สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก

สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก

สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก

สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก

ไบเอิร์นมิวนิก ก่อตั้งขึ้นภายในสโมสรกีฬายิมนาสติกของเมืองมิวนิก วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1900 สมาคมฟุตบอลเยอรมัน มีมติห้ามไม่ให้นักฟุตบอลจากสโมสรดังกล่าวเข้าร่วมการแข่งขัน ทำให้นักเตะจำนวน 11 คนตัดสินใจออกจากสโมสร แล้วมาก่อตั้งสโมสรใหม่ในชื่อ สโมสรฟุตบอล ไบเอิร์นมิวนิก และเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น พวกเค้าก็ได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขัน เซ้าท์ เยอรมัน แชมป์เปียนชิพ ฤดูกาล 1900-1901 ฤดูกาลถัดมาพวกเค้าก็ได้ถ้วยรางวัลในรายการท้องถิ่น

ฤดูกาล 1910-1911 สโมสรได้เข้าร่วมก่อตั้งลีกใหม่

ของรัฐไบเอิร์นคือ เครียส์ลีกา โดยพวกเค้าได้แชมป์ในฤดูกาลแรก แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้แชมป์อีกเลย จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้น การแข่งขันทุกอย่างก็หยุดชะงักลง หลังสงครามจบลง พวกเค้าได้แชมป์ในระดับภูมิภาคหลายครั้ง

ก่อนจะได้แชมป์ เซ้าท์ เยอรมัน แชมป์เปียนชิพ ในปี ค.ศ.1926 และทำได้อีกครั้งใน 2 ปีต่อมา ได้แชมป์ระดับชาติครั้งแรกในปี ค.ศ.1932 เมื่อโค้ช ริชาร์ด คอห์น นำทีมเอาชนะ ไอน์ทรัคท์ฟรังค์ฟวร์ท 2-0 ในรายการชิงแชมป์เยอรมัน ภายหลังการกำเนิดลัทธินาซีขึ้น ทำให้ผู้จัดการทีม

และผู้เล่นหลายราย ต้องหลบหนีออกจากประเทศ

จนมีคำกล่าวว่า ไบเอิร์นมิวนิก คือทีมของคนยิวเข้าสู่ยุคบุนเดิสลีกา[แก้]หลังสงครามโลกจบลง ไบเอิร์นได้เข้าร่วมการประชุมการก่อตั้งโอเบอร์ลีกา โดยแบ่งลีกออกเป็น 5 ส่วน ในช่วงปี ค.ศ.1945-1963 พวกเค้าเปลี่ยนโค้ชถึง 13 คน หลังจากที่ แลนเดอร์ กลับจากการลี้ภัยสงครามในปี ค.ศ.1947 เค้าก็กลับมาเป็นประธานสโมสรอีกครั้ง สโมสรประสบปัญหา

ทางการเงินในปี ค.ศ.1950 โรแบนด์ เอนเดลอร์ ได้หาเงินทุนมาสนับสนุนทีมเป็นเวลา 4 ปี โดยอยู่จนถึงปี ค.ศ.1951 ในปี ค.ศ.1955 สโมสรตกชั้นไปแข่งในโอเบอร์ลีกา ในฤดูกาลถัดไป โดยพวกเค้าคว้าแชมป์ DFB Pokal หลังเอาชนะทีม ฟอร์ทูน่า ดุยเซลดอล์ฟ 1-0

ปี ค.ศ.1963โอเบอร์ลีกา ถูกรวมลีกเป็นลีกแห่งชาติแค่ลีกเดียว โดยคัดเอา 5 อันดับแรกจากตารางคะแนน ไบเอิร์นมิวนิก อยู่อันดับ 3 และ1860 มิวนิกเป็นแชมป์โอเบอร์ลีกา ทางสมาคมเห็นว่า 1 เมืองควรมีแค่ทีมเดียว จึงตัดสิทธิของไบเอิร์นมิวนิก ออกจากบุนเดิสลีกา อย่าไรก็ตาม

2 ปีให้หลัง ทีมก็เลื่อนชั้นสู่บุนเดิสลีกาได้สำเร็จด้วยการนำทีมของนักเตะระดับตำนานอย่าง ฟรันทซ์ เบ็คเคินเบาเออร์,เกร์ด มูลเล่อร์ และ เซฟฟ์ เมียเออร์

