โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คือศูนย์หน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดของโลกในช่วงขวบปีที่ผ่านมาเพราะหลักฐานมันเห็นชัดเจนอยู่แล้ว ด้วยจำนวนประตู และความสำเร็จที่เจ้าตัวคว้ามาครอง

ในฤดูกาล 2019-20 ที่ผ่านมา ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ถึง 55 ประตูจากการลงสนาม 47 นัดรวมทุกรายการ โดยเป็นผลงานในบุนเดสลีกาถึง 34 ลูก ซึ่งเป็นสถิติการทำประตูใน 1 ซีซั่นได้มากที่สุดในชีวิตของเขา

“เลวาน” ยังเป็นกำลังสำคัญอันดับหนึ่งในการพา บาเยิร์น มิวนิค กวาดทริปเปิ้ลแชมป์ฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการปลดล็อคคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาเอง

ความพิเศษมันอยู่ตรงที่ทั้ง 3 แชมป์ใหญ่ของเสือใต้ ไม่ว่าจะเป็นบุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ชื่อของ เลวานดอฟสกี้ คือเจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทุกรายการ โดยพ่วงตำแหน่งผู้เล่นที่แอสซิสต์มากที่สุดของ UCL ซีซั่นที่แล้ว (6 ลูก) ร่วมกับ อังเคล ดิ มาเรีย ของ เปแอสเช เข้าไปด้วย

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่าและฟีฟ่า ได้รับการโหวตจากเพื่อนร่วมอาชีพให้ติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของฟิฟโปร และถูกแฟนบอลโหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีจากเกม FIFA 21

เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา “เลวานโกลสกี้” เพิ่งช่วยให้ บาเยิร์น คว้าแชมป์สโมสรโลกที่ประเทศกาตาร์มาครอง โดยที่เจ้าตัวคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

ส่วนสถิติล่าสุดในฤดูกาล 2020-21 เขาซัดไปถึง 29 ประตู จากการลงสนาม 28 นัดรวมทุกรายการ ถือว่ายิงได้มากกว่าจำนวนนัดที่ได้ลงสนามเสียอีก

ปัจจุบัน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ อายุ 32 ปี แน่นอนว่าเขาไม่ใช่นักเตะที่เพิ่งมาดังทีหลัง แต่เจ้าตัวรักษามาตรฐานการถล่มประตูเป็นกอบเป็นกำมานานนับทศวรรษแล้ว

ตั้งแต่ฤดูกาล 2011-12 จนถึงปัจจุบัน ไม่มีซีซั่นไหนที่ เลวานดอฟสกี้ ยิงรวมทุกรายการได้น้อยกว่า 20 ประตู

และหากไปย้อนดูผลงานของเขาในช่วง 5 ซีซั่นก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยยิงรวมทุกถ้วยน้อยกว่าฤดูกาลละ 40 ลูก เป็นดาวซัลโวสูงสุดบุนเดสลีกามา 3 ปีติดต่อกัน

และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ฤดูกาล 2020-21 เขาก็น่าจะยิงได้มากที่สุดในลีกเมืองเบียร์ได้อีก เพราะตอนนี้ซัดไปแล้ว 24 ประตู ส่วนคนอื่นๆ ยังไม่มีใครยิงได้แตะหลัก 20 ลูกเลยสักคน

ณ เวลานี้ เลวานดอฟสกี้ ครองสถิตินักเตะที่ยิงประตูในบุนเดสลีกามากเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ เป็นอันดับ 1 สำหรับชาวต่างชาติของลีกเยอรมัน รวมทั้งเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติโปแลนด์อีกด้วย

ขณะที่สถิติการทำประตูในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลวานดอฟสกี้ ก็ยิงได้น้อยกว่า 2 ซูเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ เท่านั้น บ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้เก่งแค่ในบุนเดสลีกาเพียงอย่างเดียว

เคล็ดลับของสถิติการยิงถล่มทลาย ก็คือรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพราะหากไปดูจำนวนเกมที่เจ้าตัวลงสนาม แทบทุกฤดูกาลเขาจะต้องได้ลงเล่นไม่น้อยกว่า 45 นัด

บางคนอาจมองว่าการยิงประตูในลีกเยอรมันคือเรื่องง่าย แต่ความเป็นจริงก็คือ นอกเหนือจาก เลวานดอฟสกี้ แล้ว ไม่มีศูนย์หน้าคนไหนเลยที่ยืนระยะทำผลงานระดับสูงได้เท่าเขา ตลอดช่วง 10 ปีหลังสุด

ในเดือนพฤศจิกายน 2020 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ไปให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Goal.com เอาไว้หลังจากคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า โดยชี้ว่าความกระหายชัยชนะอยู่เสมอ คือเคล็ดลับของการทำผลงานระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง

เขาบอกว่า “ตราบใดที่คุณเล่นฟุตบอล คุณต้องหิวกระหายอยู่เสมอ การขึ้นสู่จุดสูงสุดมันเป็นเรื่องยากแล้ว แต่การคงอยู่ที่จุดสูงสุดให้ได้มันยากยิ่งกว่า”

