โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021

โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021

โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021

โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021

โควิด19ช่วงฟุตบอลยูโร2021 นายฮอร์สต ซีโฮเฟอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี แถลงว่า ดูเหมือนสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) จะพิจารณาเหตุผลในทางธุรกิจเป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรสำคัญกว่าสุขภาพประชาชน การอนุญาตให้การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ มีผู้ชมได้มากถึง 60,000 คน ย่อมทำให้โควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตากระจายไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นัดที่อังกฤษเตะกับสกอตแลนด์เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ชาวสกอตเข้ามาลอนดอนหลายพันคน ในจำนวนนี้เกือบ 2,000 คนที่เข้าชมการแข่งขันเสี่ยงติดโควิดสูง ส่วนชาวฟินแลนด์ที่เชียร์ทีมตนเองแข่งยูโร 2020 ก็ติดโควิดอย่างน้อย 300 คน ขณะนี้อัตราการติดเชื้อรายวันในฟินแลนด์เพิ่มจากราววันละ 50 คน เป็นวันละกว่า 200 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา และตัวเลขน่าจะเพิ่มขึ้นเร็ว

สำหรับนัดอังกฤษ-สกอตแลนด์นั้น ยูฟ่าประกาศผ่านเว็บไซต์ว่าผู้ชมควรปิดปากและจมูกตลอดเวลาที่อยู่ในสนามเวมบลีย์ ยกเว้นมีเหตุผลทางการแพทย์ จะถอดออกได้ก็ต่อเมื่อรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเท่านั้น

สัปดาห์ก่อน ทางการรัสเซียกล่าวโทษว่าสายพันธุ์เดลตาทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตพุ่งขึ้นอีกครั้งในเมืองใหญ่ของประเทศ รวมทั้งเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่มีกำหนดเป็นเจ้าภาพรอบ 8 ทีมสุดท้ายในวันนี้ (2 ก.ค.)

ส่วนระเบียบการชมโดยรวมของยูฟ่า ได้แก่ บังคับสวมหน้ากากทั้งในและรอบสนาม เว้นระยะห่าง 1.5 เมตร นั่งตามหมายเลขที่นั่งที่กำหนดไว้บนบัตรเข้าชม ล้างมือและทำความสะอาดมือด้วยเจลที่จัดไว้ในสนาม หลีกเลี่ยงการจับมือ ไฮไฟว์ กอด และสัมผัสใกล้ชิด ช่วงพักครึ่งควรนั่งอยู่กับที่ ออกจากที่นั่งให้น้อยที่สุด คนที่ไม่สบายหรือมีอาการโควิดไม่ควรมาสนาม ทั้งนี้ สนามแข่งทั้ง 11 แห่งอาจมีข้อกำหนดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไป

ข้อห้ามอื่นๆ ในสนามเช่น ต้องนั่งห่างกัน 1 เมตร มาถึงภายใน 30 นาที หลีกเลี่ยงการกอด แตะมือไฮไฟว์ หรือสัมผัสใกล้ชิดกับคนอื่นๆ ม่เพียงเท่านั้นการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดันก็เล่นเอาผู้ชมทีวีโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่เห็นภาพการแข่งขันวันแรก (จันทร์ 28 มิ.ย.) ผู้ชมนั่งกันเต็มสนามโดยไม่สวมหน้ากาก ที่ชวนย้อนแย้งมากคือเมื่อผู้ชมพากันปรบมือให้กับเดมซาราห์ กิลเบิร์ต นักวิทยาศาสตร์ผู้อยู่เบื้้องหลังวัคซีนโควิดของออกซ์ฟอร์ด ทั้งๆ ที่ผู้ชมการแข่งขันนั่งติดกันโดยไม่สวมหน้ากาก

ต่อมามีข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด โควิด 19 ช่วงฟุตบอลยูโรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากประเทศต่าง ๆที่แฟนบอลพากันไปรับชมที่สนามอย่างสนุกสนาน การแข่งขันฟุตบอลยูโร ซึ่งทีมชาติสกอตแลนด์ ลงเตะรอบแรก พบกับ อังกฤษ ที่สนามเวมบลีย์ ลอนดอน แม้ในสนามจะไม่ได้เปิดให้ผู้ชมเข้าเต็มความจุ แต่พฤติกรรมของกองเชียร์แทบไม่มีการเว้นระยะห่าง การใส่หน้ากากอนามัย และใช้ชีวิตเหมือนปกติในการร้องรำทำเพลงเชียร์ฟุตบอลสุดเหวี่ยง ล่าสุดรายงานข่าวระบุว่า สาธารณสุขสก๊อตแลนด์พบ ผู้ป่วยโควิดรายใหม่สองในสามจาก 1,991 ราย ได้บอกว่าพวกเขาเดินทางลงมาลอนดอนเพื่อชมเกม

ยูโร 2020 – สกายสปอร์ตรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข สกอตแลนด์ เปิดเผยรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศสกอตแลนด์ กว่า 2 ใน 3 จากจำนวน 2,000 เคส มีส่วนเชื่อมโยงการติดเชื้อจากการเข้าไปรับชมการแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2020 ที่ประเทศอังกฤษ

ทั้งนี้หลายๆฝ่าย แสดงความกังวลถึงการจัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร รอบรอง และ รอบชิงฯ ที่เวมบลีย์ จะกลายเป็นคลัสเตอร์แพร่เชื้อครั้งใหญ่ในอังกฤษ และในยุโรปต่อไป โดยเฉพาะปัญหาโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดหนักในเวลานี้

