ส่องค่าเหนื่อย “เจค พอล” หลังน็อก “วู้ดลี่ย์”

ส่องค่าเหนื่อย “เจค พอล” หลังน็อก “วู้ดลี่ย์”

ส่องค่าเหนื่อย "เจค พอล" หลังน็อก "วู้ดลี่ย์"

ส่องค่าเหนื่อย “เจค พอล” หลังน็อก “วู้ดลี่ย์”

YouTubers จอมเกรียน ชาวสหรัฐฯ “เจค พอล” ยังคงเดินหน้าหาเงินเข้ากระเป๋าได้เป็นกอบเป็นกำ ด้วยการ ชกมวย อย่างต่อเนื่อง ซึ่งใน ไฟต์ล่าสุด ตัดสินใจ รีแมตช์ กับ นักสู้ MMA ดีกรีแชมป์ UFC รุ่นเวลเตอร์เวต “ไทรอน วู้ดลี่ย์” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม 2021) ณ สังเวียน อมาลี อารีน่า, ฟลอริดา 

โดย ผลการแข่งขัน ก็ อย่างที่ทราบกันไปแล้ว ว่า ยูทูบเบอร์คนดัง วัย 24 ปี เป็นฝ่ายชนะน็อก อดีตนักสู้ MMA ได้ ใน ยกที่ 6 ของ การชกแบบพิเศษ 8 ยก เดินหน้า ทำสถิติ ชนะรวด 5 ไฟต์ แถม เป็น การชนะน็อก ถึง 4 ครั้ง

ส่วน นอกสังเวียน เขา ก็ไม่ธรรมดา เมื่อมี รายงานจากสื่อหลายสำนัก ตรงกัน ว่า ในการชกไฟต์นี้

เจ้าตัวการันตี ค่าตัว ที่ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 50 ล้านบาท)

แถมยังมี ค่าส่วนแบ่ง จาก การถ่ายทอดสด (Pay-Per-View) อีกถึง 70%

ที่จะทำให้เขา มีรายได้อย่างต่ำ เพิ่มขึ้น อีก 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 134 ล้านบาท)

ทำให้ไฟต์ล่าสุด เป็นที่คาดการณ์กันว่า เจค พอล จะโกยเงินไปได้มากกว่า 200 ล้านบาท

งานนี้เรียกว่าเจ้าตัวเดินหน้าเป็นเศรษฐีได้ตามที่ฝันไว้ต่อไป

หลังที่ ก่อนหน้านี้ เคยออกมาประกาศ ว่า พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมากองเต็มบ้าน “เมื่อคุณเข้าใกล้การเป็นมหาเศรษฐีมากขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์”

ส่องค่าเหนื่อย "เจค พอล" หลังน็อก "วู้ดลี่ย์"

สำหรับที่ผ่านมา ยูทูบเบอร์จอมเกรียน มักออกมาท้าทายบรรดาคนดัง รวมถึง อดีต นักมวยต่างๆ อยู่เป็นประจำ ซึ่งมันสามารถทำเงินให้กับเจ้าตัวได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยครั้งก่อนที่พบกับ “เบน แอสเครน” อดีตนักสู้ดีกรีแชมป์โลก MMA เจ้าตัวสร้างสถิติขาย PPV ไปได้มากถึง 75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,345 ล้านบาท) ถือเป็นสถิติสูงสุดของปี 2020 เลยทีเดียว

มวยสนับมือกำลังมา

มวยสนับมือกำลังมา

มวยสนับมือกำลังมา

มวยสนับมือกำลังมา

ทางสหพันธ์ของ ‘รัสเซีย’ น้นได้เตรียมนำกีฬามวยโบราณแบบสนับมือมาปัดฝุ่น เพื่อต้องการสร้างแผนกอย่างเป็นทางการสำหรับการดูแลกีฬาในชนิดนี้

ซึ่งการต่อสู้ที่ไม่เป็นทางการนั้นได้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว จากการสนับสนุนของสหพัธ์การต่อสู้ ในรูปแบบไม่ยอมใครง่ายๆ ในกรุง มอสโก โดยมีผู้รับชมในรูปแบบออนไลน์นับล้านคน ซึ่งมีอีกช่องทางที่สามารถรับชมออนไลน์ กับตารางการแข่งขันได้ในเว็บ แทงบอลยูโร และมีการดวลกีฬาในเว็บ UFABET ซึ่งไม่ได้เพียงแค่กีฬาอย่างเดียว ยังมี บาคาร่า และเกมส์ต่างๆ

โดยการต่อสู้ด้วยมือเปล่านั้นในราชอาณาจักร ได้ถูกแทนที่ด้วยการนำถุงมือ เข้าสู่กีฬาในปี พ.ศ. 2453 ซึ่งกีฬาชนิดนี้ไม่มีการควบคุมในสหราชอาณาจักร ซึ่งหมายความว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในช่วง ยุคของโซเวียต เนื่องจากไม่ได้ถูกห้าม หรืออนุญาต แต่ก็มีการเคลื่อนไหวให้กลับมาฟื้นฟูในช่วงปี 1990

ในยุคสงคราของรัสเซียนั้นกีฬาชนิดนี้ เป็นที่นิยมในยุคตอนปลาย และสามารถพบได้ทั่วไปช่วงเทศกาล คริสต์มาส และเทศกาลอีสเตอร์ ในฤดูหนาวนั้นจะเกิดน้ำแข็ง ก่อนที่เด็กเล็กต่อสู้ ทุกคู่ที่โตว่าจะจบลงด้วยหมัดสุดท้ายที่โดเด่นที่สุดในปี 1684 และ 1686 โดยเกิดจาก โดยลักษณะการต่อสู้นั้นจะอยู่ในรูปแบบของตัวต่อตัว หรือเป็นแบบทีม

ซึ่งทีมที่ได้รับการคัดเลือกมาจากถนนใดถนนหนึ่งนั้น หรือถูกคัดเลือกมาจากหมู่บ้าน ในบางครั้งการต่อสู้ในจำนวนมากๆนั้นอาจเกี่ยวข้องกับคนหลายร้อยคน ซึ่งคนที่เก่งที่สุดในยุคนั้นมีชื่อว่า TULA

โดยกฎนั้นแสนจะเรียบง่าย นักสู้นั้นจะไม่สวมถุงมือ หรือจะสวมถุงมือก็ได้ หรือเรียกว่า Padding เนื่องจากป้องกันไม่ให้นักสู้ใช้วิธีกลโกงในการต่อสู้ เช่นการแอบนำสนับมือมาใช้ในการต่อสู้ ซึ่งหากว่าฝูงชนรู้ว่านักสู้คนใดโกง ก็จะถูกเฆี่ยนตีผู้กระทำผิดอย่างไร้ความปราณี

โดยสามารถอนุญาตให้ตีหัว และลำตัวของคู่ต่อสู้ได้ แต่หวกว่าพวกเขานั้นล้มลงในการต่อสู้ที่มีผู้คนจำนวนมาก ผู้เข้าร่วมที่ล้มลงนั้นอาจถูกเหยียบย่ำ และถูกกระทั้งจนตายได้ นับว่าเป็นการต่อสู้ที่โหด และป่าเถื่อนมากในสมัยนั้น จึงกลายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายนั่นเอง

คริสจักรออร์โธดอกซ์รัสเซียนั้นไม่เห็นด้วยกับการต่อสู้ในรูปแบบนี้ เนื่องจากว่าเป็นประเพณีนอกรีด และมีกฎว่านักสู้นั้นจะถูกคว่ำบาตร และในขณะผู้ที่เสียชีวิตในการชกต่อยควรถูกห้ามไม่ให้มีพิธีศพในโบสถ์

ในปี 1751 การต่อสู้นี้ เกิดขึ้นบนถนนใน เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเกิดจากความสนใจของ ราชินีเอลิซาเบธของรัสเซีย หลังจากนั้นจักรพรรคก็สั่งห้ามไม่ให้มีการต่อสู้แบบนี้ในดินแดนมอสโก และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

และในช่วงของสมัย แคทเธอรีนมหาราช การต่อสู้ในรูปแบบนี้ก็กลับมาอีกครั้ง และ เคานต์ออร์ลอฟ นั้นเขาเป็นนักสู้ที่เก่งมที่สุดในช่วงยุคนั้น (ปี พ.ศ. 2375 ) หรือ นิโคลัสที่ 1 แห่งรัสเซีย ก็สั่งห้ามให้การชกให้เป็นอันตราย

การชกแบบมือเปล่าและแบบสวมนวมนั้นต่างกันอย่างไร ?
มวยสนับมืออาจเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า ในการชกมวยสำหรับการบาดเจ็บ และการถูกกระทบกระแทก แต่ถ้าหากไม่มีถุงมือ ผู้ที่ชกจะไม่ใช้น้ำหนัก และกำลังทั้งหมดในการชก ดังนั้นโอกาสในการถูกกระทบกระแทกจึงน้อยลงกว่า

แถมถ้าไม่สวมนวม ผิวจะแตกง่าย ดังนั้นไม่มีใครสู้เมื่อมีเลือดออก อาจดูอันตราย แต่เมื่อมองดูให้ดี ผิวแตกไม่ได้ร้ายแรง

สุดท้ายถ้าไม่สวมนวม จะเกิดการบาดเจ็บที่ข้อมือ/ข้อนิ้วต่างๆ มากมาย ดังนั้นระยะเวลาในอาชีพนักมวยที่สวมนิ้วโป้งจะน้อยกว่า นักมวย ที่สวมนวมมาก ในมุมมองด้านสุขภาพ มวยสนับมือเปล่าจะเสียชีวิตน้อยลง แต่จะสะสมอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เกษียณอายุก่อนกำหนด ซึ่งมันค่อนข้างอันตรายมาก ไม่เพียงแต่กับผู้ถูกต่อยเท่านั้น แต่หากคุณนึกถึงสิ่งที่กำลังชกด้วยหมัด ฟันและกระโหลกศีรษะแข็ง นวมชกมวยช่วยปกป้องข้อนิ้ว มือ นิ้วมือ และข้อมือของคุณ พวกเขายังทำให้การโจมตีเบาลงเล็กน้อยกับบุคคลที่ถูกโจมตี

หากคุณเห็นมือของใครซักคนหลังจากที่พวกเขาได้ต่อสู้ด้วยมือเปล่า พวกเขามีโอกาสที่ดีที่จะมีบาดแผลและรอยฟกช้ำบนมือ มันง่ายที่จะสร้างความเสียหายให้กับตัวคุณเองในการตีใครบางคนโดยไม่สวมนวมมากกว่าคนที่คุณต่อสู้

การชกมวยนั้น จะได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือ จึงต้องสวมถุงมือและผ้าพันมือที่ให้การสนับสนุน และใช้เวลา 6 เดือนในการฟื้นฟู

เมื่อคุณชกมวย คุณกำลังพยายามตีคนอื่นด้วยข้อนิ้วของคุณ และคุณก็จะทำร้ายตัวเองด้วย
ซึ่งนั่นคือการสวมนวมนั้นเป็นการป้องกันได้มากกว่า

5เรื่องต้องรู้ ทาอิกิ นาอิโตะ

5เรื่องต้องรู้ ทาอิกิ นาอิโตะ

5เรื่องต้องรู้ ทาอิกิ นาอิโตะ

5เรื่องต้องรู้ ทาอิกิ นาอิโตะ

“Silent Sniper” ทาอิกิ นาอิโตะ นักสู้จอมอึดเลือด ซามูไร คือว่าที่คู่แข่งตัวอันตรายในแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ที่จะลงฟาดปากกับ “เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี” ในศึก ONE: REVOLUTION ที่จะถ่ายทอดสดในวันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564

ก่อนที่ทั้งคู่จะประมือกัน เราจะพาไปทำความรู้จักกับนักสู้ชาวอาทิตย์อุทัยวัย 25 ปี ให้ดียิ่งขึ้นใน 5 เรื่องต่อไปนี้

1. แม่บังคับเรียนคาราเต้

ทาอิกิ เป็นลูกชายคนกลางในบรรดาพี่น้อง 3 คน เกิดและเติบโตในเมืองโตโยยาชิ ประเทศญี่ปุ่น โดยคุณแม่ส่งเขาและพี่น้องเข้าเรียนคาราเต้ตั้งแต่วัยอนุบาลโดยหวังจะให้ศิลปะการต่อสู้สอนให้ลูกๆมีระเบียบวินัยและเรียนรู้มารยาทสังคม แม้ ทาอิกิ จะไม่ได้อยากเรียนสักเท่าไหร่ แต่ก็เข้าเรียนไม่เคยขาดเพราะอยากเล่นกับเพื่อนเท่านั้น

2. คิกบ็อกซิ่งพลิกชีวิต

เมื่อ ทาอิกิ อายุได้ 8 ขวบ เขาได้เห็นนักชกฮีโร่ชาวญี่ปุ่นลงแข่งในรายการ K-1 ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขามุ่งมั่นที่จะเป็นคิกบ็อกเซอร์มืออาชีพตั้งแต่นั้นมา แม้แม่ของเขาไม่เห็นด้วย แต่ยังเปิดทางให้ ทาอิกิ พิสูจน์ตนเองโดยยื่นเงื่อนไขว่าเขาต้องคว้าแชมป์คาราเต้ระดับชาติให้ได้ก่อนจึงจะอนุญาตให้เดินตามฝันของตนเอง หนึ่งปีต่อมา ทาอิกิ คว้าแชมป์คาราเต้สำเร็จและตัดสินใจเข้าร่วมทีมคิกบ็อกซิ่งในเมืองบ้านเกิดเมื่ออายุ 14 ปี โดยเริ่มต้นชกอาชีพครั้งแรกเมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยม

3. แชมป์เวทีระดับชาติ

หลังจากสั่งสมประสบการณ์มาพอสมควร ทาอิกิ คว้าแชมป์ Shoot Boxing เวทีชั้นนำระดับชาติของญี่ปุ่นในปี 2557 เมื่ออายุ 18 ปี ต่อมา เขามีโอกาสได้ลงแข่งขันในรายการ RISE ซึ่งเป็นเวทีคิกบ็อกซิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงในญี่ปุ่น โดยได้เผชิญหน้ากับ เทนชิน นาสึกาวา อริเก่าของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ถึงสองครั้ง และก็พลาดท่าพ่ายไปทั้งสองครั้ง ทาอิกิ กลับมาสู้ต่อในรายการนี้จนกระทั่งสามารถคว้าแชมป์ RISE ในรุ่น 57 กก. ได้ในที่สุด ซึ่งเป็นรางวัลที่เขาภาคภูมิใจมาก

4. ศิษย์น้องของ “ราชากระสอบทราย”
ทาอิกิ เป็นศิษย์น้องคนสนิทของ “ฮิโรอากิ ซูซูกิ” นักสู้จอมอึดที่เคยท้าชิงแชมป์กับ “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” มาแล้ว โดยทั้งคู่พบกันเมื่อครั้ง ทาอิกิ เพิ่งเริ่มชกคิกบ็อกซิ่งตอนอยู่ชั้นมัธยม ทาอิกิ นับถือ ซูซูกิ ในฐานะรุ่นพี่และผู้ฝึกสอนที่คอยให้คำแนะนำในการพัฒนาทักษะการต่อสู้ของเขาตลอดมา โดยปัจจุบันทั้งคู่ฝึกซ้อมอยู่ในทีมเดียวกันที่ Bell Wood Fight Team ประเทศญี่ปุ่น
5. ชนะมวยไทย 3 ไฟต์รวด
ทาอิกิ เปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนตุลาคม 2562 และภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนเขาปราบคู่แข่ง 3 รายในรุ่นฟลายเวต ได้แก่ “อเล็กซี เซเรพิซอส”, “รุย โบเทลโฮ” รวมถึง “ซาวาส ไมเคิล (เพชรยินดีอะคาเดมี)” โดยชัยชนะทั้งหมดเป็นการแข่งขันในกติกามวยไทย ปัจจุบัน ทาอิกิ ครองสถิติชนะ 4 ครั้งจาก 5 ไฟต์ใน ONE โดยพ่ายแพ้ให้แก่อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” เพียงคนเดียวเท่านั้น

ศึกนี้ ทาอิกิ หวนคืนสังเวียนมวยไทยอีกครั้ง โดยหวังเอาชนะ “เพชรดำ” เพื่อทำคะแนนขยับอันดับขึ้นสู่ระดับท็อปไฟว์ของแรงกิงรุ่นนี้ พร้อมมุ่งสู่การคว้าแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวตในอนาคต

รับชมการประชันฝีมือระหว่าง “ทาอิกิ” และ “เพชรดำ” ศึก ONE: REVOTION 24 ก.ย.นี้ ผ่านทาง แอปมือถือ ONE Super App, ยูทูบ ONE Championship, AIS Play (เฉพาะลูกค้า AIS) เวลา 17.30 น. ส่วนไทยรัฐทีวี ช่อง 32 รับสัญญาณสดเวลา 21.30 น.