ชาวโปแลนด์ส่วนใหญ่มักมีชื่อที่อ่านยาก ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติอย่าง วอยเชียค เชสนี่ หรือ 2 ดาวยิงคนดังทั้ง คริสตอฟซ์ ปิออนเต็ค และ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ล้วนมีชื่อหน้าที่สะกดด้วยตัวอักษรไม่เหมือนชื่อยอดฮิตของชาวยุโรปชาติอื่นๆ

แต่ คริสตอฟ เลวานดอฟสกี้ คุณพ่อบังเกิดเกล้าของหัวหอกตัวเก่งทีมเสือใต้ ตั้งชื่อลูกชายของเขาง่ายๆ ว่า “โรเบิร์ต” ด้วยเหตุผลที่ว่า มันจะเป็นชื่อที่จดจำได้ง่ายขึ้น เมื่อออกไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่ต่างประเทศ

ครอบครัวของ เลวานดอฟสกี้ ล้วนเป็นนักกีฬา โดยคุณพ่ออย่าง คริสตอฟ คืออดีตแชมป์ยูโด และเคยเป็นนักเตะที่ค้าแข้งในดิวิชั่น 2 ของโปแลนด์ ส่วนคุณแม่อย่าง อิโวน่า ก็เป็นอดีตนักวอลเลย์บอลหญิง

แม้แต่ แอนนา เลวานดอฟสก้า ซึ่งเป็นภรรยาของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก็ยังเคยเป็นอดีตนักคาราเต้ดีกรีเหรียญทองแดงในการแข่งขันชิงแชมป์โลกเมื่อปี 2009

นั่นทำให้ตลอดชีวิตของ เลวาน เต็มไปด้วยความคุ้นเคยในเรื่องของการแข่งขัน และวางตัวเพื่อเป็นนักกีฬามืออาชีพโดยเฉพาะ

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ โดยเข้าร่วมสโมสรท้องถิ่นที่ชื่อ ปาร์ตีซานท์ เลสซ์โน่ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ เอ็มเคเอส วาร์โซเวีย วอร์ซอว์ ในปีถัดมา และพัฒนาฝีเท้าที่นั่นจนกระทั่งถึงวัยรุ่น

ในปี 2005 เด็กชายโรเบิร์ตวัยเพียง 17 ปี ได้เล่นฟุตบอลให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกให้กับสโมสรระดับดิวิชั่น 4 ของโปแลนด์อย่าง เดลต้า วอร์ซอว์ ก่อนที่พรสวรรค์อันน่าจับตามอง จะทำให้เขาได้ย้ายไปร่วมทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง ลีเกีย วอร์ซอว์ ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี

ช่วงเวลาที่ย้ายไปเล่นให้สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ลีเกีย วอร์ซอว์ ถือว่า เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

คุณพ่อของเขาต้องจากโลกนี้ไปตอนที่เขาอายุยังไม่ครบ 18 ปี ขณะที่เจ้าตัวต้องเจอปัญหาบาดเจ็บที่เข่าอย่างรุนแรง จนหมดอนาคตที่จะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

อย่างไรก็ตามในปี 2006 สโมสรเล็กๆ อย่าง ซนิช พรุสซ์คอฟ จ่ายเงินค่าตัวเพียง 1,000 ปอนด์ซื้อตัวเขามาปั้นในลีกรอง และจ่ายค่าจ้างให้แค่เดือนละ 230 ปอนด์เท่านั้น

ซึ่งหากเทียบกับรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่หลายๆ คน ถือว่าค่าเหนื่อยของ เลวาน น้อยกว่าคนอื่นประมาณ 3 เท่า

แต่รายได้ไม่ใช่ตัวตัดสินคุณค่าของคนเสมอไป เพราะในฤดูกาล 2006-07 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ฉายแววสุดยอดดาวยิงด้วยการซัดให้ พรุสซ์คอฟ ไปถึง 15 ประตูจากการลงสนามเกมลีก 27 นัด พาสโมสรเลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 3 ขึ้นสู่ดิวิชั่น 2 ได้ทันที

ซีซั่น 2007-08 เลวาน ยังฟอร์มร้อนแรงไม่หยุด เขากดไปอีก 21 ประตูจากการลงสนาม 32 นัดในดิวิชั่น 2 ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของลีกรอง และแน่นอนว่านั่นคือผลงานที่เข้าตาแมวมองของทีมใหญ่ๆ อีกครั้ง

ยาเซ็ค เกรมบอชกี้ อดีตกุนซือของ ซนิช พรุสซ์คอฟ ซึ่งเป็นคนช่วยปลุกปั้นให้ เลวานดอฟสกี้ ได้แจ้งเกิด ได้เผยกับ บีบีซี เมื่อเดือนธันวาคม 2020 โดยบอกว่า การที่ เลวาน พลาดโอกาสขึ้นทีมชุดใหญ่ให้สโมสรอย่าง ลีเกีย วอร์ซอว์ เพียงเพราะปัญหาเจ็บเข่าไม่กี่สัปดาห์ ทำให้เจ้าตัวยิ่งเพิ่มความมุ่งมั่นในการพิสูจน์ตัวเอง

