ไม่ต้องยืมเพื่อน “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ อวดนาฬิกาสุดหรู

ไม่ต้องยืมเพื่อน “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ อวดนาฬิกาสุดหรู

ไม่ต้องยืมเพื่อน "เดอะมันนี่" ฟลอยด์ อวดนาฬิกาสุดหรู

ไม่ต้องยืมเพื่อน “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ อวดนาฬิกาสุดหรู

“เดอะมันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ อดีตนักชกชาวสหรัฐฯ ที่ชอบใช้ชีวิตหรูหรา และมีความหลงใหลชื่นชอบในเรื่องของนาฬิกาเป็นพิเศษ โดยเจ้าตัวมีสะสมมากกว่า 40 เรือน มูลค่ารวมมากกว่า 21 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 700 ล้านบาท)

แถมเรือนที่ว่าหายากหนักหนาเจ้าตัวก็มีครอบครองเกือบหมดทุกแบบ อย่างนาฬิกาข้อมือ Richard Mille RM011 Felipe Massa Rose Gold Boutique Edition ที่ผลิตเพียงแค่ 50 เรือนทั่วโลก เจ้าตัวก็มีในครอบครองโดยราคาอยู่ที่ 250,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 8 ล้านบาท)

ไม่ต้องยืมเพื่อน "เดอะมันนี่" ฟลอยด์ อวดนาฬิกาสุดหรูไม่ต้องยืมเพื่อน "เดอะมันนี่" ฟลอยด์ อวดนาฬิกาสุดหรู

ล่าสุด อดีตนักชกวัย 44 ปี ได้อวดนาฬิกาเรือนโปรดที่เจ้าตัวชอบมากที่สุดในคอลเลกชั่น ผ่านในโลกออนไลน์ให้แฟนๆ ได้ยลโฉมกัน ซึ่งมันมีมูลค่ามากถึง 18 ล้านเหรียญ (ประมาณ 603 ล้านบาท) เลยทีเดียว

สำหรับ นาฬิกาเรือนดังกล่าวเป็นของแบรนด์ Jacob & Co ที่เจ้าตัวสั่งทำพิเศษ โดยตัวเรือนทำจากทองคำขาว 18 กะรัต ล้อมด้วยเพชรเจียระไน 260 กะรัต ในขณะที่สายนาฬิกาประดับด้วยเพชรทั้งหมด งานนี้จึงไม่แปลกใจว่าทำไมมันถึงมีราคาสูงขนาดนั้น

อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยเพราะในไฟต์ล่าสุดที่ อดีตแชมป์โลก 5 รุ่น ขึ้นชกโชว์กับ โลแกน พอล ยูทูบเบอร์ชื่อดัง เจ้าตัวสามารถโกยเงินไปได้มากถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,190 ล้านบาท) เลยทีเดียว

โดยที่ผ่านมาสมัยที่ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ยังคงเป็นนักมวย เจ้าตัวถือเป็นนักกีฬาที่ทำเงินได้มากที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง ทิ้งห่างทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สองนักฟุตบอลซุปตาร์แบบไม่เห็นฝุ่น

ก่อนที่เมื่อปลายปี 2019 ฟอร์บส์ (Forbes) นิตยสารทางการเงินชื่อดังของ สหรัฐอเมริกา ได้ยกย่องให้เจ้าตัวเป็น นักกีฬา ที่ทำเงินได้มากที่สุดแห่งทศวรรษ 2010 (นับเฉพาะในช่วงระหว่างปี 2010-2019) โดยโกยรายได้ไปมากถึง 915 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 28,400 ล้านบาท)

แองเจลา ลี พร้อมป้องกัน แชมป์โลก ONE

แองเจลา ลี พร้อมป้องกัน แชมป์โลก ONE

แองเจลา ลี พร้อมป้องกัน แชมป์โลก ONE

แองเจลา ลี พร้อมป้องกัน แชมป์โลก ONE

สำหรับคุณแม่ หลังคลอด อย่าง “แองเจลา ลี” ออกอาการดี๊ด๊า หลัง ฟิตหุ่น กลับมาเฟิร์มเหมือนเดิม หลังจากคลอดลูกสาวได้ 7 เดือน เจ้าตัวบอก..พร้อมลงศึกป้องกัน ตำแหน่ง แชมป์โลก ONE รุ่น อะตอมเวต กับ ผู้ท้าชิง สาวไทย “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ที่ จะจัดขึ้นราว ต้นปี 2022

ราชินี รุ่น อะตอมเวต ต้องพักรบบนสังเวียน ONE เพื่อไป ทำหน้าที่ คุณแม่

หลังจากเธอออกมาประกาศ ว่า เธอตั้งครรภ์ลูกคนแรก เมื่อ เดือนตุลาคม 2021

ในระหว่างนั้น เพื่อให้ การแข่งขัน ใน รุ่นอะตอมเวต ยังคงเคลื่อนไหว อย่างต่อเนื่อง

วัน แชมเปียนชิพ จึง ประกาศ จัดการแข่งขัน รายการ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ เพื่อเฟ้นหาผู้ท้าชิงคนต่อไป

ของ แองเจลา เมื่อเธอพร้อมกลับคืนสังเวียน และ ตอนนี้ แสตมป์ ใน ฐานะ แชมป์ทัวร์นาเมนต์ นี้

ก็ กลายเป็นผู้ท้าชิงอย่างเป็นทางการของเธอแล้ว

แม้ต้องดูแลลูกน้อย “เอวา มารี ปุชชี” วัย 8 เดือน แต่ คุณแม่แองเจลา ก็ไม่ลืมที่จะดูแลสุขภาพตัวเอง

เพื่อเตรียมความพร้อมคืนสังเวียนเสมอ โดย เธอใช้เวลา 6 เดือน ในการฟื้นตัวจากการคลอดลูก

พร้อมกันนั้น แองเจลา ยังเผยเคล็ดลับลดหุ่นด้วย ว่า เธอเป็นคนให้นมลูกเอง และ เลือกกินแต่อาหารสุขภาพ

จึงทำให้สามารถลดน้ำหนักได้เร็ว โดยตอนนี้เธอกลับมาฟิตเต็มร้อย และ สามารถเริ่มการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง

เพื่อลงศึกป้องกันตำแหน่งแชมป์ครั้งที่ 5 ของเธอแล้ว

เมื่อสามารถทวงร่างก่อนคลอดกลับมาได้สำเร็จ แองเจลา จึงถือโอกาสโพสต์ภาพโชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม

ผ่าน อินสตาแกรม ส่วนตัว เพื่อลบคำสบประมาทจาก แฟนกีฬา บางคน

ที่วิจารณ์ ว่า แองเจลา อาจไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิมเมื่อคืนสังเวียน

แองเจลา ลี พร้อมป้องกัน แชมป์โลก ONE

ต้องรอดูว่าเมื่อถึงเวลาคุณแม่นักสู้อย่าง แองเจลา กลับสู่โลกการต่อสู้ จะยังโชว์ฟอร์มแกร่งสมศักดิ์ศรีแชมป์ได้หรือไม่ อีกไม่นานเกินรอ คงได้เห็นกัน

 

ติดตามความคืบหน้าของศึกชิงแชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวต ระหว่าง “แองเจลา vs แสตมป์” ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand และ ONEFC.com

ค่าเหนื่อย “แก่นนคร” กำปั้นไทยไฟต์ชิงแชมป์โลก

ค่าเหนื่อย “แก่นนคร” กำปั้นไทยไฟต์ชิงแชมป์โลก

ค่าเหนื่อย “แก่นนคร” กำปั้นไทยไฟต์ชิงแชมป์โลก

ค่าเหนื่อย “แก่นนคร” กำปั้นไทยไฟต์ชิงแชมป์โลก

ควันหลง หลัง ความพ่ายแพ้ ของ แก่นนคร จีพีพี เรือใบไข่มุก กำปั้นชาวไทย ที่ เป็นฝ่ายแพ้ ให้กับ “มอนสเตอร์” นาโอยะ อิโนอุเอะ แชมป์โลกชาวญี่ปุ่น พลาดโอกาส คว้าแชมป์โลก รุ่น แบนตั้มเวต 2 สถาบัน (WBA ซูเปอร์ และ IBF) เมื่อ วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม 2564

โดยรูปเกม การชก ก็ อย่างที่ทราบกันดี ว่า นักชกชาวไทย วัย 30 ปี

ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่ง ของ นักชกชาวญี่ปุ่น ที่เหนือกว่ามาก

หลังต้องพบกับความบอบช้ำ เมื่อเป็นฝ่ายโดนหมัดตลอดการชก ทั้ง 8 ยก

ก่อนที่กรรมการทนดูไม่ไหว ตัดสินใจ โดดเข้าขวาง พร้อมทั้งสับมือ ยุติการชก ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เราลองไปดูเรื่องราวนอกสังเวียน เกี่ยวกับ ค่าตัวการชก ใน ไฟต์นี้ กันหน่อย

โดย totalsportal เว็บไซต์กีฬาต่างชาติ ได้เปิดเผยตัวเลขค่าเหนื่อยของนักชกทั้งคู่ ในไฟต์นี้ ออกมาให้แฟน ๆ ได้ทราบกัน

ซึ่ง นาโอยะ อิโนอุเอะ แชมป์โลก วัย 28 ปี เจ้าของสถิติชนะรวด 22 ไฟต์ ได้รับเงินไปทั้งหมด 500,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 16.7 ล้านบาท)

โดยเป็นค่าตัวในการชก 300,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 10 ล้านบาท)

ส่วนอีก 200,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 6.7 ล้านบาท) เป็นการเพิ่มข้อตกลง กับ บ็อบ อารัม โปรโมเตอร์ใหญ่ของ ท็อปแรงก์

ในเรื่อง ของ โบนัส หากชนะในไฟต์นี้

ขณะที่ แก่นนคร จีพีพี เรือใบไข่มุก หรือ ชื่อจริง อรัญ ดีแป้น ผู้ท้าชิงชาวไทย รับไป 75,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2.5 ล้านบาท)

ถือว่าเป็น รายได้ที่มากที่สุด ใน การชกอาชีพ ของ กำปั้นชาวไทย ทันที

ค่าเหนื่อย “แก่นนคร” กำปั้นไทยไฟต์ชิงแชมป์โลก

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรายงาน ใน เรื่องของส่วนแบ่งค่าถ่ายทอดสดจาก PPV สำหรับทั้งคู่