บุรีรัมย์เปิดตัว3แข้งไทย

บุรีรัมย์เปิดตัว3แข้งไทย

บุรีรัมย์เปิดตัว 3 แข้งไทย

บุรีรัมย์เปิดตัว3แข้งไทย

ทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสริมทัพอุตลุด เปิดตัวแข้งใหม่ทีเดียว 4 คน ได้แก่ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, ชุติพนธ์ ทองแท้, นิรันดร์ มีมาก และ เรบิน การิบ สุลากา กอง

หลังโควตาเอเชีย เตรียมทวงบัลลังก์แชมป์ไทยลีก 2021

ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลูกหนังไทยลีก ประกาศคว้าตัวผู้เล่นใหม่และเปิดตัววันเดียวถึง 4 คน นำโดย

พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี  มิดฟิลด์ทีมชาติไทยจากสมุทรปราการ ซิตี้, ชุติพนธ์ ทองแท้ กองกลางจากพีที ประจวบ, นิรันดร์ มีมาก ปราการหลังลูกครึ่งไทย-สวีเดน จากชลบุรี เอฟซี และ เรบิน การิบ สุลา

กา กองหลังสัญชาติ อิรัก-สวีเดน ซึ่งเข้ามาร่วมทีมในฐานะโควตาเอเชียสำหรับ “นิว” พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี กองกลางตัวคุมเกมวัย 28 ปี เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลจามจุรี ยูไนเต็ด ก่อนจะย้ายไปยัง

เอสซี เมืองทอง ยูไนเต็ด และถูกปล่อยไปให้ พัทยา ยูไนเต็ด ที่เป็นทีมพันธมิตรยืมตัวไปใช้งานต่อมาในปี 2018 พัทยา ยูไนเต็ด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมุทรปราการ ซิตี้ เริ่มเจรจาคว้าตัว พีรดนย์

มาร่วมทัพอย่างถาวร และสำเร็จในปี 2019 เจ้าตัวถือว่าเป็นกำลังหลักให้กับทีม “เขี้ยวสมุทร” เรื่อยมาตลอด 3 ฤดูกาล ลงสนามรับใช้ต้นสังกัดไป 94 เกม ยิงไป 23 ประตู ในทุกรายการ ทำให้

ก่อนเริ่มฤดูกาล 2021/22 ปราสาทสายฟ้า คว้าตัวมาร่วมทีม โดยจะใส่เสื้อหมายเลข 5 ลงสนามสู้ศึกไทยลีกที่กำลังจะมาถึง

ขณะที่ ชุติพนธ์ ทองแท้ เป็นอดีตลูกเจี๊ยบสายฟ้ารุ่นแรก ซึ่งเข้าสู่รั้วอะคาเดมีบุรีรัมย์ ในปี 2009 เมื่อขัดเกลาฝีเท้าจนได้ที่ ได้ร่วมทัพบุรีรัมย์ เอฟซี คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในปี 2011 โดยเป็น

”นักรบลาวาเพลิง รุ่นสุดท้าย” ก่อนจะรวมทีมเป็นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดจากนั้น “บอล” ได้ไปร่วมทัพ บีบี ซียู และ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี โดยปักหลักเป็นแกนกลางของราชบุรีกว่า 6 ปี ก่อนจะย้ายไป

ยัง สุพรรณบุรี เอฟซี และพีที ประจวบ เอฟซี เป็นทีมล่าสุด ก่อนจะย้ายกลับมายัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเตรียมสวมเสื้อหมายเลข 11 ลงสนามให้กับทีม

ด้าน นิรันดร์ มีมาก กองหลังวัย 25 ปี ที่ถือ 2 สัญชาติ ไทย-สวีเดน โดยเจ้าตัวเดินทางไปเติบโตและใช้ชีวิตที่สวีเดนตั้งแต่เด็ก และตัวเริ่มฝึกฟุตบอลกับ ไอเอฟ บรอมมาปอจคาร์น่า อีก

หนึ่งทีมดังของประเทศสวีเดน ตั้งแต่เป็นเยาวชน ก่อนที่ปี 2016 จะถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ แต่ไม่สามารถแทรกขึ้นมาเป็นตัวจริงของทีมได้

จากนั้น นิรันดร์ กลับมาค้าแข้งในไทยลีกกับ การท่าเรือ เอฟซี, โปลิศ เทโร และ ชลบุรี เอฟซี จนล่าสุดแนวรับเจ้าของความสูง 188 เซนติเมตร ได้ย้ายมายังถิ่นช้าง อารีนา และจะสวมเสื้อหมายเลข 88 ลงสนามให้กับบุรีรัมย์

ส่วนแข้งใหม่รายสุดท้ายคือ เรบิน การิบ สุลากา นักเตะที่ถือ 2 สัญชาติ อิรัก-สวีเดน ซึ่งเคยผ่านการค้าแข้งกับสโมสรในยุโรปอย่าง ลุงสกิล เอสเค (สวีเดน) เอลเวอร์รุม เอฟซี

(นอร์เวย์) เอฟเค ราดนิคกี้ นิส (เซอร์เบีย) ควมถึง เลฟสกี้ โซเฟีย สโมสรดังของบัลแกเรีย นอกจากนี้เจ้าตัวยังเคยลงสนามให้กับทีมชาติอิรักชุดใหญ่มาแล้ว 24 นัดด้วย

นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ (สสจ.บุรีรัมย์) เปิดเผยว่าการที่ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ อนุญาตให้สนามที่ บุรีรัมย์ จัดแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า

ไทยลีก แบบมีผู้ชมเข้าได้ 25% เป็นแนวทางที่สามารถทำได้ หลัง สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีมาตรการป้องกันโควิด-19 ชัดเจน , ปลอดภัย และ ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม

จังหวัดบุรีรัมย์ มีสนามแข่งขัน 2 สนาม คือ ช้าง อารีนา และ บุรีรัมย์ ซิตี้ สเตเดียม (เขากระโดง สเตเดียม) ที่ได้รับเลือกจาก บริษัท ไทยลีก ให้เป็นสนามทางเลือกของทีมต่างๆ ที่อยู่ในจังหวัด

โซนสีแดงเข้ม ก่อนที่ล่าสุดจะได้รับการอนุญาตจาก คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ให้แฟนบอลเข้าชมได้ 25% โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นผู้ได้รับวัคซีนแล้ว

ขณะที่ล่าสุด นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ (สสจ.บุรีรัมย์) ให้สัมภาษณ์ผ่านโกล ประเทศไทย ว่า

“ต้องอธิบายก่อนว่าสิ่งที่สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำเรื่องเข้ามา เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ครับ เพราะมาตรการของ กระทรวงสาธารณสุข ตามที่ ศบค. ประกาศออกมา ระบุไว้ว่าในส่วนของ

กีฬา ซึ่งไม่ใช่แค่ฟุตบอล สามารถ ให้คนเข้าชมได้แบบจำกัดจำนวน ขึ้นอยู่กับความปลอดภัย นั่นหมายว่า สามารถเข้าชมได้แต่จำกัดจำนวนและต้องมีมาตรการที่ชัดเจน เช่น เว้นระยะห่าง

เป็นระเบียบ, ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา, ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล, ไม่มีการสัมผัสกัน และทุกคนต้องฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กำหนด

“อีกส่วนหนึ่งคือ จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุงและเข้มงวดด้วย ซึ่งพอเป็นแบบนี้ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็สามารถยื่นเรื่อง พร้อมกับมาตรการด้าน

สาธารณสุขให้กับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณา โดย คณะกรรมการโรคติดต่อแต่ละจังหวัด ก็จะมีเกณฑ์ และมาตรฐานเพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรคซึ่งสามารถอนุญาตได้”

บุรีรัมย์ยูไนเต็ด2

บุรีรัมย์ยูไนเต็ด2

บุรีรัมย์ยูไนเต็ด2

บุรีรัมย์ยูไนเต็ด2

ของศึกเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกก็ตาม ซึ่งก่อนที่ฤดูกาลนี้ทางทีมได้จัดการเสริมทัพนักเตะเข้าทีมหลายรายไม่ว่าจะเป็น นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม- กรวิทย์ นามวิเศษ- นฤพล อารมณ์สวะ- โก ซุล-กิ กิลแบร์โต มาเชนา- ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต

ซึ่งถือว่าเป็นขุมกำลังของทีมในฤดูกาล 2558ปิดฉากความยิ่งใหญ่ด้วยแชมป์แรก ฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก. ด้วยการเอาชนะ กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ไป 1-0 จากประตูชัยของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ในนาทีที่ 56 เดินหน้าต่อกับแชมป์ที่ 2 โตโยต้า ลีกคัพ

สมัย 4 สามารถเอาชนะ

กูปรีอันตราย ศรีสะเกษ เอฟซี ที่เพิ่งเข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งแรก ไป 1-0 จากประตูชัยของ โก ซุล-กิ ในนาทีที่ 18 สานต่อความสำเร็จในปีนี้ ด้วยแชมป์ที่ 3 ไทยพรีเมียร์ลีก และเป็นแชมป์ไร้พ่ายอีกด้วย โดยไม่แพ้ใครตลอด 34 นัด ชนะ 25 นัด และเสมอไป 9 นัด ทำประตูได้ถึง 98 ลูก มากที่สุดในลีก และเสียไปเพียง 24 ประตูซึ่งน้อยที่สุดในลีก แถมจบซีซั่นด้วยการมีแต้มมากกว่า กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมรองแชมป์ถึง 13 คะแนนเลยทีเดียวซึ่งการคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกในครั้งนี้ เป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกันของทีมนอกจากนี้ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ยังคว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปครอง หลังโชว์ฟอร์มสุดโหดเหี้ยม ซัดไป 33 ประตูอีกด้วย ส่วนคู่หู่ในแนวรุกของเขาอย่าง กิลแบร์โต มาเชนา ก็ยิงไป 21 ประตู ได้อันดับ 3 ขณะที่ ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายทีมชาติไทย ก็ทำแอสซิสต์ ไป 19 ครั้ง

