แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020

แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020

แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020
แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020

แอโร่ซอฟท์ เกาะกระแสยูโร2020 “แอโร่ซอฟท์ ” เชียร์ยูโร เพลงประกอบโฆษณาคั่นระหว่างพักการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ติดหูแฟนบอลชาวไทยไปแล้ว หลัง “โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดในประเทศไทย จึงควงแบรนด์รองเท้าลำลองยึดสปอนเซอร์โฆษณาเต็มสูบ สินค้าอื่นหมดหวังร่วมเกาะกระแส

เป็นอีกปีที่มหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างการแข่งขัน “ฟุตบอลยูโร 2020” หรือ EUFA EURO2020 ค่อนข้างเงียบเหงา ในเชิงธุรกิจการตลาดและโฆษณา เมื่อนิติบุคคล นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหาร บริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์รองเท้า      “แอโร่ซอฟท์ คว้าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ ร่วมกับ นายพงศ์กวิน           จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึง “ทรูวิชั่นส์

เดิมคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงภาคธุรกิจในห่วงโซ่กีฬาฯคาดว่าประเทศไทย “โดนเท” ไม่มีฟุตบอลยูโรดูแน่นอน ทำให้การเจรจาซื้อขายแพ็คเกจโฆษณาต้องเงียบกริบ ทว่า ก่อนการแข่งขัน “โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” สร้างเซอร์ไพรส์ปิดดีลเกือบ 300 ล้านบาท นำสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 51 แมตช์ ให้คนไทยดูผ่านช่อง NBT แบบ “ฟรีๆ

แมตช์เปิดสนาม และคู่เดือด “อังกฤษ VS โครเอเชีย” ผ่านไป คนดูอาจเห็นเพียง โฆษณารองเท้าลำลองแอโร่ซอฟท์ ที่เป็นไวรัล แฟนบอลคงจำเพลงติดหูและร้องได้แล้ว ส่วนโฆษณาอื่น “อด” ทั้งที่อยากเข้า

ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จำกัด หรือเอ็มไอ ฉายภาพว่า ปกติเมื่อมีมหกรรมกีฬาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลก โอลิมปิก การใช้จ่ายเงินโฆษณาจะสะพัดหลัก  พันล้านบาท  เพราะสินค้ามากมายต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมทำแคมเปญการตลาดเกาะกระแส เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม โซดา เครื่องดื่มชูกำลัง รถยนต์ อาหาร ขนมขบเคี้ยว(สแน็กค่ายมือถือ  ที่ล้วนเป็นสินค้าและบริการ “ไข่แดง” ในตลาดทั้งสิ้น

ทว่า ฟุตบอลยูโร 2020 แตกต่างออกไป เมื่อเอเยนซี่ แบรนด์สินค้าคาดการณ์ว่าไทยจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดให้แฟนบอลได้ดู จึงไม่มีแผนสื่อสารการตลาด แต่ทันทีที่รู้ว่าเกิดดีล ทุกแบรนด์ต่างหาช่องทางในการเจรจาสอบถาม “แพ็คเกจราคา” ที่ลูกค้าสามารถจ่ายได้ แต่ยังไร้คำตอบ

เอเยนซี่มีเม็ดเงินโฆษณาก้อนหนึ่งที่พร้อมจะใช้จ่ายฟุตบอลยูโร 2020 อยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการทำคอมเมอร์เชียลของการถ่ายทอดสด

กรณีที่แบรนด์อื่นไม่สามารถโฆษณาได้เช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เพราะฟุตบอลโลก 2018 จัดขึ้นที่รัสเซีย ประเทศไทยคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสด แต่การโฆษณาจำกัดแค่ “ผู้สนับสนุนหลัก” หรือสปอนเซอร์ 9 รายเท่านั้น ขาประจำ ขาจรอื่นๆจึงหมดสิทธิ์โดยปริยาย ส่วนแพ็คเกจในอดีตมีทั้งหลัก “ร้อยล้าน” และ “สิบล้านบาท” ตามสัดส่วนที่ลงขันไป

