Top 5 most expensive athletes

Top 5 most expensive athletes

Top 5 most expensive athletes

Top 5 most expensive athletes

Sport is what can be called a career that can turn ordinary people into billionaires.

In which we will rank the top 5 professional athletes who have been in sports for almost their entire lives. who are you

1. Conor McGregor
He is a UFC professional boxer who surpasses all other athletes with a record $180 million.

From being a poor ordinary man, but his hard training and steadfastness The 33-year-old is now a billionaire, earning most of his income from the sale of his brand, Proper No. Twelve. which grossed up to 150 million US dollars And the fight with Dustin Poirier’s match resulted in a prize of $22 million.

2. Lionel Messi
He is a professional footballer from FC Barcelona. That made his career earnings of $130 million. His income comes from His wages on the field at $97 million and comes from his sponsorship of the famous sports brand Adidas at $33 million.

3. Cristiano Ronaldo
which at present he moved the team He became an athlete at his former club, Manchester United, where he earned $120 million. with a revenue split of $70 million, which is It came from his sponsorship of the Nike brand and his personal business, CR7.

4. Dak Prescott
He is an American football quarterback for the Dallas Cowboys of the National Football League (NFL) that grosses $107.5 million. Part of his income comes from $66 million.

5.LeBron James
He is a basketball player from the Los Angeles Lakers, who has earned the NBA’s highest earnings with $96.5 million. His earnings come from sports at $31.5 million. and starring in Space Jam: A New Legacy and a partnership with Liverpool FC.

โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า!

โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า!

โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า!

โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า!

โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า! หลังจากมีข่าวออกมาว่า พ่อหนุ่มนักเตะ โรนัลโด้ นั้นได้หยิบน้ำอัดลมแบรนด์ดังเจ้าหนึ่งออกจากโต๊ะแถลงข่าวฟุตบอล และ นำขวดน้้ำเปล่าเข้ามาแทนที่ ท่ามกลางสื่อมากมาย จนเป็นที่น่าตกใจเช่นกัน

นักเตะ ตำแหน่ง กองหน้า ชาวโปรตุกีสขยับขวดน้ำอัดลมออกจากโต๊ะแถลงข่าว และ สนับสนุนให้คนดื่มน้ำเปล่าแทน ซึ่งส่งผลให้หุ้นโคคา-โคลา ร่วงลงถึง 4 พันล้านดอลลาร์

เป็นที่ทราบกันดีว่า โรนัลโด้ ปัจจุบันเขาจะอายุ 36 ปีแล้ว แต่ยังอยู่ในสภาพที่เล่นฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเหตุผลหนึ่งมาจากการรักษาสภาพร่างกายอย่างเคร่งครัด รวมถึงเรื่องอาหารการกิน และเครื่องดื่ม

ก่อนหน้านี้โรนัลโด้เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่พอใจที่เห็นลูกชายของเขาดื่มน้ำอัดลม รวมถึงพวกขนมขบเคี้ยว และช็อกโกแลต เพราะรู้สึกว่าไม่ดีต่อสุขภาพ และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความเคร่งครัดในเรื่องสุขภาพของเขา

ระหว่างที่ทำการแถลงข่าวก่อนเกมพบฮังการี ซึ่งบนโต๊ะแถลงข่าวก็มีการจัดวางเครื่องดื่มน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งไว้บนโต๊ะตามปกติ โรนัลโด้ได้ขยับเอาขวดโคลาทั้งสองขวดลงจากโต๊ะ พร้อมหยิบน้ำเปล่าชู และพูดเป็นภาษาโปรตุเกสว่า agua ซึ่งแปลว่า น้ำเปล่า ให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาต้องการจะดื่มอะไร

แหล่งข่าวหลายสำนักต่างพูดถึงนักเตะคนนี้เป็นเสียงเดียวกัน ถึงการกระทำของเขา ที่เกิดการสลับขวดน้ำกระทันหัน จากการแถลงข่าว คริสเตียโน โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุกีส ทำหุ้นของโคคา-โคลา ร่วงลงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ หลังจากที่เขาขยับขวดน้ำอัดลมออกจากโต๊ะแถลงข่าว และบอกให้ทุกคนดื่มน้ำเปล่า

โรนัลโด้ ดาวยิงจากยูเวนตุส กลายเป็นไวรัลดังตั้งแต่เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่เขาเห็นขวดโคคา-โคลา ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของการแข่งขันยูโร 2020 วางอยู่บนโต๊ะแถลงข่าว จึงได้ขยับขวดดังกล่าวออก และชูน้ำเปล่า เพื่อบอกให้ทุกคนหันมาดื่มน้ำเปล่า

พฤติกรรมดังกล่าว Marca สื่อชื่อดังในประเทศสเปน รายงานว่าส่งผลให้หุ้นของโคลา-โคลา ร่วงลงจาก 56.10 ดอลลาร์ เป็น 55.22 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้มูลค่าโดยรวมของบริษัทโคลา-โคลา ลดลงจาก 242 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 238 พันล้านดอลลาร์ หรือหายไปถึง 4 พันล้านดอลลาร์ในทันที

หลังจากที่การแถลงข่าวเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ทำให้ข่าวนี้กลายเป็นข่าวดังระดับโลกกันเลยทีเดียว เนื่องจากหุ้นของสปอนเซอร์รายนี้ ดิ่งลงเยอะกว่ามาก แค่เพียงเพราะเขาขยับขวด โลกก็เปลี่ยนไปในพริบตาเห็นซะได้

จากการกระทำดังกล่าวทำให้ส่งผลเสียเชิงลบต่อแบรนด์ โคคา-โคล่า ทันทีจากการรายงานของ มาร์ก้า สื่อยักษ์ใหญ่แดนสเปน โดยสื่อเจ้าดังอ้างว่าหลังคลิปดังกล่าวได้มีการนำเสนอไปทั่วโลกเพียงแค่ 30 นาที ราคาหุ้นของ โคคา-โคล่า ก็ตกฮวบอย่างน่าใจหาย

ทันทีที่ตลาดหุ้นในยุโรปเปิดตัวในเวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) หุ้นของบริษัท โคคา-โคล่า ในตลาด ลดลงมากถึง 1.6 เปอร์เซ็นต์ จากมูลค่า 2420,000 ล้านเหรียญ ลดลงเหลือ 238,000 ล้านเหรียญ ขาดทุนไปถึง 4 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 124 แสนล้านบาท) เลยทีเดียว

ที่ผ่านมา โรนัลโด้ เคยออกมาพูดถึงการไม่ชอบเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาล โดยเผยว่ามักมีปัญหากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของเขา บางครั้งผมก็มีปัญหากับเขา เพราะเขาชอบดื่มน้ำอัดลม ผมทะเลาะกับเขาตอนที่กินมันฝรั่งทอด ซึ่งเขารู้ว่าผมไม่ชอบมัน

ทางด้าน โคคา-โคล่า แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของโลก ยังไม่ได้มีการออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับท่าทางของ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตัวสินค้า แต่เชื่อว่าพวกเขาไม่น่าจะมีความสุขกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพวกเขาถือเป็นสปอนเซอร์หลักในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาตั้งแต่ปี 1988 แล้ว

สำหรับ โรนัลโด เป็นที่รู้กันว่าเป็นนักกีฬาที่ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดีมาก กินอาหารคลีนเพื่อยืดอายุอาชีพนักเตะออกไปให้นานที่สุด โดยไม่นานนี้ โรนัลโด ก็เคยบ่นลูกชายวัย 10 ขวบ ที่บางครั้งก็ดื่มน้ำอัดลมและกินขนมขบเคี้ยวซึ่งทำให้เขาหงุดหงิดนิดหน่อย

ต่อมาหลังจากที่เป็นนักกีฬาสายสุขภาพแล้ว นัดก่อนหน้านี้คริสเตียโน โรนัลโด สร้าง 5 สถิติสำคัญ หลังทำ 2 ประตูให้ โปรตุเกส ปูพรมถล่ม ฮังการี 3-0 ประเดิม 3 แต้ม ในศึกยูโร 2020

ถัดมาหลังเกมฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก กลุ่มเอฟ ซึ่ง โปรตุเกส แชมป์เก่า สอนบอล ฮังการี หนึ่งใน 11 ชาติเจ้าภาพร่วม เอาชนะไป 3-0 ประเดิม 3 แต้มแรก ขึ้นเป็นทีมนำของกลุ่มเหนือ ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าที่เฉือนชนะ เยอรมนี 1-0

ในเกมนี้มีแฟนบอลเข้ามาเชียร์แทบจะเต็มความจุของ ปุสกัส อารีน่า ราว 67,000 คน โดยรัฐบาลของประเทศฮังการี

ได้มีการอนุญาตให้กองเชียร์เข้ามาเต็มความจุของสนามได้ แต่ต้องผ่านมาตรการตรวจเชื้อโควิด-19 และทุกคนในสนามต้องผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 โดส

กุนซือมาร์โก รอสซี นำทัพมาโดย อดัม ซาลาย กองหน้ากัปตันทีมตัวเก่ง, ปีเตอร์ กูลาคชี, อันดราส เชเฟอร์, โรแลนด์ ซัลลาย ขณะที่ โปรตุเกส ของเฮดโค้ชเฟร์นานโด ซานโตส นำทัพมาโดย 3 ประสานแดนหน้า อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, แบร์นาร์โด ซิลวา และดิเอโก โชต้า โดยมี บรูโน่ แฟร์นันเดส บัญชาเกมแดนกลาง

ต่อมาคริสเตียโน โรนัลโด ที่เหมาคนเดียว 2 ประตูในช่วงท้ายเกมจากจุดโทษนาทีที่ 87 ปิดท้ายด้วยจังหวะเกี่ยวบอลหลบผู้รักษาประตูแล้วยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้นในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 ก็ได้สร้างสถิติใหม่ขึ้นมาถึง 5 อย่างด้วยกัน คือ

  • ทำประตูมากที่สุดในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบสุดท้าย ด้วยผลงาน 11 ประตู แซงหน้า มิเชล พลาตินี ตำนานทีมชาติฝรั่งเศสที่เคยทำไว้ 9 ประตูในยูโร 1984
  • เพิ่มสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติโปรตุเกสเป็น 106 ประตู (อันดับ 2 เปโดร เปาเลตา 47 ประตู) มีลุ้นทำลายสถิติยิงประตูมากที่สุดในเกมทีมชาติของ อาลี ดาอี (อิหร่าน) 109 ประตู
  • ผู้เล่นคนแรกที่ทำประตูในศึกยูโร รอบสุดท้าย 5 สมัยติดต่อกัน
  • ผู้เล่นคนแรกที่ลงสนามในศึกยูโร รอบสุดท้าย 5 สมัย
  • ลงเล่นในศึกยูโร รอบสุดท้าย มากที่สุด (12 นัด)

ส่วนนัดที่ 2 กลุ่มเอฟ แข่งขันวันที่ 19 มิถุนายนนี้ โปรตุเกส จะปะทะ เยอรมนี ส่วน ฮังการี จะพบ ฝรั่งเศส