ซึ่งสูงสุดในลีกปีนี้แชมป์ที่4 ตามมาติดๆกับแม่โขงคลับแชมป์เปี้ยนชิพในฐานะแชมป์ โตโยต้า ลีกคัพ พบกับ สิงห์ร้ายแห่งนครวัด เบิงเกต อังกอร์ ทีมชั้นนำแห่งศึกฟุตบอลลีกกัมพูชา ในศึกฟุตบอลแห่งศักดิ์ศรี

เพื่อชิงความเป็นเจ้าสโมสรแห่งภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยเอาชนะไปได้ 1-0 จากลูกจุดโทษของ อันเดรส ตุญเญซในนาทีที่ 67 ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองและปิดท้ายฤดูกาลอย่างสมบูรณ์แบบกับแชมป์ที่ 5 ช้าง เอฟเอคัพ โดยการเอาชนะ กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

คู่ปรับเก่าสมัยไทยพรีเมียร์ลีกไป 3-1 จากลูกจุดโทษของ อันเดรส ตุญเญซ ในนาทีที่ 45, โก ซุล-กิ ในนาทีที่ 51 และ จักรพันธ์ แก้วพรม ในนาทีที่ 70 คว้าแชมป์รายการนี้ไปครองเป็นสมัยที่ 4 และเป็นถ้วยแชมป์ที่ 5 ในปีนี้ รวมทั้งกลายเป็นสโมสรแรกจากทวีปเอเชียที่คว้าถ้วยรางวัล 5 ใบได้สำเร็จในฤดูกาลเดียวอีกด้วยแต่พอฤดูกาลต่อมาถือเป็นช่วงเวลาที่ตกอับของทีมเลยก็ว่าได้ในฤดูกาล 2560

เดือนมกราคมนายเนวิน ชิดชอบ ได้ทำการเปิดตัวสโมสรด้วยสโลแกน “สไตรค์แบ็ค” หรือทวงคืนทุกแชมป์ ทางสโมสรได้ปล่อยตัวผู้เล่นออกไปหลายราย ไม่ว่าจะเป็น อนาวิน จูจีน ย้ายไปอยู่สุพรรณ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ

ย้ายไปบางกอกกล๊าส สุรีย์-สุรัตน์ สุขะ ย้ายไปอุบล ยูเอ็มที  อันเดรส ตุญเญซ ปล่อยยืมตัวให้กับสโมสรในสเปน ไคโอะ ฟีลีปี และบรูนู โมเรย์รา ซึ่งเป็นกำลังหลักที่สำคัญเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทางสโมสรได้ทำการยืมตัวฌาฌาจากสโมสรโลเคอเรนในเบลเยียม

และซื้อตัวผู้เล่นใหม่อย่างโซลวี ออตเตเซน- พรรษา เหมวิบูลย์ และศุภชัย ใจเด็ด เข้าสู่ทีมเปิดฤดูกาลแข่งขันแม่โขงคลับแชมป์เปี้ยนชิพซึ่งเลื่อนจากปีที่แล้วซึ่งเป็นทีมเยือนในเกมแรกบุกไปแพ้ล้านช้าง ยูไนเต็ดที่ประเทศลาว ด้วยผล 1–0

แต่ในเกมที่สองที่สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ บุรีรัมย์กลับมาเอาชนะไป 2–0 ผลประตูรวม 2–1 ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จการแข่งขันรายการหลัก ไทยลีก ในนัดแรกบุรีรัมย์เริ่มต้นได้ไม่ดีนักเมื่อต้องเปิดบ้านไล่ตามตีเสมอชลบุรี 2–2 หลังจากที่โดนนำ 0–2 ในครึ่งแรก

แต่ในนัดถัด ๆ มาทีมสามารถเก็บชัยชนะได้ 4 นัดรวดก่อนที่จะสะดุดในเกมลีกนัดที่ 5 ที่ออกไปเยือนการท่าเรือ ผลจบลงด้วยการเสมอ 0–0 ต่อมาเกมลีกนัดที่ 6 บุรีรัมย์เปิดบ้านเอาชนะคู่ปรับสำคัญอย่างเอสซีจี เมืองทองได้สำเร็จด้วยผล 2–0 โดยได้ประตูจากฌาฌาและสุเชาว์ นุชนุ่ม หลังจากนั้นทีมก็สามารถเก็บแต้มได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในเกมลีกนัดที่ 12 และ 13 ซึ่งบุรีรัมย์ออกไปแพ้บางกอกกล๊าส 2–1 แพ้ในลีกเป็นเกมแรก

และเปิดบ้านแพ้ราชบุรี มิตรผล 3–4 ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ยิ่งยากขึ้น เมื่อมีคะแนนตามหลังจ่าฝูงอย่างเมืองทองถึง 7 คะแนนแต่อีก 3นัดถัดมาจ่าฝูงอย่างเอสซีจี เมืองทอง ทำคะแนนหายจากการพ่ายแพ้ต่อสามทีมน้องใหม่อย่างไทยฮอนด้า สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ และอุบล ยูเอ็มทีส่งผลให้บุรีรัมย์ที่เก็บแต้มอย่างต่อเนื่อง ทำคะแนนเทียบเท่าเมืองทองหลังจบเลกแรก เป็นรองเพียงแค่ผลต่างประตูได้เสียกลางเดือนมิถุนายน 2560

รันกอ ปอปอวิช ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน โดยมีโบซีดาร์ บันโดวิช เข้ารับตำแหน่งแทน ต่อมาในเกมลีกนัดที่ 18 ของฤดูกาล หรือนัดแรกของเลกที่สอง บุรีรัมย์ซึ่งเปิดบ้านเอาชนะราชนาวี 2–0 สามารถแซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จ เนื่องจากเมืองทองสะดุดในนัดที่ออกไปเสมอสุโขทัย 2–2 ทั้งที่นำก่อน 2–0 และในอีก 16 นัดถัดมา บุรีรัมย์สามารถเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง และคว้าแชมป์ไทยลีกอย่างเป็นทางการในเกมนัดที่ 32

ซึ่งบุรีรัมย์เปิดบ้านเอาชนะโปลิศ เทโรไปได้ 4–0 และยังสามารถทำสถิติเก็บแต้มในลีกสูงสุดที่ 86 คะแนน หลังจากบุกไปชนะชลบุรี 2–1 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลส่วนในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการโตโยต้า ลีกคัพ บุรีรัมย์จบเส้นทางที่รอบแปดทีมสุดท้ายหลังเปิดบ้านพ่ายต่อแชมป์เก่าร่วมอย่างเมืองทอง 0–2 และในช้าง เอฟเอคัพ บุรีรัมย์ตกรอบแปดทีมสุดท้ายเช่นกันหลังออกไปแพ้เชียงราย ยูไนเต็ด 1–0

โดยทั้งเมืองทองและเชียงรายที่ทำให้บุรีรัมย์ตกรอบ สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยได้ในบั้นปลายในฤดูกาล 2561-ปัจจุบันหลังจบฤดูกาล 2560 สโมสรบุรีรัมย์ได้ปล่อยตัวฌาฌาเนื่องจากหมดสัญญายืมตัว และได้ซื้อตัวกองหน้ารายใหม่ทดแทนอย่างเอ็ดการ์ และฮอง วู แซมซัน นอกจากนี้ยังยืมตัวประวีณวัช บุญยงค์ จากบางกอกกล๊าส และซื้อขาดศศลักษณ์ ไหประโคน จากทรูแบงค็อกหลังจากที่เคยลงเล่นแบบยืมตัวเมื่อเลกสองของฤดูกาลที่แล้วเปิดฤดูกาล 2561 ด้วยการแข่งขันไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ

เป็นการพบกันระหว่างแชมป์ไทยลีก

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และแชมป์เอฟเอคัพ สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ผลการแข่งขันในเวลาจบลงด้วยผลเสมอ 2–2 ก่อนที่บุรีรัมย์จะพ่ายจุดโทษ 7–8 บุรีรัมย์ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก จากการคว้าแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยบุรีรัมย์อยู่ในกลุ่มจี ร่วมกับกว่างโจวเอเวอร์แกรนด์- เซเรซโซ โอซากะ และเชจูยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรที่มีส่วนชี้ขาดให้บุรีรัมย์ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

จากการทำประตูชัยของกรกช วิริยอุดมศิริ ทำให้บุรีรัมย์เป็นสโมสรแรกจากไทยที่สามารถบุกไปเอาชนะสโมสรเกาหลีใต้ได้อีกด้วย ต่อมารอบ 16 ทีมสุดท้าย บุรีรัมย์ซึ่งเป็นเจ้าบ้านในเลกแรกเอาชนะช็อนบุกฮุนไดมอเตอส์จากเกาหลีใต้ไปได้ 3–2

ก่อนที่จะบุกไปแพ้ในเลกที่สอง 0–2 ผลประตูรวมบุรีรัมย์แพ้ 3–4 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย บุรีรัมย์ลงแข่งขันเกมลีกนัดแรกของฤดูกาล ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะราชบุรี มิตรผลไปได้ 2–1 และแพ้นัดแรกของฤดูกาลในเกมนัดที่ 11

ซึ่งเป็นนัดที่บุรีรัมย์บุกไปพ่ายต่อสิงห์เชียงราย 1–0 ยุติสถิติไร้พ่ายในลีก 31 นัดติดต่อกันต่อมาเกมลีกนัดที่ 19 บุรีรัมย์แพ้ในบ้านนัดแรกต่อชัยนาท ฮอร์นบิล 0–1

และเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้กับทรูแบงค็อก อย่างไรก็ดี บุรีรัมย์สามารถทวงคืนตำแหน่งจ่าฝูงได้ในนัดถัดมาที่บุกไปเอาชนะพีที ประจวบ 2–1 ส่วนทรูแบงค็อกทำได้เพียงเสมอกับราชบุรีในวันก่อนหน้า บุรีรัมย์คว้าแชมป์ไทยลีกอย่างเป็นทางการในเกมนัดที่ 31 ที่เปิดบ้านเอาชนะโปลิศ เทโรไปได้ 2–0

และในนัดสุดท้ายที่บุกไปชนะราชบุรี มิตรผล 1–0 นั้น บุรีรัมย์เก็บแต้มสูงสุดที่ 87 คะแนน ทำลายสถิติเดิมของตนเอง 86 คะแนน เมื่อฤดูกาลที่แล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ในโตโยต้า ลีกคัพ บุรีรัมย์ยุติเส้นทางที่รอบรองชนะเลิศหลังจากที่พ่ายต่อบางกอกกล๊าส 1–2 ที่สนามบุณยะจินดา ส่วนในช้าง เอฟเอคัพ บุรีรัมย์ได้เข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อสิงห์เชียงราย 2–3ฤดูกาล 2562 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ประเดิมแชมป์ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพสมัยแรก ด้วยการล้างตาเอาชนะสิงห์เชียงราย 3–1 อย่างไรก็ตาม สโมสรทำผลงานในเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกได้ไม่ดีนัก โดยเก็บได้เพียง 4 คะแนนจากการแข่ง 6 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออกได้สำหรับในฤดูกาลนี้ในไทยลีกสโมสรทำผลงานได้ไม่ต่อเนื่องและไม่สู้ดีนักต้องลุ้นแย่งแชมป์กับ สิงห์เชียงราย และการท่าเรือช่วงท้ายฤดูกาลและในนัดปิดฤดูกาล

 

สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก

สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก

สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก

สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก

ไบเอิร์นมิวนิก ก่อตั้งขึ้นภายในสโมสรกีฬายิมนาสติกของเมืองมิวนิก วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1900 สมาคมฟุตบอลเยอรมัน มีมติห้ามไม่ให้นักฟุตบอลจากสโมสรดังกล่าวเข้าร่วมการแข่งขัน ทำให้นักเตะจำนวน 11 คนตัดสินใจออกจากสโมสร แล้วมาก่อตั้งสโมสรใหม่ในชื่อ สโมสรฟุตบอล ไบเอิร์นมิวนิก และเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น พวกเค้าก็ได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขัน เซ้าท์ เยอรมัน แชมป์เปียนชิพ ฤดูกาล 1900-1901 ฤดูกาลถัดมาพวกเค้าก็ได้ถ้วยรางวัลในรายการท้องถิ่น

ฤดูกาล 1910-1911 สโมสรได้เข้าร่วมก่อตั้งลีกใหม่

ของรัฐไบเอิร์นคือ เครียส์ลีกา โดยพวกเค้าได้แชมป์ในฤดูกาลแรก แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้แชมป์อีกเลย จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้น การแข่งขันทุกอย่างก็หยุดชะงักลง หลังสงครามจบลง พวกเค้าได้แชมป์ในระดับภูมิภาคหลายครั้ง

ก่อนจะได้แชมป์ เซ้าท์ เยอรมัน แชมป์เปียนชิพ ในปี ค.ศ.1926 และทำได้อีกครั้งใน 2 ปีต่อมา ได้แชมป์ระดับชาติครั้งแรกในปี ค.ศ.1932 เมื่อโค้ช ริชาร์ด คอห์น นำทีมเอาชนะ ไอน์ทรัคท์ฟรังค์ฟวร์ท 2-0 ในรายการชิงแชมป์เยอรมัน ภายหลังการกำเนิดลัทธินาซีขึ้น ทำให้ผู้จัดการทีม

และผู้เล่นหลายราย ต้องหลบหนีออกจากประเทศ

จนมีคำกล่าวว่า ไบเอิร์นมิวนิก คือทีมของคนยิวเข้าสู่ยุคบุนเดิสลีกา[แก้]หลังสงครามโลกจบลง ไบเอิร์นได้เข้าร่วมการประชุมการก่อตั้งโอเบอร์ลีกา โดยแบ่งลีกออกเป็น 5 ส่วน ในช่วงปี ค.ศ.1945-1963 พวกเค้าเปลี่ยนโค้ชถึง 13 คน หลังจากที่ แลนเดอร์ กลับจากการลี้ภัยสงครามในปี ค.ศ.1947 เค้าก็กลับมาเป็นประธานสโมสรอีกครั้ง สโมสรประสบปัญหา

ทางการเงินในปี ค.ศ.1950 โรแบนด์ เอนเดลอร์ ได้หาเงินทุนมาสนับสนุนทีมเป็นเวลา 4 ปี โดยอยู่จนถึงปี ค.ศ.1951 ในปี ค.ศ.1955 สโมสรตกชั้นไปแข่งในโอเบอร์ลีกา ในฤดูกาลถัดไป โดยพวกเค้าคว้าแชมป์ DFB Pokal หลังเอาชนะทีม ฟอร์ทูน่า ดุยเซลดอล์ฟ 1-0

ปี ค.ศ.1963โอเบอร์ลีกา ถูกรวมลีกเป็นลีกแห่งชาติแค่ลีกเดียว โดยคัดเอา 5 อันดับแรกจากตารางคะแนน ไบเอิร์นมิวนิก อยู่อันดับ 3 และ1860 มิวนิกเป็นแชมป์โอเบอร์ลีกา ทางสมาคมเห็นว่า 1 เมืองควรมีแค่ทีมเดียว จึงตัดสิทธิของไบเอิร์นมิวนิก ออกจากบุนเดิสลีกา อย่าไรก็ตาม

2 ปีให้หลัง ทีมก็เลื่อนชั้นสู่บุนเดิสลีกาได้สำเร็จด้วยการนำทีมของนักเตะระดับตำนานอย่าง ฟรันทซ์ เบ็คเคินเบาเออร์,เกร์ด มูลเล่อร์ และ เซฟฟ์ เมียเออร์

ในฤดูกาลแรกในการแข่งในระดับบุนเดิสลีกานั้น พวกเค้าคว้าอันดับที่ 3 พร้อมแชมป์ DFB Pokal มาได้ ทำให้ได้สิทธิลงแข่งในฟุตบอล ยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์สคัพ และเป็นพวกเค้าที่คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ หลังเอาชนะทีม เรนเจอร์ ปีค.ศ.1967 แม้ทีมจะได้แชมป์ DFB Pokal

แต่ด้วยรูปแบบการเล่นที่ไม่ดี สโมสรเลยแต่ตั้ง บลังโก้ เซเบค เข้ามาเป็นโค้ชของทีม ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นการบุก และความมีวินัยมากกว่าเดิม ทำให้พวกเค้าได้แชมป์ฟุตบอลลีก และฟุตบอลถ้วย ได้ในปี ค.ศ.1969 โดยเป็น 1 ใน 4 ทีมที่คว้า 2 แชมป์ได้ในปีเดียวกัน เหมือนทีม

โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์,เอฟซี โคโลญน์,และแวร์เดอร์ เบรเมน โดยเซเบคใช้ผู้เล่นทั้งฤดูกาลแค่ 13 คนเท่านั้น ปี ค.ศ.1970 อูโด แลตเท็ก เข้ามาเป็นโค้ชต่อ เพียงแค่ 1 ปีเค้าก็นำทีมคว้าแชมป์ DFB Pokal ได้สำเร็จ และนำไบเอิร์นมิวนิกเป็นแชมป์ฟุตบอลเยอรมันได้เป็นครั้งที่ 3

ฤดูกาล 1971-1972 ไบเอิร์นเปลี่ยนมาใช้สนามกีฬาโอลิมปิกนครมิวนิก เป็นนัดแรก โดยนัดนี้มีการถ่ายทอดสอดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกอีกด้วย พวกเค้าเอาชนะทีม ชาล์เก้ 04 ไปได้ถึง 5-1 แล้วฤดูกาลนั้นพวกเค้าคว้าแชมป์ 2 รายการในประเทศ แต่ที่สุดยอดกว่านั้นคือ ในปี ค.ศ.1974 พวกเค้าคว้าแชมป์ในรายการยูโรเปี้ยน คัพ โดยการชนะทีม อัตเลติโกเดมาดริด ถึง 4-0 หลังจากที่ปี ค.ศ.1967 เคยได้แชมป์ คัพวินเนอร์สคัพ และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ในปี ค.ศ.1968

และ1972 แสดงให้เห็นว่าทีมมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยม เป็นช่วงเวลาที่ทีมประสบความสำเร็จมากมาย ปี ค.ศ.1975 พวกเค้าป้องกันแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้สำเร็จเมื่อเอาชนะทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด จากประตูของ รอธ และ มูลเลอร์ ถ้วยรางวัลสุดท้ายในยุคนี้คือ ถ้วยอินเตอร์คอนติเนน

ตอล คัพ โดยพวกเค้าแพ้ต่อสโมสรครูไซโร่ จากบราซิลทั้งสองนัด หลังจากนั้นสโมสรก็เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงและไม่ได้แชมป์อะไรเลย ปี ค.ศ.1977 ฟรันทซ์ เบ็คเคินเบาเออร์ ย้ายไปนิว ยอร์ค คอสมอส ปี ค.ศ.1979 เซฟฟ์ และ อูลี โฮเนบ ประกาศเลิกเล่นฟุตบอล เกร์ด มูลเลอร์ ย้ายไปร่วมทีม ฟอร์ท เลาว์เดอดาเล่ก้าวสู่เป็นจ้าวของเยอรมันแล้วครองจ้าวยุโรป 3 สมัยซ้อน

ช่วงหลังปี ค.ศ.1980 เป็นช่วงที่วุ่นวายทั้งในสนาม และปัญหาทางการเงิน ของทีมไบเอิร์นมิวนิก เพาล์ เบรท์เนอร์ และ คาร์ล เฮนส์ รูมเมนิกจ์ ช่วยให้ทีมได้แชมป์บุนเดิสลีกาปี ค.ศ.1980 และ 1981 จนได้รับชื่อทีมใหม่ว่า เอฟซี เบรท์เนอร์ หลังจากได้แชมป์ DFB Pokal ในปี

ค.ศ.1982 เบรท์เนอร์ประกาศเลิกเล่นฟุตบอล และสองปีหลังจากนั้นสโมสรก็ไม่ได้แชมป์ใดๆเลย จนอดีตโค้ชอย่าง อูโด เลตเทค เข้ามาคุมทีมอีกครั้ง ไบเอิร์นก็ได้แชมป์ DFB Pokal ในปี ค.ศ.1984 แล้วคว้าแชมป์บุนเดิสลีกา 5 ครั้ง จากการแข่งขัน 6 ฤดูกาล โดยได้สองแชมป์ในปี

ค.ศ.1986 และได้รองแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ ในปี ค.ศ.1982 และ1987 ยุพ ไฮน์เคิส ได้รับการแต่งตั้งเป็นโค้ชในปี ค.ศ.1987 เค้าช่วยให้ทีมคว้าแชมป์หลังจากนั้น 2 ฤดูกาลได้แก่ ฤดูกาล 1988-1989, 1989-1990 แล้วฟอร์มการเล่นของทีมก็ตกลง หลังจากจบฤดูกาล 1990-1991 พวก

เค้าได้อันดับที่ 2 แต่ฤดูกาล 1991-1992 สโมสรมีคะแนนมากกว่าโซนตกชั้น 5 คะแนน ในปีฤดูกาล 1993-1994 พวกเค้าตกรอบคัดเลือกการแข่งขัน ยูฟ่า คัพ เมื่อแพ้ทีมนอริว์ช จากอังกฤษ ที่โอลิมปิค สเตเดี้ยน บ้านของพวกเค้าเอง โดยเป็นทีมเดียวจากอังกฤษที่มาชนะพวกเค้าถึงที่นี่

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ขึ้นไทยลีก

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ขึ้นไทยลีก

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ขึ้นไทยลีก

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ขึ้นไทยลีก

ทีม “จงอางผยอง” ขอนแก่น ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์ เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด ของประเทศไทย ได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร หลังจากสามารถ ดวลจุดโทษเอาชนะ “เสือป่าราชา” นครปฐม ยูไนเต็ด ได้ในเกม เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ รอบเพลย์ออฟนัดชิงชนะเลิศ เลก 2 ที่สนามโรงเรียนกีฬา เทศบาลนครนครปฐม ซึ่งจบลงไป เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ เลกแรก เมื่อวันเสาร์ที่ 17 เมษายน ขอนแก่น ยูไนเต็ด สามารถเปิดบ้านเอาชนะ นครปฐม ไป 2-1 จากประตูชัย ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ บาดาร์ อาลี ทำให้เกมนัดนี้ ทีมจงอางผยอง ขอแค่ไม่แพ้ ก็จะขึ้นสู่ไทยลีก เป็นหนแรกได้ทันที

สำหรับ เกมเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ เลกที่สอง ที่เพิ่งจบลงไป นครปฐม ยูไนเต็ด สามารถคว้าชัย ไปด้วยสกอร์ 2-1 ใน 90 นาที

ทีมจงอางผยอง บุกนำก่อน 1-0 จากจุดโทษ ของ เปาโล คอนราโด้ ศูนย์หน้าตัวเก่ง ชาวบราซิเลียน ซึ่งเป็นเพื่อนซี้ของ ฟาบินโญ่ ดาวเตะตัวรับ ของลิเวอร์พูล ทีมดังใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แต่ว่าใน ช่วงท้ายเกม ทีมเสือป่าราชา พลิกแซงชนะ 2-1 จากประตูของ ฮาเหม็ด บาตเตียรี่ ลาติฟ ดาวเตะชาวอิหร่าน ในนาทีที่ 83 และลูกยิงของ พุดทะไซ โคจะเลิน กองกลาง ทีมชาติลาวในนาทีที่ 89 ทำให้สกอร์รวม 2 นัดเสมอกัน 3-3 จึงต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