ทั้งนี้ ฟุตบอลยูโร 2020 ที่ถ่ายทอดสดตามเวลาในประเทศไทย ถือว่าเป็นจังหวะดี เพราะการฟาดแข้งเริ่มตั้งแต่ 20.00 ไปจนถึง 02.00 แม้จะเป็นห้วงที่คนทั้งโลกเจอวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 แต่พฤติกรรมการ อยู่บ้านทำงานที่บ้าน ทำให้คอแฟนจัดบริหารจัดการเวลาได้เอง บางคนจึงดูการแข่งขันลากยาวทุกแมตช์ได้ และในการรับชมสิ่งที่ตามมาคือการบริโภคสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ขนมเคี้ยว เครื่องดื่มต่างๆ อานิสงค์ไม่ใช่แค่สินค้ามียอดขายเติบโต แต่  สื่อมีโอกาสโกยเงินสะพัด เพราะเอเยนซี่ ย่อมกระจายแคมเปญการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ผ่านมา 3 วัน การทำคอมเมอร์เชียลกับฟุตบอลยูโร 2020 ยังไม่มีความชัดเจน สิ่งที่สูญเสียเป็นเพียง “โอกาส” ของแบรนด์ และสื่อเท่านั้น ส่วนเงินที่จะพัดในมหกรรมกีฬานี้อาจอยู่ในกรอบวงเงินที่ประมูลมาเกือบ 300 ล้านบาท และแบรนด์รองเท้าลำลองหรือรองเท้าแตะ แอโรซอฟท์” จะเป็นที่รับรู้แก่ผู้บริโภคเป้าหมายมากขึ้น จากที่ผ่านมาแทบไม่มีการทำตลาดเลย

ส่วนแบรนด์ที่เป็นสปอนเซอร์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มเบียร์  ไฮเนเก้น พันธมิตรกับฟุตบอลยูโรยาวนาน 25 ปี ได้คิกออฟโกลบอลแคมเปญ “Enjoy the Rivalry” แนวคิดสนุกกับการเป็นคู่แข่ง หรือ There’s Fun in the Rivalry มาสู่ประเทศไทย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับคอบอล และฐานแฟนของไฮเนเก้นที่มีถึง 17 ล้านคน โดยกิจกรรมที่จะทำมีทั้งเปลี่ยนพื้นที่โฆษณานอกบ้านขนาดใหญ่ 80 กว่าแห่งทั่วประเทศ นำข้อความเชียร์ของแฟนบอลแต่ละทีมมาขึ้นบนป้ายโฆษณา ส่วนผลิตภัณฑ์ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์ “ดาวแดง” บนขวดให้เป็น  ธงชาติยุโรป 25 ประเทศ  เป็นต้น

ขณะที่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า  ไฮเซ่นส์  ของจีนอีกหนึ่งพันธมิตรระดับโลกของฟุตบอลยูโร 2020 ได้ออกแคมเปญ “Hisense ช้อปสุดคุ้ม ลุ้นสุดมันส์!! เติมเต็มความสุขไปด้วยกัน Your Home Your Stadium” มาเอาใจแฟนบอล พร้อมขนสินค้ามาจัดโปรโมชั่น แจกรางวัลรวมมูลค่า 2.6 ล้านบาท แต่การสื่อสารตลาดเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาบนหน้าจอช่อง NBT

จากกรณีข้างต้น ทำให้เอเยนซี่ ต้องเกาะติดการทำแพ็คเกจโฆษณาของมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ  โตเกียว โอลิปิก 2020 ที่ยังลุ้นว่าจะจัดได้หรือไม่ แม้สิทธิ์การถ่ายทอดสดอยู่ในมือ “แพลนบี มีเดียแต่ความชัดเจนยังไม่เกิดขึ้น ทำให้แบรนด์สินค้าไม่สามารถวางแผนทำแคมเปญการตลาดได้

นอกจากความสุขที่คนไทยทั้งประเทศได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 อีกหนึ่งความบันเทิงที่แฟนบอลชาวไทยต่างได้รับชมและรับฟังจนติดหูกันแบบไม่รู้ตัว และเป็นที่พูดถึงในบรรดาพลเมืองชาวเน็ต คือบทเพลงคั่นเวลาโฆษณาระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020

เพลงเชียร์ยูโรของ Aerosoft 2020 ไปดูกันว่ากว่าเพลงนี้จะปล่อยออกมา มีกระบวนการอย่างไรกันบ้าง

ดนตรีสามช่าชวนขยับแข้งขา กับเสียงอันหนานุ่มของ ‘พลพล’ ที่พลิกแนวทางการร้องเพลงรักอบอุ่นที่เราเคยคุ้น บวกเนื้อเพลงอันเรียบง่ายวนซ้ำว่า

“เชียร์ยูโร… Aerosoft…เชียร์ยูโร

เชียร์ยูโร…Aerosoft…เชียร์ยูโร”