แน่นอนว่าฟอร์มสุดยอดในการเล่นลีกรอง ย่อมไปเข้าตาสโมสรยักษ์ใหญ่ของโปแลนด์

ในเดือนมิถุนายน 2008 อีกหนึ่งบิ๊กทีมของประเทศอย่าง เลช พอซนัน ยอมทุ่มเงิน 1.5 ล้านเหรียญโปแลนด์ หรือราวๆ 3 แสนปอนด์ คว้าตัว เลวานดอฟสกี้ ที่อายุยังไม่ทันครบ 20 ปีไปร่วมทีม

ในฤดูกาล 2008-09 เลวานดอฟสกี้ ทำผลงานในการเล่นลีกสูงสุดปีแรกในชีวิตได้อย่างน่าทึ่ง จากการยิงไปถึง 20 ประตูจากการลงสนาม 48 นัดรวมทุกรายการ ทำให้ทีมอย่าง กลาสโกว์ เซลติก ของสกอตแลนด์ โผล่มาให้ความสนใจสุดยอดกองหน้าดาวรุ่งผู้นี้

แต่ เลช พอซนัน ยังไม่รีบร้อนขายดาวยิงอนาคตไกลคนนี้ออกจากทีม ขณะที่ตัวของ เลวานดอฟสกี้ เอง ก็อยากพัฒนาฝีเท้าในการเล่นในประเทศต่อไปก่อน

ฤดูกาลที่ 2 ของเขากับ เลช พอซนัน เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 17 ปีได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยซัดในลีกไป 18 ประตู พร้อมคว้าตำแหน่งดาวซัลโวได้อีกด้วย

ซึ่งผลงานสุดยอดขนาดนั้น ทำให้ในช่วงระหว่างซีซั่น 2009-10 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่คุมทีมโดย แซม อัลลาร์ไดซ์ ให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ เลวานดอฟสกี้ อย่างจริงจัง

ฤดูกาล 2009-10 แบล็คเบิร์นมีปัญหาหนัก ในเรื่องฟอร์มการเล่นของบรรดากองหน้าที่นัดกันห่วยแตกทุกคน เพราะไม่มีใครยิงประตูในเกมลีกได้มากกว่า 5 ลูกเลยแม้แต่คนเดียว

ตัวหลักอย่าง เจสัน โรเบิร์ตส์ ยิงได้แค่ 5 ประตู, นิโกล่า คาลินิช ซัดไปแค่ 2 ลูก, ฟรังโก้ ดิ ซานโต ยิงได้แค่ลูกเดียว ส่วน จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์ ยิงไม่ได้เลยสักประตู

นักเตะที่ยิงได้เยอะที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนั้น กลับเป็นกองกลางอย่าง เดวิด ดันน์ ที่ยิงได้ 9 ลูก ซึ่งหลายๆ ประตูมาจากลูกจุดโทษ

มันจึงเป็นเรื่องชัดเจนว่าพวกกองหน้าทีมกุหลาบไฟฝากความหวังไม่ได้แล้ว และนั่นทำให้ “บิ๊กแซม” อยากได้กองหน้าเก่งๆ ราคาถูกๆ ไปร่วมทีม

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้สร้างผลงานน่าฮือฮามาแล้วมากมาย ที่ไม่เคยมีกองหน้าคนไหนในบุนเดสลีกาเคยทำได้

เขาเคยใช้เวลาห่างกันเพียง 9 นาที ยิงคนเดียว 5 ประตู ช่วยให้ บาเยิร์น มิวนิค พลิกสถานการณ์จากตามหลัง โวล์ฟสบวร์ก 0-1 กลับมาเอาชนะไป 5-1 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2015 ซึ่งเกมนั้น เลวานดอฟสกี้ ลงเล่นเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง

เลวานดอฟสกี้ ครองสถิตินักเตะที่ทำแฮตทริกได้มากที่สุดตลอดกาลของบุนเดสลีกา เมื่อได้ลูกบอลกลับบ้านไปครองถึง 11 ครั้ง โดยเกิดขึ้นสมัยที่เล่นให้ต้นสังกัดปัจจุบันอย่าง บาเยิร์น 9 ครั้งด้วยกัน

เขาคือนักเตะเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่สามารถทำแฮตทริกได้ในเกม เดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ ช่วยให้ทีมเสือใต้ถล่ม ไอน์ทรัคท์ แฟร้งค์เฟิร์ต ยับเยิน 5-0 เมื่อปี 2018

ในฤดูกาล 2019-20 เขาสร้างสถิติใหม่ให้วงการฟุตบอลลีกสูงสุดเมืองเบียร์ เมื่อกลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูได้ 11 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาล

ขณะที่ผลงานในซีซั่นนี้ เขาสร้างสถิติใหม่ ด้วยการเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา ที่ใช้เวลาแค่ 5 นัดแรกยิงครบ 10 ประตู ก่อนจะสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาอีกอย่าง ด้วยการเป็นนักเตะคนแรก ที่ยิงประตูในเกมบุนเดสลีกานัดเยือนได้ 8 เกมซ้อน

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *