักหักพัง

ที่อยู่: Strada Franceza 25-31, บูคาเรสต์

 

จัตุรัสปฏิวัติ

จัตุรัสปฏิวัติได้ชื่อมาจากการก่อตั้งอำนาจของ Nicolae Ceausescu เผด็จการในนาทีสุดท้ายในโรมาเนีย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2532 เกิดรัฐประหารขึ้นที่นี่โดยได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มคนมากกว่า 100,000 คน ทำให้ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ต้องหลบหนี และเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของประเทศ จตุรัสกลางเป็นที่รู้จักกันในนาม Palace Square เนื่องจากอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวังซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติในปัจจุบัน อาคารเก่าแก่อื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ได้แก่ พระราชวัง Senate, Romanian Athenaeum และ Athenee Palace Hilton
จัตุรัสบูคาเรสต์ปฏิวัติขึ้นชื่อเรื่องละคร อนุสาวรีย์การเกิดใหม่ ก่อตั้งขึ้นในปี 2548 ประกอบขึ้นจากเหยื่อ 1,058 รายจากการปฏิวัตินองเลือดและรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของ Iuliu Maniu นายกรัฐมนตรีโรมาเนียที่ถูกคุมขังโดยพรรคคอมมิวนิสต์

ที่อยู่: Calea Victoriei Boulevard, บูคาเรสต์

 

ประตูชัย

สร้าง เสร็จในปี 2018 บูคาเรสต์สร้างขึ้นในปี 1922 เป็นประตูชัยทำด้วยไม้แห่งแรกและอุทิศให้กับทหารโรมาเนียที่ต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สร้างขึ้นในปี 1936 สร้างขึ้นใหม่ด้วยหินแกรนิตและออกแบบโดยสถาปนิก Petre Antonescu ที่ความสูง 27 เมตร ด้านหน้าอาคารประดับประดาด้วยประติมากรรมที่สร้างขึ้นโดยประติมากรชาวโรมาเนียที่มีชื่อเสียงที่สุดบางคน ได้แก่ Ion Jalea และ Dimitrie Paciurea ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางในขบวนพาเหรดทหาร ทหารโรมาเนียเดินขบวนภายใต้กิจกรรมสำคัญๆ เช่น วันแรกของเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นวันหยุดประจำชาติของประเทศ

ที่อยู่: ถนน Kiseleff บูคาเรสต์

 

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ

ในพระราชวังเดิม พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะชั้นนำของโรมาเนีย เป็นที่รวบรวมงานศิลปะโรมาเนียที่สมบูรณ์ที่สุด รวมทั้งศิลปะยุคกลางและศิลปะสมัยใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 และยังเป็นที่จัดแสดงของสะสมของราชวงศ์ รวมถึงศิลปะโรมาเนียและยุโรปที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 15 มีผลงานมากกว่า 100,000 ชิ้นในห้องโถงต่างๆ รวมถึงภาพวาดของศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ เช่น Theodor Aman, Nicolae Grigorescu และ Gheorghe Tattarescu คอลเล็กชั่นโรมาเนียสมัยใหม่มีประติมากรรมโดย Milita Petrascu และ Dimitrie Paciurea มีไว้สำหรับ Constantin Brancusi หนึ่งในประติมากรที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 ข้าง European Gallery มีห้องพัก 15 ห้อง รวมถึงผลงานของ El Greco, Monet, Rembrandt, Renoir และ Rubens

ที่ตั้ง: Calea Victoriei. 49-53, บูคาเรสต์

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

Dimitrie Gusti สร้างขึ้นในปี 1936 โดยทอดยาวผ่านสวน Herastrau อันร่มรื่นและแสดงให้เห็นวิถีชีวิตดั้งเดิมในโรมาเนีย นักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่านอาคารเก่าแก่กว่า 300 แห่ง ได้แก่ บ้านชาวนาหลังคาสูงชัน กระท่อมในถ้ำ กระท่อมไม้หนัก กระท่อมประเภทต่างๆ โรงงาน โบสถ์ โรงสี และโรงสี ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการขนส่งจากเมืองทั่วทุกภูมิภาคของประเทศโรมาเนีย อาคารแต่ละหลังได้รับการแยกอย่างระมัดระวัง ส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ และสร้างใหม่โดยเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านที่เดินได้ในสวน พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน นอกจากนี้ยังจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์และเครื่องปั้นดินเผาตลอดจนรายการดั้งเดิมอื่น ๆ ที่มาจากทั่วประเทศ

ที่อยู่: So. Kiseleff 28-30, สวน Herastrau, บูคาเรสต์

 

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โรมาเนียแห่งชาติ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติตั้งอยู่ในอาคารนีโอคลาสสิกที่สร้างขึ้นสำหรับบริการไปรษณีย์ของโรมาเนีย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2513 พิพิธภัณฑ์ขนาด 60 ห้องจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจที่สุดบางส่วนในประวัติศาสตร์ของประเทศตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยใหม่ การจัดแสดงถาวรที่ใหญ่ที่สุดคือแบบจำลองขนาดใหญ่ของ Trajan สมัยศตวรรษที่ 2 ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่จักรพรรดิ Trajan แห่งโรมัน ผู้พิชิตโรมาเนียโบราณของชนเผ่า Dacian สิ่งของทองคำและสิ่งประดิษฐ์จากยุคหินรวมถึงเครื่องประดับที่สืบเนื่องมาจาก Geto-Dacians สามารถพบได้ในคลังโรมาเนีย ที่จัดแสดงอย่างถาวรมีมงกุฎเพชรโรมาเนีย รวมทั้งชิ้นมรกตที่สวยงามสำหรับควีนมารี ราชินีของกษัตริย์เฟอร์ดินานด์แห่งโรมาเนีย นอกจากนี้ยังมีสิ่งประดิษฐ์ทองคำจากสมบัติ Pietroasele ในศตวรรษที่ 4 เคยเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลกมาก่อนตุตันคาเมน

ที่ตั้ง Calea Victoriei 12, บูคาเรสต์

 

Cismigiu Bucharest

ตั้งอยู่ในสวนสวยที่คนในพื้นที่มักแวะเวียนมาตลอดทั้งปี สวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองซึ่งได้รับการออกแบบในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 คือสวน Cismigiu การเช่าเรือพายเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมในช่วงฤดูร้อน และลานสเก็ตน้ำแข็งก็เป็นที่นิยมในฤดูหนาว สถาปนิกภูมิทัศน์ชาวเยอรมัน Carl Meyer ออกแบบสวนสาธารณะซึ่งเปิดในปี 2500 ก่อตั้งขึ้นในปี 2403 ซึ่งนำต้นไม้และพืช 30,000 ต้นจากภูเขาโรมาเนียและความเขียวขจีจากสวนพฤกษศาสตร์ในกรุงเวียนนา
สวน Herastrau มีเนื้อที่กว่า 400 เอเคอร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ Dimitri Gusti โรงละครกลางแจ้ง สปอร์ตคลับ และสวนสนุกสมัยเก่า ที่ทะเลสาบ มีบริการเช่าเรือทุกฤดูร้อน วิลล่าสไตล์ที่ 19 และ 20 ติดกับสวนเป็นที่ตั้งของชนชั้นสูงของบูคาเรสต์
ออกแบบโดยศิลปินภูมิทัศน์ชาวฝรั่งเศส Eduard Redont และแล้วเสร็จในปี 1906 Carol Park ถือเป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่สวยที่สุดในเมืองหลวง หลุมฝังศพของทหารโรมาเนียนิรนาม ตั้งอยู่ที่นี่ เช่นเดียวกับโรงละครโรมันกลางแจ้งชื่อดังที่ชื่อว่า Arenele Romane ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับคอนเสิร์ตช่วงฤดูร้อน

 

Carturesti Carusel

ตั้งอยู่ภายในอาคารสมัยศตวรรษที่ 19 ที่ได้รับการบูรณะในใจกลางเมืองเก่า เป็นร้านหนังสือ Carturesti Carusel ที่น่าประทับใจที่สุดของเมือง Carturesti Carusel แผ่กระจายไปทั่วหกชั้น คอลเลกชั่นหนังสือกว่า 10,000 เล่ม อัลบั้มและดีวีดี 5,000 เล่ม มีการออกแบบที่เหมือนกันเล็กน้อย โดยเล่นกับการกรองแสงผ่านสกายไลท์ตรงกลาง สร้างบรรยากาศที่คล้ายกับแอนิเมชั่นเคลื่อนไหว ดังนั้นชื่อจึงหมายถึง ” Carousel of Light ” ‘
ร้านหนังสือเป็นศูนย์กลางไม่เฉพาะแค่ในท้องถิ่น แต่สำหรับการอ่านและการท่องหนังสือ แต่สำหรับงานศิลปะและการพักผ่อน Carturesti Carusel ยังมีงานแสดงศิลปะร่วมสมัยที่เปลี่ยนการนำเสนอของสื่อมวลชนและยินดีต้อนรับบิสโตรชั้นบน

ที่อยู่: Strada Lipscani 55, บูคาเรสต์