หลายคนคงคิดเห็นตรงกันว่าเป็นเพลงที่ฟังแล้วติดวนซ้ำอยู่ในหัว จนถึงขนาดมีการแสดงความเห็นทั้งหยอกล้อและแซวกันว่า “ฟังเพลงเสร็จอยากออกไปตลาดซื้อ Aerosoft มาใส่สักคู่” ขนาดนั้นทีเดียว…

อย่างที่เราทราบกันว่า หลังจากที่แทบจะไม่มีวี่แววว่าคนไทยจะได้ชมถ่ายทอดสดฟุตบอลทัวร์นาเมนต์นี้ในตอนแรก แต่ก่อนที่ฟุตบอลยูโรจะเริ่มไม่กี่วัน ถึงมีประกาศว่า ถ่ายทอดสดได้แล้วจ้า

โปรเจกต์การทำเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’ ตามชื่อของแบรนด์รองเท้า ‘แอโรซอฟต์’ (Aerosoft) ผู้สนับสนุนการถ่ายทอดสดนี้ จึงเริ่มต้นขึ้นจนกลายเป็นโปรเจกต์สายฟ้าแลบ

ที่ใช้เวลา 24 ชั่วโมงเพื่อทำเพลงดังกล่าวขึ้นมา

เราจะมารู้จักกับเบื้องหลังโปรเจกต์นี้ และเรื่องราวของชายผู้เสกสร้างเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’ เพลงฮิตติดหูประจำการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 นี้ด้วยกัน

เริ่มต้นที่เรื่องของเขาคนนี้ ที่อยากทำเพลงติดหูคนไทย  ปอ-ณัฐภูมิ รัฐชยากร

จากความฝันของเด็กชายคนหนึ่งจากจังหวัดชลบุรีที่ชื่อ ณัฐภูมิ รัฐชยากร หรือ ปอ ผู้รักเสียงดนตรีและคิดอยากจะทำเพลงตั้งแต่อยู่มัธยมฯ ต้น ที่โรงเรียนสิงห์สมุทร ความคิดอ่านของเด็กชายธรรมดาทั่วไปอาจจะเพียงอยากออกเทปหรือทำเพลงและเป็นศิลปิน แต่ความฝันของปอ เขายอมรับว่า นับตั้งแต่วันที่เขายังเป็นแค่เด็กนักเรียนมัธยมฯ ตัวเล็ก ๆ อยู่ที่สัตหีบ เขามองเห็นภาพตัวเองในใจว่า สักวันหนึ่ง เขาจะต้องทำเพลงฮิตติดหูคนไทยออกมาให้ได้

เวลา 26 ปีผ่านไป ฝันของเขาก็เป็นจริงขึ้นมากับเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’

แต่เส้นทางก่อนการได้ทำเพลงนี้ เขาฝ่าฟันลองผิดลองถูกและเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาจากหลากหลายที่ทำงาน ทั้งการทำงานใน เอเจนซีโฆษณา การเป็นผู้วางแผนสื่อ (Media planner) จนถึงการเปิดบริษัทออร์แกไนเซอร์เพื่อจัดทำงานอีเวนต์ด้วยตัวเอง มาจนถึงวันนี้เขาอยู่ในตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท Newspective และ Executive Producer Kit Music (ค่ายเพลงของปอที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว) ตอนนี้เขาเป็นนักธุรกิจและมีกลุ่มบริษัทที่ต้องดูแลเป็นของตัวเองมากมาย

แล้วเขามาเกี่ยวข้องกับการทำเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’ ได้อย่างไรกัน?

มันเริ่มจากการได้รับโทรศัพท์ตอนเวลาประมาณสองทุ่มของวันพฤหัสฯ ที่ 10 มิถุนายน 2564 ว่ามีลูกค้า (ซึ่งก็คือ Aerosoft นี่แหละ) ต้องการทำโฆษณาเพื่อประกอบการถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2020 ปอมีเวลาเพียง 10 นาทีเพื่อคิดคอนเซปต์เสนอลูกค้าในขณะนั้น เขาจึงคิดคอนเซปต์คร่าว ๆ และเสนอไอเดียหลักว่า ‘จะต้องทำเพลง (ขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ)’ ซึ่งลูกค้าก็เห็นดีด้วยกับคอนเซปต์ที่เขาเสนอ

แต่การถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 คู่แรกอิตาลี – ตุรกี จะเกิดขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564 (เวลาตีสองของคืนนั้น นับเป็นเช้ามืดของวันที่ 12 มิถุนายน 2564) ก็เท่ากับว่า ‘เพลง’ ที่ปอจะทำจะต้องทำให้สำเร็จให้ออกอากาศทันภายใน 24 ชั่วโมง

คำถามสำคัญคือ ในระยะเวลาที่มีอย่างจำกัด จะทำงานนี้สำเร็จได้อย่างไร?

“ผมคิดว่าธรรมะจัดสรรให้ครับ” ปอเล่าว่าทุกสายที่เขาโทรฯ ไปหา ทั้งคุณต้น-ไตรสิทธิ์ มีสมศัพย์ คนที่เขียนเนื้อและทำนองที่ผมโทรฯ ไปหาเขาตอนตี 2 (ของวันที่ 11 มิถุนายน 2564 หรือหลังจากที่ได้รับบรีฟงานไม่กี่ชั่วโมง) ให้ลุกขึ้นมาแต่งเพลงให้ผม หรือจะเป็น แบงค์-จุฑาคุณ รังสรรค์ โปรดิวเซอร์ของเพลงนี้ที่สู้กันมาทั้งคืนจนถึงเช้าตรู่ของอีกวัน ทุกคนล้วนแต่เต็มที่ เต็มกำลัง พร้อมทุ่มแรงทั้งหมดที่มีสร้างเพลงนี้ออกมาให้ได้ภายในเวลาอันจำกัด”

เมื่อเนื้อร้อง ทำนอง ดนตรีพร้อม สิ่งสำคัญถัดไปคือนักร้อง ใครจะมาเป็นผู้ร้องเพลงสามช่า จังหวะโจ๊ะถึงใจ เข้าถึงได้ทุกคน (ภายในเวลาอันเร่งด่วนขนาดนี้ได้) ปอบอกว่า เขาคิดถึงหน้าคนอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น คือ พลพล พลกองเส็ง

ไม่ถึง 20 ชั่วโมง ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์นี้กำลังจะเริ่มขึ้น เช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564 ปอต่อสายตรงอย่างเร่งด่วนไปยังพลพล ซึ่งแน่นอนว่าพลพลตอบตกลง แต่ด้วยความเร่งรีบของงาน คงจะมีเซอร์ไพรส์เล็กน้อยเมื่อได้ทราบว่าเขาต้องไปอัดเพลงนี้ในบ่ายวันนั้นเลย เวลาประมาณบ่ายโมงครึ่งของวันนั้น ทีมงานได้ไปเจอกันที่ห้องอัดย่านทาวน์อินทาวน์

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป พลพลก็จัดแจงร้องเพลงนี้ให้สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างถูกใจทีมงาน พร้อมประโยคที่ว่า “ไม่เคยร้องแบบนี้เลยครับ” ซึ่งอาจจะหมายความถึงว่าเขาไม่เคยร้องเพลงสามช่าในแนวทางนี้มาก่อน

รับโจทย์จากลูกค้า-เขียนเนื้อ ทำนอง ร้องและเล่นดนตรีเป็นแนวทางเพื่อเป็นเดโม- ส่งไปให้ลูกค้าอนุมัติ- แก้ไขหน้างาน-ติดต่อนักร้อง-ไปร้องที่ห้องอัดจริง-ทีมงานทำภาพวิดีโอประกอบเพลง กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นประมาณบ่ายสองโมงของวันที่ 11 มิถุนายน 2564 เพื่อที่จะส่งให้ทางสถานีโทรทัศน์พิจารณาตอนบ่ายสามโมง และออกอากาศในคืนนั้น เรียกได้ว่านี่คือโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงอย่างแท้จริง

ภายใต้เวลาอันจำกัด พวกเขาทำได้! รู้สึกอย่างไรกับกระแสตอบรับเมื่อเพลง ‘เชียร์ยูโร Aerosoft 2020’ ได้ถูกปล่อยออกไป? ปอตอบว่า

“Aerosoft เขาทำเรื่องที่ดีให้คนไทย ให้คนไทยทั้งประเทศมีความสุขได้ดูบอล เราเป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ เท่านั้นเองครับที่จะตอบแทนเขา (Aerosoft) บ้าง”

แล้วถ้ามีคนมาจ้างให้ทำงานแบบนี้อีกภายใน 24 ชั่วโมง ยังสนใจอีกไหม?

“ถ้าใจไม่ได้ จ่ายมาอีกเป็นพันล้าน ผมก็ไม่ทำครับ”ณัฐภูมิ รัฐชยากร

เป็นไงกันบ้างครับ ได้อ่านกันแล้วรู้สึกอย่างไร ชอบเพลงนี้มั้ย คอมเม้นต์มาคุยกันนะครับดูฟุตบอลให้สนุกนะครับ สวัสดีทุกท่าน!

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *