โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า!

โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า!

โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า!

โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า!

โรนัลโด้เสี่ยงงานเข้า! หลังจากมีข่าวออกมาว่า พ่อหนุ่มนักเตะ โรนัลโด้ นั้นได้หยิบน้ำอัดลมแบรนด์ดังเจ้าหนึ่งออกจากโต๊ะแถลงข่าวฟุตบอล และ นำขวดน้้ำเปล่าเข้ามาแทนที่ ท่ามกลางสื่อมากมาย จนเป็นที่น่าตกใจเช่นกัน

นักเตะ ตำแหน่ง กองหน้า ชาวโปรตุกีสขยับขวดน้ำอัดลมออกจากโต๊ะแถลงข่าว และ สนับสนุนให้คนดื่มน้ำเปล่าแทน ซึ่งส่งผลให้หุ้นโคคา-โคลา ร่วงลงถึง 4 พันล้านดอลลาร์

เป็นที่ทราบกันดีว่า โรนัลโด้ ปัจจุบันเขาจะอายุ 36 ปีแล้ว แต่ยังอยู่ในสภาพที่เล่นฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเหตุผลหนึ่งมาจากการรักษาสภาพร่างกายอย่างเคร่งครัด รวมถึงเรื่องอาหารการกิน และเครื่องดื่ม

ก่อนหน้านี้โรนัลโด้เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่พอใจที่เห็นลูกชายของเขาดื่มน้ำอัดลม รวมถึงพวกขนมขบเคี้ยว และช็อกโกแลต เพราะรู้สึกว่าไม่ดีต่อสุขภาพ และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความเคร่งครัดในเรื่องสุขภาพของเขา

ระหว่างที่ทำการแถลงข่าวก่อนเกมพบฮังการี ซึ่งบนโต๊ะแถลงข่าวก็มีการจัดวางเครื่องดื่มน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งไว้บนโต๊ะตามปกติ โรนัลโด้ได้ขยับเอาขวดโคลาทั้งสองขวดลงจากโต๊ะ พร้อมหยิบน้ำเปล่าชู และพูดเป็นภาษาโปรตุเกสว่า agua ซึ่งแปลว่า น้ำเปล่า ให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาต้องการจะดื่มอะไร

แหล่งข่าวหลายสำนักต่างพูดถึงนักเตะคนนี้เป็นเสียงเดียวกัน ถึงการกระทำของเขา ที่เกิดการสลับขวดน้ำกระทันหัน จากการแถลงข่าว คริสเตียโน โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุกีส ทำหุ้นของโคคา-โคลา ร่วงลงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ หลังจากที่เขาขยับขวดน้ำอัดลมออกจากโต๊ะแถลงข่าว และบอกให้ทุกคนดื่มน้ำเปล่า

โรนัลโด้ ดาวยิงจากยูเวนตุส กลายเป็นไวรัลดังตั้งแต่เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่เขาเห็นขวดโคคา-โคลา ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของการแข่งขันยูโร 2020 วางอยู่บนโต๊ะแถลงข่าว จึงได้ขยับขวดดังกล่าวออก และชูน้ำเปล่า เพื่อบอกให้ทุกคนหันมาดื่มน้ำเปล่า

พฤติกรรมดังกล่าว Marca สื่อชื่อดังในประเทศสเปน รายงานว่าส่งผลให้หุ้นของโคลา-โคลา ร่วงลงจาก 56.10 ดอลลาร์ เป็น 55.22 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้มูลค่าโดยรวมของบริษัทโคลา-โคลา ลดลงจาก 242 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 238 พันล้านดอลลาร์ หรือหายไปถึง 4 พันล้านดอลลาร์ในทันที

หลังจากที่การแถลงข่าวเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ทำให้ข่าวนี้กลายเป็นข่าวดังระดับโลกกันเลยทีเดียว เนื่องจากหุ้นของสปอนเซอร์รายนี้ ดิ่งลงเยอะกว่ามาก แค่เพียงเพราะเขาขยับขวด โลกก็เปลี่ยนไปในพริบตาเห็นซะได้

จากการกระทำดังกล่าวทำให้ส่งผลเสียเชิงลบต่อแบรนด์ โคคา-โคล่า ทันทีจากการรายงานของ มาร์ก้า สื่อยักษ์ใหญ่แดนสเปน โดยสื่อเจ้าดังอ้างว่าหลังคลิปดังกล่าวได้มีการนำเสนอไปทั่วโลกเพียงแค่ 30 นาที ราคาหุ้นของ โคคา-โคล่า ก็ตกฮวบอย่างน่าใจหาย

ทันทีที่ตลาดหุ้นในยุโรปเปิดตัวในเวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) หุ้นของบริษัท โคคา-โคล่า ในตลาด ลดลงมากถึง 1.6 เปอร์เซ็นต์ จากมูลค่า 2420,000 ล้านเหรียญ ลดลงเหลือ 238,000 ล้านเหรียญ ขาดทุนไปถึง 4 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 124 แสนล้านบาท) เลยทีเดียว

ที่ผ่านมา โรนัลโด้ เคยออกมาพูดถึงการไม่ชอบเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาล โดยเผยว่ามักมีปัญหากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของเขา บางครั้งผมก็มีปัญหากับเขา เพราะเขาชอบดื่มน้ำอัดลม ผมทะเลาะกับเขาตอนที่กินมันฝรั่งทอด ซึ่งเขารู้ว่าผมไม่ชอบมัน

ทางด้าน โคคา-โคล่า แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของโลก ยังไม่ได้มีการออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับท่าทางของ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตัวสินค้า แต่เชื่อว่าพวกเขาไม่น่าจะมีความสุขกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพวกเขาถือเป็นสปอนเซอร์หลักในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาตั้งแต่ปี 1988 แล้ว

สำหรับ โรนัลโด เป็นที่รู้กันว่าเป็นนักกีฬาที่ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดีมาก กินอาหารคลีนเพื่อยืดอายุอาชีพนักเตะออกไปให้นานที่สุด โดยไม่นานนี้ โรนัลโด ก็เคยบ่นลูกชายวัย 10 ขวบ ที่บางครั้งก็ดื่มน้ำอัดลมและกินขนมขบเคี้ยวซึ่งทำให้เขาหงุดหงิดนิดหน่อย

ต่อมาหลังจากที่เป็นนักกีฬาสายสุขภาพแล้ว นัดก่อนหน้านี้คริสเตียโน โรนัลโด สร้าง 5 สถิติสำคัญ หลังทำ 2 ประตูให้ โปรตุเกส ปูพรมถล่ม ฮังการี 3-0 ประเดิม 3 แต้ม ในศึกยูโร 2020

ถัดมาหลังเกมฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก กลุ่มเอฟ ซึ่ง โปรตุเกส แชมป์เก่า สอนบอล ฮังการี หนึ่งใน 11 ชาติเจ้าภาพร่วม เอาชนะไป 3-0 ประเดิม 3 แต้มแรก ขึ้นเป็นทีมนำของกลุ่มเหนือ ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าที่เฉือนชนะ เยอรมนี 1-0

ในเกมนี้มีแฟนบอลเข้ามาเชียร์แทบจะเต็มความจุของ ปุสกัส อารีน่า ราว 67,000 คน โดยรัฐบาลของประเทศฮังการี

ได้มีการอนุญาตให้กองเชียร์เข้ามาเต็มความจุของสนามได้ แต่ต้องผ่านมาตรการตรวจเชื้อโควิด-19 และทุกคนในสนามต้องผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 โดส

กุนซือมาร์โก รอสซี นำทัพมาโดย อดัม ซาลาย กองหน้ากัปตันทีมตัวเก่ง, ปีเตอร์ กูลาคชี, อันดราส เชเฟอร์, โรแลนด์ ซัลลาย ขณะที่ โปรตุเกส ของเฮดโค้ชเฟร์นานโด ซานโตส นำทัพมาโดย 3 ประสานแดนหน้า อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, แบร์นาร์โด ซิลวา และดิเอโก โชต้า โดยมี บรูโน่ แฟร์นันเดส บัญชาเกมแดนกลาง

ต่อมาคริสเตียโน โรนัลโด ที่เหมาคนเดียว 2 ประตูในช่วงท้ายเกมจากจุดโทษนาทีที่ 87 ปิดท้ายด้วยจังหวะเกี่ยวบอลหลบผู้รักษาประตูแล้วยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้นในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 ก็ได้สร้างสถิติใหม่ขึ้นมาถึง 5 อย่างด้วยกัน คือ

  • ทำประตูมากที่สุดในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบสุดท้าย ด้วยผลงาน 11 ประตู แซงหน้า มิเชล พลาตินี ตำนานทีมชาติฝรั่งเศสที่เคยทำไว้ 9 ประตูในยูโร 1984
  • เพิ่มสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติโปรตุเกสเป็น 106 ประตู (อันดับ 2 เปโดร เปาเลตา 47 ประตู) มีลุ้นทำลายสถิติยิงประตูมากที่สุดในเกมทีมชาติของ อาลี ดาอี (อิหร่าน) 109 ประตู
  • ผู้เล่นคนแรกที่ทำประตูในศึกยูโร รอบสุดท้าย 5 สมัยติดต่อกัน
  • ผู้เล่นคนแรกที่ลงสนามในศึกยูโร รอบสุดท้าย 5 สมัย
  • ลงเล่นในศึกยูโร รอบสุดท้าย มากที่สุด (12 นัด)

ส่วนนัดที่ 2 กลุ่มเอฟ แข่งขันวันที่ 19 มิถุนายนนี้ โปรตุเกส จะปะทะ เยอรมนี ส่วน ฮังการี จะพบ ฝรั่งเศส