ในฤดูกาลแรกในการแข่งในระดับบุนเดิสลีกานั้น พวกเค้าคว้าอันดับที่ 3 พร้อมแชมป์ DFB Pokal มาได้ ทำให้ได้สิทธิลงแข่งในฟุตบอล ยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์สคัพ และเป็นพวกเค้าที่คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ หลังเอาชนะทีม เรนเจอร์ ปีค.ศ.1967 แม้ทีมจะได้แชมป์ DFB Pokal

แต่ด้วยรูปแบบการเล่นที่ไม่ดี สโมสรเลยแต่ตั้ง บลังโก้ เซเบค เข้ามาเป็นโค้ชของทีม ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นการบุก และความมีวินัยมากกว่าเดิม ทำให้พวกเค้าได้แชมป์ฟุตบอลลีก และฟุตบอลถ้วย ได้ในปี ค.ศ.1969 โดยเป็น 1 ใน 4 ทีมที่คว้า 2 แชมป์ได้ในปีเดียวกัน เหมือนทีม

โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์,เอฟซี โคโลญน์,และแวร์เดอร์ เบรเมน โดยเซเบคใช้ผู้เล่นทั้งฤดูกาลแค่ 13 คนเท่านั้น ปี ค.ศ.1970 อูโด แลตเท็ก เข้ามาเป็นโค้ชต่อ เพียงแค่ 1 ปีเค้าก็นำทีมคว้าแชมป์ DFB Pokal ได้สำเร็จ และนำไบเอิร์นมิวนิกเป็นแชมป์ฟุตบอลเยอรมันได้เป็นครั้งที่ 3

ฤดูกาล 1971-1972 ไบเอิร์นเปลี่ยนมาใช้สนามกีฬาโอลิมปิกนครมิวนิก เป็นนัดแรก โดยนัดนี้มีการถ่ายทอดสอดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกอีกด้วย พวกเค้าเอาชนะทีม ชาล์เก้ 04 ไปได้ถึง 5-1 แล้วฤดูกาลนั้นพวกเค้าคว้าแชมป์ 2 รายการในประเทศ แต่ที่สุดยอดกว่านั้นคือ ในปี ค.ศ.1974 พวกเค้าคว้าแชมป์ในรายการยูโรเปี้ยน คัพ โดยการชนะทีม อัตเลติโกเดมาดริด ถึง 4-0 หลังจากที่ปี ค.ศ.1967 เคยได้แชมป์ คัพวินเนอร์สคัพ และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ในปี ค.ศ.1968

และ1972 แสดงให้เห็นว่าทีมมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยม เป็นช่วงเวลาที่ทีมประสบความสำเร็จมากมาย ปี ค.ศ.1975 พวกเค้าป้องกันแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้สำเร็จเมื่อเอาชนะทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด จากประตูของ รอธ และ มูลเลอร์ ถ้วยรางวัลสุดท้ายในยุคนี้คือ ถ้วยอินเตอร์คอนติเนน

ตอล คัพ โดยพวกเค้าแพ้ต่อสโมสรครูไซโร่ จากบราซิลทั้งสองนัด หลังจากนั้นสโมสรก็เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงและไม่ได้แชมป์อะไรเลย ปี ค.ศ.1977 ฟรันทซ์ เบ็คเคินเบาเออร์ ย้ายไปนิว ยอร์ค คอสมอส ปี ค.ศ.1979 เซฟฟ์ และ อูลี โฮเนบ ประกาศเลิกเล่นฟุตบอล เกร์ด มูลเลอร์ ย้ายไปร่วมทีม ฟอร์ท เลาว์เดอดาเล่ก้าวสู่เป็นจ้าวของเยอรมันแล้วครองจ้าวยุโรป 3 สมัยซ้อน

ช่วงหลังปี ค.ศ.1980 เป็นช่วงที่วุ่นวายทั้งในสนาม และปัญหาทางการเงิน ของทีมไบเอิร์นมิวนิก เพาล์ เบรท์เนอร์ และ คาร์ล เฮนส์ รูมเมนิกจ์ ช่วยให้ทีมได้แชมป์บุนเดิสลีกาปี ค.ศ.1980 และ 1981 จนได้รับชื่อทีมใหม่ว่า เอฟซี เบรท์เนอร์ หลังจากได้แชมป์ DFB Pokal ในปี

ค.ศ.1982 เบรท์เนอร์ประกาศเลิกเล่นฟุตบอล และสองปีหลังจากนั้นสโมสรก็ไม่ได้แชมป์ใดๆเลย จนอดีตโค้ชอย่าง อูโด เลตเทค เข้ามาคุมทีมอีกครั้ง ไบเอิร์นก็ได้แชมป์ DFB Pokal ในปี ค.ศ.1984 แล้วคว้าแชมป์บุนเดิสลีกา 5 ครั้ง จากการแข่งขัน 6 ฤดูกาล โดยได้สองแชมป์ในปี

ค.ศ.1986 และได้รองแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ ในปี ค.ศ.1982 และ1987 ยุพ ไฮน์เคิส ได้รับการแต่งตั้งเป็นโค้ชในปี ค.ศ.1987 เค้าช่วยให้ทีมคว้าแชมป์หลังจากนั้น 2 ฤดูกาลได้แก่ ฤดูกาล 1988-1989, 1989-1990 แล้วฟอร์มการเล่นของทีมก็ตกลง หลังจากจบฤดูกาล 1990-1991 พวก

เค้าได้อันดับที่ 2 แต่ฤดูกาล 1991-1992 สโมสรมีคะแนนมากกว่าโซนตกชั้น 5 คะแนน ในปีฤดูกาล 1993-1994 พวกเค้าตกรอบคัดเลือกการแข่งขัน ยูฟ่า คัพ เมื่อแพ้ทีมนอริว์ช จากอังกฤษ ที่โอลิมปิค สเตเดี้ยน บ้านของพวกเค้าเอง โดยเป็นทีมเดียวจากอังกฤษที่มาชนะพวกเค้าถึงที่นี่

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ

ก่อนจะมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ เฮดโค้ชญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติไทย เมื่อเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไป กระแสการเลือกใช้เฮดโค้ชจากทวีปเดียวกัน เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น จากความเข้าใจในธรรมชาตินักเตะที่มากกว่า ขณะที่ความรู้ทางรูปแบบการเล่น ไม่ได้เป็นรองชาติจากประเทศชั้นนำอีกต่อไป

ขอพาคุณไปรู้จักกับ อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นคนแรกของทีมชาติไทย ผู้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่แก่วงการฟุตบอลแดนสยาม จุดเริ่มต้นบทบาทเฮดโค้ชฟุตบอลของ อากิระ นิชิโนะ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาถูกผลักดันเข้ารับบทบาทโค้ชขัดตาทัพ ของทีมชาติญี่ปุ่นรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี หลังโค้ชคนก่อน โยชิคาซุ นากาอิ (Yoshikazu Nagai) ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปคุมสโมสรในระดับเจลีก

นอกจากจะถูกแต่งตั้งแบบปุบปับ นิชิโนะยังต้องเผชิญหน้ากับงานใหญ่ที่รอเขาอยู่ หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายน ปี 1992 ก่อนการแข่งขันรอบคัดเลือกเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ (AFC Youth Championship) เพียงหนึ่งเดือน

แม้ภาระที่แบกรับของกุนซือหน้าใหม่ จะเป็นงานที่แสนยาก แต่นิชิโนะแสดงถึงความมุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ด้วยการพานักเตะในทีมไปเก็บตัวที่ประเทศเกาหลีใต้ อันเป็นสถานที่จัดการแข่งขันรอบคัดเลือก ก่อนเวลาถึงหนึ่งเดือน เพื่อชดเชยเวลาการเตรียมตัวที่น้อยกว่าปกติ

โชคร้ายที่การเตรียมพร้อมดังกล่าว กลับเปิดโอกาสให้โค้ชทีมชาติเกาหลีใต้ แอบไปถ่ายวิดีโอ เพื่อเก็บข้อมูลการฝึกซ้อมของทีมชาติญี่ปุ่นมา ในฐานะที่ผมเคยเล่นฟุตบอลกับนักศีกษาชาวเกาหลีใต้ ซึ่งผมคิดว่ามีฝีมือมากกว่าพวกเขาในตอนนี้ นิชิโนะในวัย 37 ปี ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน

ในฐานะที่ผมเคยเล่นฟุตบอลกับนักศีกษาชาวเกาหลีใต้ ซึ่งผมคิดว่ามีฝีมือมากกว่าพวกเขาในตอนนี้” นิชิโนะในวัย 37 ปี ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน ไม่ว่าผลดีที่นิชิโนะหมายถึงคืออะไร เขาสามารถพาทีมชาติญี่ปุ่นบุกเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ 1-0 นับเป็นชัยชนะครั้งแรกของทัพซามูไรบลู ที่มีต่อทีมโสมขาว ในการแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี

ความพ่ายแพ้นัดดังกล่าว ทำให้ทีมชาติญี่ปุ่นพลาดโอกาสลงแข่งขัน ฟีฟ่า เวิลด์ ยูธ แชมเปียนชิพ (FIFA World Youth Championship) นิชิโนะออกโรงสับนักเตะของตัวเองแบบไม่เกรงใจใคร

ผลงานจากการแข่งขันนัดดังกล่าว ช่วยให้ทีมชาติญี่ปุ่นตีตั๋วเข้าแข่งรายการเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ ปี 1992 ได้สำเร็จ เขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในรอบแรก จนผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับคู่ปรับเก่าอย่าง ทีมชาติเกาหลีใต้ แต่ครั้งนี้ ทีมชาติญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้ไปด้วยผลการแข่งขัน 2-1

นักเตะเสียสติไปในการแข่งขัน และพวกเขาเอาความรู้สึกกลับมาไม่ได้ ผมคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว หลังจากเกมกับเกาหลีใต้ และผมไม่รู้สึกสิ่งใดนอกจากความอ่อนแอของพวกเรา แม้พลาดหวังจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่นิชิโนะใช้คำพูดของเขา ปลุกนักเตะที่เสียสติไปในการแข่งขันนัดก่อน ให้กลับมาสู้สุดใจอีกครั้งในการแข่งขันนัดชิงที่สาม กับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เพื่อคว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านให้ได้

เราพลาดหวังจากฟุตบอลโลก แต่สี่ปีข้างหน้ามีโอลิมปิกที่แอตแลนต้ารออยู่ และผมคิดว่าการคว้าอันดับสามในการแข่งขันครั้งนี้ คือก้าวแรกสู่โอลิมปิกของเรา เราเคยเล่นกับพวกเขามาแล้วในรอบแบ่งกลุ่ม และเราจะคว้าเหรียญทองแดงกลับประเทศญี่ปุ่น นิชิโนะพูดปลุกใจนักเตะก่อนการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ทีมชาติญี่ปุ่นลงไปเล่นได้อย่างจืดชืดในครึ่งแรก และกลับสู่ห้องแต่งตัวด้วยผลการแข่งขัน 0-0 นิชิโนะเลือกใช้ไม้แข็งสั่งสอนนักเตะของเขาอีกครั้ง เพื่อเตือนสติให้ผู้เล่นเหล่านี้ รู้ถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง พวกคุณควรจะทำได้มากกว่านี้ แสดงความมุ่งมั่นในการแข่งขันออกมาซะ

จากความสำเร็จที่เกินคาดของโค้ชขัดตาทัพ นิชิโนะสามารถครองตำแหน่งเดิมต่อได้อย่างสบาย แต่เขาเลือกลงจากตำแหน่ง และไปทำงานเป็นทีมโค้ชให้กับทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ เพื่อเก็บประสบการณ์ และรอเวลาในการกลับมาสานต่อสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ให้สำเร็จ

มื่อนักเตะตอบรับแรงกระตุ้นของนิชิโนะ ทีมชาติญี่ปุ่นรัวสามประตูในครึ่งหลัง และเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะเหนือทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 3-0 คว้าตำแหน่งอันดับสาม ในการแข่งขันดังกล่าวมาครอง

ปี 1994 นิชิโนะกลับมาสานต่องานที่ค้างไว้อีกครั้ง เขาเข้ามารับงานคุมทีมชาติทีมชาติญี่ปุ่นรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งมีชุดผู้เล่นเป็นกลุ่มเดียวกับที่เขาเคยร่วมงาน ในศึกเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ ปี 1992 โดยมีเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือพาทีมเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก ประจำปี 1996

หลังวางแผนพัฒนาทีมนานหลายปี ความพยายามของนิชิโนะสัมฤทธิ์ผล เขาพาทีมชาติญี่ปุ่นผ่านสู่การแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ

แต่บททดสอบใหม่รอนิชิโนะอยู่ทันทีในการแข่งขัน เมื่อทีมชาติญี่ปุ่นถูกจับให้อยู่กลุ่มเดียวกับ ทีมชาติบราซิล หมายเลขหนึ่งวงการลูกหนังโลกในเวลานั้น และทั้งสองทีมต้องเจอกันในนัดเปิดสนาม

มันเป็นเรื่องยากที่จะคว้าชัยชนะ แต่พวกเรามีแรงปรารถนาเหมือนกับเกมอื่นๆทั่วไป ว่าคุณสามารถทำได้ดีแค่ไหน ในการรับมือกับทีมระดับโลก  นิชิโนะกล่าวก่อนเจอทีมชาติบราซิล

เมื่อการแข่งขันจริงมาถึง แฟนบอลในสนามกว่าสี่หมื่นราย ต่างตื่นตาตื่นใจไปกับระบบเพรสซิ่งที่ไม่มีหยุดของทีมชาติญี่ปุ่น นักเตะทุกคนต้องลงมาเล่นเกมรับ และพร้อมที่จะวิ่งไปสู่แดนฝั่งตรงข้าม หากได้จังหวะสวนกลับ ทุกคนต้องพร้อมที่จะเข้าปะทะ และช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม

ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยไม่ทำงานหนัก นิชิโนะเชื่อมั่นแบบนั้น เขาสั่งให้นักเตะของตัวเองฝึกซ้อมอย่างหนัก โดยไม่หยุดพัก เพื่อมั่นใจว่าจะฟิตมากพอสำหรับการแข่งขันจริง

สุดท้าย ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะบราซิล ไม่สามารถเอาชนะทีมเวิร์คของพวกเขาได้ ทีมชาติญี่ปุ่นคว้าชัยชนะด้วยผลการแข่งขัน 1-0 เหตุการณ์ครั้งนั้นถูกเรียกขานว่า “ปาฏิหาริย์แห่งไมอามี่” และจารึกชื่อของนิชิโนะ สู่หน้าประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลญี่ปุ่นทันที

อย่างไรก็ตาม นิชิโนะไม่สามารถทำฝันของเขาให้เป็นจริงได้ หลังเปิดตัวอย่างร้อนแรงด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เจลีก คัพ ในปี 1999 เขาถูกไล่ออกจากตำแหน่งในปี 2001 หลังหมดลุ้นแชมป์ในการแข่งขันทุกรายการ

ความล้มเหลวไม่ได้ทำให้นิชิโนะย่อท้อ เขาเดินหน้าต่อด้วยการย้ายไปคุมทีมกัมบะ โอซาก้า (Gamba Osaka) ในปี 2002 ช่วงเวลานั้นเอง ที่เขาได้เรียนรู้ระบบการเล่นรูปแบบใหม่ ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ผมได้รับอิทธิพลอย่างมากจากแผนของ กุส ฮิดดิงก์ ในศึกฟุตบอลโลก ปี 2002 เขาให้ความสำคัญกับระบบการเล่น มากกว่าผู้เล่นในทีม

เมื่อนิชิโนะได้เห็นรูปแบบการเล่น 3-4-3 ที่ฮิดดิงก์ใช้ระหว่างการแข่งขันดังกล่าว เขารู้ทันทีว่านี่คือระบบการเล่นฟุตบอลที่ใช่ สำหรับนักเตะชาวเอเชีย สิ่งที่นิชิโนะทำหลังจากนั้น คือการผสานศาสตร์ของโลกตะวันตก และตะวันออกเข้าด้วยกัน เขานำรูปแบบการเล่นที่มีประสิทธิภาพจากยุโรป ผสานเข้ากับความมุ่งมั่น และการทำงานหนักอย่างเหลือเชื่อในสนามซ้อมของชาวเอเชีย

ระบบดังกล่าวส่งผลให้นิชิโนะประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลกับกัมบะ โอซาก้า ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เจลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อปี 2005 ก่อนในอีก 3 ปีถัดมา เขาพาต้นสังกัดคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก (AFC Champions League) ทำผลงานเป็นเฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นรายแรก

จุดเริ่มต้นของโค้ชที่ทำงานของตัวเองอย่างตั้งใจ นิชิโนะคงไม่คาดคิดว่าวันหนึ่ง เขาจะก้าวเป็นตำนานของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น  จากความสำเร็จที่กล่าวมา นิชิโนะจึงไม่ใช่เพียงโค้ชที่เปลี่ยนระบบการเล่นฟุตบอลในญี่ปุ่น แต่งานของเขายังส่งอิทธิพลไปถึงวงการฟุตบอลทั่วทั้งทวีป ในฐานะผู้ฝึกสอนฟุตบอลที่เข้าใจจุดเด่นของชาวเอเชียอย่างแท้จริง

อากิระ นิชิโนะเขาถูกมองว่าเป็นโค้ชตกยุค และว่างเว้นจากการคุมทีมไปถึง 3 ปี โอกาสในการพิสูจน์ตัวเองของเขา กลับมาอีกครั้งในปี 2018 เมื่อ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช  ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก เพียงสองเดือน

บังเอิญอย่างน่าประหลาด สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกับปี 1992 เมื่อนิชิโนะถูกเลือกเข้ามารับบทโค้ชขัดตาทัพ โดยมีสภาพเวลาให้เตรียมทีมไม่นาน

คยสร้าผลงานน่าประทับใจมากมาย แต่เวลาผ่านไป 26 ปี นับตั้งแต่ที่เขาคว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านในศึกเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับฟุตบอลยุคใหม่ของเขายังเป็นเครื่องหมายคำถาม ผู้คนไม่มั่นใจนักกับการนำทัพซามูไรบลูของเขา ในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

อย่างไรก็ดี นิชิโนะแสดงความเก๋าในการรับมือกับสถานการณ์ที่กดดัน แม้จะนำมาสู่การตัดสินใจที่สร้างความอื้อฉาว เมื่อทีมชาติญี่ปุ่น จงใจเล่นต่อบอลกันไปมาในแดนหลัง ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย

ระหว่างการแข่งขันกับทีมชาติโปแลนด์ ที่พวกเขาแพ้ 1-0 เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้มีการทำประตูเกิดขึ้นอีก และอาศัยกฎแฟร์เพลย์ที่พวกเขาเป็นต่อทีมชาติเซเนกัล เพื่อผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบต่อไป

หนึ่งปีผ่านไป อากิระ นิชิโนะ ตัดสินใจเซ็นสัญญากับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ และ ทีมชาติไทย U23 ด้วยเป้าหมายพาทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จในการแข่งขันรายการสำคัญหลังจากนี้

การร่วมงานระหว่างทีมชาติไทยกับนิชิโนะ คือก้าวใหม่ที่สร้างความน่าตื่นเต้นให้แก่แฟนบอลชาวไทยทุกคน เพราะทัพช้างศึกไม่เคยใช้งานโค้ชชาวญี่ปุ่นมาก่อน จึงน่าสนใจเป็นอย่างมากว่า ผลงานที่ออกมาหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

แต่อีกด้านหนึ่ง การรับงานครั้งนี้ถือว่าสร้างความท้าทายให้แก่นิชิโนะได้ไม่น้อย เพราะตลอดเวลา 27 ปีที่ผ่านมา ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่เขาตกลงทำงานในต่างประเทศ นี่คือการเริ่มต้นใหม่นี่น่าสนใจสำหรับนิชิโนะเช่นกัน

ดังนั้น เรื่องราวที่รออยู่ด้านหน้าจึงน่าสนใจเป็นอย่างมากว่า นิชิโนะจะนำความสามารถ, ความตั้งใจ และ ประสบการณ์ที่เขาได้รับตลอดระยะเส้นทางการคุมทีมที่ผ่านมา ช่วยเหลือทีมชาติไทยได้มากแค่ไหน

 

cr.mainstand

 

ฟุตบอลไทยช่วงนี้

ฟุตบอลไทยช่วงนี้

ฟุตบอลไทยช่วงนี้

ฟุตบอลไทยช่วงนี้

ฟุตบอลไทยช่วงนี้ หลังจากที่ทราบผลกันมาดีว่า ฟุตบอลไทย ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายเนื่องจากพ่ายแพ้ทีมอาเซียน

พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลขอบคุณความทุ่มเท เสียสละ นักกีฬา สตาฟฟ์โค้ช ขอโทษแฟนบอล ผลงานไม่เป็นไปตามเป้า

ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณนักกีฬาฟุตบอล ทีมงานผู้ฝึกสอน สตาฟฟ์โค้ช ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องที่ทุ่มเท เสียสละ ในการไปทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถในฐานะตัวแทนของคนไทย

เจาะสถิติหลังเกมที่ทาง “ทีมชาติไทย” พ่ายแพ้ให้กับ “ทีมชาติมาเลเซีย” ด้วยสกอร์ 0-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก รอบสอง กลุ่มดี นัดที่ 8 ที่เพิ่งจบลงไป

วันที่ 16 มิ.ย. 64 ความเคลื่อนไหวหลังเกมที่ทาง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ภายใต้การนำทีมของ อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่น พ่ายแพ้ให้กับ “แข้งเสือเหลือง” ทีมชาติมาเลเซีย ที่มี ตัน เชง โฮ กุมบังเหียน 0-1 ในศึก ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มจี นัดที่ 8 หรือนัดสุดท้ายของรอบนี้

สัปดาห์ที่แล้ว เขาได้มีโอกาสสัมภาษณ์ บิ๊กแป๊ะ ถิรชัย วุฒิธรรม อดีตผู้จัดการทีมลูกหนังชาติไทย และพหูสูตวงการกีฬาที่ทุกคนให้การยอมรับว่ามีความ ตงฉิน และ ให้ทัศนะในเรื่องต่างๆอย่างเป็นกลางที่สุดแล้ว ในรายการไลฟ์สด เม้าส์กีฬา ประสาบีบางปะกง

บิ๊กแป๊ะ บอกว่าจบบอลโลกครั้งนี้ ทีมฟุตบอลชาติไทยคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างแน่นอน แต่จะเป็นการเปลี่ยนโค้ชคนใหม่เข้ามาทำทีมแทนอากิระ นิชิโนะ หรือเปล่านั้น เป็นเรื่องของสัญญาที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯได้ทำไว้กับกุนซือซามูไรก่อนหน้านี้

จากผลบอลครั้งล่าสุดที่ ไทยแพ้ให้กับ มาเลเซีย ชาวโซเชียลไทยเป็นที่เดือดมาก อีกทั้งไม่สามารถรับได้กับผลงานทีม ชาติไทยที่เริ่มดิ่งลงเหวมากลงทุกที

อีกทั้งแฟนบอลไทยส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่ามันน่าอายมาก ที่ผลออกมาเป็นแบบนี้ แฟนบอลร้องขอให้ผู้หญ่ของทีมลูกหนังไทย ออกมาแสดงความรับผิดชอบ หรือควรออกจากการบริหารทีมเพื่อเป็นโชคของทีม

มีคนเคยยกประเด็นคำพูดว่า ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้น จะขอลาออกเอง แฟนบอลยังบอกอีกว่า ถ้าจ้างโค้ชแพงมากมายขนาดนั้นแต่สร้างผลงานออกมาแบบนี้ ก็ควรกลับไปพิจารณาตัวเองเสียใหม่

จากผลลัพธ์ล่าสุด เป้นการตกรอบของกองทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทยชุดใหย่ ภายใต้กาควบคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ ในศึกฟุตบอลโลก 2022

เป็นรอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบสอง ด้วยการเป็นรองบ๊วยของกลุ่ม จี มี 9 แต้ม จาก 8 นัด อีกทั้งเกมนัดสุดท้ายพ่ายแพ้ต่อทีมชาติ เมาเลเซีย 0-1 เป็นการปิดฉากทัวร์นาเม้นด้วยผลงานไม่น่าอภิรมย์เท่าไร

จากล่าสุดคือแฟนบอลชาวไทยก้ต่างพากันสแดงความคิดเห็นบนโลกโซเชียล หรือบนโลกออนไลน์อย่างฝุ่นหนาฝาคั่ง ต่อการบริหารงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

พูดถึงความล้มเหลวที่ไม่น่าเป็นพอใจมาสักระยะ และต้องการให้นายกสมาคมฟุตบอลประเทศไทยอย่าง บิ๊กอ๊อด ออกมาแสดงความรับชอบต่อผลงานทีมชาติไทยในครั้งนี้ เพื่อแสดงศํกยภาพทีมชาติล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง

 

อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย นาย เศรษฐา ทวีสิน ได้แสดงความเห็นอีกครั้ง หลังช้างศึกตกรอบคัดฟุตบอลโลก 2022 บอกเอาไวว่าถึงเวลาที่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในขณะเดียวกันนั้นแฟนบอลไทยได้นำคำพูดของประมุขบอลไทย ที่เคยพูดเอาไว้เมื่อตอนที่ได้รับตำแหน่งเป็นประมุขบอลไทยใหม่อีกด้วยว่า

เพื่อความก้าวหน้าของวงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้ร เขาจะขอลาออก ถ้าเป้นนายกสมาคม แล้วทำดีไม่ได้ ก็ควรที่จะให้คนอื่นเข้ามาแทนที่จะดีกว่าให้คนไทยประณามว่าไม่ได้ทำอะไร อีกั้งชาวเน็ตยังไปสรรหาคลิปในตำนานชื่อว่า ใครไม่อายผมอาย ขึ้นมาเต็มโลกโซเชียลมากมาย

ต่อมาแฟนบอลอีกหลายคนยังพูดถึงประเด็นของ อากิระ นิชิโนะ ที่ได้รับค่าจ้างมหาศาล แต่กลับทำผลงานได้ตรงกันข้ามแบบไม่น่าเชื่อสมาคมฟุตบอลไทยควรมีการไตร่ตรองพิจารณากันใหม่ว่า การจ้างโค้ชด้วยเงินที่สูงขนาดนี้แต่เหตุถึงได้พาทีมชาติไทยดิ่งลงเเรื่อย ๆ เช่นนี้ ควรที่จะต้องพิจารณาและวางแผนกันใหม่ทั้งหมด

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมาก มีความเคลืื่อนไหวหลังจากที่ ช้างศึก ทีมชาติไทย ไม่ประสบความสำเร็จ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซนเอเชีย

ล่าสุด ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตยอดกองหน้าทีมชาติไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น ผ่านช่องยูทูบ แตงโมลง ปิยะพงษ์ ยิงว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือทีมชาติไทย โดยใช้โค้ชชาวไทยนั้นก็มีอยู่ สามตัวเลือก

ที่น่าสนใจตอนนี้ก้คือ โค้ชเฮง วิทยา เหลาหกุล ประธานเทคนิคชลบุรี เอฟซี ต่อมาเป็น โค้ชแบน อชตวัน ศรีปาน เฮดโค้ชของทรู แบ็งค็อก ยูไนเต็ด และ โค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ ของชลบุรี เอฟซี ส่วน เซอร์เด็จ จะเด็จ มีลาภ กับ โค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน เหมาะกับการคุมระดับเยาวชนและยู23 มากกว่า

หลังจากนั้นมา ปิยะพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า ถ้าจะเลือกโค้ชไทยมาคุม โค้ชแบน เป็นที่สมบูรณ์แบบ เขาเป็นโค้ชฟุตบอลให้ความเกรงใจ ถ้ามีการติดต่อกัน ไลฟ์สไตล์เหมือนกัน ก็มีโอกาสเป็นไปได้ ส่วนโค้ชจเด็จ มีลาภ กับ ดุสิต เฉลิมแสน

น่าจะเหมาะกับการคุมทีมเยาวชนมากที่สุดในความคิดของเขา  เพราะเขาเป็นโค้ชที่มีความรู้เรื่องฟุตบอล รู้ตื้นลึกหนาบาง เป้นนักวิเคราะห์ และนักวิจารณ์ที่ต้องบอกเลยว่าตรงประเด็น เขารู้ว่าทีมชาติกำลังขาดอไร

อีกทั้งยังรู้วิธีบริหารการจัดการ สมองและทัศนคติเป็นเลิศ มีคอนเน็คชั่นกับสมาคมฟุตบอล ดังนั้นคนที่เหมาะสมจะเป็นโค้ช แล้วพามาแทนที่โค้ช นิชิโนะ ก็คือโค้ชเฮง เอาคนใกล้ชิดน่าจะดีที่สุด อีกทั้งยังเห็นอีกว่าโค้ชมีความสามารถ เนืองจากทุกอย่างของโค้ชมันบ่งบอกถึงโปรไฟล์ที่ดี

 

เมื่อพูดถึงเกมดังกล่าวแล้ว ทีมชาติมาเลเซีย ได้ประตูจาก ซาฟาวี ราชิต ในนาทีที่ 52 และเมื่อจบเกมทำให้ทีมขาติจบศึกคัดบอลโลก โซนเอเชีย อันดับที่ 4

ล่าสุด ชนาธิป สงกระสินธฺ์ กองกลางคนสำคัญของทีมชาติไทย จากสโมสร คอนซาโดเล ซัปโปโร ในศึกเจลีก ญี่ปุ่น ที่พลาดโอกาสได้มาช่วยทัพช้างศึก  เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ได้ออกมาโพสต์ แสดงความคิดเห็นหลังจบเกมวา ช้างศึกจะต้องกลับมา เขาเชื่อว่าแบบนั้น

หลังจากนั้นก็มีบรรดาแฟนบอลก็ได้เข้ามาตอบคอมเม้นให้กำลังใจ ชนาธิป กันอย่างล้นหลาม

พูดถึงเกมนี้ อากิระ นิชิโนะ วาง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา เป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนตรงกลางมี เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ,สุภโชค สารชาติ และ ธนวัฒน์ ซึ่งจิตถาวร  ด้าน ตัน เชง โฮ เกมนี้ ใช้ตัวนักเตะลูกครึ่งอย่าง ดิออน คูลส์, แมทธิว เดวีส์ รวมถึง นาซมี ฟาอิซ และ ซยาห์มี ซาฟารี ทั้งหมดทั้งมวล