ในช่วงต่อเวลา ไม่มีฝ่ายไหน ทำประตูกันได้ เกมจึงต้องดวลจุดโทษตัดสิน

แล้วสุดท้ายก็เป็น ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ยิงเป้าได้แม่นกว่า ชนะไปด้วยสกอร์ 4-3 โดยที่มือสังหาร 2 คนสุดท้าย ของนครปฐมซัดพลาด เปิดโอกาสให้ วรากร ทองใบ กองหน้าที่ขอนแก่นยืมมาจาก ชลบุรี เอฟซี ซัดจุดโทษลูกตัดสิน หยิบตั๋วขึ้นไทยลีก ให้ทีมจงอางผยองได้อย่างบีบหัวใจ

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ก่อตั้งสโมสร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2014 ก่อนเริ่มเข้าแข่งขันฟุตบอลลีกของไทยเป็นครั้งแรกในรายการ เอไอเอส ลีกภูมิภาค โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี 2015 และ คว้าแชมป์ได้ทันที พร้อมกับคว้าสิทธิ์ เลื่อนชั้นขึ้นสู่ ยามาฮ่าลีก ดิวิชั่น 1 ได้ในปี 2016

แต่ว่าในปี 2016 สมาคมฟุตบอลแ ห่งประเทศไทย ได้ตัดสิทธิ์ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ออกจากการแข่งขัน จากกรณีที่ สาโรจน์ รัตนคำมูล การ์ดของสโมสรไปทำร้ายร่างกายผู้ตัดสิน สรพงษ์ ไกรเนตร หลังจบเกมที่แพ้อ่างทองคาบ้าน 0-1 ในปีนั้น

จากเหตุการณ์อื้อฉาวที่ว่า ทำให้ ทีมจงอางผยอง ถูกสมาคมฟุตบอล ลงโทษแบนห้ามลงแข่งรายการในประเทศตลอดชีพ แต่ว่าได้รับการอุทธรณ์ ก่อนกลับมาลงแข่งใหม่อีกครั้งได้ในปี 2018 โดยต้องไปเริ่มต้นใหม่ในลีกระดับ T4 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลยทีเดียว

ในปี 2018 ขอนแก่น ยูไนเต็ด สามารถคว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่ T3 ได้ จากการคว้ารองแชมป์ T4 ก่อนที่ในปี 2019 จะคว้าแชมป์ T3 โซนตอนบนของประเทศ และได้สิทธิ์สู้ศึก เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2020

แม้ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ จะมีการเลื่อนโปรแกรมแข่งขันมาอย่างยาวนานมาก เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย แต่ทีมจงอางผยองก็สามารถคว้าอันดับ 4 ได้ในฤดูกาลปกติ

คว้าสิทธิ์เป็น 1 ใน 4 ทีมร่วมกับ นครปฐม ยูไนเต็ด (อันดับ 3), แพร่ ยูไนเต็ด (อันดับ 5) และ ชัยนาท ฮอร์นบิล (อันดับ 6) ที่ได้ไปเล่นเพลย์ออฟ ลุ้นคว้าตั๋วเลื่อนชั้นใบสุดท้ายได้สำเร็จ

ในเกมเพลย์ออฟเลื่อนชั้น รอบรองชนะเลิศ ขอนแก่น ยูไนเต็ด สามารถเอาชนะ แพร่ ยูไนเต็ด ได้ทั้งไปและกลับ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ได้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 5-2 ก่อนจะมาสร้างประวัติศาสตร์ ได้ลงเล่นลีกสูงสุด อย่างน่าประทับใจ จากการดวลจุดโทษดับ นครปฐม ยูไนเต็ด ได้ในที่สุด

เท่ากับว่า 3 ทีมที่เลื่อนชั้นจาก เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2020-21 ขึ้นสู่ไทยลีกได้ ประกอบด้วย หนองบัว พิชญ เอฟซี (แชมป์), เชียงใหม่ ยูไนเต็ด (รองแชมป์) และ ขอนแก่น ยูไนเต็ด (แชมป์เพลย์ออฟ)

ส่วน 3 ทีมที่ตกชั้นจากไทยลีก ต้องลงไปเล่นใน T2 ฤดูกาลหน้า คือ สุโขทัย เอฟซี, ตราด เอฟซี และ ระยอง เอฟซี
โดยศึกไทยลีก ฤดูกาลหน้า (2021-22) จะเริ่มเปิดฤดูกาล ในวันที่ 31 กรกฏาคม นี้
ขอแสดงความยินดีกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด, แฟนบอล ทีมจงอางผยอง และชาวขอนแก่นมา ณ ที่นี้ด้วย
ขณะที่ นครปฐม ยูไนเต็ด เราขอเป็นกำลังใจให้คุณต่อสู้ใหม่ เพื่อหวังเลื่อนชั้นให้ได้อีกครั้งในฤดูกาลหน้า