ขณะเดียวกันอีก 55 รายพบติดเชื้อในลานแฟนโซน ในเมืองกลาสโกว์ ขณะที่อีก 38 คนติดเชื้อจากเกมสกอตแลนด์ พบ โครเอเชีย และ อีก 37 คนจากเกม สกอตแลนด์ พบ เช็ก ที่แฮมป์เดนปาร์กนั่นเอง

ถึงแม้ว่าสีสันของกองเชียร์ใน ยูโร 2020 จะยังคงมีให้เห็น เพราะสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป(ยูฟ่า) อนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมเกมใน 11 สนามเจ้าภาพได้ตามจำนวนที่เหมาะสม แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากการเดินทางไปมาของแฟนบอลทั่วยุโรปในยูโรครั้งนี้ก็เริ่มแผลงฤทธิ์กันแล้ว เกมเตะกลุ่มบี ที่เดนมาร์กแพ้เบลเยียม 1-2 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ปาร์เกน สเตเดียม ประเทศเดนมาร์ก มีแฟนบอลถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จำนวนหนึ่ง จากการตรวจหาเชื้อ 4,000 คน โดยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธ์เดลต้า หรือสายพันธ์อินเดีย 3 คน

สิ่งที่น่าห่วง คือ ตอนนี้โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในยุโรปแทนที่สายพันธุ์อัลฟ่า หรือสายพันธุ์อังกฤษ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป เปิดเผยว่า สายพันธุ์เดลต้ากำลังเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในยุโรป และคาดว่าจะมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แทนที่สายพันธุ์อัลฟ่าในเดือนสิงหาคม

มีรายงานว่าในวันที่ 25 มิถุนายน มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 นับเฉพาะในเมืองเซ้นต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ถึง 107 คน ในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ถือเป็นสถิติจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเมืองนั้นๆ ต่อ 1 วัน

ตั้งแต่ที่มีการระบาดของเชื้อมากว่า 1 ปี ถ้ามองภาพสถิติผู้เสียชีวิต ในวันที่ 25 มิถุนายน รวมทั้งประเทศรัสเซีย มีจำนวน 619 ราย เป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีที่แล้ว

ส่วนเซ้น ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดียม ที่ประเทศรัสเซีย มีจำนวนผู้ติดเชื้อจากการไปเชียร์เกมจำนวนมาก โดยเฉพาะแฟนบอลฟินแลนด์ที่ข้ามแดนไปเชียร์ทีมในเกมที่แพ้เบลเยียม เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน หลังจากเดินทางกลับเข้าประเทศตัวเองแล้ว ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อจำนวนหนึ่ง

ไม่ใช่แค่แฟนบอล แม้แต่ในแคมป์ทีมชาติต่างๆ ก็ยังมีผู้ติดเชื้อ บิลลี่ กิลมอร์ กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ ถูกตรวจพบผลเป็นบวก จนต้องกักตัวเพื่อรักษาอาการ ส่วนสกอตแลนด์ก็ตกรอบแบ่งกลุ่มไปแล้ว ทำให้การควบคุมไม่น่าห่วง ในแคมป์ทีมชาติอังกฤษ มีนักข่าวจาก สกาย สปอร์ตส ติดเชื้อ ทำให้ทีมงานของสกาย สปอร์ตสต้องถอนทีมออกจากเซ้นต์เจมส์ ปาร์ก สถานที่เก็บตัวของทีมสิงโตคำรามทันที

จำนวนผู้ติดเชื้อคงไม่จบแค่ในสองสนามที่รัสเซียและเดนมาร์ก เพราะการแข่งขันยังเหลืออีกเกือบครึ่งเดือน เกมเตะรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศ ที่จะไปเตะที่เวมบลีย์ สเตเดียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ รัฐบาลอังกฤษอนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมได้ถึง 60,000 คน ถือเป็นจำนวนแฟนบอลที่เข้าสนามในอังกฤษได้มากที่สุดในรอบ 15 เดือน

ไม่ใช่แค่ยูโรเท่านั้นที่อังกฤษอนุญาตให้แฟนเข้าสนามได้จำนวนมาก แต่การแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ ทั้งเทนนิสแกรนด์สแลม “วิมเบิลดัน” และคริกเก็ตรายการนานาชาติ ก็ให้มีผู้ชมจำนวนมากได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นนโยบายนำร่องเพื่อเปิดให้แฟนเข้าชมกีฬาอื่นๆ ได้จำนวนมากในเร็วๆ นี้

รัฐบาลเยอรมนีมีข้อบังคับว่า ทุกคนที่เดินทางกลับออกจากอังกฤษเพื่อเข้าเยอรมนีจะต้องกักตัว 14 วัน ให้แน่ใจว่าไม่ติดเชื้อก่อนถึงจะอนุญาตให้ใช้ชีวิตตามปรกติได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล ก็อยากให้ทุกประเทศในยุโรปใช้กฎนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้าด้วย

ลขาธิการกระทรวงดิจิตอล วัฒนธรรม สื่อมวลชนและกีฬา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า อังกฤษทำงานอย่างใกล้ชิดกับยูฟ่าและสมาคมฟุตบอลเพื่อวางมาตรการที่ปลอดภัยที่สุดในการอนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมเกมในสนามได้ 

แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในเบอร์มิงแฮมเพียงเมืองเดียวของยุโรป แต่ยังมีอีกหลายสถานที่ทั่วยุโรปไม่น่าคิดมากว่าหลังจบยูโร 2020 ไปแล้ว สถานการณ์โควิด-19 ในยุโรปจะเป็นอย่างไร เพราะขนาดว่าผ่านไปครึ่งทางยังดูไม่น่าไว้ใจ